ตอนที่ 48
เริ่มดูดซับมุกวิญญาณ
ภายในห้องที่เงียบงันของหลิงเฉินร่างของเด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬกำลังนั่งอยู่บนเตียงนอนของตนเอง โดยตรงหน้าของเขากำลังมีมุกสีน้ำเงินเข้มที่แผ่ออร่าสีฟ้าออกมาลอยอยู่เบื้องหน้า
ดวงตาทั้งสองของหลิงเฉินพับปิดอย่างสนิทเมื่อเขาเริ่มเข้าสู่วิถีแห่งการขัดเกลาพลังวิญญาณ ออร่าพลังวิญญาณสีฟ้าที่กำลังแผ่ออกมาจากมุกสีน้ำเงินเข้มก็เริ่มถูกดูดเข้ามาสู่ร่างของหลิงเฉินที่กำลังนั่งขัดเกลาพลังวิญญาณอยู่
มันมีเหตุผลที่หลิงเฉินต้องใช้อักขระกลืนวิญญาณกลืนพลังวิญญาณภายในแก่นของสัตว์อสูรวิญญาณเข้ามาภายในมุกแล้วดูดซับทีเดียว
การดูดซับพลังวิญญาณจากแก่นของสัตว์อสูรวิญญาณโดยตรงมันอาจจะใช้เวลาถึง 7 วัน เมื่อลองคิดคำนวนดูจากเวลาที่ต้องใช้ในการดูดซับพลังวิญญาณจากแก่นพลังวิญญาณถึง 100 ตัวแปลว่าหลิงเฉินต้องใช้เวลาถึง 700 วันมันนานเกินไป
เพราะเช่นนั้นเขาจึงคิดค้นวิธีนี้ขึ้นมาเพื่อใช้ในการดูดซับพลังวิญญาณจากแก่นของอสูรวิญญาณได้รวดเร็วขึ้น
การนำพลังวิญญาณทั้งหมดภายในแก่นพลังวิญญาณของสัตว์อสูรวิญญาณมาไว้ภายในมุกแล้วสร้างเป็นมุกวิญญาณขึ้นมามันจะใช้การดูดพลังวิญญาณในการขัดเกลาแค่ 1 ครั้งเท่านั้นโดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 วัน พลังวิญญาณก็จะเพิ่มพูนเทียบเท่ากับการดูดซับพลังวิญญาณของอสูร 100 ตัวในระยะเวลา 700 วัน มันเป็นการประหยัดเวลาอย่างหนึ่ง
หลิงเฉินที่เริ่มขัดเกลาพลังวิญญาณ การขัดเกลาพลังวิญญาณในครั้งนี้มันมีหลักการอยู่ว่าหลิงเฉินจะต้องใช้พลังวิญญาณของพวกสัตว์อสูรวิญญาณเสริมเข้าไปกับการขัดเกลาปกติทำให้พลังวิญญาณสามารถเพิ่มพูนได้รวดเร็ว
ในตอนนี้เองแม้ว่าจะเป็นยามราตรีสงครามที่ชายแดนแคว้นทั้งสองก็ยังคงเกิดขึ้น ในยามค่ำคืนเช่นนี้มันควรจะเป็นเวลาพักผ่อนของกองทัพแต่ทว่าอยู่ๆก็มีทหารของแคว้นหลิวลักลอบเข้ามาเผาเสบียงของแคว้นหมิง ทำให้การเกิดต่อสู้ขึ้นเปลวเพลิงนั้นลุกไหม้เสบียงทางการทหารไปถึง 5 ใน 10 ส่วน
ไท่จื่อที่สวมใส่เกราะสีทองรีบวิ่งมาดูพร้อมกับแม่ทัพใหญ่ของแคว้นหมิงที่เป็นท่านลุงของเขา หมิงเหอหลิงกวาดสายตามองเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นเขาได้ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะหันไปออกคำสั่งของแม่ทัพใหญ่เว่ย
“ ท่านลุงขอรับรีบพาทหารรีบดับไฟเร็วขอรับไม่เช่นนั้นเสบียงของพวกเราคงจะต้องถูกเผาหมดแล้วต้องถอยทัพเป็นแน่ ”
“ พะย่ะค่ะ!!! ” หมิงเว่ยขานรับด้วยเสียงหนักแน่น
เหล่าทหารของแคว้นหลิวที่ลักลอบเข้ามามีประมาณ 200 คนพวกมันได้กำลังถูกเหล่าทหารของแคว้นหมิงที่มีจำนวนมากกว่าบดขยี้
ทันใดนั้นเองก็มีทหารของแคว้นหลิวสามคนผ่านวงล้อมพุ่งตรงเข้ามาหาหมิงเหอหลิงได้ ปลายกระบี่ทั้ง 3 เล่มพุ่งตรงเข้ามาหา บุรุษวัย 19 ปีที่ยืนอย่างองอาจอยู่เพียงผู้เดียว
ใบหน้าอันหล่อเหลาของหมิงเหอหลิงได้ขมวดคิ้วพลันแสดงเจตนาสู้รบออกมาอย่างเห็นได้ชัดมือข้างขวาของเขายื่นไปคว้ากระบี่ที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา กระบี่อันคมกริบถูกชักออกมาด้วยท่าทางห้าวหาญ
พลังวิญญาณสีทองแผ่ออกมาจากคมกระบี่ในมือของไท่จื่อก่อนที่เขาใช้ดวงตาอันเฉียบคมของตนเองมองไปที่พวกทหารของแคว้นหลิวที่กำลังพุ่งเข้ามา
“ ทักษะ กระบี่ราชันย์ กระบวนท่าที่ 1 ”
ฟิ้ว!!! ฉึบ!!! เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นร่างของหมิงเหอหลิงได้ไปปรากฏกายอยู่ด้านหลังของทหารพวกนั้น
“ ย่างก้าวราชันย์!!! ”
“ อ๊า!!!! ” พวกมันส่งเสียงร้องวาระสุดท้ายออกมาก่อนจะร่วงลงไปนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
หมิงเหอหลิงปรายตากลับไปมองร่างของพวกมันที่เหลืออยู่แต่เพียงร่างไร้วิญญาณ
ไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงเขาไม่ได้มีดีเพียงแค่สติปัญญาเท่านั้นวรยุทธของเขาเองก็ยังล้ำเลิศ แม้ว่าพลังวิญญาณภายในร่างกายนั้นจะอยู่เพียงแค่ในระดับที่ไม่สูงมากนักแต่เขาก็สามารถฝึกฝนทักษะกระบี่ราชันย์ ที่เป็นทักษะระดับสีแดงได้สำเร็จ
ทักษะกระบี่ราชันย์เป็นทักษะระดับสีแดงที่สืบทอดต่อกันมาภายในราชวงศ์หมิง โดยมันจะถูกส่งต่อให้กับไท่จื่อแต่ละรุ่นเพื่อให้ใช้เป็นกำลังในการสู้รบ สำหรับราชวงศ์หมิงแล้วทักษะนี้ถือเป็นสมบัติ แม้ว่าไท่จื่อบางรุ่นจะไม่สามารถฝึกฝนทักษะกระบี่ราชันย์ได้สำเร็จแต่มันก็ถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีไม่ให้สูญหายไปจากราชวงศ์
ตอนนี้แคว้นหมิงนั้นมีผู้สืบทอดที่มีความสามารถเขาด้วยวัยเพียง 19 ตอนนี้ก็สามารถเรียนรู้ทักษะกระบี่ราชันย์ไปได้ถึงขั้นที่ 5
หลังจากที่วุ่นวายเรื่องเสบียงถูกเผาอยู่สักพักเหตุการณ์ทุกอย่างก็เริ่มสงบลง แม่ทัพใหญ่ได้นำทหารจำนวนหนึ่งไปดับไฟที่กำลังลุกไหม้ที่เก็บเสบียงจนสามารถดับได้แต่พวกเขาก็สูญเสียเสบียงไปมากกว่า 5 ใน 10 ส่วน
เหล่าทหารของแคว้นหลิวที่บุกรุกเข้ามาก็ถูกสังหารจนหมด หมิงเหอหลิงรู้ดีว่าเรื่องเช่นนี้มันจะเกิดขึ้นเพราะว่าตอนนี้ทางฝั่งแคว้นหมิงได้เปรียบในการสู้รบอยู่มาก เมื่อเย็นเขาสั่งให้ทหารเพิ่มการป้องกันแล้วเหตุใดมันถึงเป็นอย่างนี้
หมิงเหอหลิงที่กำลังยืนครุ่นคิดอยู่นั้นก็จะหันไปหาแม่ทัพใหญ่ที่เข้ามารายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อรู้ว่าเสบียงถูกเผาไปมากกว่า 5 ใน 10 ส่วนเขาถึงกับกุมขมับ
หลังจากที่ตรองดูมาสักพักเขาก็ได้คำตอบในใจ มีคนเป็นหนอนในกองทัพของแคว้นหมิง!!!
เมื่อเห็นว่าใบหน้าของไท่จื่อเปลี่ยนไปแม่ทัพใหญ่หมิงเว่ยที่ยืนอยู่ก็เอ่ยถาม “ ไท่จื่อเป็นอะไรหรือพะยะค่ะ ”
“ ไม่มีอันใดหรอกท่านลุงข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับวันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว ” หมิงเหอหลิงตอบกลับไปพร้อมกับเก็บเรื่องที่ตนเองรู้เอาไว้เป็นความลับ
จบตอน