วทัญญา ได้กลับไปทำงานตามปกติ
“ญา เธอใส่แหวนั้แ่เมื่อไรอ่ะ? สวยจัง” อรษา เอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของเพื่อน
“ก็ เร็วๆ นี้เองแหละ ฉันเห็นว่ามันสวยดี ก็เลยซื้อมาใส่น่ะ” วทัญญา ตอบเพื่อนโดยไม่มองหน้า
“แล้วทำไมต้องใส่นิ้วนางข้างซ้ายด้วยล่ะ? เขาบอกว่าคนใส่แหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายเป็คนที่แต่งงานแล้วนะ” อรษา ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ก็จะได้ไม่ต้องมีคนมาตามวอแวกับฉันไง มันน่าเบื่อ” วทัญญา ตอบแบบเลี่ยงๆ
“โอเค! เข้าใจล่ะ” อรษา พยักหน้าว่าตัวเองเข้าใจกับเหตุผลของเพื่อน
“หวัดดีสาวๆ ออกไปทานข้าวข้างนอกกันไหม?”
พิศณุ เอ่ยถามสองสาวขึ้น เมื่อเขาเดินมาถึงที่โต๊ะทำงานของ วทัญญา ซึ่งพิศณุ เป็เพื่อนร่วมงานกับทั้งสองสาว ชายหนุ่มทำงานอยู่ที่โรงแรมนี้มานานกว่าสองสาวมาก และเขาพึงพอใจในตัว วทัญญา เป็อย่างมากคอยเฝ้าเมียงมอง และเพียรเข้ามาพูดคุย ชวนไปโน้นนี้นั้นอยู่เรื่อย แต่ วทัญญา ก็ไม่ได้คิดอะไรกับชายหนุ่มเกินเลยไปจากเพื่อนร่วมงานเลย แต่ชายหนุ่มก็ไม่ย่อท้อ พยายามเอาชนะใจหญิงสาวให้จงได้
“เอ่อ!..”
วทัญญา มองหน้า อรษา เพราะไม่รู้จะตอบปฏิเสธอย่างไร เพราะก็คอยตอบปฏิเสธไปหลายรอบแล้ว ซึ่งเขาก็ยังคอยมาชวนอยู่นั้นแหละ ถ้าจะปฏิเสธอีก รอบนี้ก็จะเสียมารยาท
“มีอะไรกันเหรอ?” อีธาน ซึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของ พิศณุ เอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ! หวัดดีครับคุณอีธาน ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่มาชวนสาวๆ ออกไปทานข้างนอกกันน่ะครับ” พิศณุ หันไปกล่าวทักทายคนมาใหม่ และชี้แจงให้ชายหนุ่มได้รับทราบ
“ว่าไงครับ ไปทานข้าวข้างนอกกับพี่ไหมครับ?” พิศณุ หันกลับไปถามสองสาวอีกรอบ
“เขาไม่สะดวกไปกับคุณหรอก เขาต้องไปกับผม” อีธาน เอ่ยบอกแทนสองสาว ด้วยเสียงเข้มๆ ดุๆ ซึ่ง อีธาน รู้สึกขัดใจขัดหูขัดตา พิศณุ เป็อย่างยิ่ง ช่างไม่รู้เอาซะเลยว่า วทัญญา เขามีเ้าของแล้ว ยังจะมาตามตื้ออยู่นั้นแหละ
“จริงหรือครับ ถ้างั้นก็ไม่เป็ไร เอาไว้คราวหน้าแล้วกันครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ คุณอีธาน” พิศณุ เอ่ยอย่างผิดหวังแล้วเดินออกไป
“ไป ไปทานข้าวกัน” อีธาน เอ่ยชวนสองสาว
“เอ่อ! อรด้วยเหรอคะ?” อรษา ถามขึ้นอย่างงงและสงสัย และไม่มั่นใจว่าชายหนุ่มชวนเธอด้วยหรือเปล่า
“คุณด้วยครับ ไปกันเลย ทอมสัน เอารถมารอข้างหน้าโรงแรมแล้ว” อีธาน กล่าว พร้อมกับเดินเข้าไปหา วทัญญา ที่เก็บของให้เข้าที่เข้าทางอยู่ ยื่นมือใหญ่ไปจับดึงมือเรียวเล็กของคนตัวเล็กมากุมไว้ แล้วพาเดินออกไปยังหน้าโรงแรม
“ไม่ต้องจับมือก็ได้ ญาเดินเองได้ค่ะ” วทัญญา เอ่ยประท้วงออกมาเบาๆ
“อย่าเื่มากน่ะ” อีธาน เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดใจ วทัญญา จึงนิ่งเสีย ไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาต่อหน้าเพื่อนและเดินตามคนตัวโตออกไป ซึ่ง อรษา เห็นอาการและอากัปกิริยาของชายหนุ่มแล้ว ก็ต้องอมยิ้ม อาการอย่างนี้เหมือนคนกำลังหึงหวงเลยนะเนี้ย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ได้แต่เดินตามกันออกไปขึ้นรถตามที่ชายหนุ่มบอก
อีธาน พาทั้งสองไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเขาได้ยินภรรยาตัวน้อยบ่นว่าอยากจะทานอาหารญี่ปุ่น จึงขอเอาใจซะหน่อย ทั้งที่ใจก็ยังคงกรุ่นเคืองกับเื่ที่มีผู้ชายเข้ามาชวนหญิงสาวออกไปทานข้าวกันอยู่ไม่หาย
“ดีจังเลย ได้มากินอาหารญี่ปุ่น เห็นเธอบ่นอยากกินอยู่นี้ญา” อรษา กล่าวกับเพื่อนยิ้มๆ
“อืม!” วทัญญา ยิ้มส่งให้เพื่อนก่อนจะเหลือบมองคนตัวโตที่นั่งข้างๆ ตน แต่ชายหนุ่มก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ซะอย่างนั้น
“สั่งอาหารกันเลยแล้วกันนะครับ” ทอมสัน เอ่ยขึ้นยิ้มๆ
“ญาจะทานอะไรดี” อีธาน พยักหน้าเป็เชิงตอบรับ แล้วหันมาเอ่ยถามคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ญาขอชูชิเซ็ตค่ะ” วทัญญา บอกแก่ชายหนุ่มข้างกายอย่างไม่ต้องคิดเลย
“เอาเกี๊ยวซ่า กับสลัดไหม?” อีธาน เอ่ยถามขอความเห็น
“แล้วแต่คุณเลยค่ะ” วทัญญา กล่าวบอกออกไป
“โอเค งั้นผมขอชูชิเซ็ต เกี๊ยวซ่า ซีซ่าสลัด ซาชิมิ และซาบะย่างซีอิ๊วเซ็ต แล้วพวกคุณเอาอะไร?” อีธาน หันไปเอ่ยถาม อรษา และ ทอมสัน บ้าง
“อรขอข้าวหน้าเนื้อต้มเซ็ตค่ะ” อรษา กล่าวขึ้นเมื่อเลือกอาหารของตนได้แล้ว
“ผมขอข้าวหน้าหมูไข่ออนเซ็นเซ็ตครับ” และ ทอมสัน ก็กล่าวขึ้นบ้าง เมื่อพนักงานรับออเดอร์ครบถ้วนแล้ว ก็เดินออกไปทันที
“ผู้ชายคนที่มาชวนไปทานข้าวเมื่อกี้นั้นเป็ใคร?” อีธาน เอ่ยถามสองสาวขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“เขาเป็เพื่อนที่ทำงานนั้นแหละค่ะ ชื่อ พิศณุ” วทัญญา เอ่ยบอกแก่ อีธาน
“เขามาชวนทานข้าวบ่อยไหม?” อีธาน ถามขึ้นอีกอย่าง้าคำตอบ
“เอ่อ!..” วทัญญา ไม่รู้จะตอบยังไง
“ก็บ่อยค่ะ แต่พวกเราก็ไม่ค่อยได้ไปกับพี่เขาหรอกค่ะ” อรษา เอ่ยตอบแทนเพื่อนยิ้มๆ
‘ถามซอกแซกอย่างนี้ หึงชัวร์’ อรษา คิดในใจ
อีธาน พยักหน้ารับทราบ และไม่ได้พูดอะไรต่ออีก ก็พอดีกับอาหารที่สั่งไว้ค่อยๆ ทยอยมาวางลงบนโต๊ะ ทุกคนจึงพากันลงมือรับประทานอาหารตรงหน้า
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕