ซูฉางเซิงบดขยี้เศษวิญญาณที่เหลืออยู่จากนั้นหันไปมองที่ประตูมิติ
“ตูม!”
แรงปะทะอันทรงพลังจากการระเบิดตัวเองของผู้เป็นอมตะ ทำให้ประตูมิติขยายกว้างขึ้นหลายร้อยจั้ง
วังวนแห่งดาราจักรขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้งราวกับจะกลืนกินดวงดาวทั้งหมดของจักรวาล กลุ่มดาวถูกดึงเข้าไปแปรเปลี่ยนเป็นประตูมิติ
อีกด้านหนึ่งกึ่งราชันเซียนอมตะมองเห็นความผิดปกติของประตูมิติได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังมาจากภายใน
คิ้วของเขาขมวดมุ่นเข้าหากัน
สายตาของเขาเจาะทะลุระยะทางอันไกลโพ้นประตูมิติที่กว้างกว่าสองร้อยจั้งจึงสามารถรับแรงกดดันของเขาไว้ได้และทำให้เขามองเห็นเงาร่างอีกฝั่งได้อย่างชัดเจน
ร่างในชุดขาวยืนอยู่เหนือวิถีแห่งเต๋า ชุดคลุมจักรพรรดิดาราโปร่งเบาไร้ฝุ่น
“เป็นเพียงมหาจักรพรรดิรึ!”
“ตายหมดแล้วรึ!”
เขารวบรวมสายตากลับมาด้วยความไม่เชื่อแต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
การที่อาณาจักรแห่งความมืดล้มเหลวในการรุกรานโลกแห่งเสวียนหวง ทำให้เขาโกรธเกรี้ยว
“บัดซบ!”
“ตูม!”
ทันใดนั้นเขายกมือขึ้น ฝ่ามือข้างหนึ่งแทรกเข้าไปในวังวนดวงดารา ครอบคลุมประตูมิติทั้งหมดและกดทับลงไปด้านใน
ภายนอกสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว
ทุกคนล้วนมองเห็นกึ่งราชันเซียนอมตะลงมือ เขาข้ามประตูมิติมาและลงมือจากอีกฝั่งที่แสนไกลต้องการทำลายถ้ำปิศาจและทวีปเจินเซิ่งทั้งหมด
หากผู้มีตัวตนเช่นนี้ปล่อยกลิ่นอายออกมาแม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนและแดนสวรรค์ฉางเซิงก็จะต้องพบกับความพินาศ
ทั้งโลกตกตะลึง!
ตราบใดที่เป็นผู้แข็งแกร่งไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่บรรลุสู่เซียนอมตะต่างก็สัมผัสได้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองมายังที่นี่ที่ซึ่งความน่าสะพรึงกลัวครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นเกรงว่าแม้แต่ดินแดนสวรรค์และโลกแห่งเสวียนหวงก็จะต้องพังทลาย
ยากที่จะไม่ดึงดูดสายตาของผู้คน
“ซู...จักรพรรดิสวรรค์กำลังมีปัญหาใหญ่แล้ว!”
มีบางคนจากอาณาจักรแห่งความมืดมิดต้องการลงมือ อยากสังหารเขาและทำลายพื้นที่นี้ไปพร้อมกัน
อักขระอมตะมากมายจากทุกทิศทางมารวมกันเพิ่มพลังให้กับแขนนี้ และโจมตีด้วยแรงอันแข็งแกร่งที่สุดของกึ่งราชันเซียนอมตะ
ซูฉางเซิงปกป้องเซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนไว้เบื้องหลังมองไปยังมือที่กำลังโจมตีเข้ามา
กลิ่นอายของกึ่งราชันเซียนอมตะนั้นยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขตราวกับร่างจริงมาปรากฏ
ในขณะนั้นทุกเผ่าพันธุ์ต่างสั่นสะท้าน ความกลัวและความหวาดหวั่นเข้าครอบงำจิตใจของพวกเขา
เมื่อแขนนี้เคลื่อนผ่านดวงดาวสั่นคลอน กลุ่มดาวก็ร่วงหล่น พร้อมกับความน่าสะพรึงกลัวอันไร้ขอบเขต
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้มีตัวตนเช่นนี้ทุกคนต่างก็รู้สึกไร้พลัง ไม่อาจต้านทานอำนาจเช่นนี้ได้
ซูฉางเซิงไม่สงบนิ่งอีกต่อไปสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย กระบี่เซียนอมตะต้าหลัวปรากฏขึ้นในมืออย่างเงียบๆพร้อมกับแสงที่สาดส่องออกมา
อย่าได้มองว่ากึ่งราชันเซียนอมตะมีเพียงแขนเดียวหากความแตกต่างมีมากเกินไป ถึงระดับนี้ ไม่ว่าจะมีอิทธิฤทธิ์สักเท่าใดท่าไม้ตายมากมายเพียงใด ก็สามารถถูกโจมตีด้วยหมัดเพียงหมัดเดียวนี้ได้
ไม่มีท่าไม้ตายใดที่จะใช้ได้ผล!
ซูฉางเซิงหรี่ตามองกึ่งราชันเซียนอมตะที่ลงมือ
ในชั่วพริบตา กระบี่เซียนอมตะต้าหลัวในมือก็ปลดปล่อยแสงเซียนบริสุทธิ์ออกมานับหมื่นสายส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นับพันดินแดนสวรรค์สามพันแห่ง ต่างไม่กล้าสงสัยในตัวจักรพรรดิสวรรค์ฉางเซิงผู้นี้อีกทั้งยังคิดไปถึงที่มาของเขาว่าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่สูงส่ง
อย่างไรก็ตามผู้ที่ลงมือในครั้งนี้เป็นถึงราชันแห่งความมืดมิดแม้ว่าจะยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตนั้นอย่างสมบูรณ์ ทว่าก็มีโอกาสบ้างแล้วและสามารถเป็นกึ่งราชันเซียนอมตะได้
ในเผ่าเซียนมีตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวฟื้นคืนชีพขึ้นมา สายตาเจาะทะลุทุกสิ่งกีดขวางและจับจ้องไปยังถ้ำปิศาจ พวกเขากำลังเฝ้าดูอย่างเงียบๆว่าซูฉางเซิงจะมีท่าไม้ตายกระไรในการรับมือกับทุกสิ่ง
หรือว่าจะต้องล้มเหลวและดับสูญไปกันแน่
ประตูมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนถึงขีดจำกัดที่สามารถรับได้มิฉะนั้นพลังของกึ่งราชันเซียนอมตะจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีก
เก้าเคล็ดวิชาจำแลงกาย การปลดปล่อยร่างอสูรปฐมกาล ทั้งหมดทำงานและปลดปล่อยกลิ่นอายที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากึ่งราชันเซียนอมตะเลย
ตูมตูม ตูม!
ซูฉางเซิงสามคนปรากฏตัวขึ้นในพิภพ แต่ละคนต่างก็มีพลังต่อสู้สูงสุดร่างกายของเขามีพลังอันไร้ขีดจำกัดแผ่ซ่านออกมา ราวกับว่ามันจะทะลุผ่านร่างกาย
ตอนนี้ทุกคนต่างก็เห็นแล้วว่าซูฉางเซิงนั้นผิดปกติพลังที่เขาปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งเกินไป และทั้งร่างของเขาเปล่งแสงออกมา
“ฟัน!”
ทั้งกายอาบไปด้วยแสงเซียนเปล่งประกายเจิดจ้า เมื่อเขายกกระบี่เซียนอมตะต้าหลัวขึ้นทุกคนก็รู้สึกถึงความอึดอัดอย่างรุนแรง
“อื้อ!”
เขาโบกกระบี่เซียนอมตะต้าหลัว ฟันไปข้างหน้าเสียงสะท้านแห่งวิถีแห่งเต๋าดังกึกก้อง ทำลายจักรวาล และฉีกสวรรค์ออกเป็นเสี่ยงๆ
กึ่งราชันเซียนอมตะกำลังจับตาดูอยู่ที่นี่ฝ่ามือกลายเป็นหมัด แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังอันแข็งแกร่งของมันได้
“ฉึก!”
แสงกระบี่แผ่ซ่านเกิดการระเบิดครั้งใหญ่หมัดของกึ่งราชันเซียนอมตะถูกแสงกระบี่ผ่าออกเป็นรอยร้าวราวกับอัญมณีล้ำค่า โลหิตเทพอมตะไหลนองกระดูกขาวโพลน น่ากลัวอย่างยิ่ง
“หึ!”
“ข้าจะดูว่าเจ้าจะแสดงออกมาได้สักกี่ครั้ง!”
กึ่งราชันเซียนอมตะเสียท่าไปเล็กน้อยพลังอมตะปกคลุมบาดแผลและสมานตัวอย่างรวดเร็วไม่ได้มีผลกระทบต่อความมุ่งมั่นของเขาที่จะสังหารจักรพรรดิสวรรค์ผู้นี้!
นิ้วกลายเป็นกระบี่สวรรค์กวาดล้างถ้ำปิศาจ ต้องการที่จะผ่าลงมา
ซูฉางเซิงปล่อยกระบี่เซียนและกำหมัดแน่น โจมตีขึ้นไปปะทะกับกระบี่สวรรค์ สังขารปิศาจอันยิ่งใหญ่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
หมัดจักรพรรดิสวรรค์ปะทะกับกระบี่สวรรค์เสียงดังเปรี๊ยง กระบี่ที่เกิดจากนิ้วถูกทำลาย
ทุกคนต่างตกตะลึง!
ถึงแม้กึ่งราชันเซียนอมตะจะลงมือจากอีกฝั่ง พละกำลังลดลงแต่ก็ไม่ควรจะอ่อนแอจนถูกทำลายกระบี่ถึงเพียงนี้
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน ซูฉางเซิงก็ปรากฏตัวขึ้นบนหลังมือของกึ่งราชันเซียนอมตะจับกระบี่เซียน และฟันลงไป
ฉึก!
โลหิตของกึ่งราชันเซียนอมตะพวยพุ่งขึ้นสูงเลือดสีแดงฉานท่วมท้นท้องฟ้า กลืนกินดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง
จักรพรรดิสวรรค์สามารถทำร้ายกึ่งราชันเซียนอมตะได้!
“อ๊ากก!” ราชันอมตะคำรามลั่น
อื้อ!
แสงอมตะบนแขนปะทุขึ้นและขับไล่ซูฉางเซิงออกจากหลังมือของเขาอย่างสุดแรง
เขาโกรธจัดพยายามที่จะข้ามประตูมิติหลายครั้ง ทว่าประตูมิติก็ยังคงอ่อนแอเกินไปสามารถรับได้เพียงแขนของเขาเท่านั้น
ไม่อาจปราบซูฉางเซิงได้เขาเริ่มคิดที่จะถอยทัพ และรอเวลาในวันหน้าเพื่อสะสางบัญชี!
แขนค่อยๆถอยกลับไปในวังวนประตูมิติ แต่ซูฉางเซิงจะยอมให้เขามีสิทธิ์ที่จะมาก็มาไปก็ไปได้อย่างไร!
พลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดในร่างกายถูกส่งไปยังกระบี่เซียนแสงเซียนที่ปล่อยออกมาทำให้ผู้คนลืมตาไม่ขึ้น ดวงดาวดับสูญ จักรวาลล่มสลายทุกสิ่งสั่นสะเทือน
ห่างออกไปหลายหมื่นลี้ จนกระทั่งฟันเข้าไปยังช่องทางประตูมิติอย่างรุนแรง!
“ตูม!”
แสงกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวส่องสว่างไปทั่วท้องนภา ตัดผ่านสายธารแห่งกาลเวลาบดขยี้กลุ่มดาวจำนวนนับไม่ถ้วน ผ่าจักรวาลออกราวกับกำลังเปิดฟ้า
บนฟ้าใสกระจ่าง บนดินขุ่นมัวแยกจากกันตลอดกาล
สีหน้าของกึ่งราชันเซียนอมตะดูไม่สู้ดีเขากลับถูกทำร้ายโดยสิ่งมีชีวิตระดับมหาจักรพรรดิ และเสียเลือดบริสุทธิ์ไปเล็กน้อย
ทันใดนั้นแสงกระบี่ที่ส่องสว่างก็ฟันมาจากวังวนดวงดารา ตรงไปยังศีรษะของเขา
กึ่งราชันเซียนอมตะตกใจแสงกระบี่นั้นทรงพลังเกินไป รวดเร็วจนเทียบได้กับสุดยอดของกึ่งราชันเซียนอมตะ
“ฉึก!”
แสงกระบี่ราวกับผ่าผ่านทองคำเซียนปลดปล่อยแสงอันงดงาม โลหิตสาดกระเซ็นเปื้อนท้องนภา และย้อมสีทุกสรรพสิ่ง
แขนขนาดใหญ่ร่วงหล่นลงสู่ประตูมิติถูกความว่างเปล่ากลืนกิน
ทุกคนต่างสั่นสะท้านหวาดกลัวจนพูดไม่ออก!
ซูฉางเซิงตัดแขนของกึ่งราชันเซียนอมตะโดยตรงทำให้ทั่วทั้งปฐพีตกตะลึง แม้แต่ที่ที่สูงส่งไกลโพ้นก็ยังจับจ้องมา
“นี่เป็นจักรพรรดิสวรรค์จริงๆ รึ”
“ดูเหมือนว่าข้าจะฝึกฝนจนเสียสติไปแล้ว!”
“ตราบใดที่ผู้นี้ก้าวเข้าสู่ทางแห่งเซียนอมตะ เกรงว่าจะต้องมีมหาอำนาจเกิดขึ้นและปราบปรามโลกแห่งเสวียนหวงทั้งหมด!”
เซียนหญิงศักดิ์สิทธิ์เต๋าเสวียนยืนอยู่ข้างหลังซูฉางเซิงอย่างสง่างามด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ ดวงตาของนางจับจ้องเขาด้วยความชื่นชม
ซูฉางเซิงยิ้มเล็กน้อยรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถตัดศีรษะของเขาได้
มองไปยังวังวนดวงดาราของประตูมิติ กระบี่จักรพรรดิโบกสะบัดและฟันไปยังที่แห่งนั้น
อาณาจักรแห่งความมืดมิดส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ข้าจดจำเจ้าไว้แล้ววันหน้าข้าจะต้องสะสางบัญชีแน่นอน!”
“หนวกหู!” ซูฉางเซิงแค่นเสียง
“ตูม!”
แสงกระบี่อันทรงพลังพร้อมกับความแข็งแกร่งที่ไร้ผู้ใดเทียบได้ปะทะกับประตูมิติ
หลังจากสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วังวนดวงดาราก็หยุดทำงานถูกความว่างเปล่ากลืนกินประตูมิติที่เชื่อมต่อระหว่างสองโลกถูกฟันทำลายด้วยกระบี่เดียว
ขัดขวางการลงมาของสิ่งมีชีวิตอื่นแห่งโลกของความมืดมิด