ตะวันบ่ายคล้อยต่ำ เงาต้นไม้ใหญ่พาดผ่านสนามบาสเกตบอล พื้นบางจุดที่เป็แอ่งใกล้ๆ ยังคงอุ้มน้ำจากฝนที่ตกยาวนานใน่เช้า
บนอัฒจันทร์สองร่างบางนั่งคุยกันอยู่ข้างสนาม ดูอาทิติยา ปรเมนทร์และคนอื่นๆ เล่นบาสเกตบอลพลางกินลูกชิ้นทอดไปด้วยเม้าท์มอยหัวเราะคิกคักอย่างออกรส เพราะพรุ่งนี้จะเป็วันหยุดแล้ว อรุณรัศม์จึงชวนญาณินท์มานั่งเล่น ดูอาหารตาก่อนกลับ
“หืม นั่นช้างศึกนี่ลูกตาล” อรุณรัศม์บอกหลังหันมองเมื่อได้ยินเสียงรถเครื่องสี่สูบวิ่งเข้ามาขณะไม้เสียบลูกชิ้นกุ้งทอดสีแดงยังอยู่ริมฝีปาก ญาณินท์มองตามขณะปากยังเคี้ยวอยู่
“สงสัยมาเล่นบาสมั้ง”
“แต่งตัวแบบนั้นไม่น่ามาเล่นบาสหรอก เธอบอกเขาว่าอยู่นี่เหรอ”
“ไม่ได้บอกนะ ทำไมต้องบอกล่ะ”
“ไม่รู้สิ นึกว่าคบกันอยู่” อรุณรัศม์ว่า
“ยัยเอม เปล่าคบนะ เอ๊ะ เธอนี่” ทั้งสองหัวเราะคิกคักส่ายหน้าให้กันก่อนหันไปสนใจลูกชิ้นทอดตรงหน้า
“จะกินข้าวเย็นได้ไหมเนี่ย” อรุณรัศม์บ่น
“กินได้น่า เธอกินเยอะฉันรู้ แต่ไม่อ้วนสักที”
“จะอ้วนไปไหนอ่ะ”
“ไม่รู้สิ หุ่นเธอดีเกินไปฉันอิจฉา คิก”
“แหม ว่าไปเธอด้อยกว่าฉันซะที่ไหน”
“แต่ฉันไม่ได้เป็ดาวคณะเหมือนเธอนะ” ญาณินท์แซว
“นี่ เธอไม่ลงแข่งเองหรอกย่ะยัยตาล” อรุณรัศม์หยุดเมื่อหันไปเห็นกรินทร์เดินไปอีกฝั่ง “หืม ทำไมเขาไม่เดินมาหาเธอล่ะ” ญาณินท์หันมองเห็นกรินทร์เดินไปทักทายอาทิติยาแฟนของอรุณรัศม์กับปรเมนทร์เพื่อนของเขา
“ทำไมต้องมาละ ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย” ญาณินท์บอกพลางหันมาเสียบไม้ลงลูกชิ้นไก่สาหร่าย
“ไม่อยากคุยกับเขาเหรอ” อรุณรัศม์หันมามองเพื่อน
“ไม่นะ นี่รีบกินเถอะ หมดแล้วฉันจะได้กลับบ้านนะ”
“อย่าเพิ่งสิ นั่งเล่นเป็เพื่อนกันก่อน” อรุณรัศม์อ้อน ญาณินท์ยักคิ้วเ้าเล่ห์ยิ้มอย่างมีชัย
ทางด้านกรินทร์เมื่อได้มือถือจากเพื่อนก็ขะมักเขม้นแคปหน้าจอส่งเข้าอีเมลตัวเอง พอเสร็จก็เก็บเข้ากระเป๋าของเพื่อนเหมือนเดิม เป็จังหวะเดียวกันกับคนที่เล่นอยู่ขอออกเพราะเหนื่อย อาทิติยาจึงชวนเขาลง กรินทร์จึงตัดสินใจเล่น พรุ่งนี้วันหยุด งานค่อยทำก็ได้
ชายหนุ่มเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงยีนทรงคาร์โก้ ตั้งใจมองแต่ลูกบาสไม่ทันมองข้างสนามอีกฝั่งพอวิ่งแย่งบอลไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกเล่นไม่ถนัดกลัวมือถือตกและน้ำหนักของมันดึงกางเกงลงจนต้องคอยดึงขึ้นอยู่หลายครั้ง
เมื่อเขาแย่งลูกบาสมาได้ก็ชู้ตลงห่วงระยะสามแต้มก่อนดึงมือถือออกคิดจะไปวางไว้ที่อัฒจันทร์พลันหางตาก็เห็นหญิงสาวสองคนนั่งอยู่ กรินทร์ชะงักรอยยิ้มปรากฏแต่อย่าณินท์ยังไม่รู้ตัว อรุณรัศม์เห็นก็แอบพยักหน้าส่งซิกเปิดทางให้เข้าไปหา ชายหนุ่มจึงได้ที
“รุ่นพี่คนสวยฝากมือถือหน่อยครับ” ญาณินท์เงยขึ้นรับโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่เห็นหน้ากว่าจะรู้ตัวว่าเป็มือถือของกรินทร์เขาก็วิ่งลงสนามไปแล้ว
“เอ๊า อิหยังวะ” ญาณินท์กะพริบตาปริบๆ มองของในมือส่วนอรุณรัศม์ยกมือปิดปากหัวเราะอย่างเปิดเผย ญาณินท์ถลึงตาใส่เพื่อนวางมือถือเขาไว้ข้างกระเป๋าตัวเอง
“เปิดใจหน่อย” อรุณรัศม์แซวก่อนหันไปมองที่สนาม “ดูสิออกจะเท่”
“ชมคนอื่นได้ไงชมแฟนตัวเองสิ” ญาณินท์ว่าพลางมองค้อนเพื่อนอรุณรัศม์อมยิ้ม ก่อนสองสาวจะหันมองที่สนาม เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้น เสียงลูกบาสกระทบคอนกรีตสนามดังตุบๆ เสียงส่งสัญญาณของบอลดังวนเวียนซ้ำๆ
เมื่อฟ้ามืดแสงสปอร์ตไลฟ์ก็ฉายสว่าง แต่ละคนเหงื่อไหลโซก หายใจหอบก่อนอาทิติยาจะเดินมาทางสองสาวขณะที่กรินทร์กำลังล่ำลาปรเมนทร์
“ช้างศึก ถ้าเที่ยวเดี๋ยวโทรหา”
“เที่ยวไหน”
“แถวนี้แหละ”
“ได้เลย ร้านไหนโทรบอกก็แล้วกัน” กรินทร์กล่าว ก่อนทั้งสองจะแยกกัน
ชายหนุ่มเดินมาหากลุ่มรุ่นพี่เพื่อรับโทรศัพท์ก่อนพากันเดินออกจากสนาม กรินทร์เหนื่อยเหงื่อยังชุ่มไปทั้งตัวจึงไม่กล้าเดินใกล้ญาณินท์
“รถพี่จอดที่ไหนอ่ะ” เขาถามขณะเดินตามหลัง
“ใกล้ๆ รถอาร์มฝั่งนู้น” เธอชี้
“อ๋อ ขับรถดีๆ นะครับ” หญิงสาวพยักหน้ากล่าวขอบใจ บอกเขาขับรถดีๆ เหมือนกัน ก่อนจะแยกเดินไปคนละทาง
“นี่พี่อย่าลืมเอารถไปซ่อมล่ะ เสาร์อาทิตย์น่ะ” กรินทร์ะโไล่หลัง อรุณรัศม์หันมองหน้าแฟนหนุ่มแล้วยิ้มก่อนหันมองเพื่อนสาวขณะเธอะโกลับ
“รู้แล้วน่า” เมื่อเดินไปถึงรถขณะญาณินท์กำลังถอยรถออกตอนอาทิติยาเดินไปเอารถตนที่จอดใกล้ๆ อรุณรัศม์ก็สะกิดเพื่อนให้มองตาม
“อะไร” ญาณินท์มองเพื่อนแล้วถาม
“ตาล” หญิงสาวพยักพเยิดไปทางกรินทร์ ญาณินท์หันมองตามก็เห็นหนุ่มรุ่นน้องถอดเสื้อยืดเช็ดเหงื่อที่หน้า ท้ายทอยและตามตัว เธอหันมองโดยรอบก็เห็นสาวๆ ที่ขับรถผ่านมองเขาเหมือนกัน
“เซ็กซี่นะ ว่าไหมดูสิสาวกรี๊ดด้วย” อรุณรัศม์กล่าว ญาณินท์ได้ยินเสียงผู้หญิงเ่าั้เรียกชื่อเขาและหนุ่มรุ่นน้องก็โบกมือ เธอหันกลับมามองเพื่อนส่ายหน้าก่อนพูด
“โรคจิตนะเราน่ะ ไปได้แล้วอาร์มรออยู่ ผู้หญิงอะไรชมรุ่นน้องต่อหน้าแฟน” อาทิติยาอมยิ้มก่อนสำทับแต่ไม่เข้าข้างเพื่อน
“เขาเซ็กซี่จริง เธอสิหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า”
“โอ๊ย อะไรกันเนี่ยสองคนนี้ ไม่เอาแล้วกลับดีกว่า ชิ รมณ์เสีย” ญาณินท์ส่ายหน้าทำท่าเซ็ง “เจอกันวันจันทร์นะ”
“ไม่ เราจะไปหาเธอที่บ้าน” อาทิติยาะโตาม
“ตามใจ” ญาณินท์ะโกลับ เธอขับรถกลับตามปกติ มองหลังหลายครั้งก็ไม่เห็นหนุ่มรุ่นน้องขับตาม
“สงสัยติดหลีสาว” เธอพึมพำมองถนนอย่างตั้งใจจนถึงสี่แยกไฟแดง
เสียงทุ้มเครื่องสี่สูบก็ตามมาจอดข้างหลัง หัวใจของเธอร้อนผ่าวเมื่อคิดว่าเป็เขา แต่พอมองกระจกหลังกลับไม่ใช่ หญิงสาวจึงหันไปสนใจไฟจราจรขณะที่เสียงยังดังและเร่งเครื่องมาจอดข้างเธอ
ญาณินท์เหลือบมองกระจกหลังอีกครั้ง รถคันนั้นยังอยู่ที่เดิม เธอแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหันซ้ายไปจ๊ะเอ๋กับกรินทร์ ชายหนุ่มหัวเราะกลั้วในลำคอเมื่อเห็นเธอสะดุ้งโหยง แล้วไฟเขียวก็สว่างขึ้น เขาขับนำหน้าแต่ไม่เร็วนักคอยมองกระจกหลังดูเธอตลอดจนถึงทางเลี้ยวที่ต้องแยกกัน เมื่อสองล้อคันเล็กแต่ปราดเปรียวถึงบ้านเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“มีอะไร”
“ผมโทรมาเช็กน่ะ ว่าถึงบ้านหรือยัง”
“ถึงแล้ว กำลังเข้าบ้าน”
“ครับ ถ้าคุณพ่อไม่อยู่ล็อกบ้านดีๆ นะ ถ้าอยากมีเพื่อนโทรมาได้ทุกเมื่อ” ญาณินท์ได้ยินก็กลอกตาขณะไขกุญแจ
“โอเคเลย ข้อแรกจะทำ ข้อหลัง คงไม่ล่ะ”
“โธ่ ผมหยอกหรอกน่า ใครจะไปอยู่กับผู้หญิงใจร้ายล่ะ คืนนี้ ผมจะไปเที่ยวกับปาล์มหรอก”
“อ๋อ จ้า คราวหลังไม่ต้องโทรมารายงานนะ ไม่เกี่ยวกันจะไปไหนก็ไป”
“เอ๊า รู้ทันอีก” กรินทร์หัวเราะ “ผมเปล่ารายงานนะ ผมแค่เป็ห่วงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ขับรถกลับบ้านคนเดียว นี่พี่ตาล”
“อะไร”
“ฝันดีนะครับคนสวยจุ๊บๆ” หญิงสาวกลอกตาอีกครั้งก่อนกดวางสาย ขณะทำตามโดยไม่รู้ตัวล็อกประตูบ้านจากด้านใน วางกระเป๋าและโทรศัพท์เดินเช็กประตูหลังและหน้าต่าง ก่อนทำกิจวัตรประจำวัน