รพีพยายามดันตัวเ้าอินออก แต่อีกคน กลับยิ่งกอดรัดตัวเขาแน่นยิ่งกว่าเดิม ทำให้ชายร่างหนารู้สึกอึดอัดจนรีบเอ่ยต่อ
“คุณอิน ตรงนี้อันตรายฝนก็ตกหนัก”
“อื้อ” เ้าอินเอาแต่กดใบหน้าเข้าซุกอกแกร่งของรพี ด้วยความรู้สึกเคว้งไร้จุดหมาย ทั้งกลัวทั้งหนาว และไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน
“กลับ..บ้านกับผมแล้วกัน”
สิ้นเสียงของรพีเ้าอินจึงค่อยๆ ถอยกอด ออก แล้วเดินตามชายหนุ่มผู้ไม่เคยสนิทกันมาก่อนไปอย่างไว้วางใจ
ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ชายหนุ่มขับรถมอเตอร์ไซซ์ มุ่งหน้าฝ่าสายฝนกลับบ้าน โดยมีคนร่างเล็กกว่าซ้อนท้ายกอดเอวของเขาไว้แน่น ด้วยความกลัว เพราะตลอดการเดินทาง ยังมีเสียงฟ้าร้องอยู่เป็ระยะ
บ้านเช่าชั้นเดียวกึ่งปูนผสมไม้ แม้อยู่กลางซอง แต่ก็ทรุดโทรมผุพังตามเวลา บ้านหลังนี้รพีอยู่กับแม่ นับั้แ่พ่อเสียกว่าสิบปี ดังนั้นคนในซอย รวมถึงร้านเฮียโกที่อยู่ปากซอย จึงรู้จักซันกับแม่เป็อย่างดี
“นี้บ้านนายเหรอ?”
“ครับ..แถวนี้มีโรงแรมนะ เดี๋ยวผมไปส่งก็ได้”
“นายรังเกียจฉันเหรอ?”
“เปล่าครับ..ผม..กลัวคุณรังเกียจบ้านของผมต่างหาก”
“ไม่เลย..เอ่อ”
เ้าอินยืนมองบ้านของซันอย่างประหลาดใจ ทำไมเขาถึงมีเงินเรียนมหาวิทยาลัยแพงได้ ทั้งที่บ้านหลังเล็กทรุดโทรม
“เชิญครับ”
รพีเปิดประตูบ้าน พลางจ้องมองคนตัวเปียกปอนอย่างไม่เข้าใจ ขณะที่เ้าอินเดินเข้าบ้านอย่างไม่ลังเล
“คุณอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน..แต่ว่าห้องน้ำผม..”
“ฉันอาบได้..ฉันเคยไปห้องเพื่อน”
“ครับ”
ถึงแม้เ้าอินจะไม่เคยใช้ห้องร่วมกับใคร ซ้ำห้องน้ำก็มีเพียงฝักบัว ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น ที่สำคัญคับแคบมาก แต่อย่างไรเขาก็พยายามรีบอาบน้ำให้จบเร็วๆ เพราะความหนาว
“อะไรเหรอ?”
“บะหมี่ครับ วันนี้ผมยังไม่ได้ซื้อของเข้าบ้านเลยมีแค่..”
“อื้อ..ได้ๆ ..ขอบใจนะ”
เ้าอินเดินออกจากห้องน้ำ หันมองมายังส่วนห้องโถง ที่เป็ทั้งห้องนั่งเล่นและห้องครัว ขณะที่รพียื่นชามบะหมี่ส่งให้
“อื้อ..น้ำซุปอะไรจังยี่ห้ออะไรเหรอ ฉันไม่เคยกิน”
“น้ำซุปร้ายเฮียโกนะครับ ผมขอมาเก็บไว้ต้มกับข้าวกิน”
รพีอธิบาย พลางกินบะหมี่อย่างหิวโหย เพราะยังไม่ได้กินมื้อเที่ยง จนถึงตอนนี้เกือบสองทุ่มแล้ว ในขณะที่เ้าอินได้ฟังถึงกับหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะให้มากินต่อ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“ขอโทษนะที่ต้อนรับคุณด้วยน้ำซุปก้นหม้อ”
รพีรู้สึกไม่สบายใจ ที่พาอีกคนมาเจอเื่ไม่สะดวกสบาย ถึงแม้ชีวิตของเขาจะปกติ แต่สำหรับเ้าอิน เขาคือหงส์ที่อยู่บนคฤหาสน์หรู ไม่ใช่บ้านเท่ารังหนูเช่นนี้
“อร่อยยิ่งกว่าอยู่ร้านเฮียโกซะอีกนะเนี่ย..นายนี่เก่งจัง”
เ้าอินรีบเอ่ยอย่างรู้ดีว่ารพีไม่สบายใจ แต่ทำไมก็ไม่รู้เขากลับสนใจผู้ชายคนนี้อย่างตั้งคำถามมากมาย คล้ายถูกชะตา
“ฝนบางให้ผมไป....” รพีเอ่ยถาม หวังเพียงเ้าอินสบายใจและกลับบ้าน
“ฉันขออาศัย...คือ..ฉันยังไม่กล้ากลับบ้าน”
“แต่บ้านผม..มีห้องนอนแค่ห้องเดียว”
“ฉันนอนได้..หรือว่านายรังเกียจ..หรือมีคนอื่น มีแฟนอยู่ด้วยเหรอ?”
“ปะ..เปล่าครับ”
รพีรีบตอบ ขณะที่เ้าอินถึงกับอมยิ้ม เพราะอาการของอีกคนดูเขินอาย แต่ทำไม มันน่ารักอย่างบอกไม่ถูก
“ผมไปนอนข้างนอกคุณ..”
“ตอนที่แม่ยังไม่ป่วย..นายนอนที่ไหนเหรอ?”
เ้าอินเดินเข้ามายังห้องนอนของรพี ที่มีเตียงนอนเพียงอันเดียว ขณะที่เ้าของบ้านรีบเก็บข้าวของเตรียมออกไปนอนข้างนอก
“นอนตรงนี้..แม่นอนข้างบน”
“งั้น..นายนอนข้างบน ฉันนอนข้างล่าง”
“ไม่ได้ครับ..คุณอินไม่เคยนอน..เอ่อ..”
“งั้น..นายนอนตรงนี้ส่วนฉัน..นอนบนที่นอน”
“เอ่อ..” รพีรู้สึกไม่สบายใจ
“ได้โปรด..ฉันไม่อยากเป็ตัวปัญหา”
“หา..” รพีจ้องมองเ้าอินอย่างไม่เข้าใจ หงส์ผู้ทะนง ไยต้องลดตัวลงต่ำ
“แม่ฉัน..เป็แค่คนธรรมดา จนวันหนึ่งเธอได้รู้จักกับพ่อ..ฉันเกิดมาเพราะความ้า อยากได้ลูกอีกคนของพ่อ..และแม่ก็จากฉันไปมีความสุข”
เ้าอินรู้ว่ารพีแคลงใจ จึงได้เล่าเื่ราวของตนอย่างไม่ปิดบัง ขณะที่รพีรับฟังอย่างตั้งใจก่อนจะเอ่ยต่อ
“แต่พ่อ แม่พี่สาว ก็รักคุณมากไม่ใช่เหรอครับ”
“...” เ้าอินไม่ตอบคำถาม ได้แต่ก้มหน้าต่ำ
สิ่งที่ตนคิดและทำ มันผิดมากจนไม่กล้าก้าวกลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นได้อีกแล้ว โดยเฉพาะแม่ที่รักเขามาก จำได้ว่าตอนที่เ้าอินวิ่งออกจากบ้านมา แม่วิ่งตามจนหกล้ม ไม่รู้าเ็หรือไม่ คิดแล้วก็โกรธตัวเองอยู่ไม่น้อย
“คุณนอนเถอะดึกแล้ว”
รพีรีบตัดบท ขณะที่ตัวเขาทิ้งตัวนั่งบนโต๊ะทำงาน ข้างเตียงนอน แต่มันก็ทำให้เ้าอินอดตั้งคำถามไม่ได้
“นายยังมานอนเหรอ?”
“ยังครับ ผมต้องเร่งแปลหนังสือ”
“แปล..นายเรียนอักษรเหรอ?”
“เปล่าครับ แม่ผมเป็นักแปลหนังสือ ส่วนผมช่วยแม่ทำั้แ่เด็กก็เลยมีความรู้อยู่บ้าง”
“อ่อ..แบบนี้นายเลยเก่งภาษา สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้”
“ครับ..ผมสอบทุนได้..ฮ่าๆ ถ้าสมัครเข้าเองคงไม่มีปัญญา”
“นายเก่งจัง ถ้าแม่ของฉันอยู่ด้วยและสอนฉันเหมือนนาย..คงจะดี”
“คุณนอนเถอะครับ ความสมบูรณ์แบบ มันแล้วแต่มุมมอง”
“ก็จริง..นายอยู่กับแม่แค่สองคน แต่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าฉันที่มีทุกอย่าง ฮ่าๆ ..ฉันนอนแล้วนะ”
เ้าอินหมุนตัวลงนอนบนที่นอนของรพี ด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างซ่อนเอาไว้ไม่มิด ขณะที่รพีรู้ทันรีบแซวทั้งที่สายตายังจ้องมองตัวหนังสืออย่างตั้งใจ
“นอนนะครับไม่ใช่แอบร้องไห้”
“รู้ดี”
เ้าอินตอบโต้ แต่ไม่รู้ทำไมกลับแอบอมยิ้มเบาๆ รู้สึกหัวใจได้ปลดล็อกอะไรบางอย่าง ที่หนักหน่วงมานาน ที่ผ่านมาเขามีเพื่อนมากมาย แต่เขาไม่กล้าเล่าอะไรแบบนี้ให้ใครฟัง แม้กระทั่งเพื่อนสนิทอย่างแมน
เวลาล่วงเลยเข้าวันใหม่ รพียังนั่งทำงานอย่างตั้งใจ เพราะว่าตอนนี้เื่การเรียนจบสิ้นแล้ว หรือแปลง่ายๆ ว่าเรียนจบ เหลือเพียงรับวุฒิการศึกษาเพื่อสมัครงาน แต่ตอนนี้ปัญหาใหญ่ คือค่าใช้จ่ายในการรักษาแม่ ที่จวนเจียนจะต้องจ่ายในอีกไม่กี่วัน
ในตอนเช้ารพีทำข้าวต้มตั้งไว้บนเตา ก่อนที่เขาจะออกไปทำงาน วันนี้มีรับส่งอาหารให้ลูกค้าประจำั้แ่เช้า ก่อนจะเข้าโรงพยาบาล่บ่าย แล้วมาช่วยเฮียโก เก็บร้านเพื่อขอแบ่งอาหารเช่นทุกวัน
“ไปไหน”
เ้าอินนอนหลับ ราวกับโดนยาสลบ ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็บ่ายแล้ว ขาเล็กเดินออกจากห้อง มองไปรอบๆ บ้านไร้เสียงใดๆ ก่อนจะมองไปที่เคาน์เตอร์ครัวเล็กๆ มีเพียงหมอใบหนึ่งตั้งอยู่บนเตาแก๊ส
“งื้อ~ อร่อยจัง”
ไม่รู้เพราะหิวหรือรสชาติ เ้าอินนั่งกินข้าวต้มที่รพีทำเอาให้จนหมดหม้อ ก่อนจะวางทิ้งไว้ แล้วเดินมาเปิดทีวีเครื่องเก่าๆ ดู อย่างไม่รู้จะดูอะไร
จากนั้นก็เดินไปหยิบหนังสือบนชั้นมาอ่าน ซึ่งก็ไม่ได้สนใจเื่ใดเป็พิเศษ จนกระทั่งเดินเข้าไปเปิดโน๊ตบุ๊คของรพี ที่เขาใช้แปลหนังสือค้างเอาไว้
“เก่งจังแปลภาษาเยอรมันก็ได้ด้วย”
เ้าอินเรียนอินเตอร์ั้แ่เด็ก แม้จะไม่ได้เก่ง แต่ก็อ่านได้ทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และจีน ตามที่ครูเคยสอน มือเล็กลองพิมพ์แปลหนังสือต่อ ค่อยๆ ทำความเข้าใจ จนไม่รู้ว่าเผลอหลับไปั้แ่ตอนไหน
“คุณอิน..”
รพีปิดประตูเข้าบ้านมา พบทีวีเปิดอยู่ หม้อข้าว ชามช้อนวางอยู่บนโต๊ะกินข้าวยังไม่เก็บ เขารู้สึกใ เมื่อเห็นสภาพบ้าน ขณะที่เ้าอินตื่นขึ้นมารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมือไปปัดโดนโน๊ตบุ๊คของรพีจนร่วงลงพื้น ตุ๊บ!
“โอ๊ะ!บ้าจริง!”
“คุณอินเป็นอะไรหรือเปล่า?”