21
พยัคฆ์และสีหราชช่วยกันดับไฟคอกม้าจนเสร็จเรียบร้อย มือใหญ่ยกขึ้นปาดเหงื่อและคราบควันไฟบนใบหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนและแปลกใจกับสิ่งที่เห็นเพราะดูแล้วว่ามีเพียงควันมากกว่าตัวเชื้อไฟเสียอีกแล้วโรงเรือนก็เสียหายน้อยมากจนผิดสังเกต
หัวคิ้วเข้มคมเข้มขมวดเข้าหากัน ขณะกวาดสายตามองไปทั่วๆคอกม้าอีกครั้งอย่างใช้ความคิด สีหราชมองไปที่ชาติรัฐอย่างใช้ความคิดและเริ่มที่จะสงสัยคนใกล้ตัวเสียแล้ว เขาอาจจะมีศัตรูอยู่ใกล้ตัวคอยทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้ คอยรายงานความเคลื่อนไหวภายในบ้านให้คนนอกรู้สายตาคมมองไปเรื่อยและหยุดอยู่ที่พยัคฆ์ที่นั่งหอบอยู่ไม่ไกล
ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะสงสัยผู้ชายคนนี้เพราะตั้งแต่พยัคฆ์เดินทางเข้ามาในบ้านของเขา มีแต่เรื่องร้ายๆเข้ามาอย่างไม่ได้หยุดได้หย่อน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่สงสัยในตัวของพยัคฆ์เลยรู้เพียงว่าถ้า อยากจะเชื่อใจใครสักคน...เขาสามารถเชื่อใจพยัคฆ์ได้เต็มร้อย
“มีอะไรสิงห์” พยัคฆ์เองก็เริ่มสงสัยเมื่อเห็นว่าสีหราชมองเขานานเป็นพิเศษในดวงตาคมคู่นั้นก็เหมือนกับบอกอะไรบางอย่างกับเขาอีกด้วย
“สิงห์ เสือ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” วาสิตาที่ได้ยินแว่วๆว่าลูกชายบาดเจ็บ แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไร สองสะใภ้ทั้งคู่ก็วิ่งลับหายมาเสียก่อนกว่าที่นางจะหายจากการตกใจและวิ่งตามมาก็ต้องควานหายาลมมาช่วยให้มีแรงเพื่อที่จะเดินมาหาลูกชายทั้งสองคน
“เจ็บตรงไหนบ้าง...แล้วใครถูกยิง...ถูกยิงตรงไหน”มือเหี่ยวลูบคลำลำตัวใหญ่ของสีหราชแต่เมื่อเห็นว่าลูกชายคนโตไม่ได้บาดเจ็บอะไรก็รีบมุ่งไปลูกชายคนเล็กที่นั่งมองอย่างสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นครับป้าวา”
“เสือ..เสือไม่ได้ถูกยิงใช่ไหมลูก” วาสิตาถามเสียงสั่น
“เปล่านี่ครับ เสือยังสบายดี”
“เกิดอะไรขึ้นครับแม่ แม่พูดช้าๆ นะครับ”สีหราชเริ่มเห็นสิ่งผิดปรกติจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะชายหนุ่มมองตามหลังร่างมารดาไปเพื่อที่ว่าจะได้หญิงสาวร่างเล็กบอบบางสองคนเดินตามมารดาและหนึ่งในนั้นคือเมียของเขา แต่ก็ไม่เห็นจะมี
“น้ำพราวกับน้ำเพชรไปไหนครับแม่ทำไมถึงปล่อยให้แม่มาคนเดียว”
วาสิตาใจหายวูบ ตกใจกลัวตัวสั่น ยืนทรงตัวไม่อยู่ดีว่าพยัคฆ์อยู่เลยรับเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะประคองไปนั่งตรงที่ตัวเองนั่งเมื่อครู่มือก็คว้าหายาดมจากมือวาสิตามาจ่อจมูกให้แทน
“เกิดอะไรขึ้นครับป้าวา”
มือวาสิตาเย็นเฉียบ ก้มมองหน้าลูกชายคนเล็กและเงยหน้ามองลูกชายคนโตที่มายืนอยู่ใกล้ๆ“เมื่อกี้แม่ได้ยินแว่ว ๆ มีเด็กไปบอกที่บ้านว่าเสือกับสิงห์ถูกยิง”
“อะไรนะครับ!”
สองหนุ่มถามพร้อมๆ กันอย่างตกใจถ้าวาสิตาบอกว่าบุษย์น้ำพราวและบุษย์น้ำเพชรมาที่นี่ก่อน แล้วทำไมยังมาไม่ถึงระยะทางเดินจากบ้านมาถึงคอกม้าก็ไม่ได้ไกลเลย แล้วยังไม่ได้มีหลุมหรือว่าอันตรายอะไรสักนิด
ทำไมทั้งสองคนถึงยังมาไม่ถึง?
แล้วตอนนี้ทั้งสองคนหายไปไหน?
“แม่ครับแม่พอจะเห็นไหมครับใครไปบอกน้ำพราวและน้ำเพชรว่าผมและเสือถูกยิงเป็นใคร? คนงานในไร่เราหรือเปล่า?”
“แม่...แม่จำไม่ได้ แม่เห็นเด็กคนนั้นแค่ด้านหลังเท่านั้นเอง”วาสิตาบอกเสียงสั่นดวงตาฝ้าฟางคลอไปด้วยน้ำตามองไปยังลูกชายทั้งสองคนอย่างเป็นห่วง
“ไม่ได้การแล้วสิงห์แกรีบเรียกคนงานให้ตามหาสองคนนั้นด่วนเลย ส่วนฉันจะออกตามหาสองคนนั้นก่อน”
พยัคฆ์บอกและรีบวิ่งไปขึ้นหลังเจ้าฟ้าลั่นที่ยืนหงุดหงิดร้องฮี้ๆ อยู่ไม่ไกลเขาพาเจ้าม้าตัวใหญ่พุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วแต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องรีบชักมันกลับพาไปที่บ้านเพื่อเอาอาวุธ หากว่าเกิดเรื่องร้ายอย่างที่กลัวจริงๆ เขาจะได้มีสิ่งป้องกันตัวเองและคนที่รัก
สีหราชร้องเรียกคนงานในฟาร์มให้ออกตามหาสองสาว และให้คนงานคนหนึ่งไปส่งมารดาและอยู่เป็นเพื่อนกับท่านที่บ้านใหญ่ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งไปขึ้นเจ้านิลกาฬวิ่งตามพยัคฆ์ไปด้วยใจร้อนรุ่มและกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วงคนที่รัก อยากรู้ว่าตอนนี้หญิงสาวอยู่ที่ไหนจะเป็นยังไงบ้างบาดเจ็บหรือเปล่า
ทั้งพยัคฆ์และสีหราชเที่ยวตามหาสองสาวจนทั่วทั้งฟาร์มแล้วแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะได้เจอกับทั้งสองคนเลยสักนิดยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ทั้งสองหนุ่มก็เป็นห่วงเมียรักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในสมองมีแต่เรื่องร้ายๆ
“แกเจอไหมสิงห์”
“ไม่เจอแล้วแกละ”
“ไม่เจอเหมือนกัน”พยัคฆ์ตอบพี่ชายไปแล้วก็หันไปสบถและพูดพร่ำด้วยความเป็นห่วงเมียรัก
“เธอไปอยู่ไหนนะน้ำเพชรไม่รู้หรือไงว่าฉันเป็นห่วง”
“งั้นลองไปหานอกฟาร์มกัน”
“แกคิดว่าสองคนนั้นจะออกหาพวกเรานอกฟาร์มหรือไง”
“ไม่รู้ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น” สีหราชตอบกลับไปและชักม้าให้เดินไปท้ายฟาร์มเพื่อที่จะเริ่มต้นหาหญิงสาวที่นั่นเป็นที่แรก ถ้ามีคนในเป็นสายให้กับคนนอกจริงๆท้ายฟาร์มเป็นที่เหมาะสมที่สุดเพราะมันค่อนข้างจะเปลี่ยวและมีเส้นทางในการหลบหนีได้หลายทาง
“เฮ้ย!! เร็วเข้าสิงห์มีคนนอนอยู่ตรงนี้”พยัคฆ์ก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าไม่ไกลจากเขาเท่าไหร่นั้นมีผู้ชายร่างเล็กนอนคว่ำอยู่มือใหญ่กำลังจะจับร่างกายคนที่นอนอยู่ให้หันมาก็พอดีกับได้ยินเสียงร้องห้ามจากพี่ชายเสียก่อน
“ทำไม”
“ให้ตำรวจมาจัดการดีกว่า” สีหราชบอกน้องชายเมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่นั้นไม่มีการเคลื่อนไหว จมูกเขาก็ได้กลิ่นเลือดคาวคละคลุ้งและถ้าดูให้ดีใกล้ๆ ก็มีหยดเลือดตกกระจายเป็นจุด คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันภายในหัวใจก็โหวงเหวง แล้วความเป็นห่วงบุษย์น้ำพราวก็เอ่อล้นทั้งร่างกายและหัวใจ
สีหราชควานหาโทรศัพท์เพื่อโทรหาตำรวจ ขณะบอกไปทางพยัคฆ์ให้จัดการโทรหาคุณหญิงอมราด้วยเหมือนกัน
“แกรีบโทรหาย่าให้เร็วที่สุดดีกว่าเสืองานนี้เราต้องการมือดีมาช่วยเหลือ ต้องมาให้ถึงฟาร์มฉันให้เร็วที่สุดด้วยฉันสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี”
พยัคฆ์รีบจัดการโทรหาย่าและบอกกล่าวเรื่องราวอย่างย่อๆให้หญิงชราได้ฟังก่อนที่จะวางโทรศัพท์ในมือลงแล้ววิ่งไปขึ้นหลังเจ้าฟ้าลั่นและควบมันตามพี่ชายกลับไปบ้านเพื่อวางแผนช่วยเหลือเมียรักแต่เขาก็ยังสงสัยว่าสีหราชรู้แล้วหรือว่าตอนนี้สองสาวนั่นอยู่ที่ไหน