เราจะอยู่ที่แห่งนี้อีกนานเพียงใด? ซูิที่รับฟัง ทำหน้างุนงงอยู่บ้าง “เรา?..เราอันใด?..ท่านจะไปไหนก็เื่ของท่าน ข้าจะไปไหนก็เื่ของข้า จะมีคำว่าเราอันใด?”
หยินชิงที่ได้รับฟังนางถอนหายใจเพียงเล็กน้อย “หากท่านไม่มีเื้ั ท่านอยากไปที่ใดก็ไป แต่จากที่ดู ทั้งความทรุดโทรมของตัวท่าน ทั้งาแเก่าใหม่นับไม่ถ้วน ไหนจะท่านที่เหน็ดเหนื่อยจนปิดไม่มิด แต่ยังแสร้งฝืน ร่างที่นั่งโงนเงนของท่าน ไม่ว่าผู้ใดผลักมือออกก็คงล้มลง” ซูิคิ้วขมวดเข้าหากัน แม้มันรู้ว่าแม่นางผู้นี้ไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะร้ายถึงเพียงนี้ ภายในของซูิหวั่นไหว แต่แววตาท่าร่างยังคงแข็งกร้าว หยินชิงถูกจ้องกลับมาด้วยแววตาลึกล้ำ นางยิ้มวูบหนึ่งก่อนเอ่ยต่อ
“สิ่งที่ข้าจะถามต่อไป ขอให้ท่านรับรู้ว่าข้าไร้เจตนาร้ายใดๆ…” หยินชิงหยุดครู่หนึ่ง นางหายใจลึกพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแหน่น
”ที่ท่านอยู่ผู้เดียวเช่นนี้…ท่านแยกกันกับฉีซิ่นแล้ว หรือ ฉีซิ่นสิ้นลงแล้ว?“ เสียงพูดอันอ่อนหวานแต่อานุภาพดั่งอัสนี ซูิแม้ยังกอดอก แต่สายตาที่มองไปดุร้ายยิ่ง ลมปราณแผ่ไปตามฝ่ามือสองข้างโดยไม่รอคำสั่ง หยินชิงที่เห็นท่าไม่ดี นางรีบเผยมือออก แสดงท่าทีว่านางไม่อันตราย หญิงสาวถอยห่างไปหลายก้าว “ทะ..ท่าน โปรดเชื่อข้า ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย!” น้ำเสียงของนางมีความสั่นครือ ”หากข้าจะทำร้ายท่าน หากข้าอยู่ฝั่งเดียวกับทางการ เพียงจุดพลุส่งสัญญาณ.” นางพูดไม่ทันจบก็ถูกซูิแทรกขึ้น “ข้ารู้ว่าเ้าไม่ได้มาร้าย แต่เพราะไม่เข้าใจเจตนาของเ้า ไม่รู้ว่าเข้าหาข้าด้วยผลประโยชน์อันใด เฮอะ! เ้าอันตรายกว่าพวกที่ตามล่าข้าเสียอีก!”
ชายหนุ่มตะคอกใส่ มันดันกายกับลุกขึ้นอย่างช้าๆ กล้ามเนื้อที่สั่นไปมาดั่งอ้อนวอนให้หยุดพัก แต่ซูิไม่รับฟัง หยินชิงที่ค่อยๆถอยกายออก นางหันหลังวิ่งหนีด้วยความเร็ว ดูไปนางถือว่ามีวิชาติดตัว แต่วิชาเท้าผีของซูิไม่อนุญาตให้นางเร็วกว่า มันดีดตัววูบเดียวก็ถึงตัว มือหยาบกร้านคว้าไปที่คอนาง มันจับนางกดลงพื้นด้วยความดุดัน
ซูิที่ค่อมอยู่้า มองลงไปเห็นร่างอ้อนแอ้นพยายามขัดขืน นางมองมาด้วยความโกรธแค้น ปรากฏน้ำใสเอ่อล้นออกมาที่ดวงตานางดูไปน่าเวทนา ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างกายนางหยุดดิ้นรน มีเพียงสายตาที่ไม่ยอมจำนน สติซูิพลันถูกดึงกลับมา “นี่เราจะฆ่าคนปิดปากงั้นหรือ? หรือข้าจะทำอะไรกับนาง นี่ข้าเป็อะไรไป?“ อารมณ์ของซูิเกิดความสั่นไหวรุนแรง มือหยาบที่เด็ดเดี่ยวกลายเป็สั่นเทา เขาค่อยๆถอนมือออกจากคอ ลุกออกจากตัวนาง
“ข้า..ขอ..อภัย” ซูิพูดโดยไม่กล้าสบตานาง หยินชิงยังคงนอนแผ่บนพื้นหญ้า นางไม่ตอบอันใดกลับมา มีเพียงเสียงสะอึ้นเลือนลาง ลมหอบหนึ่งพัดหวิวมา กรีดผ่านคนทั้งสอง ชายผ้านางวูปอ่อนๆตามลม หยาดน้ำตาเม็ดหนึ่งไหลผ่านหางตาของนางช้าๆ ก่อนจะซึมหายไปในผืนหญ้า อาภรณ์ที่เคยเรียบกลับยับย่นจากการฉุดกระชาก แต่นางยังคงดูสูงส่งเสียจนซูิรู้สึกว่าตนเองเป็เพียงก้อนหินหยาบกร้านที่บังอาจไปกระทบถูกแก้วมณี
หยินชิงค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ นางไม่จัดแจงเสื้อผ้าที่ยับย่นหรือปัดฝุ่นผงออกจากกาย แต่กลับปล่อยให้ความบอบช้ำนั้นเน้นย้ำความผิดในใจของซูิ นางใช้ปลายนิ้วปาดคราบน้ำตาเบาๆ “ขออภัยงั้นหรือ? ั้แ่เกิดมาข้าไม่เคยถูกผู้ใดตบตี” นางพูดพลางเดินสำรวจรอบตัวซูิ ชายหนุ่มอยู่ในท่ากุมมือพร้อมดวงตาที่หลุบต่ำ “ตรงนี้ก็าเ็ ตรงนั้นก็อักเสบ ตรงไหนก็ไม่ดี เ้าแค่ยืนยังตัวสั่นเพียงนี้ เหตุใดเมื่อครู่จึงดุร้ายยิ่ง” เวลาผ่านไป นางยังคงบ่นเจื้อยแจ้วไม่ขาดสาย ดั่งเป็มารดามัน ซูิเริ่มขบฟันแน่น “นี่! ได้โปรดบอกตรงๆกับข้าพเ้า ท่าน้าสิ่งใดจากตัวข้า“ คำถามจากซูิถูกถามออกไป เมื่องนางรับฟัง คล้ายทำปากจะพูดแต่ไม่พูด ชวนหงุดหงิดใจ “ข้า..ข้าคิดว่ามันน่าสนุกดี”
”หา?~”
”ข้ากล่าวตามความจริง“ นางไม่รอให้ซูิได้พูดแทรก ”ข้าพูดจริงๆ ข้าเดินทางตามหาคนผู้หนึ่ง อยู่ที่แสนไกล ระหว่างทางข้าบังเอิญเจอเ้า เลยแวะชมดู พอเห็นสารรูปเ้าาเ็ ่นี้เมืองหลวงสั่งไล่ล่าฉีซิ่น กับเด็กหนุ่มที่อยู่กับเขา บังเอิญอายุเ้าตรงกับที่ทางการประกาศ เด็กหนุ่มาเ็หลบหนีกลางป่าเขาเช่นนี้ในเวลาเช่นนี้ คงไม่ใช่เื่บังเอิญ คราแรกข้าไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่พอข้าถามเื่ฉีซิ่น เ้ากลับกลายเป็ดุร้าย ข้าจึงมั่นใจว่าเป็ท่าน ชายหนุ่มที่โดนไล่ล่า”
…“ข้าเดินทางผู้เดียวมาไกล..เลยคิดเพียงแค่ถ้ามีคนร่วมเดินทางคงสนุกขึ้น” ซูิมองไปยังหยินชิงที่เคยงดงามสูงส่ง บัดนี้นางเหมือนเป็เด็กสาวเอาแต่ใจผู้หนึ่ง “สนุกดี?..เ้าจะให้ข้าเชื่อได้อย่างไร” สถานการณ์ผันเปลี่ยน กลายเป็หยินชิงยืนกุมมือหลุบตาต่ำ ปล่อยให้ซูิสำรวจมองตน “ข้าถือว่าพูดความจริงทุกอย่างแล้ว ท่านจะเชื่อหรือไม่อยู่ที่ท่าน” นางเอ่ยเสียงอ่อยโดยไม่กล้าเงยหน้า
“งั้นข้าขอถาม เ้าเดินทางตามหาผู้ใด”
“พูดไม่ได้”
“เ้าแท้จริงแล้วคือใคร”
“พูดไม่ได้”
ซูิรู้สึกอับจนปัญญา ได้แค่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ท่านอย่าบีบคั้นข้าเลย ั้แ่เกิดมาหยินชิงผู้นี้ไม่เคยโป้ปด สิ่งใดที่บอกไม่ได้ ข้าจะไม่โกหก แต่ข้าจะไม่พูด”
นางเน้นคำว่า“ไม่เคยโป้ปด“ถูกเน้นย้ำเป็พิเศษ
”อย่างนั้นเ้าจะเดินทางไปที่ใด?“ หยินชิงที่ก้มหน้ามานานถึงกับเชิดหน้าขึ้น ”เทือกเขาหิมะหยกขาว“ ซูิแม้คาดว่าที่หมายปลายทางของนางคงไกลอยู่ แต่ไม่คิดว่าจะไกลเพียงนี้ เทือกเขาหิมะหยกขาว ระยะทางนับหมื่นลี้ ต่อให้เร่งรีบ นั่งเกวียนเดินทาง กว่าจะถึงที่หมายคงไม่ต่ำกว่าครึ่งปี ยิ่งหากเดินทางอย่างไม่มีแบบแผนเช่นนี้ ไม่ทราบสองปีจะถึงที่หมายหรือไม่ ซ้ำเมื่อสุดเขตทางเหนือ ต้องหาเรือสำเภาแล่นต่ออีกหลายร้อยลี้จึงถึงที่หมาย
“ข้าขอให้ท่านโชคดี หากมีวาสนาเราคงได้พบกันใหม่” ซูิประสานมือคำนับ เตรียมใช้ออกด้วยวิชาตัวเบา
“เดี๋ยว!” นางเอ่ยเรียกอย่างร้อนรน แต่ซูิไม่หยุดฟัง มันหมุนตัวเตรียมกระโจนออก ”ทิศนั้นมีกองทหารมือดีพักแรมอยู่!“ คำพูดนี้มีน้ำหนัก ซูิที่ได้ยิน มันกำลังพุ่งตัวออก ฉุดรั้งตนเองไม่อยู่กลิ้งไปตามพื้นหลายตลบ “ท่านตามข้ามานี่ ข้ามีสถานที่หลบซ่อนปลอดภัยที่หนึ่ง สามารถพักผ่อนได้” นางกล่าวเสร็จก็พุ่งตัวออกด้วยวิชาตัวเบา เป็เงาร่างเรือนรางใต้แสงจันทร์ ซูิดันตัวลุกขึ้น มองตามนาง เขาลังเลครู่หนึ่ง ก่อนพุ่งออกตามหยินชิงไป