น้องกิ๊ฟ 2: ห้องพักเตียงเดี่ยว
การเดินทางออกจากความวุ่นวายของเมืองหลวงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แสงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า รถตู้ปรับอากาศ VIP ของบริษัทแล่นฉิวไปตามเส้นทางซูเปอร์ไฮเวย์ มุ่งหน้าสู่หัวเมืองใหญ่ในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่างเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานจัดแสดงสินค้าประจำปีที่กำลังจะเกิดขึ้น บรรยากาศภายในรถตู้ค่อนข้างคึกคักในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ สงบลงเมื่อพนักงานฝ่ายขายหลายคนเริ่มผล็อยหลับเพื่อเก็บแรงไว้สู้กับตารางงานที่อัดแน่น เสียงเครื่องยนต์ดังหึ่งๆ ผสมกับเสียงเพลงป็อปจังหวะสบายๆ ที่คนขับเปิดคลอเอาไว้ทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายสำหรับคนส่วนใหญ่ ยกเว้นใครบางคน
กิ๊ฟ พนักงานขายสาวสวยในชุดทำงานกระฉับกระเฉงแต่ยังคงแฝงความหวานด้วยเสื้อเชิ้ตชีฟองสีพีชอ่อนคู่กับกางเกงสแล็กเข้ารูป นั่งอยู่บนเบาะโดยสารแถวที่สองฝั่งริมหน้าต่าง เธอทอดสายตามองทิวทัศน์สองข้างทางที่เปลี่ยนจากตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานครเป็นทุ่งนาและทิวไม้เขียวขจีริมทาง ทว่าความสนใจของเธอไม่ได้อยู่ที่วิวนอกหน้าต่างเลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยเอาแต่ลอบมองแผ่นหลังกว้างของ ‘นนท์’ ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งผู้จัดการฝ่ายขายและ... พี่เขยของเธอ
นนท์นั่งอยู่บนเบาะหน้าคู่กับคนขับ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่รีดจนเรียบกริบเข้าคู่กับกางเกงสแล็กสีดำและเสื้อสูทที่พาดไว้ด้านหลังเบาะ แม้จะมองจากด้านหลัง กิ๊ฟก็ยังสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามและบุคลิกเนี้ยบกริบทุกกระเบียดนิ้วของเขา เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของนนท์ดังขึ้นเป็นระยะเมื่อเขากดรับสายโทรศัพท์เพื่อประสานงานกับทีมงานปลายทาง ทั้งเรื่องยอดขาย เป้าหมายของบูธจัดแสดงระบบ Smart Home Solutions และกำหนดการติดตั้งอุปกรณ์จำลองที่ต้องดำเนินไปอย่างรัดกุม
“ฝากเช็กสต็อกสินค้าตัวทดลองระบบสมาร์ตโฮมให้ละเอียดด้วยนะครับ โดยเฉพาะตัวควบคุมไฟอัจฉริยะกับเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว ทางเราไม่อยากให้เกิดข้อผิดพลาดหน้างาน... ครับ ขอบคุณครับ”
เสียงทุ้มกังวานนั้นช่างดูเป็นงานเป็นการและน่าเชื่อถือจนไม่มีใครกล้าตั้งคำถาม แต่สำหรับกิ๊ฟแล้ว น้ำเสียงนั้นกลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะอยู่ลึกๆ ทุกครั้งที่ได้ยิน เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมความรู้สึกประหม่าและอาการใจสั่นที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ตั้งแต่คืนก่อน คืนที่ความใกล้ชิดบางอย่างก่อตัวขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูแนววู้ดดี้สไปซี่ (Woody-Spicy) อันเป็นเอกลักษณ์ของนนท์ลอยมาตามช่องปรับอากาศ มันเป็นกลิ่นหอมสะอาดที่แฝงความมั่นใจและเสน่ห์ดึงดูดทางเพศล้นเหลือ ยิ่งทำให้กิ๊ฟรู้สึกร้อนรุ่มในอกอย่างบอกไม่ถูก
จังหวะที่รถตู้เลี้ยวโค้งและเปลี่ยนเลน นนท์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนท่านั่ง สายตาคมกริบของเขาเหลือบมองขึ้นไปยังกระจกมองหลัง และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาคมเข้มของเขาก็สบเข้ากับดวงตากลมโตของกิ๊ฟที่กำลังลอบมองเขาอยู่พอดี
กิ๊ฟสะดุ้งสุดตัว รีบหลบสายตาหันไปมองนอกหน้าต่างราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่หัวใจกลับเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรู้ดีว่าสายตาของนนท์ที่มองผ่านกระจกมาเมื่อครู่ไม่ใช่สายตาของหัวหน้างานที่มองลูกน้อง และไม่ใช่สายตาของพี่เขยที่มองน้องเมีย แตมันเปี่ยมด้วยกระแสความลึกซึ้งและแผดเผาจนแก้มสองข้างของเธอร้อนผ่าว ราวกับเขาล่วงรู้ทุกความคิดที่ซ่อนอยู่ในหัวใจของเธอ
นนท์กระตุกยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น เขาลดสายตากลับมามองถนนเบื้องหน้า แต่ในใจกลับจดจ่ออยู่กับหญิงสาวร่างบางที่นั่งอยู่ด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นฟลอรัลของเธอที่ลอยมาตามช่องแอร์ทำให้นนท์รู้สึกปั่นป่วนในอก การเดินทางยาวไกลครั้งนี้กำลังจะกลายเป็นการทดสอบความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ยากจะหักห้ามใจ ความสัมพันธ์ที่ต้องเก็บซ่อนไว้ภายใต้บทบาทการทำงานร่วมกันกำลังจะถูกท้าทายอย่างหนักหน่วง
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนกระทั่งแสงแดดบ่ายคล้อยเริ่มสาดส่อง รถตู้ของบริษัทก็เลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของโรงแรมธุรกิจระดับพรีเมียมใจกลางเมือง ตัวอาคารสูงตระหง่านออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมโมเดิร์น กระจกบานใหญ่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ บ่งบอกถึงความหรูหราและมาตรฐานการบริการระดับสูงของจังหวัดนี้
ทีมงานทุกคนทยอยลงจากรถ หยิบสัมภาระของตนเองแล้วเดินมุ่งหน้าเข้าสู่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม แอร์เย็นฉ่ำของล็อบบี้กว้างขวางเพดานสูงที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาวและโคมไฟแชนเดอเลียร์คริสตัลระย้าต้อนรับพวกเขาอย่างสดชื่น ทว่าบรรยากาศรอบข้างกลับดูวุ่นวายกว่าที่คิด มีผู้คนจำนวนมากเดินขวักไขว่ ส่วนใหญ่สวมใส่ชุดสูทและมีป้ายชื่อห้อยคอ บ่งบอกว่ากำลังมีงานสัมมนาใหญ่ระดับประเทศจัดขึ้นที่นี่ เสียงพูดคุยดังระงมไปทั่วบริเวณ
นนท์ในฐานะหัวหน้าทีม เดินนำทุกคนไปยังเคาน์เตอร์เช็กอิน พนักงานต้อนรับในชุดยูนิฟอร์มสีเข้มส่งยิ้มหวานพร้อมกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมของเราค่ะ ไม่ทราบว่าจองไว้ในนามบริษัทอะไรคะ”
“บริษัท ที.เค. โกลบอล ครับ จองไว้ทั้งหมดห้าห้อง เป็นห้องสแตนดาร์ดสี่ห้อง และห้องจูเนียร์สวีทหนึ่งห้องครับ” นนท์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมยื่นบัตรประชาชนและเอกสารการจองจากฝ่ายบุคคลให้พนักงาน
พนักงานต้อนรับรับเอกสารไปตรวจสอบในระบบคอมพิวเตอร์ คิ้วเรียวสวยของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนนท์ด้วยสีหน้าลำบากใจ ดวงตาหลุบต่ำลงอย่างรู้สึกผิด
“ต้องกราบขออภัยคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงเลยนะคะ ทางเราพบข้อผิดพลาดในระบบการจองค่ะ ตอนนี้ห้องสแตนดาร์ดที่ทางบริษัทจองไว้เหลือเพียงสามห้องเท่านั้นค่ะ และเนื่องจากช่วงนี้ทางโรงแรมมีกรุ๊ปสัมมนาระดับชาติเหมาจองห้องพักจนเต็มหมดทุกชั้น ทำให้เราไม่เหลือห้องว่างประเภทอื่นที่จะชดเชยให้ได้เลยค่ะ ทางเราพยายามติดต่อโรงแรมในเครือข่ายแล้ว แต่ทุกที่ในรัศมีสิบกิโลเมตรก็เต็มหมดเช่นกันค่ะ”
คำตอบของพนักงานทำให้ทีมงานที่ยืนอยู่ด้านหลังเริ่มซุบซิบกัน กิ๊ฟที่ยืนอยู่ข้างรุ่นพี่ฝ่ายขายอีกคนหน้าถอดสีเล็กน้อย หากห้องหายไปหนึ่งห้อง นั่นหมายความว่าต้องมีคนหนึ่งที่ไม่มีที่นอน หรือต้องไปเบียดกับคนอื่น ซึ่งปกติพนักงานจะจับคู่พักห้องละสองคนอยู่แล้ว กิ๊ฟเป็นผู้หญิงคนเดียวในทีมครั้งนี้ จึงได้สิทธิ์พักห้องเดี่ยวเพื่อความสะดวกและเป็นส่วนตัว
“หมายความว่ายังไงครับ ระบบผิดพลาดแล้วไม่มีการแจ้งล่วงหน้าเลยหรือ แบบนี้ทางบริษัทเราจะทำยังไง พนักงานของผมต้องเดินทางมาเหนื่อยๆ กลับไม่มีห้องพักแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน” นนท์ถามเสียงเข้ม แววตาคมดุขึ้นจนพนักงานต้อนรับหน้าเจื่อน รังสีความน่าเกรงขามแผ่กระจายออกมาจนทีมงานด้านหลังเงียบกริบ
“ทางเราต้องกราบขออภัยจริงๆ ค่ะ ผู้จัดการกำลังประสานงานหาทางออกให้ แต่ตอนนี้ทุกที่เต็มหมดเลยค่ะ เพราะงานสัมมนานี้ใหญ่มากจริงๆ ค่ะ” พนักงานต้อนรับละล่ำละลักอธิบายพร้อมยกมือไหว้ขอโทษอย่างลนลาน
นนท์ถอนหายใจยาว พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างหงุดหงิด เขากวาดสายตามองลูกน้องในทีม ช่างภาพกราฟิกสองคนพักด้วยกัน ฝ่ายขายชายอีกสองคนพักด้วยกัน ส่วนห้องสแตนดาร์ดที่หายไปคือห้องของกิ๊ฟ และห้องที่เหลืออยู่คือห้องจูเนียร์สวีทเตียงเดี่ยวคิงไซส์ของเขาเอง
หากจะให้กิ๊ฟไปนอนเบียดกับผู้ชายคนอื่นก็คงไม่ใช่เรื่อง หรือจะให้ไปหาโรงแรมราคาถูกนอนคนเดียวก็อันตรายเกินไปสำหรับผู้หญิงหน้าตาดีอย่างเธอ นนท์ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายและไม่อยากให้ลูกน้องคนอื่นต้องมาตั้งคำถามหรือสงสัยในความสัมพันธ์ที่ต้องรักษาระยะห่าง
“เอาล่ะ ไม่เป็นไร ปัญหามันเกิดแล้วก็ต้องแก้” นนท์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ออกคีย์การ์ดสำหรับห้องที่เหลือมาให้หมด ส่วนกิ๊ฟ... เธอมาแชร์ห้องกับฉัน”
คำประกาศิตของนนท์ทำเอากิ๊ฟเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “พ... พี่นนท์คะ แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่” นนท์หันมาสบตากับเธอ แววตาของเขาจริงจังและแฝงความนัยที่ยากจะคาดเดา “ห้องฉันเป็นห้องสวีท มีพื้นที่กว้างพอ และเตียงก็ใหญ่พอที่จะนอนสองคนได้โดยไม่ต้องเบียดกัน ขืนไปหาที่อื่นตอนนี้ก็เสียเวลาเปล่า พรุ่งนี้เรามีงานเช้า ต้องเตรียมตัวบรีฟงานกันอีกเยอะ”
ทีมงานคนอื่นพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะมองว่าเป็นเรื่องของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นนท์เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพและเป็นพี่เขยของกิ๊ฟอยู่แล้ว คงไม่มีเรื่องเสื่อมเสียอะไรเกิดขึ้นในสายตาของพวกเขา
แต่สำหรับกิ๊ฟแล้ว คำว่า ‘แชร์ห้องกับฉัน’ และ ‘เตียงใหญ่พอที่จะนอนสองคน’ มันดังก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำไปซ้ำมา ร่างกายของเธอชาวาบสลับกับร้อนผ่าว มือเล็กชื้นเหงื่อขึ้นมาทันที เธอทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับอย่างจำยอม ทว่าในใจกลับเต้นระรัวจนแทบระเบิด ความคิดฟุ้งซ่านแล่นเข้ามาในหัวมากมาย เธอจะต้องนอนร่วมเตียงเดียวกับชายหนุ่มที่ทรงเสน่ห์และแสนอันตรายคนนี้จริงๆ หรือ
หลังจากแยกย้ายกันไปเก็บของตามชั้นต่างๆ กิ๊ฟเดินตามหลังนนท์เงียบๆ ไปยังลิฟต์โดยสารที่พุ่งตรงขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของโรงแรม ความเงียบปกคลุมตลอดทางจนกระทั่งพวกเขามาหยุดอยู่หน้าห้องหมายเลข 1205 นนท์แตะคีย์การ์ดและผลักประตูไม้บานหนาเข้าไป
เสียงสัญญาณและเสียงปลดล็อกประตูดังขึ้น ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความระทึกใจที่รออยู่ภายใน
ทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา ความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้พอเหมาะก็ปะทะเข้ากับใบหน้า กลิ่นหอมสะอาดของน้ำยาปรับผ้านุ่มและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ประดับห้องทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ทว่าความรู้สึกของกิ๊ฟกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เธอตื่นเต้นจนมือไม้เย็นเฉียบ
ห้องจูเนียร์สวีทตกแต่งอย่างหรูหราด้วยโทนสีวอร์มไวท์และสีไม้โอ๊ก พื้นปูด้วยพรมหนานุ่มสีเทาเข้ม มีมุมนั่งเล่นพร้อมโซฟาหนังตัวใหญ่และโต๊ะทำงานกระจกใส แต่สิ่งที่โดดเด่นและดึงดูดสายตาที่สุดกลางห้องคือ เตียงนอนคิงไซส์ขนาดใหญ่พิเศษที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ผ้าห่มผืนหนาและหมอนหลายใบจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เตียงเดี่ยวเตียงเดียวที่พวกเขาต้องใช้ร่วมกันในค่ำคืนนี้ มันดูใหญ่โตแต่ในขณะเดียวกันก็ดูคับแคบเมื่อคิดว่าต้องมีร่างของเขานอนอยู่เคียงข้าง
กิ๊ฟยืนเกร็งอยู่กลางห้อง มือเล็กกำหูหิ้วกระเป๋าเดินทางไว้แน่นจนข้อขาว ความประหม่าและความอึดอัดพุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก เธอไม่รู้จะทำตัวอย่างไร หรือต้องพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ สายตาของเธอพยายามมองไปรอบห้องเพื่อหลีกเลี่ยงการมองไปที่เตียงนอน
นนท์ดูจะสัมผัสได้ถึงความเกร็งของหญิงสาว เขาวางกระเป๋าเดินทางของตัวเองลงมุมห้อง วางท่าทีนิ่งเฉยและเป็นสุภาพบุรุษตามแบบฉบับของเขา ชายหนุ่มจัดการถอดเสื้อสูทเนื้อดีพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ก่อนจะค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นมาจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดที่ปูดนูนตามประสาคนดูแลสุขภาพอย่างดี ท่าทางเหล่านั้นดูเรียบง่ายแต่มันกลับเซ็กซี่อย่างร้ายกาจในสายตาของกิ๊ฟ
ทุกท่วงท่าและจังหวะการเคลื่อนไหวของนนท์ตกอยู่ในสายตาของกิ๊ฟทั้งหมด เธอพยายามละสายตาจากภาพแสนดึงดูดใจนั้นด้วยการแสร้งทำเป็นวุ่นวายกับการลากกระเป๋าเดินทางของตัวเองไปหาที่ว่างใกล้ๆ ตู้เสื้อผ้าเพื่อจัดของ พยายามทำตัวให้ดูยุ่งเข้าไว้
“เธอใช้ห้องน้ำก่อนได้เลยนะกิ๊ฟ จัดของเสร็จแล้วก็พักผ่อนซะ เดี๋ยวฉันจะเช็กอีเมลงานอีกสักหน่อย” นนท์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงทุ้มของเขาราบเรียบแต่กลับก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง
ชายหนุ่มเดินไปปรับสวิตช์ไฟหรี่ที่ผนัง ทำให้แสงไฟในห้องลดระดับความสว่างลงกลายเป็นสีส้มสลัว สร้างบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่นและชวนให้หัวใจสั่นไหว แสงไฟจากตึกระฟ้าด้านนอกสะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา ยิ่งขับให้บรรยากาศภายในห้องดูโรแมนติกอย่างไม่ตั้งใจ ความสลัวของแสงไฟยิ่งทำให้ความรู้สึกซับซ้อนในใจของกิ๊ฟเด่นชัดขึ้น
กิ๊ฟพยักหน้ารับคำอย่างเก้ๆ กังๆ เธอรีบสาวเท้าก้าวไปที่เตียงเพื่อจะวางกระเป๋าใบเล็ก แต่ความประหม่าที่สะสมอยู่ทำให้เธอไม่ทันระวัง ปลายเท้าเล็กสะดุดเข้ากับมุมขาเตียงคิงไซส์ที่ยื่นออกมาเล็กน้อย
“ว้าย!” กิ๊ฟอุทานเสียงหลง ร่างบางเสียหลักถลาล้มลงไปด้านหน้า สัญชาตญาณทำให้เธอหลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บปวด
แต่แทนที่ร่างกายจะกระแทกกับพื้น หรือล้มพาดไปบนเตียง วงแขนแกร่งของใครบางคนกลับพุ่งเข้ามาตวัดรัดรอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระชากเบาๆ ทำให้ร่างอรชรปลิวหวือเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นหนาของชายหนุ่ม
“ระวังหน่อยสิ” เสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดที่แก้มนวล
กิ๊ฟเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อพบว่าใบหน้าของเธอและเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ปลายจมูกโด่งรั้นของเธอเฉียดกับปลายจมูกคมสันของเขาเพียงนิดเดียว กลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้สไปซี่ผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของนนท์ลอยปะทะจมูกอย่างจัง มันเป็นกลิ่นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับกลองรัว กลิ่นอายความเป็นชายของเขามันรุนแรงจนเธอแทบจะหลอมละลาย
สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับอยู่บนสะโพกกลมกลึงและเอวคอดของเธอนั้นร้อนผ่าว ร้อนทะลุผ่านเนื้อผ้าชีฟองบางเบาเข้ามาจนถึงผิวเนื้อด้านใน นนท์กระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ร่างกายแกร่งเบียดชิดกับร่างบางจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นของหน้าอกอวบอิ่มที่บดเบียดแนบชิดกับแผงอกของเขา ความแนบชิดที่เกิดขึ้นทำให้กิ๊ฟรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเขา ทุกสัดส่วนแนบสนิทจนไร้ช่องว่าง
สายตาคมกริบของนนท์หลุบต่ำลงมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูพีชของกิ๊ฟที่กำลังเผยอออกเล็กน้อยด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่เป่ารดกันและกันในระยะประชิด ความเงียบสงัดภายในห้องทำให้ได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันอย่างบ้าคลั่ง นัยน์ตาของนนท์ในเวลานี้เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะดึงเธอให้จมดิ่งลงไป
บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเย้ายวนใจและแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทาน ความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของกิ๊ฟเพียงแค่ถูกเขาสัมผัส นนท์จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะถูกดึงกลับมา
ชายหนุ่มค่อยๆ ประคองร่างบางให้ยืนขึ้นอย่างมั่นคง แต่ฝ่ามือหนายังคงอ้อยอิ่งอยู่ที่เอวบางชั่วครู่ ลูบไล้ผิวเอวบางเบาๆ อย่างลืมตัวก่อนจะผละมือออก
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขาถามเสียงพร่าพราย ดวงตายังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวานไม่วางตา
“ม... ไม่เป็นไรค่ะ กิ๊ฟซุ่มซ่ามเอง ขอบคุณนะคะพี่นนท์” กิ๊ฟก้มหน้างุด ซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก เธอรีบก้าวถอยหลังรักษาระยะห่าง คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นนท์ยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย อาการสั่นสะท้านยังคงหลงเหลืออยู่ในฝ่ามือของเขา
เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าสู่ยามวิกาล ค่ำคืนแรกในต่างจังหวัดที่ดูเหมือนจะยาวนานกว่าปกติ ภายใต้ห้องจูเนียร์สวีทที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงครางหึ่งเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอ แสงไฟในห้องถูกดับลงเกือบหมด เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงฝั่งของนนท์ และแสงไฟนีออนจากตึกสูงเบื้องนอกที่ลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาเป็นริ้วๆ
หลังจากผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำชำระร่างกาย ทั้งคู่นอนทอดกายอยู่บนเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่ โดยต่างฝ่ายต่างรักษาระยะห่าง นอนชิดริมขอบเตียงคนละฝั่งราวกับมีเส้นแบ่งอาณาเขตที่มองไม่เห็นกั้นกลาง
กิ๊ฟสวมชุดนอนกางเกงขาสั้นและเสื้อสายเดี่ยวทำจากผ้าซาตินเนื้อลื่นสีแชมเปญบางเบา ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศทำให้เธอต้องดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมจนถึงหน้าอก หญิงสาวนอนตะแคงหันหลังให้นนท์ ดวงตาเบิกโพลงท่ามกลางความมืดมิด เธอข่มตาหลับไม่ลงแม้แต่น้อย ความรู้สึกเมื่อตอนหัวค่ำยังคงตามหลอกหลอน สัมผัสร้อนผ่าวที่สะโพกและเอว ลมหายใจอุ่นๆ และสายตาคมกริบที่ราวกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว สิ่งเหล่านั้นทำให้ช่องท้องของเธอปั่นป่วนและรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด ทุกครั้งที่ขยับตัว ผ้าซาตินเนื้อลื่นเสียดสีกับผิวเนื้อยิ่งทำให้ความรู้สึกไวต่อสัมผัสมากขึ้น
อีกฝั่งหนึ่งของเตียง นนท์ในชุดลำลองนอนเสื้อยืดคอวีสีเทาและกางเกงวอร์มขายาว ก็ไม่ได้อยู่ในห้วงนิทราเช่นกัน เขานอนหงาย เอามือประสานรองท้ายทอย สายตาทอดมองเพดานห้องที่มืดสลัว กลิ่นสบู่เหลวอาบน้ำกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากร่างบางข้างกายปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ลุกโชนอย่างเงียบงัน กลิ่นกายหอมกรุ่นของกิ๊ฟมันปั่นป่วนจนเขาแทบจะควบคุมสติตัวเองไม่อยู่
นนท์พลิกตัวตะแคงหันไปทางกิ๊ฟ แสงไฟสลัวจากภายนอกสาดส่องลงบนร่างอรชรที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้าของสะโพกและลาดไหล่เนียนละเอียดที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมา เขาจ้องมองแผ่นหลังบางนั้นนิ่งนาน ความปรารถนาและความโหยหาที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะควบคุม เขาอยากจะดึงร่างบางนั้นเข้ามากอดแนบอก อยากจะสัมผัสผิวเนียนละเอียดนั้นให้สมกับความต้องการที่อัดอั้น
ท่ามกลางความมืดและความเงียบงัน นนท์ตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณเรียกร้อง เขาสอดท่อนแขนแกร่งเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนกว้าง ค่อยๆ คืบคลานฝ่ามือใหญ่ข้ามเส้นแบ่งเขตแดนที่มองไม่เห็นนั้นไปอย่างเชื่องช้า ขยับเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งปลายนิ้วของเขาสัมผัสเข้ากับฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มของกิ๊ฟที่วางอยู่ข้างลำตัว
กิ๊ฟสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ทาบทับลงมา หัวใจของเธอหล่นวูบและเต้นรัวแรงจนแทบทะลุอก ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เธอไม่ได้ดึงมือหนี แต่กลับนอนนิ่ง ปล่อยให้ฝ่ามือใหญ่ของเขาค่อยๆ สอดประสานปลายนิ้วเข้ากับนิ้วเรียวของเธอทีละนิ้ว จนกระทั่งฝ่ามือของทั้งสองแนบสนิทกันอย่างสมบูรณ์ ความหยาบกร้านเล็กๆ จากฝ่ามือผู้ชายเสียดสีกับความนุ่มละมุนของมือเธอ
ความอบอุ่นและกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่านจากฝ่ามือที่สอดประสาน ลุกลามไปทั่วร่างกายของทั้งคู่ นนท์กระชับฝ่ามือแน่นขึ้น บีบฝ่ามือเล็กเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายใน กิ๊ฟเม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตื่นเต้น หวาดเสียว ประหม่า และอบอุ่นซ่านใจไปถึงขั้วหัวใจ เธอตอบรับสัมผัสนั้นด้วยการบีบมือเขากลับเบาๆ ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสอง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืด และฝ่ามือที่กุมกันไว้แน่นใต้ผ้าห่มผืนหนา ราวกับเป็นการตกลงยินยอมในความสัมพันธ์ต้องห้ามที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งความถูกต้อง ปูทางไปสู่พายุอารมณ์สวาทที่กำลังจะปะทุขึ้นในค่ำคืนนี้... ค่ำคืนที่ความยับยั้งชั่งใจกำลังจะถูกหลอมละลายด้วยไฟปรารถนาที่ร้อนแรงที่สุด และไม่มีใครอยากจะปล่อยมือออกจากกันอีกต่อไป