บทที่ 20 หมื่นแผน
นินเดินทางมานอกเมืองหลวงแล้วตรงไปยังสถานที่ที่ชื่อว่า บ้านตลาดขวัญ ในตอนนี้มันยังไม่ได้เป็เมืองแต่เป็หมู่บ้านขนาดใหญ่ผู้คนหากินโดยการทำการเกษตรเช่น ปลูกข้าว สวนผลไม้ ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ กล่าวได้ว่าเนื้อคุณภาพดีนั้นมาจากที่นี่เป็ส่วนใหญ่ อ้อที่นี่ในยุคปัจจุบันก็คือ นนทบุรี นั่นเอง เส้นทางระหว่างเมืองหลวงมาที่นี่นั้นค่อนข้างดีเพราะมีการส่งสินค้าเขาเมืองเป็ประจำดังนั้นการเดินทางจึงค่อนข้างรวดเร็วและปลอดภัยมากทีเดียวโจรที่ไหนจะมาขโมยสินค้าทางการเกษตรเล่า ยังมีมี่หนึ่งขุนนางกักตุนข่าวสารทำให้ราคาของแพงขึ้นโดยใช้โจรดักปล้นรถขนข้าวอีกต่อหนึ่งเพื่อให้มันขาดแคลนเข้าไปอีกเดิมทีพวกมันจำนำมาขายในราคาแพงที่ไหนได้ขุนหลวงแก้เผ็ดด้วยมันเทศและข้าวโพดที่ทางวังหลวงเตรียมการไว้ในน่าแร้งอยู่แล้วทำให้พวกมันไม่สามารถระบายข้าวออกมาได้จึงต้องขายในราคาถูกกว่าเดิมนั่นเอง แม้จะเดินทางเร็วแต่ก็ต้องใช้เวลาถึงสองวันจึงจะมาถึง ระหว่างที่พวกนินกำลังเดินทางอยู่นั้น ทางบ้านท่านเ้าคุณก็ได้หารือเื่งานหมั้นแล้วอย่างไรเสียเื่นี้ก็เป็ข่าวใหญ่คุณหญิงไหมแก้วจำเป็ต้องทำเทียบเชิญแขกอย่างเป็ทางการขึ้นหลายฉบับ
ไหมแก้ว “แม่จะไปที่วัดสักหน่อยเพื่อหาวันมงคลจัดงานพวกลูกก็จับพี่สาวขัดตัวสังหน่อยวันงานจะได้ดูดี” ภาและลินตกตะลึง
ภา “พี่สวยขนาดนี้ยังต้องขัดตัวอีกหรือเ้าคะ” ไหมแก้วทำหน้าดุ
ไหมแก้ว “ไปทำตามที่สั่ง” ทั้งสองหดคอลง
พิม “วันนี้เขาไม่กลับมาหรือเ้าค่ะ” ไหมแก้วพยักหน้า
ไหมแก้ว “สองสามวันนั่นแหละเห็นว่าจะไปที่หมู่บ้านตลาดขวัญ” พิมพยักหน้าเงียบๆ
ไหมแก้ว” ทำไมรึ “พิมส่ายหน้า
พิม” เปล่าเ้าค่ะ “ไหมแก้วยังกล่าวอีกว่าจะมีครูมาสอนตอนบ่ายให้ทุกคนตั้งใจด้วยไหมว่าจบก็เดินทางไปยังวัดพร้อมคนติดตามไปหลายคน พิมมานั่งตรวจบัญชี ธุรกิจของบ้านท่านเ้าคุณนั้นมีสองอย่างนั่นคือข้าวสารและเครื่องปั้นดินเผาโดยที่สมัยก่อนจะเน้นไปในการใช้ในครัวเสียมากกว่าส่วนมากจะเป็พวก หม้อ และภาชนะใส่ของ เช่นเครื่องปรุง หรือใส่น้ำทว่าเมื่อเครื่องแก้วและเซรามิกเข้ามาพิมต้องลดปริมาณการผลิตลงแล้วหันมาทำตุ่มน้ำแทนซึ่งก็ทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยใน่แรก เมื่อมาถึงทางตันเธอได้เปลี่ยนมาทำเครื่องลายครามแทนและนี่ทำให้ท่านเ้าคุณรวยเลยทีเดียวเพราะพิมได้รู้จังชาวจีนคนหนึ่งที่เธอช่วยไว้หญิงคนนี้อายุราวๆ สี่สิบกว่าเพื่อตอบแทนเธอจึงสอนวิชาการทำเครื่องลายครามให้และทิ้งตำราภาษาจีนให้เล่มหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้มันคืออะไรเพราะเป็ภาษาจีนแต่เธอก็เก็บมันอย่างดี ด้วยความรู้นี้ให้เครื่องลายครามบ้านเธอโด่งดังมากโดยเฉพาะ เบญจรงค์ กล่าวได้ว่าเธอเป็เ้าเดียวที่ทำมันได้มันโด่งดังมากถึงขึ้นผลิตไม่ทันเลย
ลิน “งานยังไม่เสร็จหรือเ้าคะคุณแม่ให้พี่ไปขัดตัวทุกวันนะเ้าค่ะ” พิมส่ายหน้า
พิม” เรือสินค้าจะมาในอีกไม่กี่วันแล้วพี่ต้องดูว่ามีอะไรขาดเหลือหรือไม่ “พิมตรวจบัญชีอย่างจริงจัง อีกด้านหนึ่งเรือนพระยาพิเชษฐ์ มันบ่นออกมาอย่างเสียไม่ได้ผ่านมาหลายวันแล้วเขายังเสียดายอยู่เลย
“ไม่คิดเลยว่าไอ้เรืองมันจะสามารถรอดออกมาจากอังวะและโจรพวกนั้นได้โอกาสแบบนี้ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ตอนนี้พลาดไปมันคงต้องระวังตัวเป็แน่” มันโกรธมาก
“โจรพวกนั้นเลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ” มันมองไปที่ชายที่ยืนอยู่
“มีข่าวของลูกชายข้าหรือยัง” ชายคนที่ยืนอยู่พยักหน้า
“มีขอรับท่านหมื่นส่งข่าวมาว่ากำลังจะเข้ากวาดล้างค่ายโจรที่เมืองฟ้าขอรับคำนวณวันก็น่าจะคืนนี้ขอรับ” พระยาพิเชษฐ์ขมวดคิ้ว เมืองฟ้า หรือ เมืองฟ้าแดดสงยาง (กาฬสินธุ์)
“พูดถึงอีสานท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคดีศพหาย” ชายที่สวมชุดคลุมสีดำกล่าวออกมาอย่างคาดเดา
“ให้ข้าเดาคงเป็พวกหมอผีอาจจะทำพิธีบางอย่างก็ได้ซึ่งข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็สายใดไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีวิชาแบบที่ต้องใช้ศพมากขนาดนี้ “พระยาพิเชษฐ์ก็นวดขมับ
” ข้าเองก็มืดแปดด้านขุนหลวงสั่งให้ศาลเมืองสืบให้เร็วที่สุดทว่าคดีแบบนี้มันแปลกเกินไปจริงๆ เหตุจูงใจก็ไม่มี “เขาเอารายงานขึ้นมาอีกฉบับ
” รายงานล่าสุดบอกว่าศพที่หายไปล้วนเป็ศพของทหารที่เคยออกรบแล้วทั้งนั้นข้าไม่รู้จริงๆ ว่ามันเชื่อมโยงกันอย่างไร “เขาหมดหนทางจริงๆ จะเอาศพไปทำคุณไสยก็ไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้หรอกกระมังเขานวดขมับ ในยามเที่ยงคืนของวันนั้นที่เมืองฟ้ากลุ่มทหารราวร้อยคนกำลังล้อมชายคนหนึ่ง จะกล่าวถึงชายคนนี้สักหน่อยเขามีรูปร่างหน้าตาจัดเป็ชายรูปงาม ผิวพรรณดี มีสง่าราศี รูปร่างเอวบางร่างน้อยแต่แข็งแกร่งเต็มไปด้วยพลัง มีเสน่ห์ดึงดูดใจหญิงสาว เป็ตัวแทนชายไทยที่มีความกล้าหาญและเก่งกาจทั้งการรบ วิชาอาคม และวาทศิลป์ก็ไม่เลว ทว่าอย่าถูกภาพลักษณ์ของเขาหลอกเอาเพราะเขามีแผนการชั่วร้ายมากมายเต็มหัวและนี่คือลูกชายของพระยาพิเชษฐ์หมื่นแผนนั่นเอง ตอนนี้เบสกำลังวางแผนที่จะบุกค่ายโจรที่ชื่อว่า ท้าวบุญคำ มันมีวิชาอาคมร้ายกาจมากจัดว่าเป็จอมโจรมีชื่อแม้ไม่เท่าโจรโพกผ้าแดงก็ตาม เดิมที่มันถูกเลี้ยงโดยขุนนางของเมืองฟ้าทว่ามันดันล้ำเส้นไปชุดสตรีถึงในเมืองนับสิบคนทำให้ขุนหลวงได้ยินข่าวคิดว่ากฎหมายโดนท้าทายจึงส่งคนไปปราบทว่าอาคมมันร้ายเหลือเกินใครไปปราบก็ตายหมดหมื่นแผนอาสาไปปราบด้วยตัวเอวเพื่อสร้างผมงานทว่าเมื่อมาจริงๆ พบว่าไอ้บุญคำนี้ร้ายกาจมากชื่อเขาเกือบไม่รอดหลายครั้งแต่ทุกครั้งเขาก็รวบรวมข้อมูลของมันได้จนเขาพบจุดอ่อนของมันจนได้
แผน” จำไว้ถ้าเจอไอ้บุญคำใช้ตาข่ายที่ข้าปลุกเสกโยนใสมันแล้วมันจะไม่สามารถล่องหนได้อีกเมื่อมันแปลงร่างเป็สมิงพลังของมันจะลดลงเมื่อโดนตาข่ายนี้จับได้ “ทุกคนพยักหน้า
หมื่นแผนเป่ามนต์ไปที่ทหารของเขาทำให้พวกเขามีพลังราวกับปีศาจและพวกมันจะไม่รู้ตัวเมือพวกเขาบุกเข้าค่ายของมัน ดวงตาพวกมันราวกับตาของสัตว์ร้ายจากนั้นเขาก็ป่ามนต์เข้าไปในปา บูมมมม เกิดกระแสลมรุนแรงม่านอาคมของพวกมันพังทลายทันที
“ฮ่าๆ ไปฆ่าพวกมันให้หมด” ทหารพุ่งเข้าไปที่ค่ายโจรทันทีทว่าบุญคำได้เตรียมตัวรออยู่หลายวันแล้วก็เปิดศึกกันแล้วจะไม่เตรียมตัวได้หรือมันสั่งลูกน้องมันยิ่งปืนและธนูที่ลงอาคมใส่พวกมัน สวบๆๆ เสียงดาบและธนูพุ่งใส่ร่างคนอย่างบ้าคลั่ง
บุญคำ “ไอ้แผนเอ็งต้องตายในวันนี้คิดมาสังหารข้าหรือ “มันเป่ามนต์ออกไปร่างพวกของหมื่นแผนก็เผยตัวออกมา กลุ่มโจรก็พุ่งเข้าไปสังหารพวกเขาอย่างบ้าคลั่งหมื่นแผนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแล้วชี้ปากกระบอกปืนไปที่บุญคำ ปังงงง ทว่าะุหยุดอยู่กลางอากาศ
” ฮ่าๆ อาศัยปืนกระบอกเดียวคิดฆ่าข้าหรือ “มันเป่ามนต์ไปที่มือแมลงศพจำนวนมากก็พุ่งไปที่ทหารของหมื่นแผนเืพวกเขาสาดกระจายอย่างรุนแรง หมื่นแผนชักดาบออกมาดาบของเขาเป็สีเงินคมกล้าเมื่อเขาท่องคาถามันก็เรืองแสงออกมาพริบตาเขาก็มาอยู่ตรงหน้าบุญคำแล้ว เคร้งๆๆ บุญคำร่างกายกำยำสูงใหญ่ตอบสนองได้มัน เคร้งๆๆๆ ดาบทั้งสองปะทะกันรุนแรง ลูกน้องมันโถมเข้ามาที่ตัวหมื่นแผน
” ฮ่าๆ คิดจะหมาหมู่หรือ “ร่างของหมื่นแผนเหมือนมีสิบร่างแล้วแทงดาบออกมาเป็ร่างเงาคนสิบเงาแทงพวกโจรที่พุ่งเข้ามารอบตัวเขา สวบๆๆๆ บุญคำปลุกเสกของที่มือแล้วต่อยออกไป หมื่นแผนรีบตั้งรับ ปังงง ร่างของเขาถึงกับกระเด็นออกไป
” ฮ่าๆ มึงตายไอ้แผน” มันะโไปหาหมื่นแผนแล้วกลายร่างเป็สมิงทันที มุมปากของหมื่นแผนยกขึ้นเป็รอยยิ้ม
“ไอ้ฉิบหายครั้นนี้แหละมึงเสร็จแน่” จากนั้นตาข่ายถูกคนโยนลงมาทันทีคลุมร่างเสือเอาไว้แล้วรั้งมันกดลงพื้น หุ่นพยนต์ของหมื่นแผนรั้งตาข่ายพร้อมทหารของเขา
หมื่นแผน “ฮ่าๆ ต่อให้เอ็งล่องหนก็ออกไปจากตาข่ายของข้าไม่ได้หรอก” บุญคำในร่างสมิงดิ้นสุดชีวิต ทหารและหุ่นพยนต์ถึงกับกระเด็นออกไปหลายคน
“ไอ้แผนไอ้สารเลวปล่อยกูเดี๋ยวนี้” หมื่นแผนหัวเราะ
หมื่นแผน “ฤทธิ์เยอะเสียจริงนะ” เขาท่องมนต์ตาข่ายก็เรืองแสงออกมาพลังของมันก็ลดลง
“ไอ้แผนปล่อยกู ปล่อยกู” หมื่นแผนหัวเราะ
“ปล่อยหรือข้าเสียเวลากับเอ็งเป็เดือนๆ ปล่อยก็โง่แล้วครั้งนี้ปราบเอ็งได้ข้าได้เป็ขุนสักที” เสียงเสือคำรามออกมา จากนั้นหุ่นยนต์นับสิบตัวก็พุ่งออกมาจากในบ้านของบุญคำ
หมื่นแผน “เหอะๆ แค่หุ่นกระจอก” หมื่นแผนเผยรอยยิ้มชั่วร้ายหงพรายนับสิบพุ่งออกมาต้านหุ่นพยนต์เอาไว้
“ถึงเวลาตายของเอ็งแล้วได้บุญคำ” เขาฟันมีดอาคมลงไปที่ร่างของบุญคำ เคร้งงงง ดาบอาคมถึงกับสะท้อนเลย
” นี่มันหนังเพชรงั้นหรือ “หมื่นแผนมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้น
” หนังเหนี่ยวงั้นหรือ “เขาหันไปหาทหาร
” เหลาไม้แหลมให้ข้าที “ทหารของมันทำตามทันทีหมื่นแผนมองไปที่บุญคำ
หมื่นแผน “จับเสือกระดกก้นขึ้นมา” มันดิ้นสุดชีวิต
บุญคำ “ไอ้เชี่ยมึงจะทำอะไรกู” เหมือนแผนหัวเราะ
“ในเมื่อเอ็งหนังเหนียวนักข้าก็จะแทงทวารของเอ็ง ฮ่าๆๆ เอ็งเลือกเอาว่าจะยอมให้ข้าตัดหัวหรือจะให้ข้าแทงที่ทวารเองจนตาย “ยังไม่ทันให้มันตอบ สวบบบ ก้นของมันก็โดนแทงเข้ามาแล้วเสียงกรีดร้องดังออกมาเป็เสียงของเสือ จากนั้นทหารก็ตอกไม้ลึกเข้าไปอีก
” ไอ้แผนไอ้ชาติชั่วสักวันเอ็งต้องไม่ตายดี “หมื่นแผนหัวเราะ
หมื่นแผน “ไอ้สารเลวเอ๊ยเป็โจรแท้ๆ พูดอยากกับเข้าเป็โจรเสียเอง” เขามองไปยังการต่อสู้ของทหารที่วุ่นวายก็ส่ายหน้า
“ฝีมือทหารของเมืองฟ้ากระจอกจริงๆ ขนาดข้าปลุกของแล้วยังได้แค่นี้” เขาหยิบตุ๊กตาขึ้นมาสองตัวแล้วสั่งให้มันออกไปสังหารโจรทั้งหมดนี่ก็คือกุมารทองนั่นเอง ทว่าหน้าตาของมันน่ากลัวอย่างยิ่งตัวเป็สีดำมีลวดลายสีทองใบหน้าราวกับสัตว์ป่าและมันโเี้มากเมื่อบุญคำตายแล้วหมื่นแผนก็ถลกหนังของสมิงออกมาเขาจะเอาไปทำเสื้ออาคมสักหน่อย เขาท่องคาถาอีกครั้งร่างของเสือที่ไร้หนังก็กลายเป็ร่างของบุญคำที่ไร้ิัไปแล้ว เมื่อควบคุมสถานการณ์ได้แล้วเขาก็สั่งให้คนไปแจ้งข่าวที่เมือง ส่วนพวกเขาก็แบ่งสมบัติกันเสียดายที่บุญคำขนเงินออกไปก่อนหน้าแล้วแน่ล่ะสถานการณ์แบบนี้มันคงไม่โง่เก็บเงินไว้หรอก
หมื่นแผน “แม้แต่ผู้หญิงมันก็ไม่มีพวกมันขายไปหมดแล้วสินะเวรเอ๊ย” เขาผิดหวังเล็กน้อยในตอนเช้าทางเมืองก็ส่งทหารและคนที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและยืนยันว่าโจรถูกปราบแล้ว
“ลำบากท่านหมื่นแล้วขอรับ” แผนยิ้มออกมา
“ฝากที่เหลือด้วยจัดการให้เรียบร้อย” นายกองคนนั้นรับคำอย่างประจบ หากเทียบกันระหว่างการทำลายค่ายโจรระหว่างแผนและพวกท่านเ้าคุณต้องบอกว่าทางท่านเ้าคุณเหนือกว่าเพราะหมื่นแผนกว่าจะกวาดร้างได้ต้องใช้เวลาเป็เดือนแถมเสียคนไปไม่น้อยเลยแต่ท่านเ้าคุณใช้แค่สี่คนเท่านั้น กลับมาที่เมืองหลวงในตอนเช้าพอไม่มีนินมันก็เงียบแปลกๆ อยู่นะ
ท่านเ้าคุณมองทุกคนที่เงียบๆ ก็ประหลาดใจมันเหมือนขาดอะไรไปจริงๆ เขามองไปที่ภรรยาที่กำลังดื่มน้ำเขาก็ประหลาดใจ
“อิ่มแล้วหรือ” คุณหญิงพยักหน้า
“เ้าค่ะรู้สึกว่าพอพ่อนินไม่อยู่มันก็ไม่เจริญอาหารอย่างไรไม่รู้” ท่านเ้าคุณกลอกตา
“อะไรกันมันจะไปสำคัญอะไรปกติก็หายหัวไปทุกวันอยู่แล้ว” พิมเองก็คิดว่าเวลานินอยู่โต๊ะอาหารเหมือนมันจะสนุกขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
ลิน “พี่เขยจะกลับมาเมื่อไรเ้าคะ” ท่านเ้าคุณหน้ากระตุก
“น่าจะประมาณสี่ห้าวันนั่นแหละ” ลินทำหน้าเป็
ลิน “แบบนี้ข้าว่าต้องมีคนเหงาแน่เลยเ้าค่ะ” ท่านเ้าคุณขมวดคิ้ว
“อะไรกันทีตอนพ่อหายไปเป็เดือนๆ ไม่เห็นมีคนจะเหงาเลยนี่” ภายิ้ม
ภา “นั่นมันเป็ความเคยชินน่ะเ้าค่ะ” ท่านเ้าคุณถึงกับพูดไม่ออก
“เอาเถอะ่นี้พ่อยุ่งมีหลายอย่างต้องจัดการพวกเ้าก็ตั้งใจเรียนกันล่ะอีกไม่นานจะมีการเปิดสอบเข้าทำงานในกรมต่างๆ หากไม่ชอบค้าขายก็ไปหางานทำที่นั่น “ทั้งสองคนพยักหน้าเพราะพิมดูแลกิจการร้านค้าของบ้านจึงไม่ไปสอบ ว่าจบท่านเ้าคุณก็ออกไปทำงานแก้วกล้าก็ตามไปด้วย ไหมแก้วส่งสามีและลูกชายก็มาคุยกับภาและลิน
ไหมแก้ว “เป็ไงสนใจงานได้ไหนกันล่ะ” ลินกล่าวออกมา
ลิน” ลูกอยากทำงานที่กระทรวงการค้าเ้าค่ะแต่เขารับอายุสิบแปดปีขึ้นไปเ้าค่ะ “ต้องอธิบายถึงระบบงานในราชการกันก่อนข้าราชการของยุคสมัยนี้มีสองแบบคือข้าราชการหลวงและข้าราชการดำเนินการ ข้าราชการหลวงก็ง่ายๆ คือตำแหน่งหมื่น ขุน ไปจนถึงเ้าพระยา ส่วนตำแหน่งดำเนินงานก็หมายถึงพวกพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปเหมือนพกพนักงานในบริษัททว่าสวัสดิการนั้นเกือบเทียบเท่าขุนนางหลวงเลยทีเดียว ภาจึงกล่าวออกมาบ้าง
ภา” ลูกยังคิดไม่ออกเลยเ้าค่ะ “ไหมแห้วถอนใจ
ไหมแก้ว” อีกอย่างนะภาลูกก็สิบแปดแล้วมีชายที่พึงใจหรือยัง “ภาหน้าแดงจัดแล้วส่ายหน้า
ภา” ยังไม่มีเ้าค่ะ “ไหมแล้วไม่แปลกใจอยู่แต่ในเรือนแบบนั้นจะไปเจอใครได้อย่างไรเห็นทีนางต้องพาลูกไปวัดไปตลาดบ้างแล้ว
ไหมแล้ว” เอาเถอะในเมื่อเ้าไม่รีบแม่ก็ไม่เดือดร้อนเช่นกัน “จากนั้นไหมแก้วก็ให้ทุกคนไปทำหน้าที่ของตัวเอง อีกด้านหนึ่งในหุบเขาที่ไม่มีใครรู้จักมีบ้านสร้างอยู่ในป่าข้างในมีคนอยู่ห้าคนกำลังกำล้อมชายคนหนึ่งซึ่งมันกำลังอ่านจดหมายอยู่” มันหัวเราะออกมาแล้วชี้ไปที่คนหนึ่ง
“น่าสนใจจริงๆ ไอ้ปุณยะไม่คิดว่าจะโดนเล่นงานถึงเพียงนี้” ชายคนหนึ่งกล่าว
“ท่านอาจารย์จะช่วยมันหรือไม่ขอรับ” มันหัวเราะ
“ช่วยสิมันจ่ายเงินนี่ตอนนี้ข้าก็ขาดเงินอยู่ด้วยเ้าสามเ้าไปดูมันหน่อยขุดเงินมันมาเยอะๆ ไอ้นี่มันทำชั่วไว้มาก” ชายร่างผอมพยักหน้าแล้วยืนขึ้น
“ขอรับ” จากนั้นเขาก็ไปเตรียมของแล้วออกจากูเา” ชายชรามองไปยังสี่คนที่เหลือ
“พวกเ้าเมื่อไล่จะลงเขาไปเสียทีข้าไม่มีอะไรจะสอนแล้วพวกเอ็งเรียนวิชาแพทย์อาคมก็เอาวิชาไปช่วยคนสิวะมาวุ่นวายกับข้าเพื่ออะไร” ทั้งสี่หน้าเจื่อน
“อาจารย์เราจะไปไหนได้เล่าออกไปก็หลงทาง” ชายชราหน้ากระตุกยกเท้าจะถีบไปที่ลูกศิษย์ตัวเอง
“ไอ้พวกเวรเพราะพวกเอ็งนี่แหละเงินข้าถึงไม่เหลือโตป่านนี้มาเกาะข้ากินอยู่ได้” ทั้งสี่รีบหนีทันที
“หยุดนะ” ทั้งสี่หยุดฝีเท้า
“พวกเอ็งสี่คนต้องไปรักษาคนให้ข้าตามนี้” เขาเอารายชื่อออกมาดูแล้วสั่งทั้งสี่พยักหน้าแล้วรีบไปเก็บของถ้ามีจุดหมายให้พวกเขามันก็อีกเรืองหนึ่ง เมื่อทั้งสี่คนไปชายชราเผยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ
“เวรแท้ๆ อายุเกินยี่สิบกว่าแล้วยังให้ข้าเลี้ยงอีก” ใครจะรู้ถึงความขมขื่นของเขาบ้าง ขณะเดียวกันม้าเร็ววิ่งออกจากเมืองหลวงหลายตัวไปยังหลายทิศทางไม่อาจคาดเดาได้ว่าพวกเขาไปที่ใด ส่วนนินพวกเขาเดินทางสองวันเต็มๆ ในตอนเย็นก็มาถึงหมู่บ้านตลาดขวัญจนได้ หมู่บ้านนี้เหมือนหมูบ้านในอุดมคติเลยทีเดียวมีผู้คนจำนวนมากพ่อค้าจากหลายๆ ทีต่างมาดูสินค้า ผลไม้ ผัก หรือจะเป็ข้าวสารมีให้เลือกจนพอใจ ส่วนเนื้อหมูนั้นเพื่อให้มันสดใหม่เมื่อทำการซื้อขายในจำนวนมากทางหมู่บ้านจะมีทีมไปส่งถึงที่แล้วค่อยเชือด นินมาถึงก็เย็นมากแล้วทว่ายังมีคนอยู่กันเยอะมากๆ พ่อค้านั่งที่ร้านสุราข้างทางพูดคุยกันให้เห็นบ่อยๆ
นิน “น่าสนใจ” เขาจอดรถม้าแล้วเดินเข้าไปในตลาดกัน นินเดินดูผลไม้ที่วางเรียงรายอยู่สองข้างทางเขาก็หยิบส้มขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วชิม
นิน “หวานมากพวกพี่ลองชิมดูสิ “ทั้งสองหยิบขึ้นมาคนละลูกแม่ค้ามองด้วยรอยยิ้ม
” รูปหล่อเอากี่กิโลดีจ๊ะ “นินยิ้ม
นิน” เอาสิบกิโลเลยครับป้าเดี๋ยวผมมาเอาตอนข้ากลับ “นินส่งเงินให้
ทอง” เอ็งจะเอาไปทำไมเยอะขนาดนั้น “นินกลอกตา
นิน” พี่ไม่คิดจะซื้อไปฝากคนอื่นเลยหรือไง “ทั้งสองเกาหัว
แสน “ก็จริงนานๆ มาสักที” ทองกล่าว
ทอง “เสียดายที่ไม่สามารถซื้อเนื้อจากที่นี่ไปที่บ้านได้ได้ยินว่าเนื้อที่นี่คุณภาพดีมาก” นินประหลาดใจ
นิน “มันต่างกันหรือที่เมืองหลวงเนื้อก็ส่งมาจากที่นี่ไม่ใช่หรือ “แสนจึงอธิบาย
” แน่นอนว่าต่างกันที่เมืองหลวงเนื้อดีๆ จะถูกบ้านขุนนางมาจองแต่เช้าแล้วน่ะสิพวกเราก็ได้กินแค่ของพื้นๆ เท่านั้นแหละ “นินคิดสักพัก
นิน” ดูเหมือนว่าพวกเขายังไม่รู้วิธีทำน้ำแข็งงั้นสินะ “นินจึงถามออกมา
นิน” พี่หาดินประสิวได้ไหม “ทั้งสองพยักหน้า
” หาซื้อได้ง่ายๆ ร้านขายสมุนไพรก็มี “นินประหลาดใจ
นิน” แถวนี้มีถ้ำค้างคาวหรือ “ทั้งสองพยักหน้า
แสน “ประเทศไทยเรามีูเามากมาถ้ำค้างคาวมีเป็ร้อยๆ แห่งแถมมีถ้ำที่มีดินประสิวธรรมติอยู่อีกมากดังนั้นนี่แทบไม่มีค่าเลยราคาจึงถูกมากนินประหลาดใจ
นิน” อ่าวทำไมล่ะดินปืนก็ทำมาจากดินประสิวนี่ทำไมมันราคาถูกเล่า “ทั้งสองหัวเราะ
” ก็มันมีเยอะมากจนเกินไปไงเล่า “นินเข้าใจแล้วนี่ก็แค่ ดีมาน กับ ซับพลายไม่ใช่หรือ ดินปืนน่ะสำคัญแต่ในยามาสงบใครจะอยากเก็บไว้เกินความจำเป็เล่าดังนั้นของมันก็ล้นตลาดแบบนี้แหละ แต่นินไม่มั่นใจว่ามันจะสามารถสร้างน้ำแข็งได้จริงไหมเพราะเขาเองไม่เคยลองแต่เขาเคยอ่านประวัติศาสตร์ว่ามีวิธีการทำให้แชมเปญเย็นอยู่โดยชายต่างชาติที่ชื่อว่า เฟรดเดอริก อาร์เธอร์ นีล เขียนบันทึกไว้…
(การทำน้ำแข็งให้เย็น (ค.ศ. 1840/พ.ศ. 2383) : นีล บันทึกว่าขณะร่วมงานเลี้ยงในวังของ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ว่ามีการแช่แชมเปญให้เย็นด้วยวิธีเดียวกับในอินเดีย คือการนำขวดแช่ในน้ำที่ผสมด้วยดินประสิวและเกลือ เพื่อลดอุณหภูมิ)
“อีกเื่แผ่นดินไทยในยุคที่นินมาอยู่นี้ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยูเาสูงใหญ่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ไม่ได้เหมือนปัจจุบันที่เป็ที่ราบแบบที่เห็น ถ้าจะให้เห็นภาพหน่อยคงคล้ายๆ ที่ หวังเซียนกู่ และ อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพาน์ ดังนั้นบ้านตลาดขวัญ ก็เหมือนสถานที่เหล่านี้”