ตอนที่ 11 ลานประลองยุทธ์
หากซูเฉิงไม่มีตำแหน่งสำคัญในสมาคมเหยี่ยวฟ้าแล้วช่วยเหลือเขาให้เข้าสำนักอาญา์ มันคงเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะเข้าสำนักอาญา์ได้ง่ายและเร็วเช่นนี้
ถ้าซูเวยไม่มีโอกาสเข้าสำนักใหญ่อย่าง สำนักอาญา์ เขาก็คงต้องเลือกเข้าไปฝึกฝนเรียนรู้ที่สำนักกลาง เล็กแทน
เพราะงั้นการได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักอาญา์ก็เป็ที่พึงพอใจมากที่สุดแล้ว
แม้ว่าจะเริ่มั้แ่การเป็ศิษย์สายใน แต่ตนเองมั่นใจว่าโอกาสที่จะเลื่อนกลายเป็ศิษย์แท้จริงต้องมาถึงอย่างแน่นอน
ทางเข้าสำนักอาญา์มีผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ้ามาเป็ศิษย์สำนักอาญา์
ทุกคนต่าง้ากลายเป็ศิษย์หลักเพื่อเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ระดับสูง ยิ่งได้กลายเป็ศิษย์แท้จริงก็จะได้รับการฝึกฝนที่สูงกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็ทักษะการต่อสู้และทักษะดาบระดับสุดยอด
ด้วยความฝันเหล่านี้ผู้คนต่างมีความทะเยอทะยานกันอย่างมาก
ซูเวยได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจึงผ่านขั้นตอนการต่อแถวเพื่อมาสมัครเป็ศิษย์ทันที
ในไม่ช้าก็พบกับาุโสำนักอาญา์
ซูเวยจัดการลงทะเบียนกรอกประวัติของตนเองบนโลกใบนี้อย่างรวดเร็ว
"ขอแสดงความยินดีด้วยที่ได้กลายเป็ศิษย์ของสำนักอาญา์ หวังว่าเ้าจะตั้งใจขยันฝึกฝนและเรียนรู้ทักษะการต่อสู้" าุโของสำนักได้รับข้อมูลของซูเวยเรียบร้อยแล้ว จึงรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายใช้วิธีการพิเศษในการเข้ามาเป็ศิษย์ แม้จะมีสีหน้าไม่เต็มใจนักกับเห็นซูเวยใช้วิธีการพิเศษแบบนี้ ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับความสามารถตัวเองอยู่ดีในการอยู่สำนักแห่งนี้
ถ้าคนไม่สามารถอดทนต่อการฝึกฝนที่หนักหน่วงแสนสาหัสได้ สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกเดินออกไปจากสำนักอาญา์เอง
"ท่านาุโข้าขอทราบชื่อหน่อยได้ไหม?"
ซูเวยตัดสินใจถามนามอีกฝ่ายขึ้นมา
"ทำไม...?" าุโมีสีหน้าประหลาดใจ
"ทันทีที่ข้ากลายเป็ศิษย์หลัก ข้าจะได้มาพบท่านาุโเพื่อขอคำชี้แนะ" ซูเวยตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยความมั่นใจ
"ฮ่าๆๆๆ... ข้ามีนามว่า หยูไท่"
"หวังว่าจะได้เห็นเ้ากลายเป็ศิษย์หลักในเร็วๆนี้" าุโมองซูเวยมองดูซูเวยอย่างน่าสนใจกับการแสดงออกที่ไม่เหมือนใคร และยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมกับความเชื่อมั่นว่าตนต้องกลายเป็ศิษย์หลักได้อีก
หากอีกฝ่ายไม่มีความสามารถพอ คงไม่กล้าเอ่ยประโยคแบบนี้ออกมาได้เด็ดขาด
ซูเวยคิดถึงเป้าหมายที่ต้องทำเรียบร้อย หลังจากได้เข้ามาเป็ศิษย์สายในแล้ว คือ การเป็ผู้นำศิษย์ เพราะจะได้รับสิทธิพิเศษดีกว่าศิษย์ทั่วไป ด้วยข้อมูลต่างๆที่สอบถามกับซูเฉิงจึงรับรู้เื่ราวเกี่ยวกับสำนักอาญา์มามากมายพอสมควร
อย่างไรก็ตามการเป็ผู้นำศิษย์ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด ต้องผ่านการทดสอบต่างๆนานาประการจึงมีโอกาสจะได้เป็
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด เพื่อไต่ระดับศิษย์ขึ้นไปก่อนจะถึงจุดหมายนั้น
ทุกอย่างต้องมีการเตรียมการ
"หลานเวย หวังว่าข้ากลับมาเยี่ยมเ้าอีกครั้งจะได้เห็นเ้ากลายเป็ศิษย์แท้จริงของสำนักอาญา์" ซูเฉิงมองไปทางเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยอารมณ์อันซับซ้อน มีคำพูดมากมายอยากพูดมันออกมาแต่ไม่รู้ว่าจะเรียบเรียงมันยังไงดี จึงได้แต่พูดสิ่งที่้าอยากจะเห็นจากหลานชายมากที่สุดออกมา
ซูเวยมีความรู้สึกว่า หลานชายเค้าเป็เด็กพิเศษที่มีพร์ สามารถทำสิ่งที่เป็ไปไม่ได้ให้เป็ไปได้
"ลุงเฉิน... มั่นใจได้เลยว่าข้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง"
ซูเวยตอบสนองต่อความ้าอีกฝ่ายกลับไปและร่ำลาซูเฉิงที่เดินทางจากไป
ณ.ลานประลองยุทธ์
ลานประลองเป็สถานที่ให้ศิษย์ได้มีโอกาสแสดงฝีมือความสามารถเพื่อให้ศิษย์ได้เลื่อนระดับเป็ศิษย์ที่ระดับสูงกว่า
มีสนามฝึกขนาดเล็กมากกว่าร้อยแห่งเตรียมไว้สำหรับศิษย์ใหม่ และมีลานขนาดเล็กอีกร้อยแห่งเตรียมไว้สำหรับศิษย์เก่า
ลานขนาดเล็กหนึ่งร้อยแห่งมีศิษย์หนึ่งร้อยอันดับแรกจับจองเอาไว้เรียบร้อย
ทุกคนสามารถท้าประลองกันได้อย่างเต็มที่ เพื่อยึดครองลานเล็กๆมาเป็ของตัวเอง
มีศิษย์น้อยคนนักที่จะรักษาลานของตนเองได้นาน ยึงลานเป็เวลานานมากเท่าไหร่ พวกเขาจะมีโอกาสกลายเป็ผู้นำของศิษย์มากเท่านั้น
การแข่งขันดุเดือดมากสำหรับลานเล็ก
นี้เป็สถานที่ให้ศิษย์สายในเกิดการแข่งขันตลอดเวลา เพื่อให้ศิษย์ได้ขยันฝึกและประลองเพื่อลานให้ได้