ตอนที่ 11 เขาหน้าเหมือนคนรักเก่าที่ตายไปแล้ว
เป็ไปได้อย่างไร?
เขาดูเหมือนคนรักเก่าของนางที่เสียชีวิตไปนานแล้วได้อย่างไร?
นอกเหนือจากเสื้อผ้าที่เปลี่ยนไป มีผมยาว และิัที่ดูหยาบกร้านขึ้นเล็กน้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็รูปร่าง หรือหน้าตา ล้วนถอดแบบกันมาทั้งสิ้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยและคนรักเก่าของนางเป็เพื่อนร่วมชั้นตอนมัธยมต้น มิตรภาพที่สั่งสมมาหลายปีก็ผลิดอกกลายเป็ความรักเมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย วันเวลาผ่านไป ค่อย ๆ เบ่งบานเกิดเป็ความรัก ถูกจังหวะและเป็ขั้นเป็ตอน หอมหวานและงดงาม
แม้จะมีความเป็ผู้ชายแท้ ๆ ไปสักหน่อย ทว่าในการใช้ชีวิตเขาก็ดูแลนางเป็พิเศษ ในฤดูหนาวก็ให้นางสวมเสื้อผ้ามากชิ้นขึ้น ครั้นในฤดูร้อนก็บ่นว่านางดื่มน้ำที่ใส่น้ำแข็งมากเกินไป มีบางวันที่นางจะปวดท้อง เวลาที่ปวดท้องมาก ๆ เขาจะเป็คนคอยปลอบโยน ทั้งยังเตรียมน้ำอุ่นผสมน้ำตาลทรายแดงให้นาง ตลอดจนลูบท้องให้นางด้วย
หากไม่ใช่เพราะนางยืนกรานไม่ไปโรงพยาบาล เขาก็อยากจะลงทะเบียนให้แล้วพานางไปพบแพทย์ทันที
เมื่อพวกเขาเรียนจบจากมหาวิทยาลัย ความรักของทั้งคู่ล้วนสุกงอม ทั้งสองวางแผนกันว่าจะเดินทางท่องเที่ยวดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์แทนการจัดพิธีแต่งงาน หากแต่ในตอนนั้นเองก็พลันเกิดเื่ขึ้น...
เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตทันที
ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ได้ช่วยชีวิตของเขา ใจของไป๋เพ่ยเพ่ยแตกสลาย นับั้แ่นั้นมา นางไม่เคยก้าวข้ามผ่านวันวานอันเ็ปนี้ไปได้เลย
เวลาผ่านมาเนิ่นนานหลายปี แม้ดวงดาวจะฉายแสงยามค่ำคืน แต่ดวงหน้าของนางกลับโดนปกคลุมด้วยเมฆหมอก พร้อมประกายแสงจากน้ำตาเฉกเช่นที่ผ่านมา
"อาเต๋อ...”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเรียกชื่อเขาเบา ๆ
“เ้าเป็อะไรไป? เสี่ยวหย่าทำให้เ้าโมโหอีกแล้วหรือ?”
แววของชายหนุ่มสับสนงุนงงอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเขาเอ่ยประโยคนี้จบ
แม้ว่าเขาจะมีความทรงจำและความรู้สึกทั้งหมดของเ้าของร่างเดิม ทว่า... เขาเองเพิ่งตื่นขึ้นมา ดังนั้นการสามารถปลอบโยนภรรยาได้โดยสัญชาตญาณแม้พบหน้ากันเพียงแวบเดียว …นี่ไม่ถือว่าแสดงอย่างเป็ธรรมชาติเกินไปหรอกหรือ?
นี่เป็ภรรยาของเ้าของร่างเดิมจริง ๆ ไม่ใช่ของเขาเสียหน่อย?
หรือว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ข้ามเวลามา เ้าของร่างเดิมแท้จริงแล้วก็คือเขา?
ข้ามเวลาคืออะไรกัน?
เหตุใดเขาถึงรู้จักคำนี้?
ชายหนุ่มไม่ค่อยมั่นใจนัก ท้ายที่สุดแล้ว เขาตื่นขึ้นมาในร่างนี้ โดยไม่มีร่องรอยอะไรนอกจากมีความทรงจำและความรู้สึกทั้งหมดจากเ้าของร่างเดิม
เซี่ยเสี่ยวหย่าไม่ได้สนใจเลย เด็กสาวเพียงรู้สึกว่าตนนั้นถูกกล่าวหา จึงรีบเอ่ย
"ท่านพ่อ ทำไมถึงเป็ข้าที่ยั่วยุให้ท่านแม่โกรธอีกแล้วกันเล่า? ข้าไม่ได้ทำเสียหน่อย เป็เพราะอาการป่วยของพี่รองและพี่สามต่างหากที่ทำให้ท่านแม่เสียใจ”
เมื่อนึกถึงลูกชายฝาแฝดของเ้าของร่างเดิม ชายหนุ่มก็จนปัญญาเช่นกัน ก่อนเขาจะเอ่ยคำใดออกมา ใครคนหนึ่งกลับพุ่งตัวเข้ามาในอ้อมแขนของเขา นางโอบแขนไว้รอบเอวของเขาและร้องไห้
"ฮึก ฮือออ... อาเต๋อ... อาเต๋อ...
นางเอ่ยเรียกชื่อของเขาซ้ำ ๆ อย่างแ่เบา พร้อมกันน้้นก็ร้องไห้ออกมาราวกับใจแทบขาด เจือด้วยความเศร้าโศกอย่างถึงที่สุด
ในใจของชายหนุ่มพลันไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อย เขาจ้องเขม็งไปยังเซี่ยเสี่ยวหย่าอย่างดุ ๆ
เซี่ยเสี่ยวหย่าเองรู้สึกคับข้องใจมาก ไม่อยากกวนใจ เด็กสาวสั่นศีรษะ ก่อนจะออกจากตรงนี้ไป
ชายหนุ่มจำได้ว่าเ้าของร่างเดิมไม่ชอบลูกสาวคนนี้มาโดยตลอด คิดว่านางถูกไป๋เพ่ยเพ่ย ‘ตามใจ’ จนเสียคน ทว่าเขาี้เีเกินกว่าจะเข้าไปยุ่ง จึงหันมาทำตามสัญชาตญาณของหัวใจ พยายามเอ่ยปลอบโยนร่างบางในอ้อมแขนของเขาเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี
“เด็กดี! อย่าร้องไห้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็มีข้าอยู่ด้วยเสมอ ถึงฟ้าจะถล่ม ข้าก็จะคอยสนับสนุนเ้าเอง...”
“อาเต๋อ ในที่สุดเ้าก็มาหาข้าแล้ว...”
“ข้าไปูเา เดิมทีอยากจะล่าสัตว์ป่า แต่กลับจับอะไรไม่ได้เลย คราวหน้าข้าจะกลับมาให้เร็วกว่านี้ ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ”
การกอดใครสักคนช่างดีเหลือเกิน ความรู้สึกราวกับว่านางควรจะเป็ของเขาั้แ่แรก
บางทีนางอาจเป็ภรรยาของเขาจริง ๆ?
เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้เคยมีคน ‘แย่งชิง’ ไป
หรืออาจเป็เพราะ...
เขามีหลายบุคลิก กลายเป็ว่าเขาอาจไม่ใช่เ้าของร่างเดิม แต่มีความทรงจำและความรู้สึกทั้งหมดของเ้าของร่างเดิมอยู่
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเลย ราวกับนางได้ดำดิ่งลงไปในโลกของนางเอง ขณะที่ได้โอบกอดเขาไว้พร้อมร้องไห้อยู่พักหนึ่ง
เมื่อนางกลับมาได้สติ ไป๋เพ่ยเพ่ยซึ่งอิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มพลันรู้สึกเขินอาย เพราะในที่สุดนางก็นึกขึ้นมาได้ว่านางข้ามเวลามาแล้ว และนี่คือสามีของเ้าของร่างเดิม ไม่ใช่ของนาง
หากแต่ หญิงสาวค่อนข้างแปลกใจที่ชื่อเล่นของเขาคือ ‘อาเต๋อ’ เช่นกัน
แต่ไม่รู้ว่าชื่อเต็มของเซี่ยเหล่าเอ้อร์คืออะไร
“ร่างกายท่านเปรอะเปื้อนนัก ไปอาบน้ำสักหน่อยไหม?” ไป๋เพ่ยเพ่ยหาข้อแก้ตัวอย่างกระอักกระอ่วน
"ได้!"
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ยึดกระทำการตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิม เขาเทน้ำลงในกะละมัง และอาบน้ำล้างตัวที่ลานบ้าน ร่างกายส่วนบนที่เปลือยเปล่ามีกล้ามเนื้อแน่น กล้ามหน้าท้องนั้นมีแปดลูก ถือเป็เปลือยร่างกายอันเปียกโชกอย่างเย้ายวนใจขั้นสุด
ใบหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ยพลันขึ้นสีระเรื่อ หญิงสาวก็รีบหันหลัง ไม่กล้ามองอีก
เรือนร่างนี้เป็ผู้ใหญ่มากกว่าคนรักเก่าของนางมาก หากคนรักเก่าของนางไม่จากไปเร็ว เขาก็คงเป็แบบนี้เช่นกันใช่ไหม? ด้วยเพราะเขารู้ดีว่านี่คือรูปร่างในวัยผู้ใหญ่ที่นางชอบ
การเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างคล่องแคล่วว่องไว เซี่ยเหลาเอ้อร์รีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว
"เพ่ยเพ่ย ช่วยหยิบเสื้อผ้ามาให้ข้าหน่อยสิ"
เ้าให้ข้าหยิบไปให้ ข้าก็จะช่วยหยิบไปให้งั้นหรือ? ข้าไม่ใช่เ้าของร่างเดิมเสียหน่อย เดิมทีไป๋เพ่ยเพ่ย้าปฏิเสธ แต่นึกขึ้นมาได้ว่าเซี่ยต้ายาเองก็อยู่ในบ้าน จึงเอ่ยตอบไปเพียงว่า "ได้" เท่านั้น
"เ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องลูกชายนะ"
ใบหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ยยังคงร้อนผ่าวอยู่เล็กน้อย ในตอนที่นางยื่นเสื้อผ้าให้กับเซี่ยเหล่าเอ้อร์ นางกล้าเหลือบมองเขาเพียงเสี้ยวเวลาเท่านั้น
หากเป็ผู้ชายคนอื่นนางย่อมไม่สนใจ แต่ชายคนนี้มีหน้าตาเหมือนคนรักเก่า ซึ่งทำให้นางไม่สามารถสงบสติอารมณ์หรือเมินเฉยได้
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ถือเสื้อผ้าที่สะอาด พลางเอ่ยถามอย่างสงสัย
"เหตุใดข้าต้องไปเปลี่ยนที่ห้องลูกชายด้วยล่ะ? เปลี่ยนที่ห้องของข้าก็ได้ไม่ใช่หรือ?”
“ต้ายาอยู่ในห้อง”
“อ้อ นางกลับสู่ครอบครัวเดิมแล้วสินะ ได้ เช่นนั้นข้าจะไปห้องเ้าใหญ่”
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาถือเสื้อผ้าที่สะอาดไปยังห้องของเซี่ยิหนาน ลูกชายคนโตของเขา
แม้ว่าเขาจะเป็เ้าของร่างเดิม แต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าหลานสาวที่แต่งงานแล้วได้หรอก
นี่เป็จิตสำนึกที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์รู้สึกว่าตนควรมี
ไป๋เพ่ยเพ่ยหายใจออกเบา ๆ
นางรู้ว่าตนนั้นไม่มีวันลืมเลือนความรักครั้งเก่ากับคนรักเก่าของนางได้ จึงจะใช้ประโยชน์ในระหว่างที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์เปลี่ยนเสื้อผ้านี้ เพื่อจัดการหัวใจและความรู้สึกของตัวเอง
ไป๋เพ่ยเพ่ยคิดในใจ แม้ว่าเขาจะมีหน้าตาเหมือนคนรักเก่าของเ้า แต่นั่นเป็สามีของคนอื่น เกี่ยวอะไรกับเ้ากัน?
เ้าไม่สามารถปฏิบัติต่อเขาเหมือนคนรักเก่าเพียงเพราะใบหน้านั้นได้
หากถูกล่อลวงด้วยใบหน้านั้น แล้วเ้าเอาคนรักเก่าของเ้าไปไว้ที่ไหน?
แทนที่จะคิดถึงเื่พวกนี้ เ้าควรคิดว่าหลังจากเ้าจะอธิบายเื่การหย่าร้างของเซี่ยต้ายาให้เซี่ยเหล่าเอ้อร์ฟังอย่างไรจะดีกว่า
ผู้ชายในยุคโบราณนั้นมีความคิดที่ล้าสมัย จึงยากจะคาดเดาว่าเมื่อถึงเวลาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทางที่ดีควรสร้าง ‘เื่วุ่นวาย’ โดยเร็ว เพราะหากนาง ‘ก่อเื่วุ่นวาย’ นางจะสามารถสร้าง ‘ความขัดแย้งในชีวิตสมรส’ และแยกกันอยู่ไปตลอดชีวิตได้
...
เซี่ยเหล่าเอ้อร์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงออกมาจากห้อง โดยไม่ได้เรียกไป๋เพ่ยเพ่ย เขาตรงไปแช่เสื้อผ้าที่สกปรกลงในกะละมัง ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่านี่เป็นิสัยของเ้าของร่างเดิมหรือไม่ ด้วยเพราะเขาไม่พบมันในความทรงจำ แต่เขารู้สึกว่าตามนิสัยของเขา เสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้วควรนำมาแช่ไว้
เดี๋ยวก่อน นิสัยของเขางั้นหรือ?
เขาซึ่งเป็อีกบุคลิกหนึ่งที่แยกออกมาใหม่ จะมีนิสัยที่เป็ของตัวเองได้ด้วยหรือ?
เช่นนั้นแล้ว เมื่อเขาทำตัวแตกต่างไปจากเดิม ไป๋เพ่ยเพ่ยจะแยกความแตกต่างระหว่างเขากับเ้าของร่างเดิมได้หรือไม่?
หากนางรู้เข้า นางจะยอมรับได้ไหม?
เมื่อเซี่ยเหล่าเอ้อร์คิดได้เช่นนี้ เขาจึงวางแผนว่าในอนาคตจะคอยสังเกตไปเรื่อยๆ
“ข้าจะเข้าไปดูเ้ารองกับเ้าสามสักหน่อย”
"อื้อ”
ไป๋เพ่ยเพ่ยตอบรับ พลางเดินตามหลังเซี่ยเหล่าเอ้อร์ไป
ไป๋เพ่ยเพ่ยเองก็หมดคำพูด ระยะเวลาเพียงครู่เดียว เซี่ยเสี่ยวหย่าซึ่งบอกว่านางจะคอยลูกชายฝาแฝดให้กลับหายตัวไป
นางไม่ได้บอกว่านางจะนั่งตรงทางเข้าประตูและเข้ามาตรวจดูพวกเขาบ่อย ๆ หรอกหรือ?
แล้วนางไปไหนเสียแล้ว?
เมื่อเห็นลูกชายสองคนของเขานอนหลับในตอนกลางวัน เซี่ยเหล่าเอ้อร์ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย พวกเขาสองคนมีสุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
แต่เมื่อเห็นว่าสีหน้าของทั้งสองคนไม่ได้แย่นัก เขาก็รู้สึกว่าคงไม่ได้เป็อะไรมากนัก
ไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อเห็นไป๋เพ่ยเพ่ยอยู่ข้างกาย เขาก็รู้สึกสบายใจเป็อย่างยิ่ง