พวกท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน ท่านป้าสะใภ้หม่า ท่านอาสะใภ้ไป่ทั้งสองเอง ก็รอว่าแม่นางน้อยทั้งสี่มาหาด้วยเื่อะไร แน่นอนว่าน่าจะเป็เื่กิน..!!! คาดเดาเป็อย่างอื่นไม่ได้เลย เพราะตอนนี้พวกท่านกำลังตระเตรียมทำอาหารมื้อต่อไปกันอยู่นี่แหละ แต่ไม่รู้จะมาในรูปแบบไหนต่างหากเล่า???
จะมาขอลองชิมอาหาร..??? หรือว่าจะมาสอบถามว่าทำอะไรกินบ้าง…???? หรืออยากจะขอให้ทำขนมเพิ่มเติมที่ตัวแม่นางน้อยกลุ่มนี้ชอบกินกัน…???? มันก็มีความเป็ไปได้หมดทุกข้อที่พวกท่านคาดการกันเอาไว้นั่นแหละ!!!
“ไม่ต้องขมวดคิ้วสงสัยกันหรอกเ้าค่ะท่านพี่สะใภ้ พวกเ้าด้วย รอให้แม่นางน้อยกลุ่มนี้มาถึงตัวพวกเราเท่านั้นแหละเ้าค่ะ เ้าตัวเล็กน่ะจะเสียงแหลมพูดออกมาโดยที่ข้าเองก็ไม่ต้องเอ่ยปากถามเลยเ้าค่ะ อิ…อิ…อิ….”ท่านแม่
“นั่นน่ะสินะ…!!!”ท่านป้าสะใภ้สองตระกูล ท่านป้าสะใภ้ไป่ทั้งสองคน
และท่านแม่พูดไม่ขาดคำจริงๆ เมื่อเ้าตัวเล็กยวี่ยวี่น้อยวิ่งถลามาหาแล้วก็เปิดปากน้อยๆพูดออกมาทันทีเลยไม่รอช้าว่านาง……
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านป้าสะใภ้ ท่านอาสะใภ้เ้าคะ ยวี่ยวี่กับพวกพี่สาวอยากกินเนื้อหมีย่างหอมๆ ที่หั่นเป็ชิ้นๆขนาดความยาวไม่เกินนิ้วนี้ของยวี่ยวี่เ้าค่ะ แล้วจากนั้นก็ใส่เกลือที่ละลายน้ำร้อนแล้วลง แล้วใส่น้ำตาลลงนิดหน่อย ส่วนผักก็ใส่หัวหอมแดงหั่นซอยแบบนี้เ้าค่ะ แล้วก็ต้นหอม ผักชีก็หั่นซอยชิ้นเล็กๆ ใส่ผสมรวมกันและคนๆให้เข้ากัน”ยวี่ยวี่น้อย
“อ้อ…ขอข้าวสารนิดหน่อยมาคั่วๆให้หอมเป็สีน้ำตาลหน่อยๆ และก็ตำให้ละเอียดใส่ลงไปด้วยค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“.........!!!!”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน ท่านป้าสะใภ้หม่า ท่านอาสะใภ้ไป่ทั้งสอง ต่างก็พากันหงุนงงกันไปหมดเลยเพราะเ้าตัวน้อยยวี่ยวี่พูดยาวววววรวดเดียวจบจริงๆ!!!!
“เอ่อ….จ้ะ!!!”ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ซุน ท่านป้าสะใภ้หม่า ท่านอาสะใภ้ไป่ทั้งสอง
“ยวี่ยวี่ฝากอาหารจานนี้ไว้ด้วยนะเ้าค่ะ ขอบคุณเ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
แม่นางน้อยทั้งสี่คนต่างโค้งคำนับขอบคุณพวกท่านกันพร้อมเพรียง เงยหน้าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มกับดวงตาแห่งความหวังที่ฝากไว้ให้กับกลุ่มของท่านแม่
“โอ้…พี่สาวสองลู่เอาตะกร้าผักวางให้ท่านแม่สิเ้าคะ พวกเราจะได้ไปดูเนื้อหมีกันไงล่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“ได้เ้าค่ะฮูหยินใหญ่”พี่สาวสองลู่
เมื่อจัดการบอกกล่าวอาหารจานที่้าแล้ว และผักที่ต้องเป็วัตถุดิบที่สำคัญ แม่นางน้อยทั้งสี่ก็โค้งคำนับอีกครั้งแล้วเดินจากไป…!!!!
อาหารจานที่ว่าที่ให้ทำก็ไม่บอกว่าชื่ออะไรเสียด้วย พูดจบก็พากันเดินไปสำรวจเนื้อหมีที่หั่นแล้ว รอแต่ละแม่ครัวจะนำไปประกอบอาหารต่างๆนั่นเอง โดยที่ไม่ได้มองเลยว่ากลุ่มของท่านแม่นั้นในตอนนี้รู้สึกอย่างไรกัน ดีนะที่ว่าพวกท่านความจำค่อนข้างดีกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะเื่การทำอาหารนี่เป็เลิศมากๆ เพียงแค่มองดูก็สามารถทำออกมาเองได้เลย และสิ่งที่พวกท่านได้ยินจากเ้าตัวน้อยยวี่ยวี่ก็ไม่ยากเกินไป เพราะอย่างไรเสียพวกท่านตั้ง 4-5 คนย่อมจำกันหมดได้ครบประโยคอยู่แล้ว!!!!
“นี่น่ะเหรอเนื้อหมีน่ะ…????”ยวี่ยวี่น้อย
“เยอะมว๊ากกกกก”พี่สาวเจินจู
“แบบนี้รับรองเลยว่าเมื่อพวกแม่ครัวทำอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาจจะเป็่มื้อยามโหย่ว หรือยามซวี อาหารน่าจะทำเสร็จ่เวลานั้น พวกเราจะต้องได้กินเนื้อกันอย่างเต็มที่แน่นอนเลย”พี่สาวลู่เสียน (ยามโหย่ว (酉:yǒu) คือ 17.00 - 18.59 น.)(ยามซวี (戌:xū)คือ 19.00 - 20.59 น.)
“ใช่ๆ…..เอื๊อกกก…” “หงึก…หงึก….”แม่นางน้อยต่างพากันเห็นด้วยกันหมด จะเป็มื้ออาหารมื้อใหญ่ที่ทุกๆคนจะได้กินกันอย่างเต็มที่เลยทีเดียว
แม่นางน้อยทั้งสี่คนแค่เพียงเห็นเนื้อหมีสดๆกองวางเต็มบนโต๊ะยังอดน้ำลายไหลกันไม่ได้ เพราะเมื่อนึกถึงอาหารจานเนื้ออันแสนอร่อยที่เหล่าบรรดาท่านย่า ท่านยาย ท่านป้า ท่านแม่ของพวกนางเคยทำให้กินแล้วลืมไม่ลงจริงๆ
และใช่ว่าจะได้กินเนื้อกันทุกมื้อ และทุกวันเสียเมื่อไหร่กัน แต่ถึงจะไม่ได้กินอาหารจานเนื้อในทุกๆวัน แต่ว่าก็ได้กินเนื้อบ่อยกว่าชาวบ้านทั่วๆไปหน่อย เพราะทางหมู่บ้านเลี่ยงหลินเก่งกาจเื่การออกล่าสัตว์มากๆเลยทีเดียวเข้าไปภายในป่าจะต้องได้สัตว์ป่ากลับมาทุกๆครั้งไป ที่เดินเข้าป่าลึกมากเท่าไหร่หรือเข้าไปในเขตป่าใหญ่มักจะได้สัตว์ป่าตัวใหญ่ๆกลับมาเสียด้วยซ้ำไป
เรียกได้ว่าฝีมือเป็หนึ่งไม่เป็สองรองผู้ใดจริงๆ ในบางครั้งหมู่บ้านอื่นๆที่ห่างไกลออกไปยังจะต้องมาขอความช่วยเหลือในการให้นำเข้าไปในป่าเพื่อล่าสัตว์ป่าด้วยเลย โดยเฉพาะเมื่อถึงหน้าหนาวหิมะตกยิ่งจะต้องสะสมเสบียงอาหารให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทางหมู่บ้านเลี่ยงทั้งสามมักจะต้องรับงานหนักเสมอๆ ณ ่เวลานั้น
แต่ถึงจะเก่งกาจมากมายเพียงใด ก็ใช่ว่าจะประมาทกันท่านปู่ ท่านตา ท่านลุง ท่านอาทั้งหลาย เวลาจะออกไปล่าสัตว์ในแต่ละครั้งพวกท่านจะต้องเตรียมตัวกันอย่างมี ฝึกซ้อมมือกันอย่างมีวินัยอีกด้วย นี่เป็เหตุให้ว่าพวกท่านไม่เคยาเ็กันกลับมาเลยสักครั้งเดียว
เพราะอย่าลืมว่าทั้งสามตระกูลนี้ไม่ใช่เพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาทั่วๆไปกันมาก่อน เหมือนชาวบ้านแถบอื่นๆที่บรรพบุรุษมาเป็ชาวเกษตรกรบ้าง พรานล่าสัตว์บ้าง เป็พื้นฐานโดยทั่วๆไปของชาวบ้านที่สามารถมีกำลังได้ตามวิถีการดำเนินชีวิตอยู่ แต่ว่าสำหรับหมู่บ้านเลี่ยงหลิน หมู่บ้านเลี่ยงฮวง หมู่บ้านเลี่ยงรุ่ยนั้น บรรพบุรุษที่มาก่อตั้งหมู่บ้านทั้งสามเลี่ยงเคยอยู่ในเมืองหลวงใหญ่ที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อน ที่พวกเขาทั้งสามตระกูลจะออกมาจากเมืองหลวงใหญ่พร้อมกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นการที่มีความรู้ ความสามารถติดตัวมาย่อมได้เปรียบกว่าชาวบ้านที่พื้นเพไม่มีภูมิหลังอะไรกันเลย
ถึงจะผ่านมาเนิ่นนานมีลูกๆหลานๆหลากหลายต่อหลายรุ่นแล้วก็ตามที แต่ความรู้ ความสามารถที่สืบทอดกันต่อๆมาในแต่ละรุ่นนั่นไม่แตกต่างกันเลย ยังยอดเยี่ยมสมกับเป็ของตระกูลนั้นๆเสมอๆ
ในแต่ละรุ่นจะมีคนหนึ่งที่จะฉายแววเก่งกาจพร้อมเป็ผู้นำของหมู่บ้านคนต่อไปอีกด้วย ดังนั้นหมู่บ้านเลี่ยงทั้งสามจึงไม่เคยขาดแคลนคนเก่ง คนมีความรู้ คนมีความสามารถเลย
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวย มีชื่อเสียงเหมือนกับตอนที่เหล่าบรรพบุรุษเคยอยู่เมืองหลวงใหญ่มาแต่ก่อนก็ตามที แต่ทุกๆคนก็มีความสุขกันดี
แค่ดูรูปร่างเ้าตัวเล็กสุดของตระกูลซุนก็รู้ดีว่าการอยู่การกินไม่เลวเลยทีเดียว เพราะเ้าตัวน้อยยวี่ยวี่ ตัวอ้วนป้อมแก้มห้อยเชียว
กว่าอาหารมื้อใหญ่จะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบยามซวีกันแล้ว(ยามซวี (戌:xū)คือ 19.00 - 20.59 น.) บรรดาพวกผู้ใหญ่ก็เร่งกันจัดโต๊ะกัน
“โต๊ะทางด้านโน้นก็เรียกให้พวกเด็กๆมากินกันก่อนเลยนะนี่ก็สายมากแล้ว”ท่านย่าซุน
“เ้าค่ะ”คนในหมู่บ้าน
จริงๆแล้วโต๊ะวางอาหารดูเหมือนว่าจะเยอะก็จริง แต่ก็คงไม่เยอะไปกว่าถ้าเปรียบเทียบจำนวนคนของทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงนั้นดูน้อยไปเสียด้วยซ้ำไป
ก็ใช้วิธีการนั่งกันบนพื้นดินบ้าง ตามหินบ้าง ไม่ได้ดูลำบากอะไรกันเลย ทุกๆคนกลับชื่นชอบและมีความสนุกสนานกับการมารวมตัวกันของทั้งสามหมู่บ้านอีกครั้ง
แน่นอนว่าการที่หมู่บ้านเลี่ยงหลิน หมู่บ้านเลี่ยงฮวง หมู่บ้านเลี่ยงรุ่ย ได้รวมตัวกันอีกครั้งก็ต่อเมื่อ
1.เข้าป่าล่าสัตว์ หาสมุนไพรต่างๆมากิน และนำไปขาย
2.มีคนาเ็จะต้องพากันไปรักษายังต่างเมือง หรือต้องเข้าไปในตัวเมืองหลวงใหญ่
3.วันก่อตั้งหมู่บ้านทั้งสามแห่ง
4.การทดสอบพวกลูกๆหลานแต่ละรุ่น
5.มีเหตุการณ์ไม่น่าปลอดภัยกับทั้งสามหมู่บ้าน
6.ฯลฯ
ณ ตอนนี้ทั้งสามหมู่บ้านเลี่ยงเองก็กำลังเพลิดเพลินไปกับการกินอาหารมื้อใหญ่กัน โดยวัตถุดิบหลักก็คือเนื้อหมีป่านั่นเอง
“อ้า…..หอมมาก กินแล้วนะเ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย
“หง่ำ….หง่ำ….”
“อร่อยมว๊ากกกกกกก….”พวกเด็กๆ พากันพูดอยู่ไม่กี่คำเมื่ออาหารเข้าปากกันแล้ว
“น้องเล็กจานนี้น่ะเรียกว่าอะไรงั้นเหรออร่อยมากๆเลยนะ”พี่สาวเจินจู
“เอ๋….?????”พวกท่านพี่
“จานนี้น้องเล็กทำเองงั้นเหรอ…????”พี่ใหญ่จ้วนสือ
“ก็ครึ่งๆน่ะเ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“ครึ่งๆ….?????”พวกท่านพี่ชายทั้ง 10 คน ต่างพากันงงกับคำพูดของน้องเล็กกัน จะพูดว่าทำอาหารจานนี้เองน้องเล็กก็ไม่ได้พูดออกมา ตอบว่าครึ่งๆ มันมีความหมายว่าอันใดกันเล่า..???
“ก็คือว่าตัวยวี่ยวี่เองไม่ได้ทำเองเ้าค่ะ แต่ว่าบอกวิธีการทำอาหารจานนี้ให้ท่านแม่ ท่านป้าสะใภ้ ท่านอาสะใภ้ทำให้เ้าค่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“อ้อ…..” “หงึก….หงึก….”พวกท่านพี่
“พี่สาวจานนี้น่ะเรียกว่าหมีน้ำตกล่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“อ้า…หมีน้ำตกพี่สาวชอบชื่อนี้จังมันแปลกดี”พี่สาวเจินจู
“ใช่เ้าค่ะ”พี่สาวสองลู่
“หมีน้ำตก…????”พวกท่านพี่
ยวี่ยวี่น้อย ไม่ได้สนใจพวกพี่ชายแล้วเพราะสนใจกับอาหารการกินตรงหน้าของนางเสียมากกว่า โดยเฉพาะเนื้อหมีเนี่ยเกิดมารอบที่สองแล้วพึ่งจะเคยกินเป็ครั้งแรกจริงๆ
“แต่ว่านะพี่สาวสองลู่ พี่สาวเจินจู หมีน้ำตกเนี่ยยังถือว่ารสชาติยังไม่อร่อยเท่าที่ควรเลย เพราะขาดเครื่องปรุงรสสำคัญๆไปน่ะ”ยวี่ยวี่น้อย
“เอ๋…..????? ขาดเครื่องปรุงรสอะไรงั้นเหรอน้องเล็ก/ฮูหยินใหญ่..????”พี่สาวทั้งสามคน
“ก็รสชาติเปรี้ยว กับรสชาติที่เผ็ดร้อนอย่างไรเล่าเ้าคะ”ยวี่ยวี่น้อย
“โอ้…..แล้วมันจะอร่อยมากขึ้นกว่านี้เหรอถ้ามีอีกสองรสชาติที่น้องเล็กบอกน่ะ???”พี่สาวเจินจูสนใจขึ้นมาทันทีเลย ถ้าทำให้ของกินอร่อยขึ้นอีกน่ะ
“มันแน่นอนอยู่แล้วพี่สาว ถ้ามีครบรสชาติ เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด เป็ส่วนผสมรวมกันนะต้องบอกได้แค่สุดยอดไปเลย..!!!”ยวี่ยวี่
เ้าตัวน้อยยวี่ยวี่เอง ก็ไม่แน่ใจนักว่าผู้คนที่นี่จะรู้สึกเครื่องปรุงรสอีกสองรสชาติที่นาง้าหรือไม่กัน เพราะว่าั้แ่เดินเข้ามาที่หมู่บ้านเลี่ยงหลินแล้ว ไปที่สวนหลังบ้านของตระกูลซุนก็แล้ว ก็ไม่มีต้นไม้ที่นางอยากจะได้เลย
แต่เพื่อที่จะให้แน่ใจชัดเจนขึ้น จำจะต้องถามจากพวกท่านพี่อีกสองหมู่บ้านก็คือหมู่บ้านเลี่ยงฮวง กับหมู่บ้านเลี่ยงรุ่ยจะมีต้นที่ว่านี้หรือเปล่า
“ที่หมู่บ้านเลี่ยงฮวง กับหมู่บ้านเลี่ยงรุ่ย ของพวกท่านพี่ และหลานชายเล็ก มีต้นไม้ที่มีลูกกลมๆที่แรกเริ่มจะออกลูกเป็สีเขียวก่อน และจะเปลี่ยนเป็สีเหลืองต้นนี้จะมีผลรสชาติที่เปรี้ยวมว๊ากกกกกกกเ้าค่ะ
และก็อีกต้นหนึ่งจะมีลักษณะผลของมันเรียวๆยาวๆมีสีเขียว สีแดงปะปนกันไป และเผ็ดร้อนปาก และมือหรือไม่กันเ้าคะ…????”ยวี่ยวี่น้อย
“เอ๋…….????”พวกพี่ชายจากหมู่บ้านเลี่ยงฮวง และหมู่บ้านเลี่ยงรุ่ย พยายามนึกจินตนาการต้นที่ยวี่ยวี่น้อยบอกพวกเขาอยู่ว่าเคยเห็นที่ไหนกันหรือไม่อย่างไร และพวกท่านพี่ของยวี่ยวี่น้อยเองก็คิดตามด้วยเช่นกันว่าเคยเจอหรือไม่
*****************
ยวี่ยวี่น้อยยังอยากเติมรสชาติให้ครบรส แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีให้นางได้ในตอนนี้จริงๆ ได้แต่ต้องคอยสอบถามหาข้อมูลไปก่อน