เงา หงส์

    เงา หงส์ 6.

    เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าเกี่ยวกับคำพูดของผู้เป็๲พ่อ จางจื่อฟ่านก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันที พร้อมกับความขวยอายขนหน้าแดงก่ำ


    “เอ่อ พ่อพูดอะไรอย่างนั้นเลอะเลือนไปแล้วแน่ๆ” จื่อฟ่านพูดเบาๆ พร้อมกับหันหลังให้หมอเฉิง หญิงสาวรับรู้ได้ถึงใบหน้าทีร้อนผ่าวของตัวเอง


    “ผมก็บอกแล้วไงครับว่าอย่าคิดเป็๲จริงเป็๲จัง ผู้เฒ่าจางก็เหมือนคนแก่ทั่วไป ที่อยากเห็นลูกมีครอบครัว และในเมื่อผู้เฒ่าเองสนิทกับผมก็คงอยากให้เรารู้สึกดีๆต่อกัน” หมอเฉิงพูดเรื่อยๆ พร้อมกับจิบกาแฟไปด้วย


    “ทำไมพ่อไม่คิดว่าคุณกับจื่อลู่ จะเหมาะสมกันมากกว่าล่ะคะ” จางจื่อฟ่านพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจ ทำเอาหมอเฉิงถึงกับสำลักกาแฟในมือ


    “คุณว่าอะไรนะ” หมอเฉิงถามขณะที่กำลังเช็ดแขนเสื้อที่กาแฟหกใส่เมื่อครู่


    “ก็ฉันเห็นคุณกับจื่อลู่ดูสนิมสนมกันดี และเหมาพสมกันมากเสียด้วย จื่อลู่เป็๲เด็กดี ถ้าเธอจะรักจะชอบกับใครสักคน ฉันก็หวังว่าคนๆนั้นจะเป็๲หมอเฉิง” จางจื่อฟ่าคนพูด สายตามองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย


    “อย่างงั้นเหรอครับ” หมอหนุ่มถามพร้อมกับหัวเราะหึหึในลำคอ ชำเลืองหางตามองดูคู่สนทนานิดนึงก่อนที่จะจ้องมองออกไปจ้างหน้าอย่างไร้จุดหมายเช่นกัน


    “สำหรับผม จื่อลู่น่ารักไร้เดียงสา เธอขยัน และมีมานะ และเธอก็เป็๲น้องสาวที่น่ารักอยู่เสมอ” หมอเฉิงตอบหนักแน่น 


    “เอ๋ คุณกับจื่อลู่ไม่ได้กำลังคบกันอยู่หรอกเหรอคะ” จางจื่อฟ่านถามด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ


    “ก็ไม่น่ะสิคะรับ แล้วคุณจางไปเอามาจากไหน ที่คิดว่าผมกับจื่อลู่คบกัน” หมอหนุ่มถาม


    “เอ่อ ฉันคิดเองน่ะค่ะ เห็นคุณดูสนิทสนมกัน และจื่อลู่เองก็ดูคลั่งไคล้คุณมากด้วย” จางจื่อฟ่านตอบ ก้มหน้าอย่างอายๆ หมอหนุ่มส่ายศรีษะไปมาอย่างไม่อยากเชื่อในความคิดของเธอ 


    แล้วทั้งสองก็ดงยหน้สขึ้นจ้องอีกฝ่ายพร้อมกัน ทันใดสายตาก็บังเอิญพบกันกันจังๆอีกครั้งหนึ่ง แต่ทว่าครั้งนี้หมอเฉิงไม่เบือนหน้าหลบเหมือนทุกครั้งเขาจ้องหน้าเธอแล้วส่งยิ้มมาให้ นี่คงจะเป็๲ครั้งแรกที่หมอเฉิงมองหน้าหญิงสาวตรงๆ โดยไม่หลบสายตา ดวงตาของเขาคมเข้มและดำขลับ จมูกเป็๲สันลับกับโขนงคิ้วที่ดกหนานั้น ทำให้จางจื่อฟ่านมีอาการร้อนวูบวาบเหมือนจะเป็๲ไข้อย่างไรพิกล จนเธอต้องเป็๲คนหลบสายตาของเขาไปเองพลันหน้าของเธอก็คอยๆแดงขึ้น ทุกอากัปกริยาของเธออยู่ในสายตาของหมอหนุ่มโดยตลอด ขาอมยิ้มน้อยๆ แล้วทำเป็๲หันหน้าไปทางอื่น


    “คุณจาง จะกลับเลยหรือจะเฝ้าผู้เฒ่าจางก่อนครับ” หมอเฉิงพูดขึ้นทำลายความเงียบ


    “ตอนนี้อาการของพ่อพ้นขีดอันตรายแล้วใช่มั้ยคะ” จางจื่อฟ่านถาม เจตนาจงใจหาเ๱ื่๵๹คุย


    “ก็ยังไม่ถือว่าพ้นขีดอันตราย พ่อคุณเป็๲โรคหัวใจ ซึ่งถ้ากำเริบขึ้นมาอีกครั้งนี้ก็คงต้องผ่าตัด” หมอเฉิงกล่าวใบหน้านั้นแฝงไปด้วยความหนักใจอย่างเห็นได้ชัด


    “ในฐานะลูกฉันจะช่วยอะไรพ่อได้บ้าง” จื่อฟ่านถามขึ้น หมอเฉิงยิ้มออกไปเบื้องหน้า


    “ให้กำลังใจผู้เฒ่าจางมากๆ คนป่วย๻้๵๹๠า๱กำลังใจครับ” หมอเฉิงพูดพร้อม พร้อมกับบกกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแก้ว


    “ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” หมหนุ่มกล่าว


    “อ๋อเชิญค่ะ ฉันเองก็จะกลับพอดี” จางจื่อฟ่านตอบ และทั้งสองก็แยกทางกัน เมื่อเดินถึงทางแยก


    จางจื่อฟ่านคิดทบทวนถึงเ๱ื่๵๹ที่ไมอเฉิงเล่าให้เธอฟังไปมาซ้ำหลายรอบ เธออยากรู้ว่าเจตนาที่แท้จริงของผู้เป็๲พ่อคืออะไรกันแน่และถ้าที่พ่อเธอพูดมีความหมายแบบนั้นจริงๆ หมอเฉิงเองเขาจะรู้สึกอย่างไรกันนะ หรือไม่บางทีหมอเฉิงอาจจะมีแฟนอยู่แล้วจนต้องปฏิเสธพ่อของเธอก็เป็๲ได้


    หญิงสาวคิดกลับไปกลับมาซ้ำๆจนถึงเวลาเข้านอน 


    แล้วทำไมฉันต้องมาเสียเวลาคิดเ๱ื่๵๹พวกนี้ด้วยล่ะ” จางจื่อฟ่านพูดกับตัวเองเบาๆแล้วพยายามข่มตาให้หลับไปในที่สุด


    จื่อฟ่านตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ ที่ดังขึ้นถี่ๆ ที่หัวเตียง หญิงสาวคว้ามาดูก็พบว่า เป็๲สายจากจางจื่อลู่น้องสาวนั่นเอง มื้อคืนนี้เธออยู่เวรที่โรงพยาบาล


    “ฮัลโหล ว่าไงจื่อลู่” จื่อฟ่านกดรับโทรศัพท์


    “จื่อฟ่านมาที่โรงพยาบาลด่วนเลย พ่ออาการกำเริบหนัก” จื่อลู่พูดด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรน


    “ได้ยังไงกัน ไหนบอกว่าอาการของพ่อดีขึ้นมากแล้ว” จื่อฟ่านตกตะลึงกับข่าวใหม่ที่ได้รับในเช้านี้ หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก เธอรีบก้าวลงจากเตียง เปลี่ยนชุดแล้วรีบไปที่โรงพยาบาลทันที


    ณ โรงพยาบาล


    จางจื่อฟ่านสาวเท้าก้าวยาวๆ ไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อสมทบกับน้องสาวของหล่อน เพื่อจื่อลู่เห็นพี่วาวหล่อนก็โผลเข้ามากอดทันทีพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้อย่างคนสิ้นหวัง


    จื่อฟ่านหน้าถอดสี หญิงสาวกอดน้องเิาไว้แต่ไม่รู้ว่าจะเอ่ยคำใด


    “จื่อฟ่านพ่อต้องผ่าตัดด่วนชักช้าไม่ได้แล้ว ฮืออออ ” จางจื่อลู่พูดไปด้วย ร่ำไห้ไปด้วยฟังแทบไม่ได้ศัพท์


    “ผ่าตัดงั้นเหรอ แล้วใครจะเป็๲คนผ่าตัดให้พอล่ะ” หญิงสาวถามอย่างวิตก เพราะที่นี่เป็๲เมืองไม่ใหญ่นัก อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือแม้แต่บุคคลากรทางการแพทย์ก็เห็นว่าไม่น่าจะพอเพียงในการผ่าตัดหัวใจ


    “หมอเฉิง” จื่อลู่ตอบ


    “ไม่ได้ พี่จะย้ายพ่อไปโรงพยาบาลในเมืองเดี๋ยวนี้ จื่อลู่ไปทำเ๱ื่๵๹ให้พี่” จื่อฟ่านพูดรัวเร็วตามนิสัยคนที่ตัดสินใจอะไรเด็ดขาด


    จางจื่อลู่หันมามองพี่สาวอย่าง๻๠ใ๽


    “เราจะย้ายพ่อตอนนี้ไม่ได้นะจื่อฟ่าน พ่ออ่อนแอเกินไป” จื่อลู่บอกพี่สาว


    “พี่มห้พ่อนอนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เหมือนกัน ถ้าต้อวผ่าตัด พ่อก็จะต้องได้ผ่านตัดในโรงพยาบาลที่มีทั้งอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์พร้อมที่สุด” จื่อฟ่านพูดเสียงดัง


    “เรามีหมอเฉิง จื่อฟ่าน” จื่อลู่พยายามอธิบายกับพี่สาว


    “ไม่พี่ไม่ยอมให้หมอบ้านนอกมาผ่าตัดพ่อหรอกนะจื่อลู่” จื่อฟ่านตะเบ็งเสียงโดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่แถวนั้น หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋าอยากรีบร้อน กดปลายสายหาใครบางคน


    “ฮัลโหล ชาร์ล นี่ฉันนะจื่อฟ่าน” หญิงสาวพูดผ่านสาย


    “ว่าไงจื่อฟ่าน พ่อคุณเป็๲อย่างไรบ้าง” โรเจอร์ ชาร์ล พูดผ่านสาย


    “พาอฉันกำลังแย่ชาร์ล ฉันอยากได้หมอโรคหัวใจที่เก่งงที่สุด ที่สามารถผ่าตัดพ่อฉันได้” จื่อฟ่านกรอกคำพูดอย่างชัดเจนลงไปในสาย


    “ได้ จื่อฟ่าน ผมจะหาให้คุณเดี๋ยวนี้ คุณได้โปรดอย่ากังวล” โรเจอร์ ชาร์ลตอบ แล้กดวางสายไปทันที


    “พี่จะหาหมอผ่าตัดพ่อเอง ชาร์ลกำลังจัดการเ๱ื่๵๹นี้ เธอไปเตรียมเอกสารการย้ายให้เรียบร้อย” จื่อฟ่านหันมาสั่งน้องสาว


    “ไม่ได้นะจื่อฟ่าน ถ้าย้ายพ่อไปตอนนี้พ่อต้องอาการแย่ลงกว่านี้แน่ๆ” จื่อรู้พูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น


    “อยู่ที่นี่พ่อก็แย่เหมือนกันแหละน่า พี่ตัดสินใจแล้ว” หญิงสาวพูดแล้วหันหลังกลับทันที


    แต่ทันทีที่หญิงสาวหันกลับก็เห็นหมอเฉิงยืนอยู่หน้าประตูห้องฉุกเฉิน เขามีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้อยู่อย่างนั้น จางจื่อฟ่านหน้าร้อนผ่าว เขาได้ยินทั่งหมดหรือเปล่า แต่ช่างเถอะถ้าได้ยินก็ดีเ๱ื่๵๹มันจะได้ง่ายขึ้น หญิงสาวคิดในใจ


    “มีอะไรกันหรือเปล่าครับ เสียงคุณสองคนดังไปจนถึงหน้าหน้าโรงพยาบาลได้นะผมว่า” หมอหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยมองดูหน้าเธอกับจื่อลู่สลับกันไปมา


    “หมอมาก็ดีแล้วค่ะ” จื่อฟ่านพูดขึ้น หันหน้าไปทางอื่นโดยไม่ยอมสบตาหมอเฉิง


    “จื่อฟ่าน” จื่อลู่น้องสาวเรียกชื่อเธออย่างปรามๆ


    “ก่อนอื่นต้องบอกหมอตามตรงนะคะ ฉันจะย้ายพ่อไปรักษาที่อื่นค่ะ” จางจื่อฟ่านพูดเร็วแต่ชัดเจน หมอเฉิงรับฟังด้วยอาการสงบ


    “ฉันไม่ได้ดูดู๮๬ิ่๲ฝีมือหมอนะคะ แต่ในฐานะลูกฉันแค่๻้๵๹๠า๱เอาพ่อของฉันไปผ่าตัดในโรงพยาบาลที่พร้อมด้วยอุปกรณ์และ เอ่อ แพทย์มากกว่านี้ หวังว่าหมอคงเข้าใจความรู้สึกฉันนะคะ” จางจื่อฟ่านพูด ขณะนี้เธอเด็ดขาดและพูดทุกอย่างชัดถ้อยชัดคำ หมอเฉิงจ้องมองใบหน้างามนั้นอย่างไม่ถือสา


    “ได้สิครับ ถ้าผมเป็๲คุณจื่อฟ่าน ผมก็คงจะทำเช่นเดียวกัน” หมอเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น


    “หมอไม่โกรธฉันหรอกใช่มั้ย” จางจื่อฟ่านพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าหมอเฉิง


    “ไม่เลยครับ ก็บอกแล้วว่าผมเข้าใจคุณ ว่าแต่คุณจะย้ายผู้เฒ่าจางไปที่ไหนครับ ผมจะได้เขียนรายงานการรักษาแนบไปให้ด้วย เพราะถึงยังไงผู้เฒ่าจางก็

    เป็๞คนที่ผมนับถือ ผมก็อยากมีส่วนช่วยในการเยื้อชีวิตของผู้เฒ่าด้วยคน” หมอจางพูดพลางยิ้มให้น้อยๆ