ปีนี้เวียนมาครบรอบอีกครั้ง ค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าในเมืองผานหนิงยังคงคึกคักจอแจไม่ต่างจากวันแรกที่พวกเขาเหยียบย่างเข้ามา
เฉินสวินจูง เหล่าหนิว เดินทอดน่องไปตามท้องถนน แววตาเป็ประกายด้วยความตื่นตาตื่นใจ แวะชมโน่นชมนี่ตลอดทาง ในมือหอบหิ้วของกินนานาชนิด ตอนนี้พวกเขากระเป๋าหนักแล้ว ย่อมต้องจับจ่ายใช้สอยให้หนำใจ
หนึ่งคนหนึ่งวัวผลัดกันป้อนของกิน สลับกันกัดคำโต ภาพความสนิทสนมต่างสายพันธุ์เรียกเสียงหัวเราะเอ็นดูจากผู้คนรอบข้าง
เพียงแต่คราวนี้มีเหตุขัดข้องเล็กน้อย ตอนแวะดูการแสดงกายกรรม เฉินสวินออกแรงดึงอย่างไรเ้าวัวดำก็ไม่ยอมขยับเขยื้อน จนกระทั่งมันดูจนหนำใจนั่นแหละถึงยอมเดินต่อ
ในใจของ เหล่าหนิว ยังคงปักใจเชื่อว่านักแสดงปาหี่พวกนี้คือยอดคนผู้บำเพ็ญเพียรที่มาแสดงอิทธิฤทธิ์ให้ชม มันจึงดูอย่างเคลิบเคลิ้ม ส่งเสียงร้องมอๆ ด้วยความชื่นชมไม่ขาดปาก
"เถ้าแก่ จำพวกข้าได้ไหม?"
เฉินสวินเดินเข้าไปที่แผงขายของร้านหนึ่ง ส่งยิ้มทักทาย "พวกข้ามาซื้อไม้แกะสลักแล้วนะ"
สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ข้างกายเถ้าแก่มีเด็กน้อยนั่งเล่นไม้แกะสลักอยู่ และแผงลอยก็ย้ายตำแหน่งไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ไกลจากที่เดิมนัก
"เอ๊ะ! พ่อหนุ่ม เป็เ้านั่นเอง"
เถ้าแก่นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องอ๋อ จำได้ทันทีว่าคือเด็กหนุ่มที่เคยเอาข้าวสารมาแลกไม้แกะสลัก "เ้ายังดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"
"มีรูปสลักวัวไหมขอรับ ข้าขอซื้อสองตัว"
"ได้เลย!"
เถ้าแก่ยิ้มร่า ค้นหาสินค้าครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบไม้แกะสลักรูปวัวสองตัวที่เหมือนจริงราวกับมีชีวิต ไร้ตำหนิ ส่งให้เฉินสวิน "เอ้านี่ พ่อหนุ่ม"
หลังจากจ่ายเงิน เฉินสวินก็เอาไม้แกะสลักไปแกว่งล่อหน้า เหล่าหนิว เ้าวัวดำอยากได้จนตัวสั่น ทำเอาเฉินสวินหัวเราะร่าชอบใจ
จากนั้นพวกเขาก็ไปลอยโคมอธิษฐานที่ริมแม่น้ำอีกครั้ง คราวนี้ เหล่าหนิว เอาตัวบังมิด ไม่ยอมให้เฉินสวินแอบดูคำอธิษฐานของมันเด็ดขาด
เฉินสวินพา เหล่าหนิว มุ่งหน้าสู่เขตใต้ของเมืองผานหนิง ซึ่งเป็ย่านที่เต็มไปด้วยโรงหมอ ส่วนโรงตีเหล็กนั้นอยู่ทางเขตเหนือ ซึ่งไกลโข ต้องใช้เวลาเดินเท้าหลายวัน
สองวันต่อมา
พวกเขามายืนอยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง ป้ายร้านเขียนว่า 'โรงหมอผิงไท่' สองข้างประตูมีกลอนคู่เขียนไว้ว่า
บทบน: ขอให้ปวงประชาไร้โรคาพยาธิ บทล่าง: ไยต้องกลัวยาบนชั้นฝุ่นจับเกรอะกรัง ป้ายขวาง: ใต้หล้าสันติสุข
ผู้คนเข้าออกโรงหมอกันขวักไขว่ ใบหน้าแต่ละคนล้วนฉายแวววิตกกังวล หมอประจำโรงหมอผิงไท่มีชื่อเสียงเลื่องลือเื่จรรยาบรรณ จนชาวบ้านยกย่องให้เป็หมอเทวดาผู้ช่วยชีวิตคน
ภายในร้าน ลูกมือวิ่งวุ่นจัดยาให้คนไข้ ส่วนหมอกำลังสาละวนกับการรักษา มีเสียงร้องโอดโอยด้วยความเ็ปดังออกมาเป็ระยะ
"เหล่าหนิว ข้าจะเข้าไปดูลาดเลาข้างในหน่อย จะผูกเ้าไว้หน้าประตูนะ โตแล้วต้องรู้จักดูแลตัวเองเข้าใจไหม"
เฉินสวินกำชับเสียงเข้ม "ถ้ามีคนแปลกหน้าจะมาจูงเ้าไป ให้ร้องดังๆ แล้วเตะมันซะทีนึง แต่อย่ารุนแรงเกินไปนักล่ะ"
"มอ!"
เหล่าหนิว พยักหน้า ส่งสายตาบอกว่า 'ไว้ใจได้ ข้ามีวิจารณญาณ'
"พ่อหนุ่ม ้ายาอะไรหรือ?" ลูกมือในร้านเอ่ยทัก
"ข้ามาหาท่านหมอหนิง... หมอหนิงซือขอรับ"
เฉินสวินประสานมือคารวะ เขาสืบมาแล้วว่าหนิงซือคือเ้าของโรงหมอแห่งนี้ นิสัยโอบอ้อมอารี มีเมตตาธรรม เป็ที่รักใคร่ของชาวบ้าน
"น้องชาย... เ้าหาข้ารึ?"
หนิงซือเดินออกมาจากห้องตรวจ ผมดำขลับมัดรวบเรียบร้อย ไว้หนวดทรงแปด ดูเป็ชายวัยกลางคนที่แฝงแววตาโศกซึ้ง
แต่ในสายตาเฉินสวิน คนผู้นี้น่าจะดูแลสุขภาพดีเยี่ยม อายุจริงอาจจะมากกว่าที่เห็น
"ท่านหมอหนิง ข้ามาขอฝากตัวเป็ศิษย์เรียนวิชาแพทย์ขอรับ"
เฉินสวินประสานมือ แขนเสื้อเลิกขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นปั้ก ทำเอาหนิงซือหนังตากระตุก... 'ร่างกายกำยำอะไรปานนี้'
"โฮ่ๆ ตอนนี้ข้ายังไม่รับศิษย์หรอก น้องชายลองไปดูร้านอื่นเถอะ"
หนิงซือปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เขาไม่มีความคิดจะรับศิษย์ในตอนนี้
"ท่านหมอหนิง ข้าตั้งใจจริงนะขอรับ ข้าทนงานหนักได้สารพัด"
เฉินสวินส่งสายตาอ้อนวอน "ให้ข้าเป็ลูกมือปัดกวาดเช็ดถูที่นี่ก็ได้ ขอแค่ได้เรียนรู้อะไรบ้างก็พอ"
"เฮ้อ..."
หนิงซือทำท่าลังเล ทันใดนั้นเสียงร้อง มอ! มอ! ดังลั่นมาจากข้างนอก ผู้คนแตกตื่น ลมพายุพัดวูบ เฉินสวินพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนู
'คล่องแคล่วว่องไวแท้' หนิงซืออุทานในใจด้วยความทึ่ง รีบเดินตามออกไปดูสถานการณ์
"เฮ้ย! วัวดำตัวนี้ของข้ามันดื้อด้านจริงๆ ลากยังไงก็ไม่ไป"
นักเลงเ้าถิ่นคนหนึ่งหัวเราะแห้งๆ แก้ตัวกับไทยมุง สีหน้าดูไม่สู้ดี เพิ่งเคยเจอวัวแรงควายขนาดนี้เป็ครั้งแรก
มอ! มอ!
เหล่าหนิว ร้องอย่างเกรี้ยวกราด กำลังจะยกเท้าถีบ พอเห็นเฉินสวินออกมา มันก็รีบฟ้องเ้านายทันที
"ทำบ้าอะไรวะ! นั่นวัวของข้า!"
เฉินสวินตาถลน ตวาดลั่น "ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!"
"เ้าบอกว่าเป็ของเ้า แล้วมันจะเป็ของเ้าจริงรึ?"
นักเลงเ้าถิ่นแค่นยิ้มเหยียดหยาม กวาดตามองเฉินสวินหัวจรดเท้า ก็แค่เด็กหนุ่มบ้านนอกไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม
"หมายความว่าเอ็งไม่อยากคุยด้วยเหตุผลใช่ไหม?"
"เหอะ! ไร้สาระ นี่มันวัวดำของข้าเว้ย! หรือเ้าอยากจะมีเื่?"
นักเลงถ่มน้ำลาย ปล่อยมือจากเชือกวัว ค่อยๆ ถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วชักมีดสั้นออกมาควงโชว์ข่มขวัญ
มันหากินแถวนี้มานานหลายปี แค่เด็กเมื่อวานซืนคนเดียวน่ะ ขนมกรุบ!
"ทุกท่านเป็พยานนะขอรับ คนผู้นี้คุยด้วยเหตุผลไม่ได้"
เฉินสวินขมวดคิ้ว ะโบอกชาวบ้านรอบๆ จังหวะนั้นเอง ชายเสื้อของเขาเปิดออก เผยให้เห็นขวานเบิกภูผาสามเล่มที่เหน็บอยู่ที่เอว
นักเลงชะงักกึก รูม่านตาหดเกร็ง 'อาวุธหนัก?! นี่มันอะไรกันวะเนี่ย'
เฉินสวินก้าวเท้าไปข้างหน้า ปลดกระดุมเสื้อออกช้าๆ เผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องสิบหกลูกที่เรียงตัวสวยงาม ร่างกายแกร่งดั่งเหล็กกล้าที่ผ่านการทุบตีมานับครั้งไม่ถ้วน
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ไปทั่ว เด็กหนุ่มหน้าตาซื่อๆ ไม่นึกว่าจะเป็จอมยุทธ์ยอดฝีมือ
"ช้าก่อน! น้องชาย... ข้าเพิ่งนึกได้ว่าข้าจำผิด ตัวนี้ไม่ใช่วัวของข้า... แหะๆ"
นักเลงขาสั่นพั่บๆ เด็กนี่มันของจริง! เขาค่อยๆ ถอยหลังกรูด 'ชนตอเข้าให้แล้วกู... ไปก่อนดีกว่า' "ข้าไปล่ะ..."
"จะไปไหนวะไอ้เวร! หาเื่เจ็บตัว!"
เฉินสวินะโก้อง พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงจนเกิดภาพติดตา หมัดใหญ่เท่ากระสอบทรายพุ่งกระแทกเบ้าตานักเลงเต็มรัก
"อ๊าก!! ท่านปู่! อย่าตีข้าเลย!!"
เสียงโหยหวนของนักเลงดังลั่นถนน ลงไปนอนดิ้นพราดๆ ร้องขอชีวิต เหล่าหนิว ได้ทีก็ช่วยถ่มน้ำลายซ้ำ ก่อนจะใช้หัวขวิดจนมันกระเด็นไปอีกทาง
นักเลงนอนหมดสภาพ สายตาเหม่อลอย ร่างกายเหมือนกระดูกหลุดเป็ชิ้นๆ ปากจมูกเต็มไปด้วยเื และกลิ่นเหม็นเน่าของน้ำลายวัวคละคลุ้งไปทั่วตัว
เจอเด็กนรกสิบหกแพ็ค ร่างกายเหล็กไหลขนาดนี้ ต่อให้เรียกพวกมาช่วยก็คงโดนยำเละอยู่ดี วันหลังเจอหน้าต้องรีบหนีให้ไกล
"สมน้ำหน้า!"
"นักเลงพันธุ์นี้ สมควรโดน!"
"วันๆ ไม่ทำมาหากิน รังแกชาวบ้าน ข้าเหม็นขี้หน้ามันมานานแล้ว"
...
ชาวบ้านต่างพากันปรบมือเชียร์ ยกย่องวีรกรรมของเฉินสวินที่กล้าทำในสิ่งที่พวกเขาไม่กล้า
เฉินสวินแค่นเสียงในลำคอ กล้ามาแตะต้อง เหล่าหนิว รึ? ถ้ามันกล้ากลับมาแก้แค้น เขาจะสังหารให้เหี้ยน!
มอ! มอ! เหล่าหนิว เข้ามาคลอเคลียเฉินสวิน ต้องอยู่ใกล้เ้านายนี่แหละถึงจะอุ่นใจ
"ไม่เป็ไร เหล่าหนิว มีข้าอยู่ทั้งคน"
เฉินสวินกอดหัววัวดำไว้ สายตาคมกริบยังคงจ้องมองไปทางที่นักเลงหนีไป
ทันใดนั้นเขาก็หันขวับไปมองหนิงซือ ทำเอาหมอใหญ่ขนลุกซู่... 'พกขวานั์สามเล่ม กล้ามท้องสิบหกลูก... นี่ตั้งใจมาเรียนหมอจริงๆ เรอะ...'
"ท่านหมอหนิง ได้โปรดรับข้าไว้ด้วยเถิด ให้พวกเราเป็ลูกมือปัดกวาดเช็ดถูในโรงหมอก็ยังดี วัวดำมรดกตกทอดของข้าก็ช่วยงานได้นะขอรับ"
เฉินสวินก้มหน้าประสานมือ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความจริงใจสุดซึ้ง
มอ! มอ! เหล่าหนิว ก็ร้องช่วยอ้อนวอน
"ท่านหมอหนิง รับเขาไว้เถอะเ้าค่ะ เด็กหนุ่มรักความยุติธรรมแบบนี้หายากนะ"
"ใช่ๆ ท่านหมอ ดูเขาสิ น่าสงสารออก หอบหิ้ววัวคู่ใจรอนแรมมาหางานทำในเมือง"
...
ชาวบ้านต่างช่วยกันพูดสนับสนุนเฉินสวิน ดูจากสภาพแล้วคงเป็เด็กกำพร้าสู้ชีวิตน่าดู
"ตกลง... ข้ารับเ้าไว้ก็ได้"
หนิงซือพยักหน้าตกลงตามน้ำ เด็กคนนี้ดูน่าเวทนาจริงๆ ขืนปล่อยให้เร่ร่อนไป เดี๋ยวพวกนักเลงตามไปเอาคืนจะแย่เปล่าๆ อยู่ในโรงหมออย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้ามาหาเื่
"ขอบคุณท่านหมอหนิงขอรับ!" เฉินสวินดีใจจนเนื้อเต้น หันไปคารวะขอบคุณชาวบ้านรอบทิศที่ช่วยเจรจาให้
"ไปเถอะ"
หนิงซือยิ้มบางๆ ไพล่มือเดินนำพวกเขาเข้าไปยังลานหลังโรงหมอ