ตอนที่หนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ด Darkest Dungeon 7
ฟื้ด
โดเซิ่ลท่าทางจะมีความสามารถในการจับทิศทางทำให้สามารถกระโดดไปตามช่องทางต่างๆได้
การมาตามดันเจี้ยนอย่างนี้ทำให้พวกมูมักเข้ามาไม่ได้ในช่วงการผจญภัยทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ที่จำต้องมาค่อยๆเคลียร์ดันเจี้ยนไปทีละส่วน
แต่มองในอีกแง่หนึ่งคือการฝึกทักษะสกิลต่างๆไปพลางๆให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้
ตัวละครวายร้ายอย่างดยุกหมูอ้วนนั้นมีพลังเวทย์มากกว่าชาวบ้านแม้จะนั่งๆนอนๆไปวันๆไม่เคยคิดจะฝึกฝนอยู่แล้วเพราะพวกเขามีอำนาจและเงินทองมากมายจนสามารถจ้างกองทัพต่างๆมาช่วยงานตนและเรียกกองทัพศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์มาช่วยตนเองได้ไวยิ่งกว่านับหนึ่ง-สอง-สามไม่ว่าจะเป็นเรื่องไร้สาระแค่ไหน โบสถ์ก็มาช่วยเสมอ
ไม่รู้เป็นเพราะสาเหตุอะไรพวกโบสถ์ในแนวอิเซไคนั้นชอบดยุกหมูอ้วนมาก เวลาโดนพระเอกอิเซไคชกหน้าจะยกกองทัพมาช่วยดยุกหมูอ้วนเสมอแบบไม่ถามรายละเอียดสักคำ
คนที่มีรากฐานที่แข็งแกร่งและทรัพยากรมากกว่าชาวบ้านที่จะไปตะลุยดันเจี้ยนอยู่แล้วจึงทำได้ไวมากกว่าชาวบ้านธรรมดาในโลกนี้หลายเท่า
ถึงจะทำให้หลายๆคนงงไปตามๆกันว่าท่านดยุกจะไปลำบากในฐานะนักผจญภัยไปทำไมก็ตาม
เพราะนั่งๆนอนๆไปทั้งชีวิตก็มีคนอื่นทำงานให้แทนอยู่แล้ว
แต่การมีพลังอยู่ในมือของตนเองนอกจากอำนาจของตำแหน่งและเงินตราแล้วก็สนุกไปอีกอย่างตามความรู้สึกของผมในตอนนี้
Domesticated
เพี๊ยะ
เอ้ว
โดเซิ่ลกระเด้งเป็นระยะๆเมื่อผมพยายามเฆี่ยนตีมันเพื่อทำให้เชื่อง
“ทำดีมาก เอารางวัลไป”
ผมโยนแอปเปิ้ลสีเขียวที่เพิ่มพลังค่าความเชื่อฟังและลพลังชีวิตกับพลังเวทย์ให้กับโดเซิ่ลทาน
เป็นการสลับกันระหว่าง”การออกคำสั่ง”และ”การให้รางวัล”
หากเราขยันหน่อยและมีทักษะมากหน่อยกับไอเท็มมากพอ
ผมก็สามารถทำให้สัตว์เทพอย่างเก็นบุเชื่องได้ในหนึ่งคืน
โดเซิ่ลก็กลืนแอปเปิ้ลสีเขียวไปในร่างกายและค่อยๆย่อยสลายมันและกระโดดโลดเต้นได้อีกครั้ง
บางครั้งเราก็ต้องรู้ว่าสัตว์อสูรแต่ละชนิดชอบทานอะไรด้วย
ผมไม่ค่อยได้จำรายละเอียดสักเท่าไรว่าสัตว์แบบไหนชอบอะไรมากที่สุดแต่ผมค่อนข้างจำได้ว่าพวกนี้ชอบอะไรกลางๆถึงมากคล้ายๆกันพอจะและจัดหมวดหมู่ได้พอสมควร
ว่าของที่หาง่าย ปริมาณมากนั้นดีกว่าไปหาของหายากที่จะต้องเสียเวลามากกว่านั่นเอง
เมื่อเวลาในชีวิตจริงมีจำกัด
ไม่ใช่แบบในเกมส์ที่เราอาจจะเล่นเควสต์รองข้างทางไปได้จนอายุ999 ปีตามเวลาที่เล่นในเกมส์
ผมบางครั้งสงสัยว่า พวกที่ได้เลเวล 999 ในแนวอิเซไคนี่ทำได้อย่างไร อ้างว่าแค่ลงดันเจี้ยนเป็นเวลาหลายปีเท่านั้นหรือ?
ก็อาจจะเป็นไปได้ก็ได้
ผมที่มีทรัพยากรมากกว่าตอนนี้ก็มีพลังมากพอที่จะชกมิโนทอร์ตายด้วยมือเปล่าแล้วล่ะนะ
แต่ผมมีพี่กล้ามมากมายที่จะฆ่ามิโนทอร์ก่อนที่จะมาถึงตัวผมผมเลยเน้นทักษะทางอาชีพ อโค นักบวชที่ป้องกันและเสริมความแข็งแกร่งกับโจมตีระยะไกลมากกว่า
เพื่อกลบจุดอ่อนของพี่กล้ามในด้านการโจมตีระยะไกลกับการป้องกันเวทย์
เพราะอย่างที่ว่ากลยุทธของพี่กล้ามคือ เอาพี่กล้ามไปอยู่ใกล้ๆเป้าหมายที่เราต้องการฆ่าให้เร็วที่สุด
ต่อให้อาชีพซามูไรหากไม่สามารถฟันพี่กล้ามให้ตายในครั้งเดียวได้ ก็เตรียมตัวเจ็บหนักได้เลย
หลักการของพี่กล้ามคือต่อให้โดนคาถาเมเทโอ อุกกาบาตตกใส่หรือคาถาร้ายแรงแค่ไหน
พี่กล้ามก็จะเดินเข้าไปหาและเอาขวานเฉาะหัวฝ่ายตรงกันข้าม
ผมถึงได้พยายามพี่กล้ามฝึกทักษะ Counter attack โจมตีกลับเอาไว้จะได้เพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ของพี่กล้ามเพิ่มขึ้นอีกระดับ
ว่าขอเพียงเราคอมโบทักษะต่างๆดีดีพี่กล้ามจะแสดงความเก่งกาจออกมาได้อย่างเต็มที่
และหากสามารถสู้กันเป็นทีมหรือกองทัพแล้วล่ะก็
จะไม่มีนักการทหารคนไหนในโลกนี้ที่สามารถจัดการกับกองทัพพี่กล้ามได้โดยไม่มีการสูญเสีย
โครงกระดูกและแสงเย็นรายทางถูกกำจัดด้วย
Purifying
ชำระล้าง
ทั้งผมและมาเรียใช้คาถาคู่กันในยามที่เธอไม่มาอ้อนผมแทนที่จะช่วยจัดการกับศัตรู
พวกเราอยู่ด้านหลังได้รับการปกป้องจากพี่กล้ามและโจรนักธนู พร้อมกับนักเวทย์และนักบวชอีกกลุ่มหนึ่ง
นักดนตรีที่คอยให้กำลังใจคนในกลุ่มก็ฝ่าฟันมาจนถึงประตูบานใหญ่บานหนึ่งที่เต็มไปด้วยกระดูก
เข้ามาเพื่อเผชิญกับความตาย
อักษรนั้นสลักอยู่หน้าประตูกระดูก
ผมยื่นกุญแจให้กับโจรฮอบบิทและให้เขาเป็นคนไขกุญแจกับประตูโครงกระดูกนั้น
อากาศเยียบเย็นเข้ามาปะทะผม
ในห้องพิธีโครงกระดูกมีคนคนหนึ่งและร่างหนึ่งนั่งอยู่หน้าโลงกระจก