King - of - Element

    ตอนที่ 35



       “โอยๆๆ ทำไมมันปวดเนื้อปวดตัวจังวะเนี่ยย!!” ชายรูปร่างสูงใหญ่หน้าคมดูดีมีหนวดเคราเล็กน้อยคล้ายกับชาวตะวันตกกำลังบ่นพึมพำพลางบิดตัวไปมาเพื่อคลายกล้ามเนื้อจากอาการปวดที่สุดจะทน เขาเริ่มสำรวจโดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตอนนี้เขายืนอยู่บนเนินเขาสูงใหญ่ หากมองไปข้างล่างแล้วจะเห็นทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพรแห่งนี้ได้อย่างทั่วถึงว่ากว้างขวางเพียงใด “เฮ้อ เพราะไอ่บ้านั่นแท้ๆเลยที่ทำให้เราพลั้งมือปล่อยพลังออกไปมากจนทำให้เมืองพังไม่เหลือชิ้นดี และต้องมาถูกคุมขังในสถานที่พิเศษบ้าบออะไรก็ไม่รู้อีกเนี่ย ให้ตายสิ” แวนกัส ราชันย์แห่งสายฟ้าพูดโทษราชันย์แห่งไฟที่เป็นเหตุให้เขาใช้พลังไปมากในเขตเมืองจนถูกลงโทษหนักแบบนี้ เขาพลางสำรวจไอเทม ชุดเกราะ อาวุธ สกิล ปรากฏว่าไม่มีอะไรที่สามารถใช้งานได้เลยดังที่ระบบบอกไว้ตอนถูกส่งมาที่นี่ เขาเป็นกังวลเล็กน้อยที่ไม่สามารถใช้ของช่วยเหลือใดๆได้เลย นักเวทย์อย่างเขาเกลียดตอนที่ไม่มีเวทมนตร์เอาไว้ใช้เป็นที่สุด เพราะนั่นหมายความว่าเขาต้องใช้การต่อสู้ระยะประชิดซึ่งนั่นมันผิดธรรมชาติของสายเวทย์ หากเป็นเช่นนี้การใช้ชีวิตในที่แห่งนี้ของเขาจะต้องลำบากพอควรสำหรับผู้เล่นอาชีพนักเวทย์คนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะมีความสามารถที่เป็นถึงราชันย์ก็ตาม แต่พอมาคิดดูอีกทีแล้ว แวนกัสเองก็เคยได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่พิเศษนี้มาบ้างพอสมควร สถานที่พิเศษแห่งนี้ว่ากันว่าเป็นพื้นที่ที่ทางระบบเตรียมตัวจะอัพแพทเปิดให้บริการในภายภาคหน้า พวกมอนสเตอร์ทั้งหมดในนี้ล้วนมีระดับ Class 10 ขึ้นไปทั้งสิ้น เพราะเหตุนี้ผู้เล่นที่เคยถูกส่งมาลงโทษที่นี่จึงไม่มีโอกาสได้ตอบโต้พวกมัน และใช้ชีวิตอย่างมีสุขได้เลย พวกเขาต้องตายเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับอยู่ในนรกทั้งเป็น มันจึงเป็นบทลงโทษสำหรับพวกผู้เล่นที่ทำผิดร้ายแรงโดยเฉพาะ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ พวกเขาเป็นหนูทดลองให้พวก GM ได้ลองระบบของสถานที่แห่งนี้นั่นเอง ตู้มม..ฟิ้วว!!เสียงบางอย่างดังขึ้นจากพื้นที่ห่างไกลจากแวนกัสพอควรพร้อมกับคลื่นลมที่ตีเข้าหน้าเขาอย่างจังจนเกือบจะเสียหลักการยืนของตัวเองไปด้านหลัง แวนกัสใช้สายตาอันแหลมคมของเขาจ้องไปยังจุดเกิดเหตุพลางวิเคราะห์สถานการณ์อย่างถี่ถ้วน “ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นตรงนั้นสินะ” แวนกัสคาดการณ์ว่าคงเป็นการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเป็นแน่ เพราะเขาสัมผัสถึงพลังมหาศาลได้จากจุดนั้น แต่ราชันย์แห่งสายฟ้าก็ไม่ได้สนใจอะไรกับสิ่งนั้นมากนัก สิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้ก็คือการเอาชีวิตรอดจากที่แห่งนี้ให้ได้เป็นอันดับแรก เขาพลางสำรวจรอบๆตัวเขาต่อไปเรื่อยๆ ข้างหลังของเขาเป็นเนินเขาน้อยใหญ่สุดลูกหูลูกตาพร้อมกับต้นไม้สูงใหญ่เกือบๆสิบเมตรได้ แวนกัสเริ่มเดินสำรวจจากจุดนี้ไปเรื่อยๆอยู่พักใหญ่ๆแต่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตแม้แต่ตัวเดียวจนเข้ามาในป่าลึกแห่งหนึ่งเข้า ในตอนนี้เขากำลังอยู่ในป่าดิบชื้นมืดทึบ มีเพียงแสงแดดอ่อนๆที่ทะลุผ่านเหล่าใบไม่น้อยใหญ่มาได้ แวนกัสกำลังซึมซับไปกับธรรมชาติอันสวยงามนี้ แต่ทว่า จู่ๆบรรยากาศรอบตัวของเขาก็เริ่มเย็นยะเยือกมากขึ้นจนร่างของเขาหนาวสั่น เสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตบางอย่างดังขึ้นถี่ยิบ มันคล้ายกับเสียงเกือกม้ากระทบกับพื้นดิน เสียงมันค่อยๆดังขึ้นรัว และใกล้เข้ามาหาตัวเขาเรื่อยๆ จนในที่สุด ผู้เล่นพบ นักรบเซนทอร์ ระดับ ?? (คลาส ??) ค่ะ เบื้องหน้าของราชันย์สายฟ้าในตอนนี้ คือสัตว์ชนิดหนึ่งในเทพปกรณัมกรีกที่รู้จักกันในนาม เซนทอร์ รูปร่างของมันมีลักษณะครึ่งคนครึ่งม้าดูแข็งแรงบึกบึน พวกมันถืออาวุธครบมือพร้อมรบ แต่ละตัวสวมชุดเกราะอย่างสง่างามสมกับเป็นนักรบระดับสูง บรรยากาศที่ออกมาจากตัวของมันทั้งน่ากลัว และแข็งแกร่งในเวลาเดียวกัน “มอนสเตอร์ระดับสูง!!” แวนกัสอุทานออกมาพร้อมเดินถอยหลังอย่างช้าๆ เขารู้ทันที่ว่าสิ่งมีชีวิตต้องหน้านั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเนื่องจากระบบไม่สามารถแจ้งเตือนของระดับของมันได้ ในตอนนี้เขากำลังถูกมอนสเตอร์ระดับสูงกว่ากดดันอย่างหนัก ตัวของเขาเริ่มสั่นกลัวอย่างบอกไม่ถูก จิตสังหารที่หมายจะฆ่าฟันพุ่งออกมาจากตัวของพวกมันมาลงที่เขาเป็นเป้าหมายเดียวกัน เหล่าเซนทอร์พากันก้าวเดินเข้ามาหาเหยื่อของพวกมันอย่างช้าๆ ในตอนนี้พวกมันคงเห็นราชันย์แห่งสายฟ้าเป็นอาหารอันโอชะของมันไปแล้วเป็นแน่ นักรบที่ปราศจากอาวุธคู่กาย นักเวทย์ที่ไร้คาถาเวทมนตร์ ราชันย์ที่ไม่มีคมเขี้ยว ก็ไม่ต่างกับสามัญชนทั่วไป แต่สำหรับแวนกัสนั้นไม่ใช่ กว่าเขาจะมาถึงจุดๆนี้เขาต้องฝ่าฟันอะไรมามากมาย มีหรือที่เขาจะยอมแพ้กับเรื่องพวกนี้ สายตาของผู้ที่ไม่ยอมแพ้ให้โชคชะตาของเขาเริ่มมองหาลู่ทางการเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว ร้อยพันความคิดหมื่นพันวิธีกำลังประมวลผลในหัวเขา และทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ตัดสินใจเลือกวิธีที่คลาสสิคที่สุดหลังจากที่คิดเป็นเวลานาน นั่นคือ วิ่ง...........นี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ได้เห็นราชันย์แห่งสายฟ้าวิ่งหน้าตั้งหนีเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนี้ เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีการเป็นราชันย์เพื่อเอาตัวเองให้รอดก่อนเป็นอันดับแรก หากใครมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้ก็คงจะหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะไม่ปล่อยให้แวนกัสหนีไปได้ง่ายๆ ฝูงเซนทอร์ผู้หิวโหยสับท้าวเกือกม้าของมันวิ่งไล่ตามเขามาติดๆ เซนทอร์ตัวหนึ่งเหวี่ยงขวานของมันพุ่งแสกหน้าของแวนกัสไปเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเขาเอาไว้ ฟิ้วว...ฉึกก..แวนกัสเห็นการโจมตีของมันพอดีจึงเบี่ยงตัวเองเล็กน้อยเพื่อหลบขวานที่พุ่งมาด้วยความรวดเร็ว แต่ไม่วายขวานก็ยังเฉียดแขนขวาของเขาจนเสียจังหวะไปอยู่ดี “บ้าเอ้ย!” แวนกัสสบทพลางใช้มือกดไปที่บาดแผลที่โดนโจมตี เขาอยากจะโต้ตอบใจจะขาดแต่กลับไม่สามารถทำแบบนั้นได้ ด้วยความต่างของพลัง และจำนวน เขาเสียเปรียบเต็มๆสำหรับสายอาชีพจอมเวทย์ แต่หากยอมแพ้เสียตอนนี้คงจะเสียชื่อราชันย์แห่งสายฟ้าเสียเปล่าๆ เมื่อคิดได้ดังนั้นแวนกัสตัดสินใจหยุดวิ่งหนีทันที และเข้าเผชิญหน้ากับศัตรูตรงหน้าอีกครั้ง ในเมื่อมันใช้ทักษะที่มีไม่ได้ อย่างนั้นก็สร้างมันขึ้นมาสำหรับพื้นที่แห่งนี้ก็สิ้นเรื่อง ในเมื่อมันเป็นโลกเสมือนแห่ง KoE อะไรก็สามารถเกิดขึ้นมาได้เสมอ ราชันย์แห่งสายฟ้าได้พยายามทำสิ่งที่คาดไม่ถึงโดยการชูมือขึ้นสู่ท้องฟ้าหมายจะเรียกสายฟ้าธาตุที่ตัวเองถนัดที่สุด เขาพลันเค้นเอาพลังจากก้นบึ้งที่มีอยู่ของเขาเรียกสายฟ้าที่ทรงพลังพอจะช่วยเขาให้มีชีวิตอยู่ต่อได้ บรรยากาศรอบข้างเริ่มแปรเปลี่ยนไป ผืนดินเริ่มสั่นไหวมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่เพราะพลังของเขา แต่เป็นเพราะฝูงเซนทอร์ที่วิ่งกรูกันเข้ามาหาเขาแทน “ไอ่บ้าเอ้ย! ไม่เห็นได้ผลเลย!” แวนกัสต้องยอมละทิ้งการกระทำของตัวเองและหันไปหยิบขวานที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมาเพื่อใช้เป็นอาวุธแทน จากนั้นก็ใช้ขวานของศัตรูรับการโจมตีของมันทันที เกร๊ง!!เสียงอาวุธกระทบกันดังกังวาน การปะทะกันรุนแรงจนเกิดเป็นคลื่นกระจายออกรอบข้าง และแน่นอน แวนกัสเป็นฝ่ายที่กระเด็นออกมาจากการปะทะเมื่อครู่ แขนของเขาชาไปทันทีจากการปะทะเมื่อครู่ ในขณะเดียวกันฝูงเซนทอร์ค่อยๆล้อมรอบตัวของเขาเป็นวงกลม จากวงใหญ่จนขยับเขามาเล็กลงเรื่อยๆจนแทบเกือบจะถึงตัวเขาอยู่แล้ว เซนทอร์ตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากวงพร้อมใช้ดาบยาวลากขูดลงกับพื้นพร้อมยกขึ้นมาฟาดลงไปที่หน้าของเขาอย่างจัง แวนกัสใช้ขวานเบี่ยงการโจมตีอันหนักหน่วงออกไปด้านข้างเท่าที่ทำได้ แต่มันไม่ง่ายเลยที่จะทำแบบนั้นโดยไม่บาดเจ็บ เคร๊ง....อึก..กระดูกแขนของเขาแทบจะแหลกละเอียดจากการรับการโจมตีเมื่อครู่ ไม่มีเวลาให้เขาได้หยุดพักเมื่อเซนทอร์ตัวต่อไปพุ่งเข้ามาโจมตีต่อจากตัวก่อนหน้า มันถือหอกแหลมรวดลายสวยงามแทงเข้ามาตรงกลางท้องของเขา แวนกัสเบี่ยงหลบสุดชีวิตจากนั้นใช้ขวานในมือสวนกลับไปที่เท้าม้าของมันทันที ฟิ้วว....เกร๊งง!!การโจมตีสวนกลับของแวนกัสถูกหยุดไว้ด้วยลูกศรเหล็กที่ถูกยิงด้วยเซนทอร์ถือหน้าไม้ที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากเขามากนัก ช่วงเวลาต่อจากนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสำหรับเขาพอควร เซนทอร์ตัวแล้วตัวเล่าที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปโจมตีราชันย์สายฟ้าอย่างไม่มีหยุดพัก พวกมันกำลังเล่นกับเหยื่อของมันอย่างเมามัน ไม่ใช่เพื่ออาหาร แต่เพื่อความสนุกของพวกมันเอง ทั่วตัวของแวนกัสนั้นเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่จากอาวุธนาๆชนิด ตัวของเขาแทบจะล้มลงแต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีแม้แต่เสียงร้องของความเจ็บปวด หรือคำพูดขอความเมฆตาใดๆหลุดออกมาจากปากเขาเลย แวนกัสใช้สายตาอันเลืองลางมองดูเซนทอร์บางตัวที่โดนเขาโจมตี ก่อนหน้านี้เขาอาศัยช่องว่างเล็กน้อยเพื่อโจมตีสวนกลับไปบ้างหมายจะตัดกำลังพวกมันลงไม่มากก็น้อย แต่มันกลับไม่มากพอที่จะทำให้มันล้มลงได้ ในตอนนี้แวนกัสแทบจะประคองสติของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่เขาตัดสินใจเดิมพันครั้งสุดท้ายกับการเรียกสายฟ้าอันยิ่งใหญ่ลงมาใส่ศัตรูตรงหน้าให้ไหม้เกรียมไปเสีย ราชันย์แห่งสายฟ้าตัดสินใจลองพยายามอีกครั้ง เขาชูมือทั้งสองขึ้นเหนือหัวพลางตั้งสมาธิอย่างแน่วแน่ มานาในตัวของเขานั้นเดือดพล่านขึ้นมาพร้อมกับบรรยากาศรอบข้างเริ่มอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงตะโกนร้องของเขาดังลั่นป่าแม้แต่พวกเซนทอร์ยังหวั่นๆกับเสียงคำรามนี้ “ย๊ากก ขอเถอะ มาซักทีสิโว๊ยย!!!” ดังปาฏิหาริย์ปรากฏบนมือของเขา ประกายสายฟ้าอ่อนๆปรากฏขึ้นบนมือทั้งสองข้างพร้อมกับกลุ่มเมฆดำเริ่มก่อตัวขึ้นมาตรงบริเวณที่เขาอยู่เสียงฟ้าร้องดังโครมๆทำเอาเหล่าเซนทอร์ล่กลักกันใหญ่ เซนทอร์สายห้าวตัวหนึ่งสับเท้าพุ่งเข้าพร้อมอาวุธในมือหมายจะโจมตีเขาให้จบๆไป แวนกัสหันหน้าไปหามันพร้อมกับยิ้มอยู่มุมปากเบาๆ วินาทีก่อนที่เซนทอร์ตัวนั้นจะถึงตัวเขา แวนกัสลากมือลงมาพร้อมกับสายฟ้าผ่าลงไปที่ตัวของมันเข้าอย่างจัง เปรี๊ยงง!!เซนทอร์ตัวนั้นถึงกับเซถอยหลังไปเล็กน้อย กลิ่นสาบไหม้จางๆลอยโชยออกมา เซนทอร์ตัวที่เหลือต่างประหลาดใจกับภาพตรงหน้า พวกมันไม่ได้ถอยหลังหนีไปแต่อย่างใด แต่มันกลับกรูกันเข้ามาพร้อมกันเสียอย่างนั้น ราชันย์แห่งสายฟ้าเห็นดังนั้น เขาตัดสินใจเรียกสายฟ้าด้วยพลังทั้งหมดที่มีของเขาลงมาโจมตีใส่พวกมันให้ไม่เหลือชิ้นดีทันที เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!! เปรี๊ยง!!รอบตัวของแวนกัสในตอนนี้เต็มไปด้วยฟ้าผ่าเส้นน้อยใหญ่ลงถล่มใส่ฝูงเซนทอร์ ผืนดินเกิดเป็นหลุมบ่อ เศษไม้ถูกก่อไฟด้วยความร้อนจากฟ้าผ่า กลุ่มควันคลุ้งไปทั่วพื้นที่ เสียงร้องโหยหวนของพวกมันดังขึ้นพร้อมกับร่างกายที่สั่นชาไปทั่วทั้งตัว แต่น่าเศร้าพวกมันกลับไม่มีตัวไหนเลยที่จะล้มลงเพราะสายฟ้าที่พึ่งเรียกลงมาของเขา ในตอนนี้แวนกัสไม่เหลือเรี่ยวแรงอีกต่อไปแล้ว แค่พยุงร่างกายให้ยืนไหวก็เต็มกลืนพอแล้ว เขาอาศัยจังหวะนี้พยายามหนีออกมาจากวงล้อมท่ามกลางกลุ่มควันของพวกมันในขณะที่เหล่าเซนทอร์กำลังตัวชาติดสตั้นจนไม่สามารถขยับตัวได้ในชั่วขณะ แวนกัสหนีออกมาได้ไม่ไกลมากนักพวกมันก็ขยับตัวได้อีกครั้ง มันมองหาเหยื่อที่หายไปของมันอยู่ซักพักก็เจอตัว พวกมันวิ่งกรูกันมาด้วยความรวดเร็วทันทีที่เห็นเหยื่อของมัน แวนกัสเห็นดังนั้นจึงพยายามฝืนร่างกายเข้าไปอีกเพื่อวิ่งหนีพวกมันแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเซนทอร์ตัวหนึ่งเข้าประชิดเขาแล้ว “บ้าเอ้ย!!” ฟิ้วว...ผลึบ...วินาทีก่อนที่เขาจะถูกโจมตีนั้น จู่ๆแวนกัสก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกพาตัวไปด้วยความรวดเร็วไปจากจุดที่เขายืน อยู่ เมื่อเขาตั้งหลักได้เขาชำเลืองมองด้านข้างพบเป็นชายหนุ่มหน้าบ้านๆกำลังประคองเขาวิ่งหนีอยู่ “นี่นายเป็นใครกัน!!??” “ไว้คุยกันทีหลัง!” อย่างที่ชายปริศนาคนนี้บอก ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกัน ตอนนี้ฝูงเซนทอร์กำลังวิ่งไล่ตามพวกเขาทั้งสองมาติดๆ เป็นเพราะเขาบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถวิ่งได้สุดกำลังมากนัก จึงทำให้การหนีนั้นล่าช้าลงไป ชายหนุ่มคนนี้กำลังพาเขาหลบหนีออกจากพวกเซนทอร์ ระหว่างทางเขาพาแวนกัสหลบการโจมตีเรื่อยๆจนมีบ้างที่พลาดโดนชายหนุ่มคนนั้น ราชันย์สายฟ้าซาบซึ้งในน้ำใจของเขามาก แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นเคยกับชายหนุ่มคนนี้แปลกๆ ราวกับเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนเมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่มีเวลาให้แวนกัสได้คิดอะไรมากนัก เพราะตอนนี้พวกเขากำลังถูกต้อนให้จนมุม ตอนนี้เขาทั้งสองอยู่บนลานกว้างริมหน้าผาสูงใหญ่ เบื้องหน้าถูกรายล้อมไปด้วยเหล่าเซนทอร์นับ 10 ตัว ข้างหลังเป็นหน้าผาสูงมองลงไปแทบจะไม่เห็นจุดสิ้นสุด “จะเอาไงล่ะคราวนี้?” แวนกัสถามหนุ่มปริศนาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ แต่ไม่มีการตอบรับกลับมาคล้ายกับเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ “คงต้องลองวัดดวงดู” คำพูดถ้วนๆออกมาจากชายหนุ่มปริศนาทำเอาแวนกัสทำสีหน้างงตาม “วัดดวง? นายหมายถึงอะไรกัน?” หนุ่มปริศนาไม่พูดอะไรต่อพลันจับคอเสื้อของแวนกัสหมุนเหวี่ยงโยนลงหน้าผาไปโดยไม่ถามความเห็นของแวนกัสซักคำ “อ๊ากกก ไอ่บ้านี่ แกทำแบบนี้ทำฉันได้ง๊ายย!!” แวนกัสตะโกนร้องลั่นพร้อมกับร่างที่กำลังดิ่งลงหน้าผาอย่างไร้ทิศทาง เสียงของเขาค่อยๆจางหายไปจนเงียบสนิทพร้อมกับร่างของเขาเอง ชายหนุ่มปริศนาหันหน้ากลับมามองเหล่าเซนทอร์ที่ตอนนี้กำลังกรูกันเข้ามาหมายจะโจมตีเขาราวกับรู้ว่าหนุ่มปริศนานั้นคิดจะทำอะไร ไม่รอช้าชายหนุ่มปริศนาได้ตัดสินใจหันหลังกระโดดลงหน้าผาตามราชันย์แห่งสายฟ้าไป ทิ้งไว้แต่เพียงเหล่าเซนทอร์ที่ยืนมองตามลงไปยังล่างหน้าผา และจู่ๆพวกมันก็ตัวแข็งทื่อ แววตาสั่นคลอน และรีบหนีออกไปจากจุดนั้นทันทีราวกับกำลังหวาดกลัวอะไรบางอย่างข้างล่างหน้าผานี้....

    .

    คล้ายกับเรื่องKing - of - Element ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89