บทที่ 25 การเตรียมงานเลี้ยง
เนื่องจากองค์ชายหนิงส่งสารมาอีกครั้ง ให้ฉินหยวนไปร่วมงานเลี้ยง…ดังนั้นั้แ่เช้าตรู่ ฉินหยวนจึงถูกปลุกให้ตื่นโดยแม่นมหลินและหงอวี้เพื่อแต่งตัวเตรียมพร้อม
แม้จะเป็เพียงงานเลี้ยงทั่วไป มิใช่งานเลี้ยงใหญ่โตโอ่อ่า แต่เนื่องจากผู้จัดงานคือองค์ชายหนิง เพียงเท่านี้ก็มิอาจมองข้ามได้
“แม่นมหลิน งานเลี้ยงจัดขึ้นใน่บ่าย เหตุใดจึงไม่ให้ข้านอนต่ออีกสักหน่อย” สำหรับ ฉินหยวน ที่ถูกปลุกแต่เช้าโดยยังไม่ได้นอนเต็มอิ่ม นางไม่อาจเข้าใจความคิดของแม่นมหลินได้จริง ๆ
เมื่อคืน นางตั้งใจใช้เวลาครุ่นคิดถึงเื่ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่า่นี้ทุกอย่างจะราบรื่นด้วยเพราะมีองค์ชายหนิงหนุนหลัง แต่ถึงกระนั้น นางก็มิอาจประมาทได้
อย่างไรเสีย ฉินอิงก็ไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่กลับมีมารดาที่ทั้งโเี้และชาญฉลาดอยู่เื้ั
่นี้นางทำให้อนุหลี่อับอายขายหน้าไปหลายต่อหลายครั้ง ด้วยนิสัยของนาง นางคงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่…
ในวันข้างหน้า หากท่านแม่กลับมา อนุหลี่ย่อมลงมือทำอะไรบางอย่างอีกแน่นอน ถึงแม้ฉินหยวนจะเกิดใหม่และจำเื่ราวในชาติก่อนได้ทุกอย่าง แต่นางก็รู้สึกว่าเื่ราวคงไม่ง่ายดายถึงขนาดนั้น ต้องมีเื่ผิดคาดเกิดขึ้นอีกแน่
ครั้งนี้ระหว่างไปจวนองค์ชายหนิง นางจะต้องหยั่งเชิงองค์ชายให้ได้ว่าเขาคิดเช่นไรกับการที่นางพึ่งพาเขาเช่นนี้
“คุณหนู! ผู้ที่เชิญคุณหนูไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปนะเ้าคะ แต่เป็ องค์ชายหนิงผู้ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเข้าหา! พวกเราต้อง เตรียมตัวล่วงหน้า เพราะคนที่มาในวันนี้ล้วนเป็คนสนิทขององค์ชายหนิง อาจจะเป็โอกาสที่คุณจะได้พบกับคู่ครองที่คู่ควรก็เป็ได้นะเ้าคะ!” พูดไปพูดมาแม่นมหลินก็อดคิดไม่ได้
จนถึงตอนนี้ แม่นมหลินก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ การพยายามของคุณหนู เพียงคนเดียวยังไม่เพียงพอ หากมีผู้ใหญ่ที่เชื่อถือได้มากกว่านี้คงจะดีไม่น้อย
ส่วนความสัมพันธ์ที่มั่นคงนั้น นอกจากการแต่งงานแล้วก็ไม่น่าจะมีทางอื่นอีก องค์ชายหนิงไม่ใช่ทางเลือกระยะยาว ถึงแม้องค์ชายหนิงจะยังหนุ่มแน่น ทว่าองค์ชายผู้นี้มีเล่ห์เหลี่ยมลึกล้ำั้แ่เด็ก คนเช่นนี้มักคาดเดายาก เ้าเล่ห์และโเี้
แม่นมหลินคิดว่าการข่มขู่ของคุณหนู คงได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น ต่อไปหากองค์ชายหนิงเบื่อหน่าย เกรงว่าจะลงมืออย่างโเี้
ถึงแม้คุณหนูจะฉลาด แต่ก็ยังเด็กเกินไป ก็ไม่อาจโทษแม่นมหลินที่เป็ห่วงได้
“แม่นมหลิน!” เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินหยวนก็รู้สึกไม่พอใจทันที นางคิดว่าเมื่อคืนได้พูดอย่างชัดเจนแล้ว
ทว่าตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น แม่นมหลินยังคงยึดมั่นความคิดเดิมอยู่
“คุณหนู ข้าคิดว่าที่แม่นมหลินกล่าวก็มีเหตุผลนะเ้าคะ สำหรับสตรีย่อมดีกว่าหากมีที่พึ่งพิงที่มั่นคง จะได้ไม่ต้องลำบากตรากตรำ คิดแผนการเช่นนี้ทุกวัน” ผู้เอ่ยขึ้นในครั้งนี้คือหงอวี้ ที่นำอาหารเช้ามาให้ หงอวี้เป็สาวใช้ที่ติดตามรับใช้ มาจากตระกูลไป๋ั้แ่ยังเยาว์วัย นางย่อมจงรักภักดีต่อคุณหนูและคุณชายน้อยเป็อย่างมาก
“พวกเ้าพอได้แล้ว!” ฉินหยวนเอ่ยขัดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ในเวลานี้ นางรู้ดีว่าต่อให้พูดอะไรออกไปก็ไร้ประโยชน์ นางต้องรีบเติบโตขึ้น ต้องแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด เพียงเท่านี้จึงจะพิสูจน์ตัวเองได้
เมื่อเห็นดังนั้น แม่นมหลินและหงอวี้จึงสบตากัน ก่อนจะเงียบเสียงลง พวกนางรู้ดีว่า คำพูดบางอย่างเอ่ยเพียงครั้งสองครั้งก็เพียงพอแล้ว หากมากเกินไปเกรงว่าคุณหนูจะไม่พอใจ
ถึงอย่างไร พวกนางก็เป็แค่ข้ารับใช้ หากกล่าวมากเกินไปก็คงไม่ดี
“จริงสิ หงอวี้เื่ที่บ่ายนี้ข้าต้องไปงานเลี้ยงที่จวนองค์ชายหนิง ชายผู้นั้นรู้เื่นี้หรือไม่?” ราวกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ฉินหยวนจึงเงยหน้าขึ้นมองหงอวี้ แล้วเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“เรียนคุณหนู เื่งานเลี้ยงใหญ่ในวันพรุ่งนี้ นายทราบแล้วเ้าค่ะ แต่อาจจะยังไม่ทราบเื่งานเลี้ยงในบ่ายวันนี้” หงอวี้หยุดชะงัก ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อย ๆ ตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินหยวนก็อดอมยิ้มออกมาไม่ได้ ครู่หนึ่งนางจึงเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นแล้ว จะปล่อยโอกาสดี ๆ เช่นนี้ไปได้อย่างไร? หงอวี้หากข้าจำไม่ผิด ่บ่ายนี้มีธุระต้องออกไปข้างนอกมิใช่หรือ และที่จวนดูเหมือนว่าจะเหลือรถม้าเพียงคันเดียวใช่หรือไม่?” ฉินหยวนเอ่ยถาม
ทันใดนั้นแผนการอันแยบยลผุดขึ้นในใจของนาง…
“เรียนคุณหนู เป็เช่นนั้นจริงเ้าค่ะ ได้ยินมาว่าอนุหลี่จะไปทำบุญที่วัด ให้กับบุตรในครรภ์ของนางที่เสียไปเ้าค่ะ” หงอวี้รายงานทุกสิ่งที่ตนรู้ เมื่อเห็นแววตาเ้าเล่ห์ของคุณหนู หงอวี้รู้สึกได้ว่าคุณหนูของนางน่าจะคิดแผนการบางอย่างเพื่อจัดการแม่ลูกคู่นั้นอีกครั้ง
“เช่นนั้นหรือ… งั้นเ้ารีบไปที่ห้องหนังสือบอกนายท่านว่า ข้าขอยืมรถม้าใน่บ่าย หากท่านถามสิ่งใด ก็ตอบไปว่าบ่ายนี้องค์ชายหนิงเชิญข้าไปร่วมงานเลี้ยงที่จวน” ฉินหยวนเผยรอยยิ้มเ็าออกมาอย่างผู้มีชัย ์ช่างเข้าข้างนางจริง ๆ
หากนางเดาไม่ผิด เื่ที่อนุหลี่จะไปทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศบุญให้กับบุตรชายที่ตายไปคงเป็เื่โกหกทั้งเพ…
ในเวลานี้ การที่อนุหลี่รีบร้อนออกไปเช่นนี้ คงเป็เพราะ้าไปเอาเงินสองแสนตำลึงด้วยตัวเองเป็แน่ อย่างไรเสีย คราวนี้ผู้ที่คอยปกปิดเื่นี้ให้นางก็โดนลงโทษไปแล้ว อนุหยางตรวจสอบบัญชีด้วยตัวเองเช่นนี้ อนุหลี่ย่อมรู้ดีแก่ใจว่าจะเจอกับสิ่งใด
คงไม่มีผู้ใดช่วยนางได้อีกต่อไป ฉะนั้นอนุหลี่ย่อมต้องรีบร้อนไปเอาเงินมาคืน ก่อนที่เื่ราวจะแดงขึ้นมา
มิเช่นนั้น หากเื่นี้รู้ถึงหูชายผู้นั้น ถึงแม้อนุหลี่จะได้รับความโปรดปรานเพียงใด คงไม่อาจรอดพ้นจากจุดจบที่เลวร้ายได้
“เ้าค่ะ…” หงอวี้มองแม่นมหลินอย่างไม่เข้าใจนัก แต่สุดท้ายนางก็ยอมทำตามแต่โดยดี
“คุณหนู ท่านกำลัง…” แม่นมหลินถามอย่างงุนงง ขณะที่ช่วยฉินหยวนแต่งตัว
“แม่นมหลิน ท่านยังจำได้หรือไม่? เื่ที่อนุหยางตรวจพบว่าบัญชีมีเงินขาดหายไปถึงสองแสนตำลึง” เมื่อเห็นว่าแม่นมหลินดูไม่ค่อยเข้าใจ ฉินหยวนจึงเอ่ยถาม
“เื่ทั้งสองนี้เกี่ยวข้องกันเช่นไร?” ถึงแม้ฉินหยวนจะเคยชี้แนะไปแล้ว แต่แม่นมหลินเป็คนที่อ่านหนังสือไม่ออก ย่อมมิอาจเข้าใจเื่ราวต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง
“ถ้าหากข้าเดาไม่ผิด ข้ออ้างเื่ขึ้นเขาไปทำบุญของอนุหลี่ คงเป็แผนการที่นางจะได้แอบออกไปเอาเงินสองแสนตำลึงคืนเป็แน่ ในเมื่อตอนนี้เราจับผิดนางได้แล้ว จะปล่อยให้นางรอดไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?” ฉินหยวนหัวเราะเยาะในลำคอ ก่อนจะกล่าวต่อ “ถ้าบอกชายผู้นั้นว่าข้าจะไปร่วมงานเลี้ยง ด้วยนิสัยของเขา ต้องยอมให้ข้าไปแน่ และยังอยากจะขอให้ข้าพาเขาไปเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเื่นั้นค่อยมาว่ากันทีหลัง… แต่ที่สำคัญคืออนุหลี่จะออกไปไหนไม่ได้ ต้องให้นางคอยอยู่รอในจวนอย่างกระวนกระวายใจ”
เื่ที่ได้ทั้งผลประโยชน์สองต่อเช่นนี้ นางไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น โอกาสที่จะกำจัดพวกเขาให้สิ้นซากเช่นนี้ หาได้ยากยิ่งนัก ด้วยนิสัยของนางแล้ว ย่อมไม่ยอมปล่อยให้เื่นี้ผ่านไปง่าย ๆ