บทที่ 45 กลับเมืองเว่ย
ตำหนักรับรองแขกจากแคว้นลี่
"สตรีผู้นั้นมันดีกว่าข้าตรงไหนเหตุใดท่านถึงได้มีใจให้กับมันไม่ใช่ข้า!"องค์หญิงหนึ่งเดียวทวงถามสิ่งเหล่านี้จากแม่ทัพหนุ่มที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง จ้องใบหน้าเหยเกของเจ้าหญิงอย่างไม่แยแสด้วยซ้ำ
เหตุการณ์ที่บุรุษตรงหน้าคุกเข่ากับกษัตริย์แคว้นอื่นเพื่อขออนุญาตเกี้ยวท่านหญิงที่ถูกแต่งตั้งของแคว้นนี้มันอยู่ในความทรงจำของนางชัดเจน หวงจือเหวยที่ไม่คิดจะมองสตรีนางไหนเลยที่แคว้นลี่กลับมาคุกเข่าขอความรักจากคนที่ไม่ใช่แม้แต่จะเกิดในราชวงศ์
คิดว่านางจะรับสิ่งนี้ได้หรือ
"หวงจือเหว่ย!"มือบางผลักอกชายหนุ่มด้วยความโกรธเกรี้ยว
"องค์หญิงต้องการอะไรจากข้าหรือ"เสียงเรียบเอ่ยถามเจ้านายสาวของตนอย่างไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใดแววตาที่ส่งมายังคงเย็นชาไม่ต่างจากเดิม นั่นทำให้สตรีร่างเล็กรู้สึกเสียใจยิ่งเสียใจก็ยิ่งเจ็บแค้น แล้วนางจะเอาความเจ็บแค้นนี่ไปลงที่ใดหากไม่ใช่สตรีอีกคนที่ได้หัวใจคนผู้นี้ไป
"ข้าต้องการเจ้า ข้ารักเจ้ามาตั้งนานเหตุใดเจ้าถึงไปรักสตรีเย็นชาเช่นนั้น" องค์หญิงไม่เข้าใจจริงๆ
จ้าวซินเยว่งดงามก็จริงหากแต่เป็นคนที่ไม่ค่อยจะพูด ไม่สุงสิงกับผู้ใด ดูหยิ่งยโส ไหนจะเรื่องที่นางยังลืมคนรักเก่าไม่ได้นั่นเหตุใดบุรุษผู้นี้ถึงมีใจให้คนแบบนั้นได้
"ท่านรักข้าเพราะอะไรหรือองค์หญิง"ชายหนุ่มถามอย่างใคร่รู้ นั่นทำให้องค์หญิงหยุดชะงัก
"ชอบเพราะข้าเป็นขุนนางชั้นสูงชอบเพราะข้ามีผลงานโดดเด่น ชอบเพราะใบหน้าใต้หน้ากากนี้ หรือท่านชอบข้าเพราะนิสัยใจคอของข้าจริง" ชายหนุ่มจี้จุดหญิงสาวอย่างไม่ลดละ
เหตุใดเขาจะไม่รู้เพราะสตรีผู้นี้รู้ว่าใต้หน้ากากนี้หน้าตาเป็นเช่นไรนับตั้งแต่วันที่นางบังเอิญเข้ามาเห็น นางก็ตามติดเขาแจประกาศไปทั่วว่าจะแต่งงานกับตนโดยไม่รังเกียจรอยแผลใต้หน้ากาก
รอยแผลหรือ? เขาไม่มีมันมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
"ข้าขอบคุณท่านที่ไม่ได้เกลียดข้าแต่หากจะให้ข้าชอบสตรีที่หลงไหลเพียงรูปลักษณ์ของข้าป่านนี้ข้าคงมีภรรยาเต็มจวนไปหมดแล้ว" เขาพูดไม่ผิด บ่าวที่อยู่ในเรือนมีผู้ใดบ้างไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงบ่าวหญิงมากมายตั้งใจเข้าหาเพื่อขึ้นเตียงของเขาก็หลายครั้ง เขาขับไล่ออกจนหมดจวน
"ข้าจะรักเพียงคนที่ข้ารัก ต่อให้วันนี้ท่านวิ่งโล่กลับไปขอสมรสพระราชทานท่านอาจจะมีความสุขเสี้ยวนาทีที่ได้เข้าพิธี แต่เชื่อข้าเถอะ ว่าอย่าได้คิดจะทำเพราะหลังจากนั้นข้าทำให้ท่านทุกข์ได้ทั้งชีวิต"นี่ไม่ใช่การปฏิเสธเช่นที่เคยผ่านมาแต่คือคำเตือนความคิดในหัวของสตรีตรงหน้าว่าอย่าทำอะไรแผลงๆตัวเขาไม่ใช่เทพเซียนที่จะโปรดคนทุกคนเขาคือมนุษย์และไม่ใช่คนที่ดีสำหรับคนที่ทำให้เขาไม่พอใจเสียด้วย
ร่างบางจ้องใบหน้าใต้หน้ากากด้วยตัวสั่นเทานางกำมือแน่นและน้ำตาคลอที่ดวงตาด้วยความโกรธ
"ข้าจะทำลายจ้าวซินเยว่ให้สิ้นซากกอดนางไว้ให้ดีๆ ข้าจะฆ่านางให้ตาย!"
พูดจบหญิงสาวก็วิ่งหายออกจากห้องโถงขึ้นไปยังห้องบรรทมของตนเองโดยมีบ่าวหญิงสาวไป ทิ้งให้แม่ทัพของแผ่นดินยืนอยู่เพียงลำบาก
ร่างสูงสูดหายใจลึกก่อนจะถอนหายใจออกมายาวตัวเขาเองก็เหนื่อยกับการต้องอดทนองค์หญิงเต็มทีเช่นกัน พูดออกไปตรงๆเช่นนี้มันช่วยทำให้ความเครียดในจิตใจของเขาผ่อนคลายลงมาไม่น้อย
"แหม่ๆ พูดไม่รักษาน้ำใจนางเช่นนั้นไม่กลัวข้าสั่งกุดหัวเจ้าหรือหวงจือเหว่ย"องค์รัชทายาทที่คงจะแอบดูอยู่นานแล้วพูดด้วยใบหน้ายิ้มเย้ยดูไม่ได้ข่มขู่เช่นที่พูดสักนิด
"ท่านอยากกุดหัวข้าหรือ"ชายหนุ่มร่างสูงถามเจ้านายตนด้วยท่าทางไม่เกรงกลัวนั่นทำให้องค์รัชทายาทหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
ความหยิ่งยโสของหวงจือเหว่ยนี่แหละที่ถูกใจตนยิ่งนัก
"หามิได้ๆ ยามนี้ทั้งแคว้นลี่ แคว้นฝูจะมีใครที่กล้าฆ่าเจ้าอีกหรือ คงจะยาก"องค์รัชทายาทพูดพร้อมเดินไปนั่งที่โต๊ะประทานโดยที่แม่ทัพหนุ่มเพียงยืนมองเท่านั้น
"แต่เรื่องจ้าวซินเยว่ไม่คิดเลยว่าท่านจะดำเนินการได้รวดเร็วเช่นนี้"
การเข้าหาจ้าวซินเยว่เป็นเป้าหมายในแผนการขององค์รัชทายาทอยู่แล้วตอนแรกเขาคิดว่าแม่ทัพของตนจะปฏิเสธไม่เอาด้วย แต่ดูท่าทางที่แสดงออกแม่ทัพของเขาจะตีบทแตกกระจาย กลายเป็นบุรุษคลั่งรักสตรีต่างแคว้นไปแล้วจนยามนี้ใครต่อใครก็พูดว่าท่านหญิงผู่เยว่ถูกวีรบุรุษแม่ทัพหวงตามเกี้ยวนางเช้าเย็นไหนจะคำพูดคลุมเครือที่แม่ทัพพูดคล้ายๆ ว่ามีความสัมพันธ์กับนาง
แทบจะตีกรอบบีบให้นางเลือกเพียงสองทางคือแต่งให้หวงจือเหว่ยกับบวชเป็นชีตลอดชีวิต
"นางก็ไม่ได้ง่ายเช่นท่านว่าขนาดข้าทูลต่อหน้าฝ่าบาท นางยังไม่คิดจะเปิดใจให้ข้าบางทีท่านอาจจะต้องใช้คุณหนูหลิวของท่านให้เป็นประโยชน์กว่านี้อีกสักหน่อย"ไม่ใช่แค่หวงจือเหว่ย องค์รัชทายาทเองก็ลักลอบสร้างสัมพันธ์ลับๆกับหลิวลู่เสียนเช่นกัน พอได้ยินเช่นนั้น รัชทายาทก็ยกยิ้มอย่างร้ายกาจ
"ก็ไม่เท่าไหร่ นางง่ายกว่าที่คิดเยอะล่อนิดล่อหน่อย นางก็ยอมทอดกายให้ข้าแล้ว" หวงจือเหว่ยประหลาดใจในสิ่งที่ได้รู้ดูจากสีหน้าและท่าทางขององค์รัชทายาทก็ยิ่งมั่นใจว่าคุณหนหลิวผู้นั้นเองก็คงไม่ใช่สตรีที่บริสุทธิ์แล้วเช่นกัน
"เสิ้นฮองเฮารู้เรื่องนี้หรือไม่"
"ยัยแก่เสิ้นรู้คงอกแตกตายยามนี้คุณหนูหลิวผู้นั้นหลงข้าอย่างกับอะไรดี เดี๋ยวก็คงคาบข่าวมาบอกข้าเอง" รัชทายาทพูดกลั่วหัวเราะหวงจือเหวยเองก็หัวเราะในลำคอออกมาเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจ
"แล้วเจ้าเล่าที่กล่าวว่าหากจ้าวซินเยว่ไม่บริสุทธิ์ บุรุษก็คงเป็นเจ้าหมายความว่าอย่างไร" องค์รัชทายาทหรี่ตามองสหายอย่างสงสัย
คืนวันงานเทศกาลเขาอยู่กับคุณหนูหลิวที่เรือนของนางจนดึกดื่น แต่เมื่อกลับมาก็พบว่าหวงจือเหว่ยเองก็ไม่ได้กลับมานอนที่ห้องของตนมาอีกทีก็เช้าแล้ว ตอนแรกเขาก็คิดว่าหวงจือเหว่ยเพียงไปเที่ยวเล่นเช่นทหารคนอื่นๆ
"หึก็ต้องขอบคุณคุณหนูหลิวของท่านที่วางแผนเสียเสร็จสรรพจนข้ามีโอกาสแนบชิดกับนาง" องค์รัชทายาทเบาปากเบาๆให้กับความร้ายกาจของแม่ทัพหวง เห็นเงียบๆ ไม่คิดว่าจะไวไฟขนาดนี้
"ข้าได้ข่าวว่าชินอ๋องจะพาหวางเฟยกลับเมืองเว่ยคิดว่าคงจะชวนท่านหญิงไปด้วย เจ้าลองทูลขอติดตามไปด้วยสิ เผื่อจะได้มีโอกาส แนบชิดกันอีกสักครั้ง"
หวงจือเหว่ยได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มไม่ต่างจากองค์รัชทายาทก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะประสานมือ
"รับบัญชาองค์รัชทายาท"
... ... ...
"ท่านอาจะกลับเมืองเว่ยด้วยกันหรือไม่เจ้าคะ"จ้าวอี้หยาง หวางเฟยคนใหม่ของชินอ๋องเอ่ยถามท่ายหญิงเจียลี่ผู้เป็นอาหญิงเล็กด้วยใบหน้ายิ้มแย้มข้างๆ มีท่านซื่อจือกับชินอ๋องอยู่ด้วยกัน เพราะซื่อจือติดแม่คนใหม่มากบิดาจึงจำต้องพาเจ้าตัวเล็กมายังจวนสกุลจ้าวด้วย
ทางด้านท่านหญิงเจี่ยลี่ ผู้ใหญ่ของตระกูลจ้าวเพียงผู้เดียวที่อยู่เมืองหลวงเห็นหลานสาวกับชินอ๋องเข้ากันได้ดีก็ยกยิ้มเอ็นดูกับชินอ๋องนางไม่ห่วงอะไรนัก เห็นกันมาตั้งแต่ยังเด็กแม้จะผ่านการแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่งแม้ครั้งหนึ่งจะรักลูกสาวของนางแต่ยามนี้เพียงเห็นก็รู้ว่าชินอ๋องเลือกที่จะใช้ชีวิตกับหลานสาวของตนอย่างเต็มใจ
"มาชวนข้าคนเดียวหรือมิใช่ว่าใกล้งานเทศกาลตระกูลทุกคนที่ว่างต้องกลับไปเมืองเว่ยเพื่อไหว้บรรพบุรุษหรอกหรือ"จ้าวอันหรานแซวหลานสาวด้วยท่าทางอารมณ์ดี พอดีกับที่ใครบางคนค่อนๆโผล่ใบหน้ามาทีละน้อย ยิ่งเรียกรอยยิ้มของนางได้อย่างดี
"เข้ามาสิเสี่ยวรุ่ย พาบิดามารดาแล้วก็อาเล็กของเจ้าเข้ามาด้วย" ในฐานะย่านางกล่าวกับหลานชายที่โผล่มาที่หน้าประตูเพียงครึ่งใบหน้าอาจเพราะเห็นว่ามีแขกจึงไม่กล้าเดินเข้ามาทันที
เด็กชายตัวน้อยหันไปกวักมือเรียกคนที่อยู่ข้างหลังก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างๆท่านย่าที่กวักมือเรียกตนเช่นกัน
จ้าวหานเดินนำสตรีทั้งสองเข้ามาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อยในอ้อมอกชายหนุ่มก้มหัวให้ชินอ๋องเล็กน้อย ตามมาด้วยหลี่หลินและจ้าวซินเยว่ที่เดินตามมาทั้งสองต่างทำความเคารพชินอ๋องอย่างเรียบง่ายตามความต้องการของชินอ๋องที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ขอจ้าวอี้หยางตบแต่งว่าไม่อยากให้ตระกลจ้าวมากพิธีกับตน
"ดูเหมือนชินอ๋องจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดีนะ"จ้าวหานทักทายน้องสาวของตนด้วยรอยยิ้มจ้าวอี้หยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มตอบรับแทนคำตอบ
"ข้ามีความสุขอยู่แล้วรอก็แต่น้องเล็ก" จ้าวอี้หยางเปลี่ยนประเด็นเป็นจ้าวซินเยว่หญิงสาวเงยหน้ามองพี่สาวและเพื่อนสนิทของตัวเองก่อนจะยิ้ม
"หากหาบุรุษดีๆแต่งไม่ได้ข้าจะแต่งเข้าจวนชินอ๋องด้วยดีหรือไม่เจ้าคะ หวางเฟยจ้าว"จ้าวซินเยว่หยอกล้อ
"ข้าไม่แต่งกับเจ้าหรอกนะให้สัญญาไว้แล้วว่าจะตบแต่งภรรยาคนเดียว เกิดเมียข้าหนีไปจะทำอย่างไร"เป็นชินอ๋องพูดปฏิเสธขึ้นมาทันทีสำหรับเขาในยามนี้จ้าวซินเยว่เป็นเสมือนน้องสาวแท้ๆ จริงๆและอีกฝ่ายก็มองเขาเช่นพี่ชายมาเสมอไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนั้นแน่
"แต่ข้าว่าดีนะเจ้าคะ อย่างไรก็ไม่ต้องเป็นขี้ปากคนข้างนอกท่านก็รับนางมาเป็นชายารองในนามซักคนคงไม่เป็นไรมั้ง"จ้าวอี้หยางดันเกิดความคิดประหลาดจนกลายเป็นชินอ๋องขมวดคิ้วให้ภรรยาของตนอย่างดุๆแต่จ้าวอี้หยางก็หาได้สะทกสะท้านไม่ ท่าทีของทั้งสองทำให้จ้าวซินเยว่ที่เดิมคิดจะพูดแหย่เล่นก็ยกยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูพี่เขยไม่น้อย
น่ายินดีจริงๆ ที่ทั้งสองคนได้พบรักกัน
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้วแม่เรียกมาเพราะเรื่องงานเทศกาลที่เมืองเว่ย และวันไหว้บรรพบุรุษที่เมืองเว่ยครั้งนี้เจ้าติดภารกิจอะไรหรือไม่"ผู้ใหญ่ในบ้านหันไปถามลูกชายคนโตผู้ที่น่าจะมีงานมากที่สุด
"มีขอรับแต่ธุระของข้าก็คือไปเมืองเว่ยนั่นแหละ"
"ฝ่าบาทมีธุระอะไรที่นั่นหรือ"
"ไม่ใช่ฝ่าบาท แต่เป็น... แม่ทัพหวงอยากไปที่นั่นกับพวกเราด้วย ฝ่าบาทจึงไหว้วานให้ข้าคุ้มกัน"อันที่จริงก็คือการจับตาดูเผื่อเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และถือโอกาสให้จ้าวหานได้กลับไปไหวบรรพบุรุษตระกูลจ้าวด้วยเลย
"คนๆ นั้นจะไปด้วยหรือเจ้าคะ"จ้าวซินเยว่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยิน จึงเผลอถามได้ตามสัญชาตญาณ
"เมื่อวานบุรุษผู้นั้นเข้าไปกราบทูลฝ่าบาทด้วยตนเองแต่ไม่ต้องห่วงหรอก การไปครั้งนี้มีทั้งชินอ๋อง ข้า และจ้าวชางชิงที่เป็นแม่ทัพตะวันออกอยู่ด้วยต่อให้เป็นคนอันตรายเช่นหวงจือเหว่ย แต่เขาไปคนเดียว ไม่น่ากลัวหรอก"จ้าวหานกล่าว ชินอ๋องเองก็พยักหน้ารับ
"เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าก็วางใจ"จ้าวซินเยว่กล่าวจากใจ
"เช่นนั้นก็ดี เราเดินทางตามกำหนดการของเจ้าแล้วกันอี้หยางคนอื่นคงไม่มีปัญหาใช่หรือไม่" จ้าวอันหรานถาม
"เอาตามนั้น" จ้าวหานตอบด้วยรอยยิ้มผู้เป็นมารดาเองก็ยกยิ้มรับอย่างเบาใจก่อนที่นางจะพูดต่อ
"ข้าเองก็มีเรื่องอยากจะบอกกับพวกเจ้าตัวข้าจะกลับไปใช้ชีวิตที่เมืองเว่ยถาวรแล้วส่วนจวนแห่งนี้คงจะฝากฝังหลี่หลินและจ้าวซินเยว่ดูแลให้ดีเพื่อให้จ้าวหานได้ออกไปทำหน้าที่ได้อย่างสบายใจ"จ้าวอันหรานกล่าวด้วยรอยยิ้มนั่นทำให้ลูกหลานใจหายไม่น้อย สำหรับตระกูลจ้าวในเมืองหลวงจ้าวอันหรานล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่ทุกคนนึกถึงแม้ตัวนางจะไม่ค่อยออกงานสังคมชั้นสูงก็ตามแต่เรื่องภายในบ้านล้วนนางเป็นหลักในการดูแล
ลูกหลานที่อยู่ในห้องนั้นต่างก็มองหน้ากันอย่างอึดอัดทุกคนล้วนอยากให้จ้าวอันหรานอยู่เป็นหลักที่พึ่งทางจิตใจของพวกเขาทั้งสิ้นแต่ด้วยอายุที่มากขึ้นก็ไม่แปลกใจที่จ้าวอันหรานจะอยากกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายที่เมืองเว่ย
"หากท่านแม่ตั้งใจเช่นนั้น ในฐานะบุตรหลานพวกข้าทุกคนที่นี่ก็จะสนับสนุน และไม่ทำให้ท่านต้องเป็นห่วง"จ้าวหานในฐานะพี่ใหญ่ของตระกูลและลูกชายคนโตแม้จะเป็นลูกเลี้ยงแต่เขาก็ทำหน้าที่ด้วยการสนับสนุนและรับปากว่าจะไม่ทำให้จ้าวอันหรานต้องกังวลใจและนั่นคือสิ่งที่จ้าวอันหรานต้องการ
"ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งข้าขอฝากฝังทั้งอู่จิ่นฟานและจ้าวหาน ดูแลลูกหลานของตระกูลจ้าวในเมืองหลวงให้ดีและโปรดจำไว้หากวันใดพวกเจ้าทุกคนในที่นี้เหนื่อยก็โปรดกลับไปพักที่บ้านของเราที่เมืองเว่ยเถิดที่นั่นยินดีต้อนรับพวกเจ้าทุกคนเสมอไว้ว่าจะเป็นลูกหลาน ลูกเลี้ยง เขย หรือสะใภ้ล้วนแล้วแต่เป็นครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น"
นางเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยมองว่าจ้าวหานเป็นเพียงบุตรนอกไส้นางเลี้ยงมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ย่อมผูกพัน
ส่วนชินอ๋องและหลี่หลินตัวนางก็ไม่ได้มองว่าการที่จ้าวอี้หยางแต่งงานกับชินอ๋องคือการแต่งออกจากตระกูลจ้าวอี้หยางก็ยังเป็นหลานสาวของนาง ชินอ๋องก็คือครอบครัวผู้หนึ่งหลี่หลินเองก็ไม่ได้มีฐานะเพียงสะใภ้แต่ก็คือครอบครัวเช่นกัน
นางมองลูกหลานอย่างเท่าเทียม ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชังทั้งที่นางจะผลักไสจ้าวอี้หยางก็ทำได้จะรังเกียจหลี่หลินก็ยังทำได้เช่นกัน แต่นางก็ไม่ทำ นางเลือกจะดูแลและรักใคร่เด็กๆเหล่านี้ด้วยความรัก เพราะแบบนี้ลูกหลานทุกคนที่อยู่ที่นี่จึงรักนางจากใจจริงไม่เว้นแม้แต่ซื่อจือ แม้จะพึ่งรู้จักกันไม่ถึงปี แต่เด็กน้อยก็อ้อนท่านยายเก่งเหลือเกินจนนางอดรักไม่ได้
ชินอ๋องหรืออู่จิ่นฟานเองที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกตัวเขาไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ ได้ไทเฮาเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเด็กฝ่าบาทก็เอ็นดูเช่นน้องชายคนสนิทแต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนม
ตัวเขาก็เป็นคนหนึ่งที่เติบโตมากับจ้าวหานเฉินจือหาน และรุ่ยอ๋องถูกสตรีผู้นี้ดูแลสั่งสอนมาตั้งแต่ยังเด็กจนเติบโตมีครอบครัว
สตรีผู้นี้ก็ยังอบอุ่นไม่เปลี่ยนไปและเขาก็รู้สึกว่าผู้คนจากตระกูลจ้าวถูกเลี้ยงมาเช่นนี้และมีความอบอุ่นที่เขาไม่เคยสัมผัสได้จากที่ใด
ตระกูลจ้าวรักและสามัคคีกันอย่างแท้จริงนั่นคงเป็นคำตอบที่เขาหาได้
"ท่านไม่ต้องห่วงหรอก ข้าจะไม่ใช้งานจ้าวหานมากไปและจะช่วยดูแลทุกคนให้ดี โปรดวางใจอู่จิ่นฟานผู้นี้"ชายหนุ่มตำแหน่งอ๋องก้มใบหน้าให้คำสัญญา ไม่ใช่ในฐานะอ๋องแต่ในฐานะบุรุษผู้หนึ่ง
"ข้าเรียกมาเท่านี้แหละพวกเจ้าไปทำธุระของตนเองเถอะอีกสักเดี๋ยวข้าจะไปที่จวนสกุลเฉินเพื่อกล่าวลาพิงจิ่งกงจูเสียหน่อย"จ้าวอันหรานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"เจ้าไปเล่นกับเสี่ยวรุ่ยเสียหน่อยเถอะพ่อมีธุระต้องพูดคุยกับท่านลุงของเจ้าฝากฮูหยินกับน้องสาวดูแลภรรยากับลูกชายข้าสักครู่" ชินอ๋องพูดจบเด็กชายที่ร่างกายเริ่มสูงก็รีบไปชวนเด็กชายอีกคนแล้วก็รีบวิ่งออกไปข้างนอกส่วนตัวเขามองหน้าจ้าวหานก่อนจะเดินออกไปด้วยกัน
"งั้นพวกข้าขอไปดูเด็กๆ นะเจ้าคะ"หลี่หลินหันไปกล่าวกับจ้าวอันหรานพร้อมกับทำความเคารพก่อนจะเดินนำสตรีอีกสองคนเดินออกไปจากเรือนของจ้าวอันหราน
สตรีสูงวัยมองตามหลังของเหล่าลูกหลานก็ยกยิ้มนางหวังแค่ว่าลูกหลานของนางทุกคนจะมีทางเป็นของตนเองและมีความสุขแบบที่ตัวเองต้องการ โดยเฉพาะจ้าวซินเยว่นางหวังเหลือเกินว่าเด็กสาวผู้นี้จะไม่แตกสลายไปก่อนที่จะมีความสุขในหลังจากนี้
... ... ...
"ช่วงนี้ข้ารู้สึกว่าพักผ่อนไม่พอแปลกๆทั้งที่นอนไวทุกคืน" จ้าวอี้หยางกับจ้าวซินเยว่สนทนากันปกติตามประสาอย่างเคยๆโดยมีหลี่หลินร่วมวงอยู่ด้วยไม่ห่าง
"สามีใช้งานเจ้าหนักหรือ"หลี่หลินแซวคนที่พึ่งออกเรือนจนคนถูกแซวใบหน้าขึ้นสีไม่ต่างจากจ้าวซินเยว่ที่ปิดปากแสร้งทำราวกับนางเป็นเด็กไร้เดียงสา
"พี่หลิน... เจ้าก็เช่นกันอย่าทำตัวไร้เดียงสา"
"พี่หญิงทั้งสองพูดสิ่งใดกันเจ้าคะข้าไม่เห็นจะเข้าใจ" เสียงหวานปฏิเสธด้วยอรยยิ้มมุมปากพลางมองหวางเฟยจ้าวด้วยสายตามีเลศนัย
"แล้วเจ้าคิดเรื่องออกเรือนบ้างหรือไม่"หลี่หลินถามน้องสาวของสามีด้วยท่าทางไม่ได้คิดสิ่งใดทุกคนรู้ว่าจ้าวซินเยว่ยังมีความรู้สึกกับเฉินจือหานแต่นางก็ทำใจได้มากพอจะพูดคุยเรื่องของเขาได้นานแล้ว
"ข้าหรือ?"
"อันที่จริงแม่ทัพหวงผู้นั้นก็ดูจริงใจไม่น้อยนะ"จ้าวอี้หยางเสริมเช่นนั้นด้วยเหตุการณ์ในงานเลี้ยงที่หวงจือเหว่ยทำเช่นนั้นต่อหน้าผู้คนนั่นแหละ
"ไม่รู้สิเจ้าคะ ข้าก็ไม่ได้ปิดกั้นให้มันเป็นไปตามที่มันควรจะเป็นเถอะ" จ้าวซินเยว่ไม่มีความเห็นเรื่องนี้ไม่ว่าจะเรื่องหวงจือเหว่ยหรือบุรุษผู้อื่นที่อยากจะสานสัมพันธ์แต่บุรุษทุกคนที่เข้าหานางก็ต้องยอมรับเรื่องที่นางยังมีเฉินจือหานในใจให้ได้
อีกอย่างเพราะจ้าวซินเยว่คนเดิมได้กล่าวว่าตัวเองได้แต่งให้กับหวงจือเหว่ยผู้นั้นถึงจะไม่มีอะไรยืนยันว่าสิ่งที่สตรีผู้นั้นพูดมันจะเกิดขึ้นกับตัวนางและนางก็ไม่รู้ว่าสตรีผู้นั้นได้ขัดขืนการแต่งงานบ้างหรือไม่ จึงไม่ได้คาดหวังกับชีวิตสักเท่าไหร่
เพราะนางวิเคราะห์มาแล้ว หากสตรีผู้นั้นแต่งกับหวงจือเหว่ยด้วยการเมืองตัวนางเองก็คงจะไม่พ้นชะตาเดียวกัน
"ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องเจอความรักดีๆและมีความสุขกับมันในสักวัน" หลี่หลินกล่าวจากใจจริง จ้าวซินเยว่เองก็ยกยิ้ม
นางเองก็หวังว่านางจะได้มีความสุขจริงๆ สักที
#####