ผมมีความลับอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกใครจะมีก็แต่ไอ้อาร์ทกับไอ้โอมที่รู้ ซึ่งพวกมันเป็ลูกของลุงผมเองหรือที่เรียกกันว่าลูกพี่ลูกน้องนั่นแหละ มันเป็ญาติสองคนที่เหลือของผม
ไอ้โอมมันอายุ 27ปี ตอนแรกตกงานเลยมาช่วยงานร้านเหล้าของพ่อมัน เมื่อปีที่แล้วพ่อมันตายเพราะอุบัติเหตุไอ้โอมมันเลยเข้ามาดูแลแทนอย่างจริงจัง มันเป็พี่ใหญ่ของบ้านและมักตักเตือนเื่ที่ผมทำผิดอยู่บ่อยๆ
ไอ้อาร์ทมันเป็น้องไอ้โอมแก่ว่าผม 1 ปี มันเรียนอยู่ปีสามคณะศิลปกรรมซึ่งอยู่ติดกับคณะผมไอ้อาร์ทเป็พี่ที่มักพึ่งพาไม่ค่อยได้เพราะเวลาผมทำเื่เหลวไหลก็มีมันนี่แหละเป็ผู้ช่วยเราเลยมักจะโดนไอ้โอมด่ากันอยู่บ่อยๆ
“เธอดูคนที่กำลังชงเหล้าคนนั้นดิ ที่ใส่เสื้อดำๆอ่ะ โคตรหล่อเลย”
“จริงๆ คนที่ใส่เสื้อฟ้าก็หล่อนะ ดูแล้วหน้าตาคล้ายๆกัน”
“อืม…เ้าของร้านก็หล่อที่นี่คัดหน้าตากันรึไงนะ!”
“แต่คนเสื้อดำ ดูดิบๆ เถื่อนๆดีนะ”
เสื้อฟ้าน่ะไอ้อาร์ทส่วนผมก็ใส่เสื้อดำเป็ประจำอยู่แล้วแต่ก็ยังดีที่ยังใช้คำว่า ดิบๆ เถื่อนๆ ไม่มี คำว่า ’ถ่อย’ ผสมมาด้วย ผมมักจะถูกพูดถึงแบบนี้ประจำเมื่อมาช่วยงานที่ร้านเหล้าไอ้โอมมันจะเรียกว่าช่วยงานก็คงไม่ได้หรอก เรียกว่าเฝ้าให้มันเลยก็ได้เพราะผมย้ายมาอยู่ที่ชั้นสองของร้านั้แ่เมื่อเดือนก่อนแล้ว
“ทำไมเวลามึงอยู่ที่มหาลัยไม่ทำตัวแบบนี้วะ?”
“แล้วมึงจะทำไม!”
“กูก็ไม่ได้อยากเสือกหรอกหรือว่ามันเกี่ยวกับเื่นั้น?”
“เออ!”
ต้องย้อนไปสมัยที่ผมยังเรียนอยู่ม.ปลาย มันมี่เื่ที่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอด !มันเป็ความลับมาตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา
“แม่ง! กูล่ะสงสารมึงจริงๆ”
“เออ!ทำงานของมึงไป!”
“ร้านนี้เด็ดจริงๆว่ะ”
“เออ สาวๆโคตรแจ่มเลย”
“หนุ่มก็แจ่มมึงดูคนชงเหล้าเสื้อดำกับเสื้อฟ้าดิ เป็กิ๊กกันป่ะวะ”
“เอาอีกแล้วนะจ๊ะจ๋ามึงจะจับคู่ผู้ชายหน้าตาดีทุกครั้งที่เห็นไม่ได้หรอกนะ”
มีกลุ่มชายหญิงเดินกันมา4 คน เสียงคุ้นๆนะ ผมเงิยหน้าไปมอง เอาอีกแล้ว!ไอ้แก๊งสี่ยอดกุแมว มันจะมาตามล้างตามผลาญผมไปถึงไหน ไปผุดไปเกิดกันได้แล้วไป๊!!
“ไอ้โต๋มึงรู้จักร้านนี้ได้ไงวะ?”
“คราวก่อนน้องชมพู่มากูมา”
“อ่อ ผู้หญิงอีกแล้วมึงนี่มันสเน่ห์แรงจริงๆ”
“แล้วน้องบอลของกูล่ะมึงเขี่ยทิ้งไปแล้วเหรอ?”
“อืม…น้องมันก็ดีนะแต่ตามกูแจเลย กูเลยเลิกไปแล้ว”
“ไอ้น้องบอลที่เป็เดือนคณะสังคมอ่ะนะ”
“เออดิมันกิ๊กกั๊กกันอยู่เป็เดือนเลยนะ”
เหอะ! ไอ้ตุ๊กแกได้ทั้งผู้ชายผู้หญิงเลยนะมึง มีดีแค่หน้าตาจริงๆ
“มึงไม่ลองจีบคนเสื้อดำดูอ่ะโคตรหล่อเลย เห็นแล้วกูฟินมาก”
จ๊าจ๋าคนสวยอย่าพยายามเอาไอ้ตุ๊กแกนั่นมายัดเยียดให้ผมเลยหลอนเปล่าๆ
“บ้าเหรอมึง! ตัวเท่าควายกูชอบตัวเล็กๆน่ารักๆหรอก กูกลัวหมีตะปบกูตายซะก่อน”
เฮ้ย!!ไอ้ตุ๊กแกวอนซะแล้ว เดี๋ยวว่าผมเป็ควาย เดี๋ยวว่าเป็หมี จะเอาไงมึงว่ามาเลย
“แต่พี่เขาโคตรเท่เลยน้ามึงว่ามั้ยไอ้บดินทร์”
“ไอ้บดินทร์!”
“เชี่ย มันหลับ มึงก็ช่างกล้า ในร้านเสียงดังขนาดนี้ยังหลับได้อีก”
“ไอ้ไข่ย้อยมึงเรียกมันดิ๊”
“ช่างมันดิจะได้ไม่ตื่นมาแย่งเหล้ากูแดก”
นี่ล่ะครับ บทสนทนาของพวกมัน4 คน ไม่เคยมีสาระประโยชน์อะไรหรอก นอกจากโชวความเ้าชู้ของไอ้ตุ๊กแกความเป็สาววายของจ๊ะจ๋า ความกากของไอ้ไข่ย้อย และความขี้เซาของไอ้บดินทร์มัน
“นั่นมันพวกเพื่อนร่วมภาคมึงไม่ใช่เหรอ?”
“ภาคเดียวกับกู แต่ไม่ใช่เพื่อนกู”
“เมื่อไรมึงจะได้ใช้ชีวิตปกติกับเขาซักที”
“มึงนี่ก็จะเสือกอะไรกับเื่ของกูนักหนาตัวมึงเอาให้รอดก่อนเถอะ”
“เื่อะไร กูรอดตลอดแหละ”
“ไอ้โอมบอกว่าถ้ามึงตกอีกมันจะตัดเงินมึง”
“…เชี่ยโอม ไอ้พี่เลว กูจะไปเตะมัน!”
“แน่ใจเหรอมึงอ่ะ?”
“แหะๆ…ไม่แน่มึงอย่าไปฟ้องมันนะว่ากูด่ามันอ่ะ”
“เออๆ หยิบแก้วเปล่าให้กูสองใบ”
พวกเราสองคนไม่เคยได้ลืมตาอ้าปากได้ถ้าหากไอ้โอมมันโกรธ เพราะมันเป็คนที่ส่งเสียพวกเรา ถึงพ่อแม่ผมจะมีเงินเก็บให้ก้อนใหญ่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดแต่บางเื่ก็ต้องอาศัยไอ้โอมมัน ที่สำคัญแม่งตัวใหญ่กว่าผมอีกถ้าเรียกตามไอ้สี่ยอดกุแมวมันเรียก ไอ้โอมก็เป็โคตรควายโคตรหมีแหละ หน้าก็โหดเหมือนนักโทษหนีคดีไม่รู้ว่ามันอายุ 27 หรือ 37 กันแน่
“ไอ้อ๋องวันนี้มึงช่วยเช็คสต๊อกเหล้าให้กูหน่อยบางตัวกูว่าต้องสั่งเข้าเพิ่มแล้ว”
ไอ้โอมมันเดินออกมาจากหลังร้านคงเดินไปดูศต๊อกของมา
“เออ กูเช็คให้”
“ไอ้อาร์ทเมื่อไรมึงจะเอาอย่างไอ้อ๋องมั่งไอ้ห่า! ช่วยงานอะไรกูไม่ได้เลย”
“ก็กูไม่ได้ฉลาดเหมือนไอ้อ๋องมันนี่”
“…มึงก็ยังอุตส่าห์ยอมรับว่าตัวเองโง่เนอะ!!”
“ท่านอ๋อง ไอ้โอมมันว่ากูโง่อ่ะ”
“…ไอ้โอม มึงก็อย่าไปว่ามันดิ๊ กูรำคาญ”
“ท่านอ๋องรำคาญไอ้โอมมันใช่มั้ย”
“รำคาญมึงนี่แหละ!”
ไม่รู้เป็อะไร ไอ้อาร์ทมันชอบมาฟ้องผมคิดว่าผมคงช่วยไม่ให้ไอ้โอมกระทืบมันได้รึไงกัน!
“ง่ะ ไม่เข้าข้างกูเลย ไอ้ท่านอ๋องชั่ว”
เฮ้อ! รอบๆตัวผมนี่มันจะมีคนปกติบ้างซักคนมั้ยวะ!
ไอ้สองตัวนี่ก็กัดกันได้ทุกวันเป็พี่น้องกันแท้ๆ ผมก็เลยต้องเป็คนกลางไกล่เกลี่ยให้ตลอด
“เธอ ดูสามคนนั้นยืนด้วยกันดิโคตรฟินเลย”
“อืม โคตรเท่อ่ะ ไม่รู้จะเลือกใครดี หล่อทุกคนเลย”
“ใช่ หน้าหล่อ หุ่นแซ่บ น่ากัดกล้ามมว๊ากกก!!”
สามสาวสองลูกค้าประจำไม่รู้มากินเหล้าหรือมาดูคนชงเหล้ากันแน่ มาเกือบทุกวันสายเปย์จริงๆ เป็ลูกค้าวีไอพีของร้านเลยก็ว่าได้บางทีก็ลวนลามผมอยู่บ่อยๆ ก็พวกลูบแขน หยิกแก้มอะไรงี้ ไม่ได้ลามกอะไรมากมาย
“สวัสดีค่ะ น้องโต๋วันนี้ดูหล่อเป็พิเศษเลย”
“แหม ผมก็หล่อทุกวันแหละครับ”
“อืมๆ จริงค่ะ แล้วหลังจากนี้จะไปไหนต่อคะ”
“ผมไปค้างห้องพี่เชอร์รี่ได้มั้ยล่ะครับ”
“ได้สิจ๊ะ”
แล้วสาวสวยนามว่าเชอร์รี่กับเพื่อนก็เดินแยกออกไปหลังจากนัดแนะให้หนุ่มรุ่นน้องไปค้างที่ห้อง คงมากกว่าแค่นอนค้างเฉยๆอ่ะครับ
“อีกแล้วนะมึงอ่ะ”
“ไปตรวจเืบ้างนะ เผื่อเป็เอดส์”
“เฮ้ย!!กูป้องกันทุกครั้งน่า”
บางทีผมก็รำคาญเหมือนกันนะที่ต้องมานั่งฟังอะไรแบบนี้บ่อยๆแต่ก็อยากหาประสบการณ์เลยมาช่วยงานร้านไอ้โอมมัน ได้ผลจริงๆได้ทำั้แ่ตำแหน่งคนทำความสะอาดยันตำแหน่งผู้จัดการร้านเลย
“ไอ้อ๋องมึงไปเปลี่ยนทิชชูในห้องน้ำให้ทีลูกค้าบอกว่าหมดแล้ว”
“ไอ้อาร์ทไปไหน?”
“กูใช้มันไปซื้อไฟแช็กมึงไปให้หน่อยห้องน้ำชายนะ”
“…เออ แม่งใช้กูตลอด”
“กูไม่ว่างถ้าว่างก็ไม่กล้าใช่มึงหรอกครับท่านอ๋อง”
“…”
ประชดประชันเก่ง ขนาดไม่กล้ายังใช้กูไปเปลี่ยนทิชชูในส้วมถ้ากล้าไม่ใช้กูขัดส้วมเลยล่ะ โหมดแม่บ้านโอเพ่น!พอเข้าไปในห้องน้ำก็เห็นไอ้ตุ๊กแกมันยืนล้างมืออยู่ ผมก็ไม่ได้สนใจมันเข้าไปเปลี่ยนทิชชูในห้องน้ำด้านหลังมัน ยังดีที่ผมไม่ต้องขัดส้วมด้วยเพราะมันเป็หน้าที่ลูกน้องไอ้โอมมัน
“นี่นายชื่ออ๋องใช่มั้ย?”
“…”
ผมทำเป็ไม่ได้ยินเสียงมัน ี้เีคุย รำคาญมัน
“ถามไม่ได้ยินเหรอ?”
“…คุณมีอะไรรึเปล่า?”
“เปล่า…”
จะเรียกกูเพื่อ?ไอ้หน้าหล่อนี่! ว่างนักเหรอมึงอ่ะแต่ช่างมันเถอะหน้ามันแดงๆคงเมาล่ะมั้ง ไม่อยากถือสาคนเมา
“นี่นาย!”
“…”
อะไรอี๊ก ??มันเรียกผมอีกละ ผมทำเป็ไม่ได้ยินเลยแกล้งเนียนเดินออกจากห้องน้ำ
‘พรึ่บ’
ไอ้ตุ๊กแกมันกระชากแขนผม มึงจะทำอะไรกู๊จะลวนลมกูในห้องน้ำเหรอะ!!
“ถุงยางมึงตก”
มันชี้ไปที่รองเท้าผม ผมเลยมองตามก็เห็นตีนผมเหยียบซองสี่เหลี่ยมเล็กๆอยู่ไอ้ผมก็ใสซื่อ ยืนงงๆอยู่
“…ม…ไม่ใช่ของผม”
กูยังซิงไม่เคยพก ไอ้ห่า!!ของไอ้ตุ๊กแกมันแน่นอน
“เหรอ…งั้นมึง…ก็ยังซิงอยู่ล่ะสิ”
“…ผ…ผมขอตัว”
ผมรีบเดินออกมาจากห้องน้ำทันทีไอ้เชี่ย!!มาถามเื่อะไรแบบนี้ จะให้กูตอบยังงายยย ยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ อีกกูหลอนนน
เช้านี้ผมก็แต่งตัวไปเรียนอย่างเช่นทุกวันใส่เสื้อสีมอๆตัวใหญ่ๆ กางเกงเอวสูง รองเท้าสีเน่าๆที่ไม่ค่อยได้ซัก สวมแว่นตารูปร่างโบราณๆอย่างเช่นเคยผมไม่ได้สายตาผิดปกติหรอกแค่ใส่ปกปิดใบหน้าเฉยๆเท่านั้นเอง
วันนี้ตอนเย็นพวกปีสองถูกรุ่นพี่ให้มารวมตัวที่หอประชุมบอกว่ามีเื่จะแจ้งคงไม่พ้นจะใช้งานอะไรอีกแน่นอน รุ่นพี่เรียกมักไม่ค่อยมีเื่ดีๆหรอกครับ
พวกพี่ปีสามออกมายืนหน้าหอประชุม 4-5 คน โดยมีปีสองนั่งอยู่ที่พื้นห้องเป็แถวๆคล้ายๆรับน้อง
“วันนี้ที่พวกพี่ๆเรียกน้องๆปีสองประชุมเพราะว่าเราจะมีงานเกษตรแฟร์ที่จะจัดที่จังหวัดเชียงรายเรา้าปีสองซัก 10 คนไปช่วยงานค่ะ มีใครอาสาจะไปช่วยงานพวกพี่มั้ยครับ”
ว่าแล้วเชียว บรรยากาศมันใช่งานใช้แรงงานก็มา
“พอดีว่ามีพี่ปีสามจะไปประมาณ 20 คนค่ะเลยอยากได้ปีสองไปช่วยงานหน่อย ใครจะไปลงชื่อได้ที่พี่นะคะ”
“พี่แล้วไปกี่วันครับ?”
“5วัน 4 คืนครับน้อง”
เงียบ…อย่างนี้แหะครับภาคผมไม่ค่อยมีใครเสนอตัวหรอกอย่างคราวที่แล้วจัดบูธจ๊อบแฟร์ก็ไม่มีใครอาสาเลยต้องจับฉลากกันแล้วผมก็ซวยไงแต่เป็งานที่จัดที่หมาวิทยาลัยก็ไม่ต้องเตรียมอะไรมากมาย
“น้องๆเงียบมาก…งั้นใช้วิธีเดิมเนอะ!จับฉลากกันดีกว่าค่ะ”
รุ่นพี่เหมือนจะรู้นะเตรียมกล่องใส่ฉลากออกมาแล้ว
“เอาล่ะค่ะเดี๋ยวน้องๆออกมาจับได้เลยพี่้า10 คนนะคะอยู่ฟรีกินฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยแค่ไปช่วยจัดบูธเท่านั้นเองค่ะ”
พวกปีสองทยอยออกไปจับฉลากหวังว่าคราวนี้ผมคงไม่ซวยจับได้อีกหรอกนะ แต่เชียงรายผมก็ยังไม่เคยไปเลย
แก๊งค์สี่ยอดกุแมวทยอยเดินออกไปจับท่าทางแต่ละคนนี่ทำหน้าเบื่อหน่ายกันอย่างชัดเจนโดยเฉพาะไอ้แมวส้มตุ๊กแกทำหน้าโคตรเบื่อโลก ทีเห็นผู้หญิงทำหน้ากระดี๊กระด๊าเหมือนแมวได้กินปลาทู
“น้องๆเปิดฉลากดูรึยังครับ”
“เปิดแล้วค่า/ครับ”
“เห็นอะไรมั้ย?”
“ไม่เห็นค่า/ครับ/มีตัวเลขครับ”
“เอาล่ะครับ ใครที่ได้หมายเลข 1-10 ต้องไปเป็ทีมสตาฟจัดบูธส่วนใครได้กระดาษเปล่าไม่ต้องไปครับ”
“ไม่ไปได้มั้ยครับ/ค่ะ”
ดูทั้งภาคจะให้ความร่วมมือเป็อย่างมากครับไม่มีใครอยากไปเลย!
“ไม่ได้ครับ ใครได้หลายเลข 1-10 ออกมาโชวตัวหน่อยค่ะพี่จะให้ลงชื่อไว้ก่อนเนอะ เดี๋ยวพวกเราชิ่งพี่จะได้ตามถูก”
ปีสองคนที่ได้เลข 1-10 ทยอยเดินออกไปที่หน้าห้องประชุมรวมถึงตัวผมด้วย !! เฮ้ยยย! โดนอีกแล้วทำไมดวงซวยอย่างนี้วะ!
“ว้าวๆสี่ยอดกุแมวได้ทั้งทีมเลยเหรอดีมากๆ ลงชื่อที่พี่เลยค่ะ”
เหอะ! ต้องไปกับทีมไอ้ตุ๊กแกจนได้ ยิ่งไม่ค่อยอยากจะเจอมันอยู่ด้วยกลัวมันจำได้
“อ้อน้องแว่นก็มา ดีครับทีมเราจะได้ดูฉลาดๆแต่ท่าจะให้ดีน้องน่าจะไปตัดผมหน่อยนะพี่ว่า”
อย่าดีกว่าครับ เดี๋ยวความลับแตกให้ผมอยู่อย่างนี้แหละดีแล้ว
“นัดกันเลยดีกว่าเนอะ วันมะรืนให้น้องๆทั้ง10 คน มารอที่หน้าหอประชุมเวลาห้าโมงเย็นเพื่อเตรียมขนของขึ้นรถเราจะออกเดินทางกันตอนหนึ่งทุ่มตรงครับ”
“ใครไม่มาพวกพี่ๆจะไปตามล่าที่หอพักนะคะเพราะพวกพี่ๆมีที่อยู่ของพวกเราทุกคนแล้ว”
พวกพี่ๆแม่งก็เก่งเนอะรู้ไปหมด ถ้ามีคนไม่มาพวกพี่มันคงไปตามลากคอที่หอกันจริงๆ
“เอาล่ะครับทุกคนแยกย้ายกันได้ขอบคุณทุกคนที่สละเวลามานะครับ”
หลังจากนั้นพวกปีสองก็แยกย้ายกันผมว่าผมน่าจะต้องไปทำบุญล้างซวยบ้างแล้วล่ะเพราะมันอาจจะเป็กรรมที่ผมไม่ค่อยได้เข้าวัดทำบุญก็ได้ ชีวิตเลยจะซวยๆหน่อยเกิดมาหน้าตาดีก็มีกรรมพออยู่แล้ว