บทที่ 12
ความรู้สึกที่ซ่อนไว้
“เหยาเหยา ไปได้แล้ว!”
เปาซิงหวังดึงแขนของซูหลี่เหยาให้ไปด้วย แต่เธอนั้นเหมือนจะฝืนแรงเขาไว้
ซูหลี่เหยาไม่ได้ขยับไปไหน เพราะตรงหน้าเธอตอนนี้ มันเปี่ยมไปด้วยความอับอายและไม่พอใจแบบสุดๆ นี่เธอจำเป็ต้องออกจากห้องส่วนตัวสุดหรูนั่นเพราะเ้าอ้วนอู๋ตี้จริงๆงั้นเหรอ?
“ไม่ไป! นายไม่มีเงินจ่ายให้เ้าอ้วนบ้านจนนั่นงั้นเหรอ!? ฉันไม่อยากเห็นหน้ามันแล้วนะ ฉันอยากให้มันรีบๆหายไปจากที่นี่เลย!” ไม่เพียงแค่นั้น ซูหลี่เหยาในตอนนี้ได้หันไปโวยวายใส่ เปาซิงหวังอีกด้วย
ในตอนนี้ ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างหันมามองพวกเธอหมดแล้ว รวมถึงอู๋ตี้ เอ้อซีซี ผู้จัดการร้านและบริกรทั้งหลาย ไม่ต่างอะไรกับให้ความสนใจมื้อเย็นของเขาเลย และเปาซิงหวังจะไม่ยอมให้ตัวเขาต้องอับอายท่ามกลางสายตาคนหมู่มากเช่นนี้แน่ๆ
“ถ้าเธอไม่ไป เธอก็หาเงินมาจ่ายหมอนั่นเองละกัน ฉันจะไป!”
พูดจบเปาซิงหวังก็ปล่อยมือซูหลี่เหยาและเดินออกไปเลย
เขานั้นต้องรีบออกไปจากจุดนี้ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่สามารถหาเงินกว่า 30,000 หยวนมาจ่ายตอนนี้ได้แน่ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น ในตอนนี้ ครอบครัวเขาก็เหลือเงินอยู่เพียงไม่กี่ล้านเท่านั้น เขาเป็เพียงลูกคนรวยระดับทั่วๆไป จะให้ยอมจ่ายเงินกว่า 30,000 หยวนเพื่อผู้หญิงที่คิดจะเอาไว้เคี้ยวเล่นงั้นเหรอ? นี่ล้อกันเล่นหรือไง?
ด้วยสิ่งนี้ มันทำให้เขามองซูหลี่เหยาว่าโง่เง่าไปแล้ว
เพราะแต่เดิมแล้ว เธอเองก็เป็แค่นักศึกษาที่มาจากครอบครัวทั่วๆไปคนหนึ่ง ลืมเื่ 30,000 หยวนนั่นไปเลย แม้แต่ 3,000 หยวนยังแทบรากเื
ซูหลี่เหยาละอายใจพร้อมๆกับโกรธเคืองมากๆ ใบหน้าของเธอแดงก่ำในขณะที่หัวใจนั้นเหมือนถูกบดขยี้ เธอก้มหน้าลงต่ำก่อนจะวิ่งหนีออกไปจากความวุ่นวายนั้นตามเปาซิงหวังไป
“ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะที่สร้างปัญหาให้มากมายเลย คุณอู๋”
ผู้จัดการสาวสั่งให้บริกรไปจัดการทำความสะอาดห้องส่วนตัวใหม่และเชิญให้อู๋ตี้และเอ้อซีซีเข้าไปนั่งก่อนที่ทุกๆอย่างจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
แน่นอนว่าซูหลี่เหยาและเปาซิงหวังไม่ได้ออกไปจากภัตตาคารแห่งนี้เลยทันที พวกเขาแค่กลับมายังโต๊ะธรรมดาหมายเลข 6 เท่านั้น
ถ้าเป็ตอนปกติ เพียงแค่โต๊ะ 6 แบบธรรมดานี้ก็มากพอที่จะทำให้ซูหลี่เหยายิ้มแก้มปริไปแล้ว
แต่ในตอนนี้มันต่างออกไป เมื่อยามที่เห็นอู๋ตี้และเอ้อซีซีนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวโดยมีบริกรและนักดนตรีไปเล่นดนตรีบรรเลงบรรยากาศ หัวใจของเธอมันก็รู้สึกขมขื่นขึ้นมาทันที
ในใจลึกๆของเธอนั้นก็ยังคงแปลกใจอยู่ว่า อู๋ตี้เอาเงินมาจากไหนในการชวนสาวน้อยน่ารักคนนั้นมากินมื้อเย็นในร้านแพงๆเช่นนี้ได้?
เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองพวกนั้นอีกครั้ง และเมื่อมองผ่านหน้าต่างห้องส่วนตัวเข้าไป เธอก็จะสามารถเห็นได้ว่าบริกรกำลังถือไวน์แดงและค่อยๆรินมันอย่างระมัดระวังลงไปให้กับอู๋ตี้และเอ้อซีซี ราวกับว่าไวน์แก้วนั้นกำลังถูกเสิร์ฟให้แก่เ้าชายและเ้าหญิงเลย
ซูหลี่เหยาสั่นไปทั้งตัวแล้ว
จริงๆก็ไม่ใช่แค่เธอที่รู้สึกเช่นนั้น เพราะเปาซิงหวังเองก็รู้สึกตกต่ำสุดๆเหมือนกันในวันนี้
แต่เดิมแล้ว เขาวางแผนไว้อย่างดิบดี มันสมบูรณ์มากโดยเริ่มจากการที่พาซูหลี่เหยามายังภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นแห่งนี้เพื่อกินมื้อเย็นสุดหรูด้วยกัน จากนั้นก็จะพาไปดูหนังรอบดึก และขั้นตอนสุดท้ายของแผนสุดโรแมนติกนี้ก็คือพาเธอไปเปิดห้องสุดร้อนแรงที่โรงแรมเพื่อจะได้เชยชม ”ความรัก” ซึ่งกันและกัน
ทุกๆอย่างพังไปหมดเมื่ออู๋ตี้จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาระหว่างทาง แผนมันพังั้แ่ขั้นแรก แทนที่เธอจะมีความสุข กลับกลายเป็เธอนั้นโกรธสุดๆแทน ในตอนนี้เธอนั้นกำลังจ้องมาที่เปาซิงหวังด้วยความรู้สึกเ็ปแล้ว
แค่มื้อนี้ก็เกินพอ เขาไม่กล้าที่จะเอ่ยถึงหนังมื้อดึกแม้แต่นิด เพราะงั้นก็ลืมเื่เปิดห้องได้เลย
ทั้งๆที่เขาลงทุนกับแผนนี้ไปตั้งมากมายแท้ๆ แต่สุดท้ายก็ได้แค่มากินข้าวที่นี่ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น มันทำให้หัวใจของเปาซิงหวังนั้นเต็มไปด้วยความเ็ปและผิดหวังแบบสุดๆ
แน่นอนว่าเอ้อซีซีผู้ที่นั่งอยู่ภายในห้องส่วนตัวนั้นเองก็มีข้อสงสัยบางอย่างเหมือนกัน
เมื่อบริกรเสิร์ฟอาหารและรินไวน์จนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ชิงถามอีกฝ่ายทันที “อู๋ตี้ นายกำลังโกหกอะไรฉันอยู่หรือเปล่า? มื้อนี้น่ะมันแพงกว่า 30,000 หยวนอีกนะ แล้วก็เื่คูปองอะไรนั่น ไม่มีจริงสินะ? นายเป็ลูกคนรวยเหรอ?”
ด้วยใบหน้าช่างสงสัยของเอ้อซีซีนั้น มันทำให้หัวใจของอู๋ตี้แทบจะหยุดเต้นเลย
จะบอกเธออย่างไรดี? เขาควรบอกไปหรือเปล่าว่าเขาเป็ลูกคนรวย? บอกไปแล้วจะเป็เพื่อนกับเธอได้หรือเปล่านะ?
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ผ่าน่เวลาแห่งความยุ่งเหยิงและลังเลมาแล้ว ความซื่อสัตย์ที่อยู่ภายในตัวเขานั้นก็สั่งไม่ให้เขาหลอกเอ้อซีซี
ใช่แล้ว จะหลอกเธอคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากไม่เชื่อใจเธอั้แ่แรกแล้ว ต่อให้ได้เป็เพื่อน สักวันหนึ่งเดี๋ยวความจริงก็ต้องปรากฏ และถ้ามันเกิดเหตุการณ์นัั้นขึ้นจริงๆ เขาก็เกรงว่าแม้แต่เพื่อนก็ยากที่จะเป็
เขาไม่ใช่ลูกคนรวยแต่อย่างใด เพียงแค่ถูกลอตเตอรี่เท่านั้น....ดีล่ะ ต่อให้จะต้องทำตัวแบบคนรวย หรือจะต้องถูกเธอเหยียดหยาม ยังไงเขาก็หลอกเธอไม่ได้
คิดได้ดังนั้น อู๋ตี้ก็มองไปยังเอ้อซีซีอย่างจริงใจและพูดไปตรงๆ “จริงๆแล้วฉันถูกรางวัลน่ะ”
“อ๋า” เอ้อซีซีที่เงียบฟังนั้นอุทานออกมา ดวงตากลมโตของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจแบบสุดๆ
“อืมมม แล้วถูกระดับไหนน่ะ?” เธอเอ่ยถามอีกครั้ง
อู๋ตี้กำลังจะหลุดปากพูดไป แต่ทันใดนั้น เื่ที่เขาเพิ่งถูกลักพาตัวไปเมื่อเช้ามันก็ย้ำเตือนเขาขึ้นมา นี่ไม่ใช่ความผิดของเขา เขายังคงเป็แค่นักศึกษา ถ้าใครรู้ว่าเขาถือครองเงินไว้หลายล้านหยวน เขาเกรงว่าคนเ่าั้อาจจะคิดไม่ดีอีกก็ได้
ถึงแม้ว่าเอ้อซีซีจะเป็คนที่ง่ายๆสบายๆ แต่มันอาจจะเป็อันตรายต่อเธอแทนถ้าเธอเผลอเอาเื่นี้ไปบอกกับคนอื่น
เพราะงั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะโกหกเธอนิดหน่อย “ล้านหยวนหน่อยๆน่ะ”
ถึงแม้รางวัลที่ 1 ของลอตเตอรี่จัมโบ้นั้นจะสูงถึง 10 ล้าน แต่รางวัลที่ 2 ก็แค่ล้านเดียวเท่านั้น และถึงมันจะต่างกันอยู่มาก แต่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เงิน 1 ล้านนั้นก็ไม่ได้ถือเป็เงินก้อนใหญ่เสียเท่าไหร่ ทั้งนี้ก็เพราะบ้าน 1 หลังก็มีค่าใช้จ่ายราวๆ 2-3 ล้านหยวนแล้ว
ได้ยินดังนั้น เอ้อซีซีก็เลิกสงสัยในตัวของเขาในทันที แต่กระนั้นคิ้วของเธอกลับขมวดและปากก็เริ่มจะตำหนิเขาแทน
“มื้อนี้มันมากกว่า 30,000 หยวนอีกนะ มันจะดีกว่าถ้านายเก็บเงินนี้ไว้เผื่อจะไปซื้อเสื้อผ้าดีๆบ้าง ถ้ารู้แบบนี้ละก็ฉันไม่ตกลงมาซะก็ดี”
เอ้อซีซีนั้นไม่ใช่คนโง่ จากการที่เห็นการแต่งตัวของอู๋ตี้ เธอก็รู้ได้ว่าเขานั้นไม่ใช่คนที่มาจากตระกูลที่ร่ำรวย แถมน่าจะมาจากที่ที่ค่อนข้างจะยากจนมากๆเลยด้วย
เธอและซูหลี่เหยานั้นต่างกันแบบสุดขั้ว หากฝ่ายที่รับรู้เื่นี้เป็ซูหลี่เหยาล่ะก็ ป่านนี้อู๋ตี้คงเงินหมดไปเป็ล้านๆแล้วกับค่าใช้จ่ายของเธอ
เมื่อได้ยินเอ้อซีซีตำหนิ อู๋ตี้ก็ไม่ได้รู้สึกไม่มีความสุขแต่อย่างใด กลับกันหัวใจของเขากับรู้สึกดีใจมากๆด้วย
นั่นก็เพราะว่าปัจจุบัน ผู้หญิงอย่างเอ้อซีซีนั้นมีไม่มากแล้ว ความคิดของเธอมันไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่เขาเคยเจอ และเธอไม่ใช่คนวางมาด กลับกันเธอกลับเป็ห่วงคนอื่นมากๆอีกด้วย
เหมือนกับเมื่อตอนที่เขานั้นกำลังนั่งหิวโหยอยู่ที่โรงอาหารมหาลัย ในขณะที่ซูหลี่เหยานั้นถากถางเขาอย่างหนัก เธอกลับปฏิบัติกับเขาอย่างใส่ใจ ซึ่งทำให้เขารู้สึกได้รับการดูแลเป็ครั้งแรก
ยิ่งไปกว่านั้น การใส่ใจและดูแลของเธอนั้น ไม่ได้แฝงมาด้วยความไม่บริสุทธิ์ใจแต่อย่างใด มันยิ่งทำให้เธอดูไร้ข้อบกพร่องเข้าไปอีก ราวกับสายลม่เดือนมีนาและสายฝน่เดือนเมษาที่ซึ่งช่วยมอบความอบอุ่นให้ใบหน้าและมอบความชุ่มฉ่ำให้หัวใจแบบสุดๆ
“ไม่เป็ไรๆ ฉันเองก็ไม่ได้มากินอะไรแบบนี้บ่อยๆอยู่แล้ว นี่เป็ครั้งแรกเลยที่ฉันได้มาดินเนอร์แบบนี้ เพราะว่าฉันน่ะ อยากมอบบรรยากาศการกินข้าวเย็นที่ดีที่สุดให้เธอ ไม่ว่าเธอจะคิดยังไง แต่ฉันคิดว่ามันคุ้มค่าเงินแล้วล่ะ นั่นก็เพราะว่าฉันได้ใช้เงินไปกับคนที่ใส่ใจฉันที่สุดแล้ว เพราะงั้นก็ไม่ต้องใส่ใจหรอกว่าจะจ่ายไปเท่าไหร่”
สิ่งเหล่านี้มันมาจากใจอู๋ตี้
หลังจากที่ฟังถ้อยคำที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจของอู๋ตี้แล้ว ใบหน้าสวยของเอ้อซีซีก็แดงขึ้นมานิดหน่อยและไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าต่อไป
เมื่อทานมื้อเย็นเสร็จลงแล้ว ผู้จัดการสาวสวยก็กลับมาอีกครั้ง
เื่ในวันนี้นั้น ถือเป็บทเรียนสำคัญให้เธอต้องบ่นตัวเองอย่างหนักเลย และเมื่อเธอได้ยินมาว่าอู๋ตี้และเด็กสาวนั้นไม่ได้ขับรถมา เธอจึงอาสาขับไปส่งด้วยตนเอง
รถของผู้จัดการสาวนั้นนับว่าดีมากๆคันหนึ่ง นั่นคือ มาเซราตี้ มันเป็ที่หมายปองของใครหลายๆคนด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวและภายในที่หรูหรางดงามนั้น
ตลอดทางที่ขับมานั้น เธอเฝ้าแต่เอ่ยขอโทษอู๋ตี้เกี่ยวกับเื่ทัศนวิสัยของเธอที่มีต่ออู๋ตี้ก่อนหน้านั้นที่ดูไม่ดีสักเท่าไหร่
และเพื่อเป็การแสดงความจริงใจ เธอจึงมอบบัตรสีทองของภัตตาคารมิคกี้เวสเทิร์นที่ซึ่งมีส่วนลด 20% ให้แก่เขาพร้อมกับส่วนลดอีก 10,000 หยวนที่ซึ่งไม่ต้องมียอดขั้นต่ำเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
หากเป็ตอนปกติแล้ว การที่เราจะได้ส่วนลดนั้น เราต้องกินกว่า 100,000 หยวนเพื่อที่จะได้บัตรทองนี้มา แต่ในตอนนี้ ผู้จัดการสาวไม่เพียงแต่มอบบัตรทองให้เขา แต่ยังมอบส่วนลดอีก 10,000 หยวนให้แก่เขาด้วย
อู๋ตี้เองก็ไม่ได้พูดอะไรและรับมันไว้
รถคันงามค่อยๆมาจอดด้านหน้าประตูมหาวิทยาลัย และทันทีที่มันจอด ความหรูหราของมันก็ดึงดูดความสนใจของเหล่านักศึกษาคนอื่นๆกันหมด
“ว้าว นั้นมาเซราตินี่! รถหรูที่ราคาแพงกว่าล้านอีกนะ!”
“โอ้ ดูนั่นสิ! มีใครกำลังลงมาจากที่นั่งข้างคนขับด้วย ว้าว~ สาวน่ารักล่ะ นั่นเด็กมหาลัยเราเหรอ?”
“นั่นๆ ดูสิ มีสาวสวยอีกคนลงมาจากที่นั่งคนขับด้วย เป็สาวใหญ่ที่หุ่นดีสุดๆเลย นั่นแม่ของเธอเหรอ? หึ่ยๆ ดูเป็คนเ้าอารมณ์จริงๆ แต่ก็นะ พวกคนรวยนี่นา แต่พวกเขาดูยังสาวๆกันอยู่เลยนะ”
เหล่านักศึกษาที่เห็นภาพดังกล่าวต่างก็พากันคิดว่าผู้จัดการร้านนั้นเป็แม่ของเอ้อซีซี ผู้ที่มาส่งลูกเข้ามหาลัย
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนี้นั้นทำให้พวกเขาต้องตกตะลึงยิ่งกว่า พวกเขาเห็น สาวใหญ่รีบวิ่งไปที่ประตูหลัง จากนั้นก็ช่วยกันเปิดประตูด้วยความเคารพ
ใครบางคนลงมาจากประตูหลังนั้น และเมื่อพวกเขากำลังบ่นกันอยู่ว่าคนที่ให้สาวสวยระดับนี้ไปช่วยกันเปิดประตูนั้นเป็ใคร ทุกสายตาก็ต้องอิจฉาแบบสุดๆ เพราะคนที่ลงมานั้น คือหนุ่มที่อ้วนมากๆคนหนึ่ง!