น้ำหนึ่งคิดว่าคืนนั้นเขาจะรอดพ้นจากธัญวลัยแล้วแต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดผิด หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวได้ไม่นานกำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเสียงดังขึ้นมาจนเขาสะดุ้ง
ในตอนแรกเขาก็ปล่อยให้อีกฝ่ายเคาะไปแบบนั้นถ้าหากไม่ไปเปิดก็คงจะยอมแพ้ไปเอง แต่ดูเหมือนว่าจะคิดผิดเสียงเคาะประตูเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆจนเกรงว่าคนรับใช้ในบ้านจะตื่นกันหมดบ้าน
เขายอมแพ้และเดินไปเปิดประตูให้ด้วยสีหน้าที่ไม่ยินดีเลยแม้แต่น้อย
“พี่จะนอนแล้วมาทำเสียงดังทำไม”โชคดีของน้ำหนึ่งที่เขาถอดแว่นวางไว้บนโต๊ะตรงข้างเตียงตอนนี้เขาจึงกล้ามากพอที่จะเงยหน้าขึ้นมองธัญวลัย
สายตาที่สั้นมากๆของเขาทำให้เห็นเป็เบลอๆใน่เวลาหนึ่งจึงมีความกล้าขึ้นมา
ธัญไม่ตอบอะไรกลับแต่กลับดันเขาเข้าไปในห้องแน่นอนว่าเอาตัวเองเข้ามาในห้องด้วยเช่นกัน ประตูถูกปิดและล็อคทันทีไม่ใช่ว่าหนึ่งไม่ขืน แต่แรงเขามีมากไม่เท่าเด็กหนุ่มวัยรุ่นอย่างธัญวลัย
“พอพี่ไม่ใส่แว่นแล้วทำหน้าแบบนี้ทุกที”หนึ่งชะงักไปเมื่อจู่ๆใบหน้าของธัญก็เข้ามาใกล้จนเกือบชิดแม้จะเป็ธัญเองก็ไม่ได้เห็นน้ำหนึ่งตอนถอดแว่นบ่อยๆนักเขายอมรับเลยว่าอีกฝ่ายดูเด็กลงและน่ารักไม่หยอกยามที่ใบหน้าไร้ซึ่งแว่นบดบังสายตา
ฝ่ามือทั้งสองข้างของธัญประคองใบหน้าของหนึ่งไว้ไม่ให้หันหนีไปไหนปลายจมูกของทั้งคู่ชนกันและมันใกล้มากพอที่จะทำให้หนึ่งเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของธัญอย่างชัดเจน
ใกล้กันจนััได้ถึงลมหายใจร้อนๆหัวใจก็เต้นรัวเหมือนใกล้จะะเิ
น้ำหนึ่งดันหน้าของธัญออกแล้วก้มหน้าหนีทันทีอยู่ภายในห้องของตัวเองจะให้วิ่งหนีออกไปก็คงจะไม่ใช่เื่อีกอย่างพอมาอยู่ตรงหน้าของธัญแบบนี้ หนึ่งรู้สึกเหมือนตัวเองไร้เรี่ยวแรงยังไงก็ไม่รู้
ถ้าหากมีกระจกอยู่ตรงหน้าคงจะได้เห็นใบหน้าของตัวเองอย่างชัดเจนพวงแก้มสีขาวนวลประดับประปรายไปด้วยสีฝาดจากเืที่พุ่งขึ้นในหล่อเลี้ยงบนใบหน้าแน่นอนว่าน้ำหนึ่งไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหนอยู่
แต่คนที่เห็นชัดเจนเลยก็คือธัญ
คนตัวโตกว่ามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่แปลกใหม่และบอกไม่ถูกเช่นกันว่าตัวเองตอนนี้รู้สึกอย่างไร่หลังๆเขาเริ่มเห็นด้านน่ารักๆแบบนี้ของน้ำหนึ่งบ่อยครั้งขึ้น
เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักมากกว่าแต่ก่อนเสียอีกที่ผ่านมาน้ำหนึ่งแบบปกติเขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักน่าทะนุถนอมมาตลอดสีหน้าใหม่ๆที่หนึ่งแสดงให้เห็นยิ่งทำให้เขาตกหลุมรักมากขึ้นไปอีก
ตอนนี้เขาไม่อยากจะปล่อยมือจากน้ำหนึ่งไปเลยธัญเลื่อนมือจากใบหน้าค่อยๆไล้ปลายนิ้วผ่านผิวเนียนของหนึ่งลงต่ำไปเรื่อยๆจนถึงเอวเขาคว้าเอวเข้ามากอดและประคองร่างกายของอีกฝ่ายไว้อย่างมั่นคง
พอได้กอดแนบชิดแบบนี้มันเลยทำให้ธัญรู้ว่าน้ำหนึ่งตัวเล็กแค่นิดเดียวเท่านั้นเมื่อเทียบกับเขาหากเป็คนอื่นคงจะมองว่าน้ำหนึ่งเป็ผู้ชายที่ภูมิฐานคนหนึ่ง แต่สำหรับเขาแล้วเป็เพียงผู้ใหญ่ที่เอาแต่ทำตัวน่ารักเสียมากกว่า
“ผมชอบพี่หนึ่ง”
“พูดอะไรเนี่ย”อีกคนเริ่มเสียงดังขึ้นมาใบหน้าก็ยังคงขึ้นสีแดงระเรื่อไม่หายคำสารภาพเมื่อกี้ดูท่าจะทำให้อีกคนหน้าแดงขึ้นมากกว่าเดิมเสียอีก
ดวงตาของธัญเป็ประกายขึ้นมาทุกอย่างเป็อย่างที่เกลวบอกจริงๆ ถึงน้ำหนึ่งจะไม่ได้พูดออกมาแต่เขาก็รับรู้ได้จากอาการ นี่สินะที่เขาเรียกว่าชอบ
ร่างโปร่งยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ปิดไว้ไม่มิดและรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่เห็นเพราะเอาแต่เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ตอนนี้น้ำหนึ่งรู้สึกอายใบหน้าขึ้นสีแดงและลามมาจนถึงใบหู
“พี่ไม่ได้รังเกียจผมใช่ไหม?”เขาดึงตัวของหนึ่งเข้ามากอดกดหัวให้อิงซบตรงไหล่อย่างพอดิบพอดี
“กะ..ก็เปล่า”
“ผมชอบพี่นะแบบที่ผู้ชายคนนึงจะรักผู้ชายคนนึง”
“ธัญ..”
น้ำหนึ่งความรู้สึกกับความคิดตีกันอยู่ในหัวเขายอมรับว่ารู้สึกดีไม่น้อยกับอ้อมกอดของคนตัวสูงและรวมถึงคำพูดทั้งหมดที่พูดออกมา
แต่ส่วนลึกในใจมันกลับรู้สึกว่าแบบนี้ไม่ถูกต้อง
หนึ่งเม้มปากเข้าหากันอย่างชั่งใจคนที่รู้จัก และดูแลกันมาั้แ่เด็ก มีสิทธิ์ที่จะตกหลุมรักด้วยหรือ ?
“พี่ว่าไม่เหมาะสม..”หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เบากว่าปกติเขาทั้งลำบากใจและรู้สึกเ็ปกับตัวเองจริงๆ เื่ชอบธัญ เขาไม่มาคิดแม้แต่น้อย
“ใครกำหนดว่าแบบไหนถึงจะเหมาะสม? แบบผมกับเกลวเหรอถึงจะเหมาะสม?”
“ก็ยังดีกว่าพี่ไม่ใช่เหรอ?”
“ที่พี่พูดแบบนี้แสดงว่าพี่ก็ชอบผมเหมือนกันใช่ไหม?”
หนึ่งนิ่งและชะงักไปเขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันอีกครั้งอย่างชั่งใจ
“เห็นไหม ? พี่เองก็ชอบผมเหมือนกัน”
“นั่น…”คำพูดของน้ำหนึ่งถูกกลืนหายไปโดยริมฝีปากของธัญวลัยที่ประกบลงมาเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้โต้เถียงริมฝีปากแนบจูบกันอย่างแแ่แล้วสักพักธัญก็ผละออกช้าๆ
หนึ่งทั้งอึ้งทั้งใจู่ๆตัวเองก็ถูกฉกฉวยจูบไปเสียอย่างนั้น แม้จะเป็เพียงจูบธรรมดาๆไม่มีอะไรลึกซึ้งแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้เขารู้สึกราวกับจะะเิตัวเองออกมา
เขาใช้แรงทั้งหมดผลักธัญให้ออกห่างและยกแขนขึ้นปิดใบหน้าของตัวเองเพราะตอนนี้เขารู้ตัวว่าคงกำลังทำสีหน้าแปลกๆอยู่แน่ๆ
“พี่.. ไม่ชอบเหรอ?”ธัญกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
“....”
“ถ้าไม่ชอบผมก็--”เสียงของธัญเงียบลงอย่างกระทันหันดวงตาคมเบิกโพลงด้วยความตื่นใริมฝีปากบางนุ่มของน้ำหนึ่งประกบชิดกับริมฝีปากของเขา น้ำหนักตัวของอีกฝ่ายก็ทิ้งลงมาอย่างเต็มที่จนต้องถอยหลังเสียหลักและล้มลงไปโชคดีนักที่ด้านหลังของพวกเขาทั้งคู่เป็เตียงนอนที่รอรับน้ำหนักอยู่
ลิ้นเล็กสอดเข้ามาในโพรงปากของธัญแบบไม่ทันได้ตั้งตัวซึ่งลิ้นร้อนชื้นนั้นก็เล่นซนกวาดหาเอาความหวานจนทั่ว ธัญพยายามจะตวัดลิ้นเกี่ยวตอบกลับอย่างเก้ๆกังๆนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ัักับอะไรอย่างนี้
แขนทั้งสองข้างของน้ำหนึ่งยกขึ้นโอบรอบคอของธัญวลัยมือเรียวกดท้ายทอยไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้หนีหน้าไปไหนพลางรุกจูบไม่หยุดไปอีกสักพักก่อนจะผละออกมาโดยที่ยังใช้ริมฝีปากคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
“แบบนี้..ถึงจะเรียกว่าจูบ”สีหน้าของน้ำหนึ่งตอนนี้ดูดีอยู่ไม่หยอกใบหน้าที่ทำหน้าเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของมือใหม่ รวมทั้งความรู้สึกที่เขินอายหัวใจที่เต้นแรงกว่าเดิม
ทุกสัญญาณบ่งบอกอย่างชัดเจนแล้วว่าทั้งคู่ใจตรงกัน
“พี่หนึ่ง…”
“ฟังก่อน!”ธัญหยุดชะงักทันทีตอนแรกเขาว่าจะฉกริมฝีปากนุ่มของอีกคนมาลิ้มรสอีกสักทีแต่ก็ถูกห้ามไว้เสียก่อน ธัญพยักหน้าและตั้งใจฟังสิ่งที่น้ำหนึ่งกำลังจะพูด
“พี่..ไม่เคยคิดเลยว่าจะรู้สึกแบบนี้กับธัญ เพราะเรานั่นแหละที่มาบอกชอบพี่ !จนถึงตอนนี้พี่ก็ยังรู้สึกสับสนอยู่เลย.. อนาคตยังไงให้เราไปแต่งงานกับเกลวและมีลูกน่ารักๆซักคนมันคงดีกว่าพอธัญเข้ามาบอกชอบ พี่ก็เลยเริ่มคิดเื่ของเราขึ้นมาบอกตรงๆว่ารู้สึกผิดกับคุณน้ามากๆ แต่.. ธัญจะรับผิดชอบใช่ไหม?”ใบหน้าขึ้นสียามที่กำลังเอ่ยปากพูดราวกับสารภาพรักตอบกลับมามันน่าดูยิ่งกว่าเวลาไหนๆแม้อีกฝ่ายจะไม่พูดออกมาว่าชอบแต่เขาก็สามารถรับรู้มันได้เป็อย่างดี
“ธัญจะรับผิดชอบทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่หนึ่งเลยครับ”เขาใช้มือเกลี่ยเส้นผมที่บังใบหน้าของอีกฝ่ายให้เหลือเพียงใบหน้าที่แสดงออกถึงความเคอะเขินและให้คำสัญญา
“คิดดีแล้วใช่ไหม..พี่โตแล้วนะ จะ30แล้วด้วย…”ในน้ำเสียงของน้ำหนึ่งมีความกังวลอยู่ไม่น้อยเพราะอายุของหนึ่งก็เข้าใกล้เลขสามมากขึ้นทุกวัน ในขณะที่อีกคนยังอยู่ที่เลขสอง
อายุของทั้งคู่ห่างกันมากกว่าพี่น้องบางคู่เสียอีก
“นอกจากพี่หนึ่งแล้วธัญก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน ธัญสัญญาเลยว่าจะอยู่กับพี่หนึ่งไปจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของชีวิตเลยครับ”
น้ำหนึ่งแสดงสีหน้าไม่ค่อยเชื่อออกมาแต่ถึงอย่างนั้นก็โถมตัวเข้ามากอดธัญอยู่ดีตอนนี้คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากให้ความเชื่อใจหนึ่งเองก็ตัดสินใจไปแล้วเื่ของความรู้สึกของตัวเอง
เขาตัดสินใจที่จะเผยความรู้สึกออกมาความรู้สึกที่ว่าเขาก็ชอบธัญในแบบของคนรักเหมือนกันแม้ก่อนหน้านี้จะไม่ได้คิดหรือไม่ได้ทันสังเกตเลยก็ตาม แต่พอได้ถามใจตัวเองดีๆแล้วมันก็ตอบออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าชอบ
“พี่หนึ่ง”
“หืม ?”
“พี่ชอบผมใช่ไหม?”สิ้นสุดคำถามหนึ่งก็หลุดหัวเราะออกมาและยกมือขึ้นลูบเบาๆที่หัวของคนที่เด็กกว่า เขาแสดงออกขนาดนี้แล้วแท้ๆแต่กลับยังตั้งคำถามอยู่อีก
“ชอบ”
“อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยได้ไหม?”หัวทุยซุกลงกับไหล่ของอีกคนพลางกอดเอวไว้หลวมๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัดซึ่งหนึ่งก็กอดละตอบรับเป็อย่างดี
“ได้สิ”
“ธัญจะบอกพ่อด้วยว่าธัญชอบพี่หนึ่งบอกแม่ด้วยธัญจะบอกทุกคนเลยว่าธัญชอบพี่หนึ่ง”ใบหน้าของน้ำหนึ่งยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเล็กๆเขารู้สึกดีใจที่ธัญแสดงออกมาว่ารักเขามากขนาดนี้
“ถ้าคุณน้าไม่ยอมล่ะ?”
“งั้นจะหนีไปด้วยกันกับพี่หนึ่ง”
หน้าผากของธัญถูกดีดเบาๆด้วยนิ้วของน้ำหนึ่งเมื่ออีกคนพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา
“พี่จะช่วยพูดเองโอเคไหม?”
“พี่หนึ่ง”สายตาของธัญวลัยเงยหน้าขึ้นมองคนที่กำลังนั่งคร่อมตักเขาอยู่อย่างมีความหมายเขารู้สึกดีใจจริงๆและคาดหวังว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี
“ครับ”
“ธัญชอบพี่หนึ่งนะ”
“...พี่ก็ชอบธัญเหมือนกัน”
ไม่ว่าจะให้พูดกี่ครั้งน้ำหนึ่งก็ยังรู้สึกไม่ชินกับการบอกชอบอีกฝ่ายอยู่ดีแต่ดูท่าว่าหลังจากนี้จะต้องหัดพูดให้ชินเสียแล้ว
มือของทั้งคู่กอบกุมประสานกันอย่างแแ่ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นเต็มไปหมดหัวใจของทั้งคู่เต้นเป็จังหวะเดียวกันส่งสัญญาณหากันว่าความรักที่มีให้กันเป็เื่จริง
และจะเป็เช่นนี้ไปตลอดกาล