แม้กาญเกล้าจะพยายามบอกตัวเองว่าธามิณีคิดและพูดเพ้อเจ้อเพื่อให้เธอกลัวแต่หลายวันที่ผ่านมาเธอกลับฝันร้ายจนกลัวว่าเหตุการณ์ที่ธามิณีบอกว่าเธอจะตายอาจเป็จริงขึ้นมาก็ได้การตายของพ่อกับแม่ทำให้เธอโทษธามิณี หากรู้ว่ามันจะเกิดเื่เลวร้าย ทำไมธามิณีถึงไม่พยายามเตือนมากกว่านั้นมาคราวนี้เื่กำลังจะเกิดกับตนเองทำให้กาญเกล้ากลัวและเริ่มคิดว่าหากว่ามันเป็ความจริงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตล่ะเธอจะหนีความตายได้หรือเปล่า
ปี๊ดดดดดดดดด
กาญเกล้าใหันไปมองก็ไม่ทันแล้วมอเตอร์ไซค์กำลังพุ่งเข้ามาชนเธอ แต่ในวินาทีนั้นเองใครก็ไม่รู้มาดึงแขนจนเธอหลบมอเตอร์ไซค์ได้ทันเวลาในขณะที่คนขี่มอเตอร์ไซค์คันนั้นกลับไม่สนใจจะจอดรถแล้วมาขอโทษเธอสักคำ
“เกือบไปแล้วนะครับเป็อะไรมากหรือเปล่า” พลเมืองดีถาม
กาญเกล้าหันมามองคนที่ช่วยไว้ก่อนจะหันไปมองรถมอเตอร์ไซค์ที่เกือบชนเธอเข้าแล้วถ้าหลบไม่ทันแล้วล้มหัวไปกระแทกฟุตบาท เธอคงตายไปแล้วใช่ไหม
“รถคันนั้นมันขับแย่แล้วดูสิ มันขับหนีไปเลย แทนที่จะลงมาดู ถ้าคุณไม่ดึงแขนฉันไว้ทัน คงแย่แน่ๆ” กาญเกล้าหัวเสียแต่พอหันมามองคนที่ช่วยไว้ก็ค่อยยิ้มออก
อมรถาม“คุณอยากไปแจ้งความไหมล่ะครับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะวันนี้ฉันไม่ว่าง พอดีมีธุระต้องรีบไป” จริงๆ แล้วกาญเกล้าไม่ได้ยุ่งอะไรการดรอปเรียนเพื่อมาทำงานนางแบบและพริตตี้เต็มตัวทำให้เธอมีเวลาให้ตัวเองมากขึ้น“ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันไว้”
อมรยิ้มให้อย่างเป็มิตรตอนนี้ทุกอย่างกำลังเป็ไปตามที่เขา้าแล้ว กาญเกล้ายิ้มให้คนที่ช่วยเหลือแล้วเดินไปจากตรงนั้นเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยความร้อนใจ คนแรกที่เธอโทรหาคือพี่ชายที่ไม่ได้ติดต่อกันมาเป็เดือนแล้ว
“โทรมาทำไมพี่ใช้หนี้แกไปแล้วยังจะโทรมาทำไมอีก” เตวินพูดดักไว้ก่อน การที่กาญเกล้าได้แฟนที่มีฐานะดีก็พอจะช่วยเหลือเขาในยามชักหน้าไม่ถึงหลังได้บ้าง
กาญเกล้าเม้มปากกำลังจะบ่นพี่ชายแต่เธอมีเื่ร้อนใจเลยยอมมองข้ามไปก่อน “กาญอยากได้เบอร์ของธามพี่เตมีหรือเปล่า”
“มีแต่จะเอาเบอร์ไปทำไม แกเกลียดธามไม่ใช่หรือไง แล้วที่สำคัญพี่ไม่อยากไปยุ่งกับธามอีกคราวก่อนก็...” เตวินใจหายวาบ ถ้าหลุดพูดไปว่าทำอะไรลงไปกาญเกล้าคงไม่ยอมให้ยืมเงินอีกแน่ ไม่ใช่เพราะกาญเกล้าโกรธแค้นแทนธามิณีแต่เพราะกลัวตัวเองเสียชื่อเสียงหากพี่ชายถูกตำรวจจับ “ช่างเถอะ รอแป๊บนึง”
กาญเกล้าบันทึกเบอร์ของธามิณีตามที่เตวินบอกก่อนจะวางสายเพราะต้องข้ามถนนอีกแล้ว ความกลัวตายทำให้เธอวิตกกังวลจนระแวงไปหมดแต่การจะโทรไปหาธามิณีเพื่อถามเื่ที่เธอบอกว่าเพ้อเจ้อก็ทำใจยากทำให้จนแล้วจนรอดตลอดทั้งวันเธอก็ยังไม่ได้โทรหาธามิณี
ธามิณีต้องฝึกงานก่อนที่จะขึ้นปี4 แต่เธอมีเวลาว่างประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเริ่มฝึกงาน่นี้เธอเลยมีเวลาพักไม่เหนื่อยจากการเรียนแล้วรีบไปทำงานพิเศษอย่างทุกวันที่ผ่านมาธามิณีเดินเรื่อยๆ จนไปถึงร้านที่ทำงานพิเศษในเวลา 5 โมงเย็นวันนี้มีลูกค้าไม่มากนัก ทำให้เธอมีเวลาได้นั่งคิด หากกาญเกล้าไม่ติดต่อมาเธอคงทำอะไรไม่ได้ ถ้าจะคิดเสียว่ามันเป็ชะตากรรมของคนคนนั้นแต่ถ้ากาญเกล้าเกิดเหตุการณ์อย่างที่เธอเห็นในนิมิตแล้วตายไปจริงๆเมื่อถึงเวลานั้นเธอจะโทษตัวเองอย่างคราวก่อนอีกหรือเปล่า
ลูกค้ายกมือให้ไปเก็บเงินพอดีทำให้ธามิณีหยุดเื่ที่กำลังคิดเอาไว้ก่อนเธอนำบิลไปให้ลูกค้าซึ่งจ่ายเงินมาจำนวนพอดี แล้วกลับไปที่แคชเชียร์ก่อนจะกลับมายังโต๊ะเดิมอีกครั้งเพื่อทำความสะอาดแต่กลับพบว่าลูกค้าที่เพิ่งออกไปจากร้านลืมโทรศัพท์ไว้หญิงสาวรีบวิ่งออกไปตามหาเพราะไม่น่าจะเดินไปไกล แต่หลังจากเดินหาไปจนถึงปากซอยธามิณีก็ยังไม่เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใส่เสื้อมีฮู้ดสักคน
“ไปไหนแล้วรู้ตัวไหมเนี่ยว่าลืมโทรศัพท์”
ธามิณีเดินกลับเข้ามาในร้านก็พอดีมีเสียงโทรศัพท์ดังจากเครื่องที่ลูกค้าลืมไว้เธอลังเลว่าควรรับดีไหม แต่พอคิดว่าอาจเป็เ้าของเครื่องที่โทรมาจึงกดรับ
“ขอโทษนะครับผมเป็เ้าของโทรศัพท์ ผมเพิ่งนึกได้ว่าลืมไว้ที่ร้านน่ะครับ” เ้าของโทรศัพท์เอ่ย“ไม่ทราบว่าตอนนี้โทรศัพท์ยังอยู่ที่เดิมไหมครับ”
“ค่ะคุณอยู่ที่ไหนคะ ตอนนี้ทางร้านเก็บโทรศัพท์ไว้แล้วค่ะ ถ้ายังไงคุณสะดวกมารับคืนวันนี้ไหมคะ”
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดก่อนตอบว่า “ผมขึ้นรถแท็กซี่มาไกลแล้ว พอดีต้องไปทำธุระก่อน อีกสักชั่วโมงหนึ่งร้านยังเปิดอยู่ไหมครับ”
“เปิดค่ะ”แต่ก็เฉียดฉิวหากว่าลูกค้าท่านนี้มาช้า แต่อย่างไรเสียก็ต้องรอ
“ถ้าอย่างนั้นผมไปทำธุระก่อนแล้วจะกลับไปที่ร้านเพื่อรับโทรศัพท์คืน รบกวนช่วยรอด้วยนะครับ”
ธามิณีรับปากแล้ววางสายเธอบอกเ้าของร้านว่าเ้าของโทรศัพท์จะกลับมาแต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับมารับโทรศัพท์ตอนไหน ก่อนจะไปทำงานของตัวเองต่อกระทั่งเวลาผ่านไปจนร้านปิดแล้ว ทำให้ธามิณีออกมายืนรอด้านนอกยังดีที่รอไม่กี่นาทีลูกค้าที่ลืมโทรศัพท์ก็มาถึง เธอส่งโทรศัพท์ให้เขาอย่างโล่งใจการเก็บของลูกค้าเอาไว้ข้ามคืนคงไม่น่าสบายใจสักเท่าไหร่
“ขอบคุณนะครับที่เก็บไว้ให้”
“ยินดีค่ะ”ธามิณียิ้มดีใจที่เ้าของได้รับโทรศัพท์คืนในที่สุด “คุณหน้าคุ้นๆ จังค่ะมาทานกาแฟที่ร้านบ่อยๆ ใช่ไหมคะ”
“ผมเพิ่งย้ายมาทำงานแถวๆนี้น่ะครับ ร้านนี้บรรยากาศดี เค้กอร่อย กาแฟถูกปากเลยมาเรื่อยๆ” ชายหนุ่มตอบพลางยิ้มจนตาหยีเมื่ออีกฝ่ายจำได้
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะคะ”ธามิณียกมือไหว้ “ถ้างั้นฉันขอตัวไปก่อนแล้วนะคะ”
อมรยิ้มอย่างเป็มิตรและมองร่างเพรียวของเป้าหมายที่เดินแกมวิ่งไปที่รถเมล์ซึ่งขับเข้ามาจอดพอดีพลันรอยยิ้มละมุนกลับเป็เหยียดหยันระคนสาแก่ใจตอนนี้พระเสาร์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาได้เข้าใกล้ธามิณีมากจนสามารถฆ่าเธอได้หากไม่มีผลึกกาลในร่างของหญิงสาวคนนั้น เขาคงได้แก้แค้นเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังก่อนอีกไม่นานหรอก เขาจะได้สมใจดังที่หวัง
ธามิณีเดินออกมาจากหอพักแม้ว่าจะเป็วันหยุดและยังไม่ถึงเวลาต้องไปทำงานพิเศษ แต่เธอต้องรับนัดของกาญเกล้าที่โทรมาเมื่อคืนก็เพราะน้ำเสียงกังวลใจของอีกฝ่ายหากทำอะไรได้เพื่อไม่ให้การตายเกิดขึ้น เธอย่อมอยากทำแม้ว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่เธอั้แ่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในร้านอาหารใกล้กับคอนโดที่กาญเกล้าพักอยู่ธามิณีถอนใจเพราะกาญเกล้าช่างไม่เปลี่ยนไปเลยเื่ความเอาแต่ใจ
“ที่เธอเห็นว่าฉัน...” กาญเกล้าถามเมื่อเห็นว่าธามิณีนั่งลงแล้วส่วนน้ำที่เธอสั่งไว้ให้กำลังมาพอดี “ฉันใส่เสื้อผ้าสีอะไรแล้วมันเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น”
ธามิณีหลับตาพยายามนึกถึงนิมิตที่เห็นในสมองเมื่อวันก่อนแล้วเพื่อยั่วโมโหกาญเกล้าสักหน่อยเธอแกล้งหยิบน้ำมาดื่มจนอีกฝ่ายร้อนรนจนทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ เธอเลยสงสารแทนหมั่นไส้
“เธอใส่เกาะอกสีดำกับกางเกงยีนส์วันนั้นเธออยู่บนดาดฟ้า กำลังร้องไห้แล้วก็ทะเลาะกับใครสักคน ก่อนจะถูกผลักตกตึกแล้วก็ตาย”
กาญเกล้าฟังแล้วแทบหยุดหายใจเพราะชุดที่ธามิณีบอกมาเธอมีจริงๆแต่ธามิณีพูดถึงการตายของเธอในอนาคตเหมือนเป็เื่ปกติแบบนี้ได้ยังไงกันนี่มันชีวิตของเธอเชียวนะ เธออยากจะะโใส่หน้าไปแบบนั้น แต่ยังทำไม่ได้เพราะเธอ้าให้ธามิณีช่วย
“ใครที่ผลักฉันตกตึกแล้วมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”
“ฉันไม่เห็นเ้าของมือที่ผลักเธอว่าเป็ใครและไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”
กาญเกล้าชักสีหน้าทั้งโมโหธามิณีและกลัวที่ตัวเองต้องตายเพราะใครก็ไม่รู้
“ไร้ประโยชน์แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าต้องระวังใคร”
“มือที่ฉันเห็นค่อนข้างใหญ่คงเป็มือผู้ชาย ไม่สวมแหวน แต่ใส่นาฬิกาที่สายเป็หนังสีน้ำตาล”ซึ่งไม่น่าจะเป็ผู้ชายที่เห็นมากับกาญเกล้าเมื่อวันก่อนเพราะนาฬิกาที่ใส่ไม่ใช่สายหนังแต่หากเขามีนาฬิกาหลายเรือนก็อาจจะยังตัดออกไปจากคนที่น่าสงสัยไม่ได้“เธอไปมีปัญหากับใครบ้างไหม หรือใครที่เธอสงสัย จู่ๆ จะเกิดเื่แบบนั้นกับเธอมันต้องมีสาเหตุอะไรบ้างสิ”
กาญเกล้าฟังแล้วหน้าเสียเพราะเบาะแสที่ธามิณีบอกก็ชักเข้าเค้าแต่เื่อะไรที่เธอจะบอกว่าเธอมีแฟนแล้วก็จริง แต่บางครั้งแอบคุยกับผู้ชายอีกคนด้วยเธอเคยเห็นกิ๊กของตัวเองใส่นาฬิกาสายหนังสีน้ำตาล หากไม่เจอหน้า ไม่ติดต่อกันอีกเธอก็จะรอดตายใช่ไหมนะ
“แล้วถ้าฉันไม่ใส่ชุดที่เธอว่าฉันก็จะไม่ตายใช่ไหม”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าถ้าสีเสื้อผ้าเปลี่ยนไปเหตุการณ์ที่ฉันเห็นจะยังเกิดขึ้นหรือเปล่า” ธามิณีสงสัยเหมือนกันเพราะเธอเคยเห็นภาพการตายของป้ารัดเกล้าและกาญเกล้าเท่านั้น เธอไม่รู้อะไรมากไปกว่าที่บอกกาญเกล้าหรอก“ทางที่ดีเธอแค่อย่าไปดาดฟ้า แล้วก็อย่าไปมีเื่กับใครไว้ก่อนแล้วกัน”
“สิ่งที่เธอเห็นมีแค่นี้ใช่ไหม”กาญเกล้าถามพร้อมกับเรียกให้พนักงานมาเก็บเงิน
“อืมแค่นี้แหละ
กาญเกล้าลุกขึ้นแล้ววางเงินไว้ราวกับว่าอยากไปเต็มทีธามิณีอยากจะเข้าใจว่ากาญเกล้ากำลังกลัวเลยทำแบบนั้นแต่มันไม่ใช่ความผิดของเธอที่เห็นว่าจะมีใครตายแล้วเตือนให้รู้การตายของป้ากับลุงทำให้เธอฝันร้ายอยู่หลายเดือนและเต็มไปด้วยคำถามว่าถ้าเธอเตือนหรือทำอะไรมากกว่านั้นสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นมันยังจะเกิดขึ้นอีกไหม คราวนี้ก็เหมือนกันเธอหวังว่ากาญเกล้าจะมีชีวิตยืนยาว และนิสัยดีขึ้นสักหน่อย
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี