ตอนที่ 2 ตื่นลืมตาในปี 2538
ความเ็ปรวดร้าวที่เคยแล่นริ้วขย้ำไปทั่วร่าง ค่อยๆ ทุเลาลงอย่างน่าประหลาด
หลงเหลือไว้เพียงอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงและเสียงหวีดแหลมในหูที่ยังคงดังสะท้อนก้องไม่ยอมหาย
นลินีรู้สึกราวกับเปลือกตาหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่วหนา เธอพยายามเค้นเรี่ยวแรงที่เหลือเพื่อลืมตา
ภาพตรงหน้ายังคงพร่าเลือนและบิดเบี้ยวกลายเป็แสงสีเทาหม่นสลัวๆ เธอต้องกะพริบตาซ้ำๆ เพื่อปรับสายตา
ในใจคิดว่าตัวเองควรจะฟื้นขึ้นมาบนเตียงคนไข้ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลเอกชนสุดหรู
เธอควรจะได้ยินเสียงเครื่องช่วยหายใจหรือเครื่องวัดชีพจรที่ทำงานส่งเสียงติ๊ดๆ อยู่ข้างหู
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันปนกลิ่นอับชื้นที่โชยเตะจมูก และสายลมอุ่นชื้นพัดพาเอาละอองฝนเข้ามาปะทะใบหน้า
เธอยังจำภาพสุดท้ายก่อนหมดสติได้เลือนราง แสงไฟหน้ารถสิบล้อที่สว่างจ้า เสียงล้อบดถนนและเบรกเอี๊ยดดังสนั่น และเศษกระจกที่ปลิวกระจาย
ความทรงจำถึงแรงปะทะมหาศาลทำให้เธอสะดุ้งตัวโยน ทว่าความอุ่นของฟูกนอนเก่าๆ กลับดึงสติเธอกลับมา
เมื่อภาพรอบตัวเริ่มแจ่มชัดขึ้น นลินีก็ต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความมึนงงและสับสนกับสภาพแวดล้อมรอบกายที่ไม่คุ้นตา
ห้องที่เธอนอนอยู่นั้นช่างคับแคบ ผนังห้องทาด้วยสีเขียวอ่อนซีดจาง มีรอยแตกร้าวและคราบเชื้อราลอกล่อนเป็ทางยาว
มันคือห้องเช่ารูหนูราคาถูกย่านสะพานควายที่เธอเคยอาศัยอยู่สมัยย้ายเข้ามาเรียนและทำงานในกรุงเทพฯ ใหม่ๆ
ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรูหราคอยพ่นไอเย็นฉ่ำ มีเพียงพัดลมตั้งโต๊ะ National ใบพัดสีส้มที่มีฝุ่นจับหนาเกรอะกรัง
พัดลมกำลังส่ายไปมาส่งเสียงแอดๆ กึกๆ ตามจังหวะมอเตอร์เก่ากึ๊กที่ทำท่าจะพังแหล่ไม่พังแหล่
เสียงมอเตอร์ครางหึ่งขัดความเงียบ ยิ่งพัดลมเป่าเอาฝุ่นจางๆ มาปะทะร่าง เธอก็ยิ่งรู้สึกเหนอะหนะตัว
แสงสว่างสลัวๆ ลอดผ่านบานเกล็ดกระจกฝุ่นเขรอะที่มีม่านลูกไม้สีขาวคร่ำคร่าจนกลายเป็สีเหลืองหม่นแขวนบังตาเอาไว้
พอมองลอดช่องบานเกล็ดออกไป เห็นสายฝนยามเช้าตกพรำๆ และยอดเสาไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยสายไฟระโยงระยางรุงรัง
เสียงวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเสียงผู้คนพูดคุยกันดังแว่วมาจากด้านล่างตึก ยิ่งตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่โรงพยาบาลหรูในอนาคตแน่นอน
"ที่นี่มันที่ไหนกัน... ทำไมห้องมันถึงซอมซ่อขนาดนี้" นิกกี้พึมพำเสียงแหบแห้งพลางยกมือขึ้นกุมขมับ
เธอกวาดสายตามองสำรวจรอบห้อง แล้วก็ต้องสะดุดตากับสิ่งของเครื่องใช้ที่ชวนให้แปลกใจและรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
มีปฏิทินกระดาษแขวนไว้บนผนังฝั่งตรงข้าม พิมพ์รูปดารานักร้องชายผมแสกกลางขวัญใจวัยรุ่นยุค 90s ในชุดเสื้อยืดสีนีออนสะท้อนแสง
ตัวหนังสือและตัวเลขสีแดงตัวโตระบุปีพุทธศักราชอย่างชัดเจนว่า "พ.ศ. 2538" หรือ ค.ศ. 1995
ปฏิทินนั้นพิมพ์แจกจากปั๊มน้ำมันยี่ห้อเก่าแก่ที่ปิดตัวไปนานแล้วในโลกอนาคตของเธอ
ถัดไปมุมห้องมีโทรทัศน์จอตู้สียี่ห้อเก่าหลังหนาเตอะขอบลายไม้ ้ามีปุ่มกดและปุ่มหมุนสำหรับจูนสัญญาณช่องรายการ
ข้างโทรทัศน์มีตลับเทปคาสเซ็ตต์วางกองระเกะระกะ มีชื่อวงดนตรีและอัลบั้มเพลงรักในตำนานของยุคนั้นวางเด่นอยู่
มีเครื่องเล่นเทปพกพาสีซีดจางวางอยู่ข้างๆ พร้อมสายไฟพันม้วน ทุกอย่างรอบตัวราวกับฉุดเธอย้อนเวลากลับไปเมื่อสามสิบปีก่อน
ความตื่นตระหนกแล่นพล่านจนหัวใจเต้นรัวระทึก นลินีรีบตวัดผ้าห่มผืนบางก้าวลงจากเตียงสปริงเก่าๆ
ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าััพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบ ความเย็นะเืตอกย้ำว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่คือเสื้อยืดคอย้วยตัวเก่าลายหนูมิกกี้เมาส์สีซีดจาง คอเสื้อเปื่อยย้วยตามสภาพการใช้งาน
มันขัดกับรสนิยมประธานสาวใหญ่ที่มักสวมชุดนอนผ้าไหมซาตินแบรนด์นอกราคาแพงระยับ
เธอก้าวฉับๆ ไปยังประตูไม้ผุๆ ที่บานพับเหล็กขึ้นสนิมเขรอะ ผลักประตูเข้าไปเสียงดังเอี๊ยดลั่นเพื่อพิสูจน์ความจริงให้เห็นกับตา
ภายในห้องน้ำมีเพียงกระจกเงาบานเล็กขอบพลาสติกสีเหลืองซีดที่มีคราบน้ำเกาะหนาเตอะ แขวนอยู่เหนืออ่างล้างหน้าปูนเปลือย
มีกลิ่นสบู่ราคาถูกและกลิ่นแป้งเย็นตรางูโชยจมูก รวมถึงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำเก่าที่ดังหยดๆ ชวนหงุดหงิด
นลินีก้มลงกวักน้ำเย็นขึ้นมาล้างหน้า ก่อนเงยหน้าขึ้นมองภาพสะท้อนในกระจก
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความใกลัวจนถึงขีดสุด หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำแรงราวกับเสียงรัวกลองศึก
ภาพสะท้อนในกระจกไม่ใช่ใบหน้าของหญิงวัย 47 ปีที่มีริ้วรอยและความเหนื่อยล้าอย่างที่คุ้นตาในกระจกทุกเช้าอีกต่อไป
หากแต่เป็ดวงหน้าสะสวย ผิวพรรณเต่งตึง ขาวนวลเนียนละเอียด อมชมพูไร้ที่ติประหนึ่งแก้มเด็กทารก
พวงแก้มอิ่มเอิบผุดผ่องไร้รอยตีนกาหรือริ้วรอยรอบดวงตา ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งเข็มหมอ
"นี่มัน... ตัวฉันตอนอายุยี่สิบต้นๆ งั้นเหรอ" นลินียกมือเรียวขึ้นััลูบไล้แก้มและหน้าผากของตัวเองด้วยความไม่เชื่อสายตา
ผิวพรรณที่อุ่นนุ่มลื่นมือและตึงกระชับกระตุ้นให้เนื้อตัวของเธอร้อนวูบวาบจนความเสียวซ่านแล่นพล่านขึ้นมาทันที
เรือนร่างของเธอที่อยู่ใต้เสื้อยืดคอย้วยตัวเก่า ดูอวบอัดตึงแน่นเปรี๊ยะไปหมดทุกตารางนิ้ว
เนินอกอวบอิ่มชูชันดันเนื้อผ้าบางเบาจนเห็นยอดอกสีหวานแข็งเป็ไตนูนเด่นชัด และรู้สึกเสียวแปลบยามเสียดสีกับเสื้อผ้า
่เอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายแน่นหนั่นไร้ไขมันส่วนเกิน ผิวพรรณผุดผ่องมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่งเย้ายวนใจ
การได้ััร่างกายที่สาวสะพรั่งและเต่งตึงนี้ ปลุกเร้าอารมณ์ความใคร่ในตัวเธอให้สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างง่ายดาย
ความร้อนรุ่มแล่นพล่านลงสู่ท้องน้อยอย่างรวดเร็ว ร่องรักตรงกลางกายสาวเริ่มขับหยาดน้ำหวานอุ่นใสไหลเยิ้มจนเปียกชื้นกางเกงในผ้าฝ้ายตัวเก่า
เธอบดเบียดขาอ่อนเข้าหากัน บีบกลีบเนื้อนุ่มที่เริ่มชื้นแฉะเข้าหากันเพื่อบรรเทาความเสียวซ่านสะท้านรัวที่พุ่งขึ้นจนตัวสั่น
มือเรียวลากผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปบดคลึงจุดกระสันใจกลางรอยแยกอุ่นร้อนเบาๆ สะโพกงามสั่นระริก ส่งเสียงครางระงมพลางเอนหลังพิงผนังปูนเย็นเยียบ
ร่างกายวัยสาวสะพรั่งช่างตอบสนองต่ออารมณ์ความใคร่ได้รวดเร็วและร้อนแรงจนเสียวซ่านไปทั่วร่าง
เธอสูดหายใจยาวพยายามข่มกลั้นความกระสันในกาย ก่อนเดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
เธอกวาดสายตาไปรอบห้อง เดินตรงไปยังโต๊ะไม้เก่าตัวเล็กที่มีกระเป๋าสตางค์ใบเก่าสีดำวางทิ้งอยู่
นลินีเปิดมันออกดู ด้านในบรรจุธนบัตรใบละสิบบาทโทนสีน้ำตาลและใบละยี่สิบบาทรุ่นเก่าที่หาไม่ได้แล้วในโลกปัจจุบัน
มีเหรียญบาท เหรียญห้าบาท และเหรียญสิบบาทสองสีรุ่นแรกๆ วางกองรวมกันชวนให้นึกถึงความหลัง
มีสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารนครหลวงไทยที่ระบุยอดเงินคงเหลือเพียงแค่ห้าพันบาทถ้วน
นิกกี้นึกขำแกมสมเพชชีวิตแสนขัดสนในวันวาน แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าเป็เื่ท้าทาย
ในกระเป๋ามีบัตรประจำตัวประชาชนเคลือบพลาสติกรุ่นเก่า ระบุชื่อ นลินี รูปถ่ายในบัตรคือภาพเธอในวัยสาวอายุ 22 ปี
นอกจากนี้ยังมีบัตรพนักงานต้อนรับชั่วคราวของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ระบุอัตราเงินเดือนอันน้อยนิดในอดีต
ข้างๆ กันมีหนังสือพิมพ์รายวันพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจยุคฟองสบู่และดัชนีตลาดหุ้นไทยที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง
วันที่ระบุอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ตอกย้ำความจริงอันน่าทึ่งชัดเจนว่านี่คือปี พ.ศ. 2538 จริงๆ
ความตื่นตระหนกแปรเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้น สมองนักบริหารระดับมือฉกาจที่มีประสบการณ์จากโลกอนาคตเกือบสามสิบปีเริ่มทำงานทันที
เธอรู้ความเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์การเงินการลงทุนล่วงหน้าทั้งหมด รู้ว่าตลาดหุ้นกำลังจะขึ้นจุดสูงสุดในอีกไม่กี่เดือน และจะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540
เธอจำได้ดีว่าที่ดินริมแม่น้ำ ที่ดินย่านรัชดา สุขุมวิท หรือจุดที่แนวรถไฟฟ้าจะตัดผ่านอยู่ตรงไหนบ้าง และแผนกว้านซื้อที่ดินราคาถูกล่วงหน้าก็แวบขึ้นมาในหัว
เธอรู้แม้กระทั่งจังหวะเวลาในการลอยตัวค่าเงินบาท เพื่อเก็งกำไรจากดอลลาร์สหรัฐและกอบโกยกำไรมหาศาลระดับพันล้าน
ข้อมูลล้ำค่าพวกนี้รวมกับสมองระดับตัวแม่ จะเป็อาวุธที่ทำให้เธอไต่เต้ากลับขึ้นไปคุมอำนาจการเงินได้อย่างรวดเร็ว
เธอมองภาพเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอีกครั้ง ก่อนจะแสยะยิ้มด้วยความทระนงและสะใจที่โชคชะตาส่งเธอกลับมาเป็ผู้ควบคุมชะตาชีวิตตัวเองและคนอื่นอีกครั้ง
"ในเมื่อโชคชะตาส่งฉันกลับมา... ฉันจะขอใช้ร่างกายและสมองนี้ตักตวงทุกอย่างให้สาสมใจ" นิกกี้พึมพำกับตัวเอง
ในโลกยุค 90s นี้ เรือนร่างสวยสะพรั่งและเปล่งปลั่งวัย 22 ปีของเธอจะเป็เครื่องมือชิ้นเยี่ยมในการล่อลวงผู้ชายทุกคนที่ก้าวเข้ามา
โดยเฉพาะชายหนุ่มร่างแน่นที่อัดแน่นไปด้วยพลังวังชาของวัยฉกรรจ์ที่จะมาสนองตัณหาความ้าบนเตียงที่อัดอั้นมานานแสนนาน
เธอจะสร้างอาณาจักรธุรกิจความมั่งคั่งและกุมเกมสวาทในแบบที่ตัวแม่จะพึงกระทำ
เส้นทางชีวิตใหม่และความเร่าร้อนของตัวแม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และจะไม่มีใครขวางทางเธอได้อีกต่อไป
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---