'เบเฮมอธ' เป็อสูรกายดึกดำบรรพ์แห่งผืนปฐีเช่นเดียวกับ 'เลวีอาธาน' เป็อสูรกายจ้าวแห่งผืนน้ำ และ 'ซิซ' เป็อสูรกายจ้าวแห่งผืนนภา
ชื่อ 'เบเฮมอธ' มีความหมายหมายถึงอสูรกาย สัตว์ขนาดใหญ่ั์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก คำดังกล่าวยังถูกใช้เปรียบเทียบกับสิ่งที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารเกินกว่าจะเปรียบเทียบได้ด้วย
'เบเฮมอธ มันคือมือขวาของบาฮามุท ัทมิฬ ข้ากะไว้แล้ว พลังปราณอันสยดสยองนี่มันเป็ของ . . . . แต่ เอ๊ะ! ข้าััมันไม่ได้ถึงชั้นต่อๆไปแล้ว'
เพราะเป็เช่นนี้ทั้งคู่จึงไม่เห็นอสูรเลยแม้แต่ตัวเดียวทั้งๆที่ชั้นนี้ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆเลยทั้งสิ้น
เทพเ้าัฟ้า ััได้ถึงพลังที่รุนแรง มาจบอยู่เพียงที่ชั้นนี้ และ 'เบเฮมอธ' น่าจะเป็อสูรตัวสุดท้าย เมื่อพวกเขาปราบมันลง พวกเขาอาจจะได้พบกับทางออก
เทพเ้าัฟ้าเธอได้เตือนพวกเขาทั้งคู่ ว่าควรจะจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันสามารถกลายร่างเป็เทพได้ เมื่อถึงตอนนั้น พลังปราณของมันจากระดับ 3 จะกลายเป็ระดับ 4 สีทองทันที
'ถ้าพวกเ้าไม่ทุ่มสุดตัวั้แ่แรก จะไม่มีโอกาสแก้ตัวครั้งที่ 2 เป็แน่'
เมื่อชางอวิ๋นได้รับรู้เื่ราว ก็รีบบอกหลินหลิงทันที ทั้งคู่จึงโคจรลมปราณะเิออกมาสุดแรงพร้อมโจมตี !!
บรรยากาศรอบข้างของพวกเขาทั้งสอง อัดแน่นไปด้วยพลังปราณ ถ้าเทียบกับมนุษย์ด้วยกันแล้วพวกเขาเสมือนเป็เด็กรุ่นใหม่ที่มีความสามารถพร้อมที่จะแสดงศักยภาพเป็เ้าเมือง ได้ในไม่ช้า
"ตูมมมมมมมมม" หลังจากที่ เบเฮมอธ ลงสู่พื้นแล้วมันก็พุ่งมาด้วยความเร็วที่เกินกว่าใครจะจินตนาการได้ แต่ด้วยระยะที่ห่างกันเกิน 300 หลา ทำให้พวกเขาเห็นการเคลื่อนไหวของเงารางๆขนาดที่ใหญ่มาก
200 หลา เมื่อเห็นอสูรเบื้องหน้าที่มีขนาดมหึมามโหฬาร ชางอวิ๋นจึงรีบโคจรวิชา 'ัพิโรธ' เตรียมการปะทะ
100 หลา หลินหลิงโคจรวิชา 'ทะลวงอสูร' จนพลังปราณอัดแน่น เป็สีส้มพร้อมประกายสายฟ้าเล็กน้อยล้อมรอบที่มือของเธอ
50 หลา "ระยะปะทะ . . . . . . . ยิงงงงงงงงงงงง !!"
ทันทีที่พวกเขากำลังจะยิงพลังปราณในระยะไกลหวังเปิดการโจมตีให้มันเสียหลักก่อน แต่ไม่ได้เป็อย่างที่คิด
"ตูมมมมมมมมมมมม" เสียงะเิพื้นเป็หลุมกว้างเกินกว่า 50 หลา มันใช้กำลังมหาศาลของตนสั่นะเืพื้นดิน สร้างความเสียหายทำให้เกิดคลื่นปราณกระแทก
ระยะที่ทางพวกเขาที่พุ่งเข้ามากะหวังเข้าปะทะ กลับเสียหลัก ทั้งคู่โดนแรงกระแทกจากการโจมตีก่อนของเบเฮมอธ
ชายหนุ่มเปลี่ยนวิถีโคจรวิชาเป็วิชาป้องกันร่างกายอย่าง 'ระฆังทอง' ได้ทันท่วงที และสังเกตเห็นว่าหลินหลิงไม่สามารถเคลื่อนย้ายให้ออกจากระยะโจมตีของมันได้ทัน
ชางอวิ๋นจึงทะยานเข้าไปหาหลินหลิงแล้วกาง 'ระฆังทอง' ห่อหุ้มร่างกายด้วยกันทั้งหมด ทั้งคู่ไม่ได้รับาเ็ใดๆทั้งสิ้นเนื่องจากเป็การโจมตีที่ระยะไกลอย่างมากทำให้ความรุนแรงลดทอนเกินกว่าครึ่ง
ช่วยพริบตาเดียวที่พวกเขากำลังป้องกันกระบวนท่าแรกของมัน ร่างของอสูรเบเฮมอธกำลังทะยานอยู่บนท้องฟ้าแล้วกุมสองมือเตรียมทุบลงบนพื้นที่ ที่พวกเขาทั้ง 2 ยืนอยู่
ชางอวิ๋นรู้สึกถึงความเป็ความตายที่มีเส้นดายบางๆ ที่มีชีวิตพวกเขาทั้ง 2 คนแขวนอยู่
ชายหนุ่มรู้สึกถึงลูกแก้วัภายในอกของเขากำลังเรียกหาเมื่ออันตรายถึงชีวิตกำลังเข้ามาใกล้
"เทพ~ั~ฟ้าาาาาาาา"วิชาเฉพาะตัวได้ถูกเรียกขึ้นมาใช้งานทันที บริเวณรอบตัวเขารัศมีกว้างถึง 50 หลา บรรยากาศตึงเครียด ทุกอย่างที่มีน้ำหนัก ทรุดลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว ร่างของอสูรร้ายตัวนี้หล่นทะลุลงไปบนพื้น "ตูมมมมมมม"
จากชั้น 3 เสียงะเิครั้งแรก "ตูมมม" ร่างกายของอสูรร้ายโดนบดเบียดกับพื้นจนพื้นแตกะเิพังยับเยินร่วงตกไปยังชั้นที่ 2 "ตูมมม" เสียงะเิขึ้นอีกครั้งร่างของมันถูกบรรยากาศกดทับอย่างรุนแรงจนยืนขึ้นไม่ไหว กระดูกหักหลายท่อน หล่นไปยังชั้นแรกสุด แต่มันยังมีลมหายใจอยู่
ทั้งคู่อยู่ในระยะปลอดภัยจากแรงโน้มถ่วง บริเวณรอบๆชางอวิ๋นมีเพียงรัศมี 2 เมตรเท่านั้นที่ปลอดภัยซึ่งหลินหลิงเธอก็อยู่ประชิดติดตัวชางอวิ๋นอย่างแแ่ โดยมีเ้าอสูรร้ายกระเด็นไปไกลถึง 30 หลา
ถึงแม้ว่าอสูรร้ายมหึมาตัวนี้ยังมีลมหายใจที่หนักแน่นอยู่ก็ตาม แต่สภาพร่างกายของก็บอบช้ำไปมากกว่า 7 ใน 10 ส่วน หลินหลิงเธอรีบยิง 'ทะลวงอสูร' ทันที
ลูกธนูแสงสีส้ม เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 1 เมตร ลอยอยู่เหนือพื้นดิน มันเป็พลังที่ใหญ่ที่สุดที่หลินหลิงเคยปล่อยออกมา ซัดไปโดนร่างกายของอสูรร้าย ด้วยร่างกายที่มันใหญ่โตและน้ำหนักมหาศาลอย่างมาก ทำให้มันไม่กระเด็นเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอยิงซ้ำอย่างรวดเร็วถึง 20 กว่าชุด ร่างของมันกลับไม่สะทกสะท้าน มีเพียงลอยะเิเล็กๆขึ้นบนิัของมัน
ชางอวิ๋นสามารถคงสถานะของเทพัฟ้าตอนนี้ได้ถึง 100 ลมหายใจแล้ว
'นี้มันก็ผ่านมาแล้ว 60 ลมหายใจ หากเวลาที่เหลือ เ้าไม่สามารถกำจัดมันลงได้ เมื่อมันได้กลายร่าง พวกเ้าทั้งคู่รวมถึงข้าอาจจะสิ้นชีพภายในวันนี้ก็เป็ได้' เสียงของเทพัฟ้าแนะนำอย่างเย็นะเื
พลังปราณของชางอวิ๋นลดลงเร็วอย่างมาก เหลือไม่ถึง 3 ใน 10 ไม่สามารถใช้วิชาอื่นในสถานการณ์แบบนี้ได้ เขาตั้งสติแล้วคิดหาทางออกให้เร็วที่สุด
. . .
. . .
ชางอวิ๋นหยิบโอสภหญ้าชีวิตมากินอย่างเร่งด่วน พลังปราณเพิ่มขึ้นจนเกือบจะเต็ม เขาใช้วิชาที่สองทันทีที่พลังปราณเขาเพิ่มขึ้น
"หมัด~จ้าว~พิภพพพพพ" ร่างกายส่องแสงสีส้มสว่างไสว พลังลมปราณขยายออกขึ้นเป็ 10 เท่า อัดแน่นไปด้วยสายฟ้าพันอยู่รอบกาย
ชางอวิ๋นจำเป็ต้องปลดวิชาเทพัฟ้าออก เนื่องจากกลัวว่าระยะปลอดภัยจะไม่ได้อยู่กับหลินหลิง ถ้าเธออยู่ในระยะโจมตีของวิชา 'เทพัฟ้า' นางคงาเ็สาหัสอย่างแน่นอน
เมื่อเขาปลดออก ร่างของชางอวิ๋นหายไป โดยทิ้งเสียงะเิพื้นเป็หลุมมากกว่า 20 เมตร
"ตูม" หมัดของชางอวิ๋นต่อยเข้าไปที่ท้องอย่างรุนแรง ด้วยความที่ร่างกายของอสูรตัวนี้มีขนาดใหญ่กว่า 6 เมตร ชางอวิ๋นจึงใช้หมัดกระแทกไปยังส่วนที่สำคัญทั้งหมด 20 จุด
"ตูมมมม" "ตูมมมมม" "ตูมมมมม" เสียงะเิดังต่อเนื่อง 30 ลมหายใจ
"แฮกๆๆ" 'ข้าหวังว่า มันจะต้องตายอย่างแน่นอน'
ลมหายใจรวยรินของเบเฮมอธ สร้างความแปลกใจให้กับเทพัฟ้า 'อืมมมม . . วิชาระดับตำนานไม่สามารถดูถูกได้จริงๆ โชคชะตามันเข้าข้างเ้า'
เมื่อสุดเสียงการพูดของเธอ จิตของชางอวิ๋นเริ่มหวั่นไหวพร้อมกับการใของเทพัฟ้า เธอไม่นึกเลยว่าอสูรร้ายระดับแค่นี้จะทนต่อการโจมตีด้วยพลังมหาศาลของชางอวิ๋นที่เพิ่งะเิออกมาเมื่อกี่ได้
"โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก" เสียงคำรามพร้อมกับพลังปราณเพิ่มขึ้นทะลุขอบเพดาน อสูรระดับ 4 ิญญาอสูรร้าย สีทอง
เสี้ยวของเสี้ยวลมหายใจ "ตูมมมมมมมมม" เสียงพื้นดินแตกกระจาย ร่างของมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ชางอวิ๋นไม่สามารถตามความเร็วของมันได้ทัน ได้แต่ะโบอกหลินหลิงให้รีบมาหลบหลังตน
ทันทีที่นางโคจร 'ทะลวงเมฆา' ความเร็วของนางทวีคูณขึ้น 5 เท่า
เมื่ออสูรร้ายเห็นนางเคลื่อนไหว จึงรีบใช้คลื่นพลังลมอัดอากาศ "บรึมมมม" จู่ๆร่างของหลินหลิงก็กระเด็นออกนอกอาณาเขตระยะปะทะถึง 50 หลา ถึงแม้จะเป็แค่เศษเสี้ยวพลังของเบเฮมอธ แต่พลังระดับตำนานอสูร(ระดับ4) มันก็เพียงพอที่ทำให้เธอนั่นหมดสติได้ทันที
ทันใดนั้น !! "ฉัวะ!!" เสียงของมือของอสูรร้ายทะลุอกของใครบางคน ด้วยความเร็วที่เกินกว่าเสียง
. . . .
. . . .
เื่ทั้งหมดเกิดขึ้นเร็วมากจนไม่มีใครสามารถรับมือได้ทัน
ทันทีที่เล็บของมันกำลังจะทะลุผ่านหน้าอกของชางอวิ๋นนั้น อสูรร้ายพยายามถ่ายเทพลังทั้งหมด กลับไม่สามารถทะลวงหน้าอกของชายหนุ่มนี้ได้
เหมือนกับว่าเล็บของเบเฮมอธผู้ทรงพลัง ไปชนกับก้อนวัตถุประหลาดบนหน้าอกของชางอวิ๋นที่แข็งยิ่งกว่าเหล็กกล้า แถมส่งผลกระแทกให้อสูรร้ายกระเด็นกลับหลังไปถึง 30 หลา "ตูมมมมมมม"
หน้าเปลี่ยนสีของเบเฮมอธอสูรอันมหึมามโหฬาร “หึมมมม นี้เ้าเป็ผู้สืบทอดของเทพผู้ปกครองดาราอย่างงั้นรึ” !! เสียงอันกังวาลดังะเืเลือนลั่นไปทั่วทั้งพื้นที่