
“มาทำอะไรกันตรงนี้ครับ” รัฐกรเดินมาตามเ้าสาวของตนเมื่อเห็นหล่อนหายไปนาน.
“อ่อ แม่เห็นยัยรสยังไม่ได้ทานอะไรั้แ่บ่ายก็เลยหาอะไรให้ทานรองท้องหน่อย”
“คนท้องก็แบบนี้แหละค่ะคุณรัฐ ต้องดูแลเป็พิเศษ”
“ยัยรสก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วด้วย เสี่ยงกับการแท้งมากเลย”
นางบอกลูกเขยโดยปูทางเื่สุขภาพที่ไม่แข็งแรงของลูกสาวขึ้นมาเพื่อเป็ข้ออ้างในแผนการต่อไปของนาง .
“แต่โชคดีหน่อยที่ไม่ค่อยมีอาการแพ้ท้อง ตอนแม่ท้องยัยรสแม่ก็ไม่ได้แพ้ท้องเลยเหมือนกัน”
“ยัยรสออกมาก็เลยเลี้ยงง่ายหน่อย”
นางพูดต่อจนกระทั่งรัฐกรชวนหล่อนและลูกสาวไปรับแขกที่ทยอยมาเรื่อยๆ ต่อจนกระทั่ง....
“เป็อะไรของแกนาะยัยรส ยืนทื่อเป็ท่อนไม้เลย” มาดามรัศมีถามลูกสาวแล้วหันไปมองยังฝั่งที่มธุรสมองอยู่
“ราเมศร์....!”
“ไอ้ราเมศร์!”
สองแม่ลูกใเป็อย่างมากเมื่อเห็นราเมศร์เดินเข้ามาในงาน โดยเฉพาะมธุรสเพราะเขากำลังเดินตรงมายังหล่อน
"นี่แกบอกมันหรอว่าแกแต่งงานวันนี้ ที่นี่!?" มาดามรัศมีถามลูกสาวอย่างร้อนใจ
"เปล่านะแม่ รสไม่เคยบอกราเมศร์เลย"
มธุรสรีบปฎิเสธ ในขณะที่รัฐกรกำลังเดินตรงไปเขา แล้วมันก็ทำให้หล่อนนึกเอะใจขึ้นมา.
ในขณะเดียวกันผู้เป็แม่เมื่อเห็นดังนั้นใจก็ยิ่งร้อนรุ่มเหมือนวัวสันหลังหวะเพราะระแวงว่าราเมศร์จะมาพังงานแต่งงานของลูกสาวเพื่อเป็การแก้แค้นที่ถูกบอกลา นางจึงรีบดึงมือลูกสาวให้รีบเดินตามรัฐกรไป
"แกต้องประกบคุณรัฐไว้นะ"
"เผื่อไอ้ราเมศร์มันหาเื่หรือพูดอะไรออกมาจะได้ยั้งทัน" นางกำชับลูกสาว ในขณะที่มธุรสกำลังทบทวนอะไรบางอย่างอยู่
.
"โผล่มาให้ฉันเห็นหน้าสักทีนะเ้าน้องชาย"
รัฐกรเอ่ยขึ้นในขณะที่มธุรสก็ถูกผู้เป็แม่ลากตัวมาถึงเ้าบ่าวของหล่อนอย่างพอดี.
"คุณมาพอดีเลยรส งั้นผมขอแนะนำให้รู้จักเลยละกัน"
"นี่เ้าราเมศร์ น้องชายของผม"
รัฐกรแนะนำให้หล่อนรู้จัก ในขณะที่ราเมศร์เพิ่งจะรู้เมื่อก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีว่าผู้ชายที่ทำให้มธุรสทิ้งเขามาเพื่อแต่งงานด้วยคือพี่ชายของตนเอง ชายหนุ่มจึงต้องหลบไปทำใจอยู่ครู่ใหญ่เพื่อห้ามไม่ให้ตัวเองขาดสติทำลายงานแต่งในคำคืนนี้และที่สำคัญดูเหมือนว่ารัฐกรจะไม่รู้เื่มาก่อนเลยว่าได้แย่งคนรักของน้องชายมา.
"น้องชาย!"
ทั้งมธุรสและแม่ของหล่อนอุทานขึ้นพร้อมกันเมื่อรัฐกรแนะนำเช่นนั้น หล่อนเองก็ลืมไปเสียสนิทเลยว่าราเมศร์กับรัฐกรนามสกุลเดียวกัน ซึ่งในตอนนั้นหล่อนคิดว่าทั้งคู่แค่บังเอิญนามสกุลเดียวกันเฉยๆ เพราะรัฐกรไม่เคยเปรยอะไรมาก่อนเลยว่ามีน้องชาย
ส่วนราเมศร์หล่อนก็รู้แต่เพียงว่าเขามีเพียงพี่ชายและแม่ที่อยู่เมืองไทยเท่านั้น ราเมศร์ไม่เคยพูดถึงฐานะหรือธุรกิจของที่บ้าน อีกอย่างด้วยความที่เขาเป็นักเรียนทุนมธุรสจึงคิดว่ามันเป็ไปไม่ได้เลยที่ราเมศร์จะมีความเกี่ยวข้องกับลูกเศรษฐีอย่างรัฐกรนอกจากความบังเอิญที่นามสกุลเหมือนกัน.....หล่อนพลาดอย่างมหันต์!
"มีอะไรหรอครับ?" รัฐกรแปลกใจกับท่าทีใจนเกินเหตุของสองแม่ลูก.
"เอ่อ....เปล่าค่ะ" มธุรสรีบปฎิเสธโดยที่หล่อนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าราเมศร์เลยสักนิด
"ก็คุณไม่เคยบอกรสมาก่อนเลยนี่คะว่าคุณมีน้องชายด้วย"
หล่อนอ้างกับรัฐกรและยังไม่กล้าสบตาราเมศร์ที่กำลังมองตนอยู่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก.
"นั่นสินะ ก็น้องชายผมมันไม่เคยโผล่หน้ามาให้เห็นเลยจนผมลืมไปแล้วว่ามีน้องชายที่คลานตามกันมาอีกคนหนึ่งนะสิ" รัฐกรบอกมธุรสพลางเหน็บแหนมน้องชายอย่างไม่จริงจังนัก.
"นี่คุณรส พี่สะใภ้ของแก"
แล้วรัฐกรก็แนะนำมธุรสให้น้องชายรู้จักโดยไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตนเพียงคนเดียวกระมังที่ไม่รู้เื่อะไรเลย ในขณะที่มธุรสกับแม่ของหล่อนแทบหายใจไม่ทั่วท้องอยู่แล้วเพราะระแวงว่าราเมศร์จะพูดความสัมพันธ์ระหว่างตนกับหล่อนออกมาหรือไม่ .
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่สะใภ้...."
ราเมศร์เอ่ยขึ้นโดยเน้นน้ำหนักเสียงที่ประโยคสุดท้าย นั่นจึงทำให้มธุรสกับแม่ของหล่อนรู้สึกโล่งใจโล่งใจขึ้นมา แต่มันก็ทำให้หล่อนรู้สึกละอายใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน .
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณราเมศร์" มธุรสจำต้องเอ่ยทักทายเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้เพื่อไม่ให้รัฐกรสงสัย.
"แหม แม่ก็นึกว่าคุณรัฐเป็ลูกชายคนเดียวซะอีกน่ะค่ะ” มาดามรัศมีเอ่ยแก้หน้า.
“ฉันมีลูกชายอยู่สองคนค่ะ”
เสียงของคุณหญิงนัยนาดังขึ้นโดยข้างๆ กายนางยังมีสุภาพสตรีอีกคนยืนอยู่ด้วย.
“แต่บังเอิญลูกชายคนนี้ของฉันดันบ้างานไปหน่อยเลยไม่ค่อยมีใครรู้จักน่ะ”
คุณหญิงนัยนาเหล่มองลูกชายคนเล็กของนาง แล้วหันมาให้ความสำคัญกับสุภาพสตรีทั้งสองที่นางตั้งใจพามา.
“นี่ไงคะคุณหญิงสโรชิณี ราเมศร์ลูกชายคนเล็กของฉัน”
คุณหญิงนัยนาแนะนำราเมศร์ให้คุณหญิงสโรชิณีรู้จัก ในขณะที่มาดามรัศมีรู้สึกโล่งใจอยู่ไม่น้อยที่คุณหญิงนัยนาพาคนอื่นมาช่วยละความสนใจจากราเมศร์ไปได้
แต่ต่างจากมธุรสที่กำลังมองาาวดีซึ่งยืนอยู่ด้านหลังคุณหญิงสโรชิณีด้วยเซ้นต์บางอย่างที่ทำให้หล่อนทั้งรู้สึกกลัวและไม่ชอบผู้หญิงตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่แน่ๆคือเธอคนนี้สวยมากจนทำให้ใจหล่อนเริ่มหวาดระแวงขึ้นมา.
"ราเมศร์จำคุณอาได้มั้ยลูก" คุณหญิงนัยนาถามลูกชาย
"จำได้ครับ สวัสดีครับคุณอา" ราเมศร์ยกมือไหว้ผู้าุโกว่า
"โตขึ้นเยอะเลยนะคะ" คุณหญิงสโรชิณีเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความชื่นชม
"อาได้ข่าวว่าตอนนี้ธุรกิจที่เธอลงทุนกำลังไปได้สวยเลย ยินดีด้วยนะจ้ะ"
สโรชิณีนั้นติดตามข่าวคราวของว่าที่ลูกเขยด้วยความชื่นชมจากคุณหญิงนัยนามาโดยตลอด.
"ขอบคุณครับคุณอา"
"น่าปลื้มใจแทนคุณพี่นัยนานะคะที่มีลูกชายทั้งเก่งแล้วก็หล่อมากด้วยถึงสองคนเลย" คุณหญิงสโรชิณีพูดต่อ
"คุณน้องก็พูดเกินไปค่ะ"
คุณหญิงนัยนาพูดขึ้น แต่ลึกๆ นางก็ภูมิใจในตัวลูกชายทั้งสองอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของนาง.
"จริงสิ มัวแต่พูดกันเพลินจนลืมแนะนำหนูปรางกับราเมศร์ให้รู้จักกันเลย" คุณหญิงนัยนาเอ่ยขึ้นอย่างนึกขึ้นได้
"นี่หนูปรางไง ลูกจำน้องได้รึเปล่า"
คุณหญิงนัยนาถามลูกชาย แต่ราเมศร์ในตอนนี้นั้นหัวใจบอบช้ำเกินกว่าที่จะให้ความสนใจกับคนที่อยู่ตรงหน้าได้และไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกแย่มากแค่ไหน.
"อ่อครับ"
ราเมศร์พยักหน้าให้ผู้เป็แม่ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไราาวดีนัก แน่นอนว่าทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของมธุรสและมันก็สร้างความพอใจให้กับหล่อนอยู่ไม่น้อย ทำไมหล่อนจะมองเจตนาของแม่สามีไม่ออกเล่าว่านางกำลังหาผู้หญิงให้ราเมศร์อยู่ .
"คงจำไม่ได้น่ะค่ะ ก็เด็กสองคนนี้เจอกันเมื่อตอนเด็กๆ แค่ไม่กี่ครั้งเอง"
คุณหญิงนัยนาจำต้องแก้ต่างกับคุณหญิงสโรชิณีแทนเมื่อลูกชายของนางแสดงออกมาเช่นนั้น ในขณะที่าาวดีอดที่จะน้อยใจกับการกระทำของเขาเสียไม่ได้
ครั้งแรกตอนหน้าห้องน้ำเธอก็พอจะเข้าใจได้ว่าเขาคงจะไม่รู้จักเธอหรือจำกันไม่ได้จริงๆ แต่ครั้งนี้คุณหญิงนัยนาก็แนะนำอย่างเป็ทางการแล้วว่าเธอเป็ใครและคิดว่าราเมศร์เองก็คงไม่ลืมเหมือนกันว่าผู้ใหญ่ได้จัดการขอหมั้นหมายเธอกับเขาไว้ แต่ราเมศร์ก็ยังทำเมินเฉยกับเธออีก....ในขณะที่หญิงสาวกลับเฝ้ารอคอยเขาอยู่ทุกวันจนวันนี้มาถึง.
"ทักทายน้องหน่อยสิ"
คุณหญิงนัยนากระตุกแขนลูกชาย ราเมศร์จึงต้องทักทายาาวดีไปตามมารยาท
"ถ้าจำไม่ผิด เมื่อกี้เราเจอกันหน้าห้องน้ำแล้วนะครับ" ราเมศร์เอ่ยกับเธอ
"ค่ะ ปรางต้องขอโทษคุณราเมศร์อีกครั้งนะคะ"
"ปรางเดินไม่ระวังเอง"
าาวดีใจชื้นขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยเหตุการณ์เมื่อครู่เขาก็ยังพอจำเธอได้บ้าง แต่ทำไมท่าทีและแววตาคู่นั้นถึงดูเศร้านักล่ะ
เขามีเื่ไม่สบายใจอยู่งั้นหรือ?
..........................
ไรท์ขออนุญาตฝากนิยายกากๆ ไว้อีกสักเื่นะคะ.