บทที่ 6 ร้านขายยา
ภาพประตูเมืองขนาดใหญ่ทำจากไม้เนื้อแข็งสูงตระหง่านอยู่ข้างหน้ากู้หลินตะลึงมองทหารที่ยืนเฝ้าประตูพวกเขามองดูครอบครัวของกู้หลินที่กำลังเดินเข้ามาอย่างตั้งใจ ผู้เฒ่ากู้ก้มคารวะทหารอย่างนอบน้อม ก่อนที่จะพาครอบครัวเดินเข้าไปในเมือง
ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเมืองกู้หลินก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเมืองโบราณที่เธอเคยเห็นแต่ในหนังปรากฏอยู่ตรงหน้าอาคารบ้านเรือนที่สร้างด้วยอิฐและไม้เรียงรายดูละลานตาถนนสายหลักคึกคักไปด้วยผู้คนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน
กลิ่นหอมของอาหารจากร้านอาหารและเครื่องเทศลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องของกู้หลินร้องขึ้นมาจนต้องกดมันไว้
ร้านค้าหลากหลายตั้งอยู่สองข้างทางมีทั้งร้านขายเครื่องประดับ เครื่องใช้ อาหารและยา เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะและเสียงขายของดังไปทั่วเมือง ทำให้บรรยากาศดูคึกคักและมีชีวิตชีวา
กู้หลินมองไปรอบๆ ทุกอย่างดูใหม่และน่าสนใจ สำหรับเธอหญิงสาวรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในความฝัน ภายในโลกที่แตกต่าง และน่าอัศจรรย์
“ท่านแม่ หลินเอ๋อร์มองจนตาลายแล้ว”
เสียงเย้าหยอกของพี่ชาย ทำให้กู้หลินรำลึกได้ว่าที่ครอบครัวของตนเดินทางเข้าเมืองก็เพราะ้าเอาเห็ดหลินจือมาขายไม่ใช่มาเที่ยวจึงยิ้มอย่างเขินอาย
“ขออภัยพี่ใหญ่ข้าไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน ทุกอย่างเลยน่ามองไปหมด”
ผู้เฒ่ากู้ยิ้มด้วยความสงสารปนเอ็นดู
“ไปเถิด เดี๋ยวตาจะพาไปร้านขายยา”
ร้านขายยาโบราณขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้เฒ่ากู้บอกให้แม่เฒ่าและลูกสาวยืนรออยู่ข้างนอกส่วนตัวเขาพาหลานสาวและหลานชายเดินเข้าไปในร้าน
เมื่อหลงจู๊มองเห็นกู้หยางที่เคยนำสมุนไพรตากแห้งมาขายให้บ่อยครั้งก็ทักทาย
“ท่านหมอวันนี้เอาสมุนไพรอะไรมาขายที่ร้าน พวกเราไม่เจอกันหลายเดือนแล้ว”
ผู้เฒ่ากู้ยกยิ้มก่อนจะแนะนำหลานชายหลานสาวให้หลงจู๊รู้จัก
“นี่กู้เฉิน และ กู้หลิน หลานชายและหลานสาวของข้าเขาสองคนขึ้นเขาเมื่อวานนี้แล้วได้สมุนไพรจากป่ามา”
ผู้เฒ่ากู้แนะนำหลานทั้งสองแล้วขยับเข้าหาหลงจู๊พร้อมกระซิบเสียงเบา
“ข้ามีเห็ดหลินจือหายากอยากให้หลงจู๊ช่วยบอกให้เถ้าแก่ตีราคาให้ได้หรือไม่”
หลงจู๊ตาลุกเมื่อได้ยินว่ากู้หยางมีของหายากมาขาย
“ถ้างั้นเชิญที่ห้องชั้นบนดีกว่าข้าจะไปบอกเถ้าแก่ก่อน”
ทุกคนก้าวตามหลังหลงจู๊ขึ้นไปชั้นบนของร้านแล้วนั่งรอ
กู้เฉินนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้เนื้อแข็ง มือของเขาถือตะกร้าหวายสานอย่างระมัดระวังกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเห็ดหลินจือแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
เถ้าแก่หวังเ้าของร้านขายยาเป็ชายวัยกลางคน ใบหน้าอ้วนกลมดวงตาเล็กส่อแววฉลาดเฉลียว ตาของเขามองเห็ดหลินจือในตะกร้าหวานสานอย่างพิจารณา จากนั้นมือของเขาก็ค่อยๆ หยิบออกมาจากตะกร้า
เมื่อมืออวบอูมของเขาััผิวที่เรียบเนียนและจมูกได้กลิ่นหอมของเห็ดหลินจือที่กระจายออกมา เขาก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เห็ดหลินจือธรรมดาแต่เป็เห็ดหลินจือ แดงร้อยปี ที่เป็ของหายาก มีคุณค่าทางยาสูง และมีราคาแพงมาก
"นี่...นี่คือเห็ดหลินจือแดงร้อยปีจริงๆ”
น้ำเสียงของเถ้าแก่หวังเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แววตาของเขาเปล่งประกายราวกับเด็กที่ได้รับของเล่นชิ้นโปรด
“ท่านหมอกู้ได้มาจากที่ใดกันั้แ่ข้าเปิดร้านก็ยังไม่เคยมีใครเอามาขายให้แม้แต่ครั้งเดียว”
เถ้าแก่หวังถามด้วยความสงสัย
“หลานชายของข้าขึ้นเขาหลังจากหิมะละลายแต่เพราะเดินครึ่งวันแล้วยังไม่ได้อะไร พวกเขาจึงตัดสินใจเดินเข้าป่าลึกเพื่อหาอาหารเลยไปพบโดยบังเอิญ”
เสียงอธิบายของกู้หยางเป็ไปอย่างไหลลื่นไม่ติดขัดจึงทำให้เถ้าแก่หวังเชื่ออย่างสนิทใจ
“หลานชายของท่านได้มากี่ดอกเอามาทั้งหมดหรือไม่ ข้าจะขอซื้อทั้งหมดเลย”
กู้หลินขยิบตาให้ผู้เฒ่าซึ่งอีกฝ่ายเห็นสัญญาณของหลานสาวก็เอ่ยปากถาม
“ไม่ทราบว่าเถ้าแก่จะตีราคาให้เท่าไหร่”
เถ้าแก่หวังที่มัวแต่ดีใจจนลืมบอกเื่ราคาจึงได้แต่หัวเราะแก้เก้อ
“ขออภัยข้ามัวแต่ดีใจจนลืมบอกราคาซื้อ แต่ท่านหมอกู้ไม่ต้องเป็ห่วง ข้าซื้อขายด้วยความซื่อสัตย์มาชั่วชีวิตต้องให้ราคาดีและไม่มีทางกดราคาท่านแน่นอน”
ผู้เฒ่ากู้ได้ยินแล้วค้อมหัวลงพร้อมก็โบกมือปฏิเสธ
“มิกล้ามิกล้า”
เถ้าแก่หวังหยิบเห็ดหลินจืดขนาดต่างกันออกมาอย่างทะนุถนอมราวกับเป็ของล้ำค่าวางบนถาดที่เตรียมไว้แล้วบอกราคาที่้ารับซื้อ
“เห็ดมีขนาดต่างกันเห็ดขนาดใหญ่สุดข้าให้ 5,000 ตำลึงทอง ขนาดกลางให้ 3,000 ตำลึงทอง ส่วนขนาดเล็กสุดข้าให้ 2,000 ตำลึงทอง ทั้งหมดเป็ 10,000 ตำลึงทอง หมอกู้คิดว่าราคานี้ยุติธรรมดีไหม”
กู้หลินไม่รู้ค่าของเงินในยุคโบราณจึงได้แต่มองหน้าท่านตาของนางที่พยักหน้าเบาๆ
“เถ้าแก่ให้ราคายุติธรรมดีแล้วขอบคุณจริง ๆ”
เ้าของร้านขายยายิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบรับจากผู้เฒ่ากู้
“เดี๋ยวข้าจะจัดการเป็ตั๋วเงินและเป็เหรียญท่านหมอกู้จะได้ใช้จ่ายได้สะดวก และถ้าหากมีสมุนไพรหายากอย่างอื่นมาอีกขอให้ท่านเอามาขายที่ร้านของข้าอีก ข้ารับรองว่าจะให้ราคาดีแน่นอน”
กู้หยางรับเงินจากเถ้าแก่หวังมือของเขาสั่นเล็กน้อย แต่ใบหน้าของเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทุกคนโค้งคำนับเถ้าแก่หวังอย่างนอบน้อมก่อนที่จะเดินออกจากร้านขายยาด้วยความสุขที่เอ่อล้นออกมาทางสีหน้า
แม่เฒ่ากู้และกู้เยี่ยที่ยืนรออยู่ข้างนอกรู้สึกกระวนกระวายที่ทุกคนยังไม่ออกมาหลังจากเข้าไปนานแล้ว ภายในใจกังวลว่าเห็ดหลินจือที่กำไลหยกดลบันดาลอาจจะขายไม่ได้
“ท่านแม่”
กู้หลินเดินนำหน้าออกมาก่อนตามด้วยกู้เฉิน และผู้เฒ่ากู้หยาง
“เป็ยังไงบ้างหลินเอ๋อร์เถ้าแก่รับซื้อหรือไม่”
น้ำเสียงร้อนรนเอ่ยถาม
กู้หลินกระซิบตอบที่ข้างหูของมารดา
“ขายได้สิท่านแม่เถ้าแก่ให้ราคาถึง 10,000 ตำลึงทอง”
กู้เยี่ยหูอื้อไปชั่วขณะเมื่อได้ยินจำนวนเงินที่ขายได้
“ข้าไม่ได้หูฝาดใช่ไหม ท่านพ่อ”
เสียงกระซิบถามราวกับล่องลอยอยู่ในความฝันของลูกสาวทำให้พ่อเฒ่ากู้พยักหน้า
“เป็ความจริงแต่เราอย่าเพิ่งคุยกันตอนนี้เลย ทุกคนคงหิวแล้ว ไปหาอะไรกินก่อนเถอะ”
ทันทีที่พ่อเฒ่าเอ่ยถึงอาหารท้องของทุกคนก็ร้องขึ้นมาด้วยความหิว
“ถ้างั้นเราไปหาอะไรอร่อยๆ กินเถอะ หลินเอ๋อร์กับเฉิงเอ๋อร์อยากกินอะไร”
เสียงแม่เฒ่ากู้ถามหลานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
กู้หลินพยายามคิดชื่ออาหารในนิยายจีนโบราณแต่ก็คิดไม่ออกจึงได้แต่ส่ายหน้า
“แล้วแต่ทุกท่านก็แล้วกันข้าคิดไม่ออกว่าอยากกินอะไร แต่ท้องของข้าหิวแล้ว”
คำตอบของหลานสาวเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน
“ถ้าคิดไม่ออกพวกเราไปกินบะหมี่ร้านชื่อดังไม่ไกลจากนี้ดีกว่า น้ำซุปที่ร้านหอมไปไกลถึงอีกตรอกหนึ่งเชียวล่ะ”
ครอบครัวตระกูลกู้ในชุดเสื้อผ้าเก่าแต่ดูสะอาดตาเดินตามกันไปที่ร้านบะหมี่ขึ้นชื่อของเมืองเมื่อเดินใกล้จะถึง ความหอมของน้ำซุปลอยมาเตะจมูกของกู้หลิน
“หอมเหมือนที่ท่านตาบอกเลย”
เสียงของสาวน้อยที่มีใบหน้างดงามเรียกรอยยิ้มจากลูกค้าที่กำลังเดินเข้าร้านบะหมี่
“ต้องรีบเข้าไปจับจองที่นั่งนะถ้าหากช้าบะหมี่ขายหมด พวกเ้าจะเสียใจ”
คำแนะนำของลูกค้าที่กำลังเดินหน้าเข้าไปในร้านทำให้กู้หลินมองดูร้านที่ไม่ได้ใหญ่โต แต่จัดวางโต๊ะอย่างสะอาดสะอ้านผู้ชายที่คงจะเป็เ้าของร้านกล่าวต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ครอบครัวของกู้หลินหาที่นั่งได้แล้วก็นั่งลงทุกคนก็สั่งบะหมี่ที่ตนเอง้า เมื่อมาถึงกู้หลิน นางได้แต่บอกให้พี่ชายสั่งให้เพราะไม่รู้ว่าต้องสั่งแบบไหนในโลกโบราณ
เพียงไม่นานบะหมี่ถ้วยใหญ่ก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะน้ำซุปส่งกลิ่นหอมยั่วยวน ทุกคนลงมือคีบอาหารเข้าปากอย่างไม่รีรอ
“อร่อยสมชื่อจริงๆ นะท่านตา”
-----