#4Mok+Fai เพราะมันใช่มั๊ย?
@ Strom Pub
“มันเป็เชี่ยไรเมาเหมือนหมามาเป็อาทิตย์แล้ว”ซอลที่เพิ่งมาถึงเห็นสภาพหมอกก็ถามเวหาที่นั่งมองหมอกดื่มจนเมาแอ๋อย่างไม่คิดจะห้าม
“กูไม่รู้ มึงอยากรู้ก็ถามมัน” เวหาตอบเสร็จก็ยกแก้วขึ้นดื่มอย่างไม่คิดจะสนใจหมอก
“ไอ้หมอกมึงเป็ไรมีไรก็บอกพวกกูซิวะไม่บอกพวกกูจะรู้รึงัย” ซอลนั่งลงตรงข้ามกับหมอกแล้วถามด้วยสีหน้าจริงจังและเป็ห่วง
“เหอะ! พวก-มึง-นั่น-แหละ-ที่-ต้อง-บอก-กู”หมอกพูดด้วยเสียงยานคางเพราะเมาเต็มที่
“มึงพูดอะไรของมึงกูไม่เข้าใจ”ซอลทำหน้างงไม่เข้าใจกับคำพูดของหมอก
“หรือมึงเข้าใจ..ไอ้เวหา”ซอลหันไปทางเวหาอีกครั้ง
“......กูไม่เข้าใจ” เวหามองหน้าหมอกก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“กูก็ว่าอยู่”ซอลพยักหน้าให้กับคำพูดของเวหา แล้วหันกลับไปมองหน้าหมอกอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจเหมือนเดิม
“พวก-มึง-รู้-แต่-ทาม-มาย-ม่าย-บอก-กู....เอื๊อก...”หมอกเริ่มพูดอ้อแอ้เต็มที จนซอลเริ่มจะส่ายหัวกับสภาพของหมอก
เวหา Special
ผมได้แต่มองไอ้หมอกที่มันมาเมาเหมือนหมาที่ผับผมเป็อาทิตย์ ก็ั้แ่วันที่มันทำฝ้ายสติแตกนั่นแหละผมไม่รู้ว่าสองคนนั่นมีอะไรกันแต่ที่รู้คือฝ้ายต้องสำคัญกับไอ้หมอกแน่ ๆเพราะผมเคยเห็นรูปฝ้ายในห้องนอนของมัน ส่วนฝ้ายก็ชอบมีอาการแปลก ๆ เวลาที่เจอไอ้หมอก ผมไม่รู้ว่าที่ฝ้ายป่วยจะมีสาเหตุมาจากมันรึป่าว เพราะผมเองก็รู้เื่ของฝ้ายมาบ้างจากคุณน้าแม่ของฝ้ายท่านบอกผมทุกอย่างเพราะท่านไว้ใจผมและผมก็ไม่ควรทำให้ท่านผิดหวัง
“กูว่ามึงเมามากแล้วกลับเหอะเดี๋ยวกูไปส่ง” ผมได้แต่มองมันอย่างเอือมระอา
“ป่ะ เดี๋ยวกูช่วยมึงแบก”
.
“แม่ง! หนักชิบ!!”ผมกับไอ้ซอลโยนไอ้หมอกเข้าไปในรถอย่างทุลักทุเล
“กูไปส่งมันเอง” ผมบอกไอ้ซอล
“แล้วมึงเอามันขึ้นไหว?”
“กูให้ลูกน้องกูขับรถมันไปไว้ที่คอนโดมันด้วย”ก็ถ้ารถมันจอดอยู่ที่นี่พรุ่งนี้มันก็จะต้องให้ผมมาส่งมันเอาอีก เป็ภาระชิบ!!
“เออ งั้นกูไปล่ะนัดเด็กไว้”ไอ้ซอลมันพยักหน้าแล้วเดินไป
ผมเดินขึ้นรถเสร็จก็ต้องรีบเปิดกระจกลง
“นี่มึงกินหรืออาบวะ โคตรเหม็น”กลิ่นเหล้ามันหึ่งไปทั้งรถผมจนผมแทบจะเมาตามมันแล้ว
@คอนโดหมอก
“มึงกลับไปได้ละ”ผมบอกลูกน้องหลังจากที่ช่วยกันลากไอ้หมอกขึ้นมาบนห้องของมันแล้ว
“ครับนาย”
ผมเดินกลับเข้าไปห้องนอนไอ้หมอกอีกครั้งเห็นว่ามันลุกขึ้นมานั่งอยู่ที่ปลายเตียง ดูเหมือนมันยังพอมีสติ
“มึงโอเค?” ผมถามมัน
“.....” มันพยักหน้าแต่ไม่พูด
“รถมึงจอดอยู่ข้างล่างกูกลับละเมียรอ” ผมเดินเอากุญแจรถมันไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง แต่ก่อนที่ผมจะเดินออกมาจากห้องนอนของมัน
“พวกมึงจะบอกกูได้รึยังว่าฝ้ายเป็อะไร?” ถ้าผมไม่บอกมันจะฆ่าผมหรอวะ หน้าแม่งโหดสัส!!
“กูจำเป็ต้องบอกมึง?”แต่ผมรู้จักมันดี ผมมองกลับมันอย่างตาต่อตาไม่ต่างกัน
“หรือมึงคิดว่ากูไม่ควรรู้ว่าเมียกูเป็อะไร!!”มันพูดออกมาด้วยความน้อยใจ ถ้าผมมองไม่ผิดผมเห็นมันน้ำตาคลอนี่เป็ครั้งแรกที่ผมเห็นมันร้องไห้
“กูขอร้องล่ะ มึงช่วยบอกกูที”มันมองผมด้วยสายตาอ้อนวอน ก่อนที่มันจะก้มลงบนฝ่ามือหนาอย่างสิ้นหวัง
“ฝ้ายป่วยเป็โรคซึมเศร้า....กูช่วยมึงได้แค่นี้แหละ” ผมเดินไปตบบ่ามันเบา ๆก่อนจะเดินออกจากห้องของมันไป
หมอก Part
ถึงแม้ไอ้เวหามันจะเดินออกห้องของผมไปนานแล้วแต่คำพูดของมันยังวนเวียนอยู่ในหัวของผมพร้อมกับคำถามเป็สิบ ๆ ข้อ ‘ฝ้ายป่วยเป็โรคซึมเศร้า’จะเป็ไปได้ยังไงเพราะตอนที่ผมคบกับฝ้าย ฝ้ายเป็ผู้หญิงน่ารักและร่าเริงถึงแม้จะดูขี้อายก็เถอะ แต่ผมมั่นใจว่าฝ้ายไม่ได้ป่วยผมไม่รู้ว่าหลังจากวันที่เราพบกันครั้งสุดท้ายมันเกิดอะไรขึ้นกับฝ้าย แต่ยังไงผมก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอถึงหายไปโดยไม่บอก ผมนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองนานหลายชั่วโมงจนรู้สึกว่าตัวเองเริ่มอ่อนล้าผมตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นแล้วกลับมาบนที่นอนตัวเองอีกครั้ง ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ตีสามครึ่ง ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ใจผมแทบอยากจะไปหาเธอด้วยซ้ำแต่ผมกลัวว่าถ้าผมไปตอนนี้ฝ้ายจะใ แต่ยังไงพรุ่งนี้ผมไม่พลาดแน่
@ มหาวิทยาลัยแอสตันอาร์
ฉันมาถึงมหาวิทยาลัยก็มานั่งที่โต๊ะประจำกลุ่มเหมือนเดิมแต่วันนี้ที่ดูเงียบๆ ก็เพราะคนอื่นไม่มีเรียนปกติฉันก็มักจะมาถึงก่อนเวลาตลอดแหละกลัวว่ารถจะติดอีกอย่างฉันพยายามที่จะไม่อยู่ห้องคนเดียวถ้าออกมาข้างนอกอย่างน้อยก็จะได้ไม่รู้สึกเหงา ระหว่างที่ฉันนั่งรอเข้าเรียน เหลือเวลาอีกตั้ง 30 นาทีแน่ะคิดถึงเ้าตัวเล็กจังไม่เจอกันตั้งหลายวันแล้ว ฉันรีบกดโทรออกทันที
อืดดดดด อืดดดดดดด อืดดดดดดด
(ม่ามี้ค้าบบบบ)
“ว่างัยครับคนเก่ง คิดถึงจังเลยครับ”ฉันยิ้มให้กับเด็กน้อยที่อยู่ในโทรศัพท์นั่น
(คิดถึงม่ามี้)
“ม่ามี้ทำธุระเสร็จจะรีบกลับไปหานะครับ”
(อยากกินติม)
“กลับไปคราวนี้ม่ามี้พาไปนะครับ”
(เย้ๆๆๆๆ)
“แต่คนเก่งต้องสัญญาว่าจะไม่ดื้อนะครับ”
(ก้อนเมฆไม่ดื้อค้าบบบ)
“น่ารักที่สุดครับ ม่ามี้ต้องวางสายแล้วเอาไว้ม่ามี้จะโทรไปหาอีกนะครับ”
(ค้าบบบบ)
ฉันกดวางสายแต่ตัวเองยังคงยิ้มไม่หุบเมื่อคิดถึงความน่ารักของเ้าตัวแสบมีความอยากกินไอติมด้วย แล้วฉันก็ลุกเก็บของเพื่อเตรียมจะเดินเข้าห้องเรียน
“คุยกับใคร?”
“....!!...”ฉันใที่หันมาเห็นว่าหมอกยืนอยู่ข้างหลังฉัน
“ฉันถามว่าคุยกับใคร?!!”เขาถามเสียงแข็งย้ำฉันอีกครั้ง เพราะฉันยังไม่ยอมตอบเขา
“.....ก้อนเมฆ” ฉันตอบไปตามความจริง
“ใคร?!”เขาถามกลับมากอีกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แล้วนี่เขามาทำอะไรแต่เช้า เขาไม่มีเรียนนี่แต่ก็ช่างเถอะมันไม่ใช่เื่ของฉัน
“หลีกทางหน่อย ฉันมีเรียน”ฉันไม่จำเป็ต้องตอบเขา แล้วตอนนี้ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนแล้วด้วย
“ตอบฉันก่อน” หมอกยังไม่ยอมหลีกทางให้ฉัน
“ฉันไม่จำเป็ต้องตอบ”ฉันกับเขาเราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน โดยเฉพาะเื่ส่วนตัวฉันก็ไม่จำเป็ต้องบอกใครรู้
“คนรักของเธอ?”นี่เขาจะอะไรกับฉันนักหนานะ ถ้าแบบนี้ฉันคงเข้าเรียนสายแน่ๆ
“ใช่ พอใจรึยัง” ฉันตอบให้มันจบ ๆ ไป
“รักมัน!”คงหมายถึงก้อนเมฆซินะ
“ใช่ฉันรักเขา” ฉันตอบความจริงที่สุด ที่ฉันอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะก้อนเมฆลูกชายคนเดียวของฉันเท่านั้น
“คบกันนานแล้ว”แล้วนี่ฉันจะได้เข้าเรียนมั๊ยเนี๊ยะ -__-
“อืม นานมากแล้ว”
“แล้วที่...”แต่ก่อนที่เขาจะถามอะไรต่อฉันก็รีบพูดขึ้นก่อน
“นี่นายจะถามอีกนานมั๊ย ฉันรีบไปเรียน!” ฉันพูดออกมาอย่างหงุดหงิดนิดๆ อุตสาห์มาเรียนแต่เช้าแต่ถ้าจะต้องเข้าเรียนสายเพราะเขาละก็ ฉันไม่ยอมแน่ ๆ
“ฉันขอถามอีกแค่ข้อเดียว” สีหน้าจะจริงจังไปไหนแต่ก็เอาเถอะ..อีกแค่ข้อเดียว
“ก็ได้” ฉันพยักหน้าให้เขาไป มันงั้นคงไม่จบแน่อีกอย่างเขาก็ถามฉันดี ๆ ตอบ ๆ ไปก็คงจบฉันไม่อยากมีปัญหา
“ที่เธอหายไปตอนนั้นเป็เพราะมันใช่มั๊ย?” หมอกถามฉันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ที่นิ่งกว่าก็คงจะเป็ฉันนี่แหละเพราะคำถามของเขามันกระแทกใจมันอย่างจัง
“...ใช่...ที่ฉันหายไปก็เพราะเขา”ฉันตอบแค่นั้นก็เดินเลี่ยงออกมา โดยที่หมอกเองก็ไม่ได้ห้ามเหมือนตอนแรกฉันรีบเดินออกมาทั้งที่ในใจอยากรู้ว่าเขาจะเป็ยังไง เขาจะยังยืนอยู่ที่เดิมหรือว่าเขาจะเดินไปโดยที่ไม่รู้สึกอะไร แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะหันกลับไปมอง สุดท้ายฉันได้แต่รีบเดินให้ถึงห้องเรียนให้เร็วที่สุดเท่านั้น