ชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 57 แพ้พ่าย (ตอนแรก)

            หมิงหยวนเป็นตัวแทนออกไปจับสลากหยางจวินจึงพยักหน้าพลางส่งยิ้มทักทาย ผลคือหยางจวินจับได้ที่สาม

            สวรรค์โปรดเมตตา…หมิงหยวนกำหมัดที่ชื้นเหงื่อด้วยความตื่นเต้น หยางจวินจึงเอ่ยเย้าหยอก “ตื่นเต้นขนาดนั้นเชียว? แต่ถึงอย่างไรวันนี้ข้าก็จะไม่ประมาทเจ้า”

                    

            “ไม่ใช่เสียหน่อย” หมิงหยวนยกมือแตะจมูกแก้เขิน ความรู้สึกในตอนนี้ซับซ้อนเกินจะอธิบาย

                    

            กลุ่มหลี่เหรินดูเหมือนจะพอใจมากที่จับสลากได้ลำดับที่หนึ่งเพราะไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เพียงตั้งใจตอบคำถามให้ดีก็พอไม่เหมือนกลุ่มที่เหลือ ทั้งต้องเตรียมตัวกล่าวสุนทรพจน์ทั้งต้องคอยจับผิดหาข้อโต้แย้ง

                    

            ซึ่งประเด็นที่พวกเขาหยิบยกมากล่าวนั้นค่อนข้างน่าประหลาดใจเนื้อหาในบทความอ้างถึงธรรมะไม่มีวิธีการที่แน่นอนไปจนถึงสิ่งที่จับต้องได้และสิ่งที่จับต้องไม่ได้ พวกเขากล่าวว่าในเมื่อมีอยู่หรือไม่มีเกิดจากการรับรู้ หากการมีอยู่นับว่าว่างเปล่าหากสรรพสิ่งล้วนจับต้องไม่ได้และไร้ตัวตน เช่นนั้นก็คงไม่มีคำกล่าวที่ว่า“ผู้ยึดมั่นใน ‘อาตมะ ปุคคละ สัตวะ และชีวะ’ ล้วนนับว่าเป็นพระโพธิสัตว์”และกลุ่มของพวกเขายังไม่มีการกล่าวโต้แย้งถึงประเด็นที่ว่า“นับเป็นพระโพธิสัตว์หรือไม่...อย่างไร....” นั่นหมายความว่าพวกเขาเห็นด้วยกับคำกล่าวนั้น

                    

            พอพวกเขากล่าวจบ หมิงหยวนก็ลุกขึ้นประสานมือคารวะ“สำนวนสละสลวย ความหมายลึกซึ้ง แนวคิดหลากหลายเรียบเรียงได้เพียงปลายนิ้วตวัดพู่กัน ผู้น้อยขอนับถือ”

                    

            “เพียงแต่อยากขอคำชี้แนะสักหน่อยหากธรรมะไม่มีวิธีการที่แน่นอน เหตุไฉนจึงรู้ได้ว่าสิ่งใดคือธรรมหรืออธรรมหากว่างเปล่าและมีอยู่เกิดจากสิ่งเดียวกัน แล้วการมีอยู่เกิดขึ้นได้อย่างไรความว่างเปล่าเกิดขึ้นได้อย่างไร หากสรรพสิ่งไร้ตัวตน แล้วจะเห็นบุปผาผลิบานได้อย่างไรในเมื่อไร้ซึ่งอาตมะ ปุคคละ สัตวะ และชีวะ เหตุไฉนจึงมิได้ชื่อว่าพระโพธิสัตว์พระโพธิสัตว์ก็คือความว่างเปล่ามิใช่หรือ? หากพระโพธิสัตว์ว่างเปล่าเช่นนั้นแท้จริงแล้วคือพระโพธิสัตว์หรือเป็นเพียงมายาหากพระโพธิสัตว์มิได้มีจิตใจว่างเปล่าและยังยึดถือ เหตุใดถึงยังนับเป็นพระโพธิสัตว์?”

                    

            “ได้!” ทันทีที่หมิงหยวนเอ่ยจบทั้งกลุ่มหลี่เหรินก็พลันแสดงท่าทีตอบโต้ท่าทางพวกเขาดูเหมือนโกรธเคืองหมิงหยวนไม่น้อยแต่ละประโยคแต่ละคำถามเรียกได้ว่าตั้งใจไล่ต้อนพวกเขาทั้งเสียงโห่ร้องให้กำลังจากผู้คนรอบข้างซึ่งนำโดยหมิงเยี่ยต่างกดดันพวกเขา

                    

            การถามตอบกลุ่มแรกสิ้นสุดลงถึงคราวกลุ่มหมิงหยวนเสนอคำตอบของตนเอง

            

            ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ใช้เวลาอันน้อยนิดเขียนบทความที่หลงเหลือในความทรงจำลงบนกระดาษหมิงหยวนจำได้เยอะสุด เนื่องจากเขาเชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สุดในกลุ่มทุกคนจึงเห็นตรงกันว่าจะให้เขาเป็นตัวแทนกล่าวสุนทรพจน์

                    

            หมิงหยวนตั้งใจเอ่ยถึงประเด็นผู้มีจิตพุทธะนั่นคือพระโพธิสัตว์เน้นทฤษฎีไม่ตัดสินถูกผิดและปิดท้ายด้วยการก้มหัวคำนับเหล่าอาจารย์ก่อนยกจอกสุราขึ้นดื่ม

                    

            “ใต้หล้ากว้างใหญ่ไม่ว่ามีอาตมะหรือไร้อาตมะล้วนเป็นแค่แมลงชีปะขาวตัวหนึ่งหากไม่ยึดติดกับการได้มาหรือเสียไปพึงระลึกถึงจิตอันบริสุทธิ์และก้าวสู่หนทางอีกฟากฝั่งนั่นนับว่าเป็นพระโพธิสัตว์ผู้มีกายเนื้อและตัวตนแต่ในขณะเดียวกันแม้ไร้กายเนื้อและตัวตนก็นับว่าเป็นพระโพธิสัตว์ได้เช่นกันไม่ว่าปุคคละ สัตวะ หรือชีวะ ล้วนแต่เป็นพระโพธิสัตว์ได้ทั้งสิ้น”

                    

            พอเขากล่าวจบหลี่โส่วอีและคนในกลุ่มต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกเพราะเนื้อหาที่หมิงหยวนกล่าวถึงนั้นแทบไม่ต่างจากที่พวกเขาเตรียมไว้อีกทั้งผู้ต้องสงสัยอย่างกลุ่มหลี่เหรินนั้นความสามารถไม่คณนามือพวกเขาข้อมูลที่หายไปเป็นเพียงข้อมูลเล็กๆ น้อยๆพวกเขาจะต้องตอบคำถามจากกลุ่มหยางจวินให้ได้ส่วนการแข่งขันอีกสองรอบที่เหลือจะเป็นช่วงถามสดตอบสดหมายความว่าพวกเขายังพอมีโอกาสชนะ

                    

            ในขณะที่ทุกคนนั่งหลังตรงฟังหมิงหยวนแสดงความเห็นมีเพียงหยางจวินที่นั่งเอนหลังพร้อมเอียงหัวมองหมิงหยวนว่ากันตามตรงหลักคำสอนคัมภีร์พุทธเต๋าพวกนี้ล้วนน่าเบื่อสุดๆ มีรูป ไร้รูปจับต้องได้ จับต้องไม่ได้ สุดท้ายแล้วจะสรุปได้ว่าอย่างไร? ทว่าหมิงหยวนที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้าเขาในยามนี้เป็นชายหนุ่มรูปงามทวงท่าสง่าผ่าเผย เอื้อนเอ่ยเรื่องพวกนั้นได้อย่างลื่นไหลน่าฟังบางครั้งก็กล่าวโต้แย้งได้อย่างพอเหมาะพอดีมันทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและถูกชะตากับคนผู้นี้อย่างบอกไม่ถูก

                    

            “เชิญกลุ่มฉางผิงออกความเห็น”

            

            “เชิญกลุ่มฉางผิงออกความเห็น”อาจารย์ผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการประกาศเป็นครั้งที่สองหนิงต้วนเฉิงจึงหันไปสะกิดหยางจวิน


            หยางจวินลุกขึ้นจัดแขนเสื้อให้ตรงเขาเป็นบุรุษร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ยามยิ้มทั้งห้องโถงพลันสว่างไสวก่อนจะหันไปโค้งให้หมิงหยวนและคนอื่นๆ แม้เขาจะเบื่อหน่ายไม่น้อยกับการแข่งขันนี้แต่ก็เตรียมตัวมาอย่างดี แม้แต่เซวียปั๋วยังทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักฉะนั้นจะทำให้เพื่อนในกลุ่มผิดหวังไม่ได้

                    

            “เช่นนั้นข้าขอถามศิษย์น้องหมิง”หยางจวินเอ่ยจบก็หยุดทำสมาธิและตั้งสติ“เมื่อครู่เจ้ากล่าวถึงการไม่ยึดติดกับการได้มาหรือเสียไปพึงระลึกถึงจิตอันบริสุทธิ์และก้าวสู่หนทางอีกฟากฝั่ง นั่นนับเป็นธรรมะหรือไม่?แล้วเป็นธรรมะสายใด? หากเราล้วนเป็นเพียงแมลงชีปะขาวเหตุไฉนจะหยั่งรู้จิตของพระโพธิสัตว์ได้? หนทางเบื้องบนคือสรวงสวรรค์หนทางเบื้องล่างสับสนวุ่นวายที่กล่าวถึงพุทธจิตพุทธธาตุนั้นเป็นเพียงแค่การคาดเดาของเด็กน้อยมิใช่หรือ!”

            

            ได้ยินดังนั้นหมิงหยวนก็มองอีกฝ่ายด้วยสายตาว่างเปล่า


            ด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ

            

            “พวกเขาขโมยไปจริงด้วย!นี่มันป๋อน้อยโหวน้อยแบบใดกัน ถึงขั้นทำเรื่องหน้าไม่อายเพื่อเงินไม่กี่ตำลึง!”หลี่โส่วอีทำหน้าโกรธเกรี้ยวพลางมองกลุ่มคนที่กำลังโห่ร้องดีใจเพราะคว้าชัยชนะ

                    

            หมิงหยวนไม่เคยคิดว่าคำถามที่ตนเป็นคนคิดจะออกมาจากปากของหยางจวินแถมคนผู้นั้นยังพูดด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจ ไม่มีความละอายเลยสักนิดบัดนี้ความคิดในหัวเขาตีกันไปหมด แม้จะสงสัยว่าผู้ขโมยต้องเป็นฝ่ายคู่แข่งแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะเป็นฝีมือของหยางจวิน เพียงช่วงเวลาสั้นๆที่ได้พบกันในงานโคมไฟคืนนั้นเขาก็เชื่อมาตลอดว่าหยางจวินเป็นคนจริงใจตรงไปตรงมาจนไม่เคยคิดว่าคนผู้นี้คือ “ฉางผิง”

                    

            นึกแล้วก็น่าขันกับสิ่งที่ตนเผลอคิดไปเองเมื่อตอนจับสลาก

                    

            ตอนนั้นหยางจวินคงกำลังแอบหัวเราะเยาะเขาอยู่กระมัง

            

            ---------------------------------------------------------

             

    คล้ายกับเรื่องชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570