บทที่5.ครอบครัวสกุลซู
เสียงโวยวายที่ดังอยู่ด้านนอกนั้นทำให้เหยาเหยาที่กำลังนอนพักผ่อนเริ่มรู้สึกตัวเพราะรู้สึกรำคาญเสียงแว๊ดๆนั้นนั่นเอง จนคิ้วน้อยๆ ขมวดหมุนอย่างไม่รู้ตัวแต่อากัปกิริยานั้นของเหยาเหยายังไม่มีใครสังเกตเห็นเพราะทุกคนมัวแต่สนใจที่มาของเสียงด้านนอกอยู่
“เดี๋ยวพ่อออกไปเองพวกเ้าอยู่ในนี้แหละ”ก่อนที่ลู่ฮันจะเดินไปเปิดประตูออกไปด้านนอกอย่างแรงจนประตูเกือบกระแทกหน้าเหี่ยวๆแม่เลี้ยงของเขาอยู่แล้ว
“จะเ้าสารเลวกล้าเปิดประตูกระแทกหน้าข้าหรือ” นางกู้ฟางเถาเอ่ยพร้อมยกมือชี้หน้าด้วยความโมโห
“ขออภัยท่านแม่ข้าหาได้ตั้งใจ”เสียงตอบกลับนิ่งๆ ตามลักษณะนิสัยของลู่ฮัน ทำให้นางกู้ฟางเถาไม่สบอารมณ์เป็อย่างมากนางเกลียดแสนเกลียดไอ้ลูกเลี้ยงนี้เป็ที่สุดชอบทำหน้าตานิ่งเฉยใส่นางมาั้แ่เด็กเหมือนมันสูงส่งเสียเต็มประดาแต่ก็ทำอันใดมิได้เพราะเกรงใจสามีของนางนั้นเอง
“แล้วพวกเ้ามั่วทำอันใดกันอยู่ งานการไม่รู้จักไปทำฮ่ะต้องให้ผู้าุโในบ้านอย่างข้ามาตามช่างไม่มีหัวคิดเสียจริงๆ”ไม่รอช้านางฟางเถาเห็นเป็โอกาสที่จะได้จิกหัวด่าลูกเลี้ยงก็เริ่มด่าต่อทันที
เมื่อเห็นแม่เลี้ยงของสามีเริ่มเสียงดังใส่มากขึ้นเรื่อยๆเฟยเฟยจึงต้องรีบออกมาด้านนอก เพราะหากจะหวังให้คนเป็สามีอย่างลู่ฮันพูดสิ่งใดคงมีแต่จะยิ่งเป็การยั่วโมโหเสียมากกว่าเป็แน่โดยมีลู่จื่อและลู่หยางเดินตามหลังท่านแม่ออกมาด้วย
“ท่านแม่พอดีอาจื่อไม่สบายส่วนเหยาเหยาก็พึ่งเกิดเื่จนหัวแตกมาเ้าค่ะอาหยางเองก็คอยดูแลพี่ชายกับน้องสาวอยู่ ท่านแม่มีงานสิ่งใดเดี๋ยวข้าไปทำให้เอง”เมื่อได้ยินสิ่งที่ภรรยาของลูกเลี้ยงกล่าวนางฟางเถาก็ทำปากเบะบิดเบี้ยวใส่อย่างไม่พอใจพร้อมทั้งมองด้วยสายตารังเกียจก่อนจะเอ่ยวาจาไม่น่าฟังออกมาต่อ
“งานการในบ้านที่ต้องทำก็มีตั้งมากมายหากพวกเ้าผัวเมียไม่ได้ไปขุนหาหยกที่เหมือง ก็ต้องรู้จักช่วยกันทำงานบ้านเซ่~ไม่ใช่เอาแต่นั่งๆ นอนๆ สบายอยู่แต่ในห้องส่วนลูกพวกเ้าก็คอยแต่ประคบประหงพวกมันเข้าไป ไม่รู้จะดูแลอันใดกันนักกันหนายิ่งนังตัวไร้ประโยชน์เหยาเหยานั้น ปล่อยให้มันตายๆ ไปเถอะตัวอัปมงคลสิ้นดีทำอันใดก็….” ยังด่าไม่ทันจบดีนางฟางเถาก็ต้องหยุดชะงักไปด้วยความใ
ปัง!! เสียงฝ่ามือหนักๆของลู่ฮันซัดเข้าที่ประตูบ้านจนแทบหลุดออกมาเมื่อได้ยินสิ่งที่มารดาเลี้ยงว่ากล่าวให้แก่บุตรชายบุตรสาวสุดที่รักของเขา
“ว๊ายย ตายแล๊วววลู่ฮันเ้ามันชั่วช้านัก คิดข่มขู่ข้า เ้าคิดจะฆ่าข้าใช่หรือไม่ เ้ามันอกตัญญูข้าแค่พูดความจริงถึงลูกของเ้าเท่านั้นหรือเ้าจะเถียงก็ในเมื่อบุตรชายทั้งสองของเ้านั้นปลุกพลังธาตุก็ไม่ได้ ส่วนบุตรสาวของเ้ามันก็คนปัญญาอ่อนไร้ประโยชน์หรือไม่จริงกันเล่าห๊าาาา”เสียงนางเฒ่าฟางเถาแหกปากร้องโวยวายขึ้นเรียกชาวบ้านละแวกเดียวกันให้สนใจและได้ยินกันไปสามบ้านแปดบ้านจนชาวบ้านที่ชอบเื่นินทาแบบนี้ก็เริ่มจับกลุ่มกันเดินเข้ามาแอบฟังอยู่แถวหน้าบ้านสกุลซู
"หากท่านยังไม่หยุด..."ลู่ฮันนั้นเริ่มทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นมาอย่างเหลืออดแล้วจนนางฟางเถาก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว
"จะ เ้าจะทำอันใดข้า จะฆ่าข้ารึ"แม้จะกลัวแต่ยังไม่วายปากดีใส่ด้วยถือว่าตนเองนั้นเป็มารดาเลี้ยงของอีกฝ่าย
“ท่านแม่เกิดอันใดขึ้นเหตุใดเสียงดังถึงเพียงนี้” เสียงเอ่ยถามดังมาจากซูฉินฟงบุตรชายแท้ๆของนางฟางเถาเดินออกมาจากห้องนอนทางทิศตะวันตกพร้อมภรรยาของเขาหลี่กุ้ยผิง
“ก็เ้าลู่ฮันน่ะสิมันจะฆ่าแม่แล้วฉิงฟงเ้าต้องช่วยแม่นะข้าเพียงแค่สั่งสอนนิดหน่อยทำเป็โมโหใส่ข้า ช่างอกตัญญูเสียจริงๆ”
ได้ทีนางฟางเถารับฟ้องบุตรชายของตนเองทันที ซูฉินฟงมองดูพี่ชายต่างมารดาที่หน้าตาดุดันเอาจริงก็ไม่คิดอยากจะยุ่งด้วยเพราะถึงแม้ว่าตัวเขาตอนนี้จะมีพลังปราณธาตุลมแต่ก็เพียงขั้นพื้นฐานที่ปลุกขึ้นมาได้ั้แ่7 หนาวเท่านั้น และก็ไม่เคยขยันใส่ใจฝึกฝนมันมาก่อนเลยดีแต่เอาไว้โอ้อวดผู้อื่นก็เท่านั้นจึงทำให้ไม่มีพลังมากพอที่จะไปสู้กับใครได้มากนักยิ่งกับพี่ชายต่างมารดาคนนี้ด้วยแล้ว แม้ว่าลู่ฮันจะไม่ได้มีพลังปราณธาตุใดๆเลยก็ตามแต่เพราะลู่ฮันนั้นร่างกายแข็งแรงอย่างมากมาั้แ่เด็ก หากต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆไม่รู้ว่าซูฉินฟงนั้นจะสามารถเอาชนะได้หรือไม่ ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจนัก
และเพราะเขามีพลังปราณธาตุลมที่ปลุกได้ั้แ่เด็กท่านแม่และท่านพ่อของเขาจึงคอยเอาอกเอาใจดูแลเขาเป็อย่างดีจนเผื่อแผ่ไปถึงบุตรชายของเขาด้วยจะพูดว่าลำเอียงก็ว่าได้ นางฟางเถานั้นคาดหวังกับบุตรชายและหลายชายเอาไว้มากว่าจะสามารถนำพาให้นางและสามีเจริญรุ่งเรืองและสุขสบายในภายหน้าได้นั้นเอง
“พี่ใหญ่ท่านก็ยอมๆท่านแม่ข้าบ้างเถิด” ปกติพี่ชายต่างมารดาผู้นี้ก็ยอมให้เขามาั้แ่เด็กๆ แล้วเพียงแต่ด้วยนิสัยที่ออกจะนิ่งขรึมของลู่ฮันพร้อมกับบรรยากาศรอบกายที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดยามอยู่ใกล้ๆจึงทำให้ฉินฟงไม่ค่อยกล้าเอาเปรียบลู่ฮันมากนัก
“พวกเ้ามีเื่อันใดกันเสียงดังไปถึงข้างนอกให้ชาวบ้านมามุงดูหน้าบ้านไม่อับอายบ้างหรืออย่างไรกัน” เสียงห้วนดังของผู้เฒ่าซูคง บิดาของลู่ฮันและฉินฟงเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งเดินเข้ามาในบ้านหลังกลับมาจากไปสังสรรค์รับเหล่าสหายของเขามา
“ก็บุตรชายคนโตของท่านน่ะสิจะตีข้าแถมพอฉินฟงบอกกล่าวว่าให้ยอมลงให้ข้าที่เป็มารดาบ้าง ลู่ฮันก็ชักสีหน้าไม่พอใจใส่อีกท่านดู…ท่านดูเอาเถิดว่าบุตรชายคนโตของท่านนั้นร้ายกาจเพียงใด”นางฟางเถาได้ทีก็รีบเอ่ยฟ้องสามีทั้งใส่สีตีไข่เข้าไปอีก
“เ้าว่าอย่างไรนะลู่ฮันนี่เ้ากล้าจะทำร้ายมารดาเ้าทั้งยังไม่เชื่อฟังน้องชายผู้มีพลังของเ้าหรือ” เสียงผู้เฒ่าซูเอ่ยขึ้นอย่างโมโหพร้อมทั้งชี้หน้าลู่คงทันที
“นางก็เป็เพียงแค่มารดาเลี้ยงก็เท่านั้น” เสียงนิ่งเฉยตอบกลับอย่างไม่ไยดีนั้นทำให้ผู้เฒ่าซูโมโหจนยกฝ่ามือขึ้นมาจะตบหน้าลู่ฮันแต่ขณะที่จะตบลงไปนั้นสายตาก็สบกับดวงตานิ่งสงบของลู่ฮันที่จ้องมองกลับมาอย่างไม่ยอมหลบก็พลันชะงักมือไป ลอบกลืนน้ำลายลงคอในใจเกิดความรู้สึกเกรงกลัวลู่ฮันขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“จะ เ้ามัน”เมื่อไม่กล้าลงมือตีคนจึงลดฝ่ามือแล้วทำทีเป็ฮึดฮัดสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างไม่พอใจแทนส่วนพวกชาวบ้านที่รอดูอยู่ด้านนอกนั้นต่างก็ทำสีหน้าเสียดายที่ไม่ได้เห็นคนลงมือตีกัน....
ทางด้านในห้องบนเตียงนอนมีเพียงร่างเล็กๆของเหยาเหยาที่นอนอยู่เพราะตอนนี้ลู่จื่อและลู่หยางออกมาด้านนอกรวมกับท่านพ่อท่านแม่ที่ลานบ้านั้แ่ได้ยินเสียงท่านย่าะโด่าท่านพ่อแล้ว
เปลือกตาเล็กๆ ค่อยๆ ขยับยุกยิกไปมาก่อนจะสามารถลืมขึ้นมาได้ด้วยความยากลำบาก
‘อ่านี้เธอเข้าร่างตัวเองได้แล้วสินะ อือ เจ็บจัง’ เหยาเหยานอนนิ่งๆฟังเสียงคนข้างนอกทะเลาะกันได้สักพัก ก็ลองขยับร่างกายแขนขายกขึ้นลงไปมาแล้วลุกขึ้นมานั่งโดยมีกองผ้าห่มเก่าๆ ผืนบางอยู่บนตัวมือน้อยๆไล่จับสำรวจไปทั่วใบหน้าและลำตัวของตนเอง และลองพยายามออกเสียงดูแต่กลับไม่มีเสียงออกมาเลยสักแอะเดียว
‘ทำอย่างไรดีหรือร่างนี้จะเป็ใบ้ไปเสียแล้วก็เล่นไม่เคยพูดจาหรือส่งเสียงมาก่อนเลยั้แ่เกิดนี้นา อืม คือแห้งจังแฮะเอ๊ะจริงสิ เรามีเ้านั้นอยู่นี่นาอืมยังไงนะท่านเทพบอกว่าให้คิดในใจเรียกหามันก็จะปรากฏขึ้นตรงหน้าเองใช่มั้ย’
เมื่อจำได้เหยาเหยาจึงลองตั้งสมาธิเรียกหา น้ำผึ้งหยกทันทีแล้วไหน้อยๆที่บรรจุน้ำผึ้งหยกอยู่จนเต็มก็ปรากฏออกมาจากกลางอากาศอยู่ตรงหน้าช่างวิเศษยิ่งนัก
เหยาเหยาดีใจมากรีบหยิบถ้วยที่มีน้ำอุ่นๆ อยู่ ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงคงเป็ท่านแม่ที่เตรียมไว้ให้นางดื่ม
‘อืมแล้วจะเอาอันใดตักน้ำผึ้งหยกดีล่ะ เอานิ้วจุ่มรึ? ไม่เอาดีกว่าเทเอาแล้วกันค่อยๆเทไม่น่าจะหกหรอก’
คิดได้ดังนั้นก็พยักหน้าหงึกหงักให้กับความคิดตนเองมือน้อยๆเปิดฝาไม้ที่ปิดไหอยู่จากนั้นก็ค่อยๆเอียงไหน้ำผึ้งให้ตรงปากถ้วยแล้วค่อยๆ เทน้ำผึ้งออกมาจนพอแล้วก็ใช้นิ้วน้อยๆ สั้นๆนั้นปาดน้ำผึ้งออกจากปากไห ก่อนส่งนิ้วเล็กๆ ที่มีน้ำผึ้งติดอยู่นั้นเข้าปากทันที
‘อื้มรสชาตินี้มันช่างล้ำลึกเสียงจริงๆ’ ดวงตากลมโตหลับพริ้มอย่างดื่มด่ำในรสชาติหอมหวานของน้ำผึ้งหยกก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงคนตวาดด่ากันที่ด้านนอกขึ้นอีกแล้วจึงรีบลืมตาขึ้นแล้วดื่มน้ำอุ่นที่ผสมน้ำผึ้งหยกจนหมดถ้วยจากนั้นเหยาเหยาก็รู้สึกถึงความวิเศษของน้ำผึ้งหยก นางหายปวดหัวอย่างทันทีทันใดไม่เจ็บแผล ไม่เจ็บเนื้อเมื่อยตัวอีกแล้ว แถมรู้สึกมีเรี่ยวแรงอารมณ์ก็สดชื่นแจ่มใส่ดีมากๆ จากนั้นก็ลองส่งเสียงดูอีกครั้ง
“อืม โอ๊ะ เสียง ออก มา ละ แล้วแค่กๆ”เสีบงแหบนิดๆพูดพร้อมไออกมาเพราะร่างนี้ไม่เคยได้หัดพูดมาก่อนจึงทำให้ลิ้นแข็งออกเสียงลำบากและพูดได้ไม่ชัดคงต้องฝึกอีกมาก
จากนั้นเหยาเหยาก็นึกในใจว่า้า 'เก็บ' น้ำผึ้งหยกก็หายไปทันทีแล้วขาน้อยๆสั้นๆก็ค่อยๆ กระดึ๊บๆ ลงมาหย่อนขาลงจากเตียงสูงอย่างระมัดระวัง อ่าเป็เด็กขาสั้นนี้ลำบากจริงๆ เลย ก่อนจะเดินดุ๊กดิ๊กมาที่หน้าประตูห้องแล้วค่อยๆโผล่หัวกลมๆ ที่มีทรงผลทรงก้อนซาลาเปาออกมามองดูคนด้านนอก
นั่นเป็ท่านพ่อกับท่านแม่สินะส่วนนั้นก็คงเป็พี่ชายทั้งสองคนของนางสินะเพราะตอนที่ทุกคนคุยกันในห้องนั้นเหยาเหยาก็เริ่มรู้สึกตัวบ้างแล้วเพียงแต่ยังไม่สามารถขยับตัวและลืมตาได้ก็เท่านั้น จึงทำให้รู้ว่าสมาชิกในครอบครัวนางมีใครบ้างนั้นเอง
เห็นแค่แผ่นหลังของทุกคนเองอยากเห็นหน้าตาจังและก็สมใจเ้าตัวน้อยที่แอบดูอยู่เมื่อมีจังหวะที่ลู่หยางหันกลับมาที่ประตูบ้านจนสบตากลมโตของน้องสาวเข้าลู่หยางจึงร้องขึ้นอย่างดีใจ
“น้องเล็กเ้าฟื้นแล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนจึงหันกลับมามองที่ร่างเด็กตัวน้อยที่กำลังแอบดูอยู่หลังประตูโดยโผล่ออกมาให้เห็นแค่หัวส่วนตัวนั้นยังแอบอยู่ในบ้านจนมิดเป็ตาเดียว
เหยาเหยาจึงมีโอกาสได้เห็นหน้าท่านพ่อท่านแม่ของตนเองในชาติภพแห่งโลกคู่ขนานนี้เต็มๆตา เพียงแค่ได้เห็นหน้าทั้งสองชัดๆ เท่านั้นปากจิ้มลิ้มก็เริ่มเบะออกที่ดวงตากลมโตมีน้ำมาคลอหน่วยจวนเจียนจะหยด
ก่อนที่ทุกคนจะคาดคิดสิ่งใดเพราะมัวแต่งงและตกตะลึงกับการแสดงออกของเหยาเหยาที่ทุกคนคิดมาตลอดว่าเป็เด็กปัญญาอ่อนไร้ความรู้สึกนางก็ร้องไห้ออกมาพร้อมทั้งเดินออกจากห้องยกแขนสองข้างชูออกหาท่านพ่อท่านแม่ทันทีเฟยเฟยและลู่ฮันนั้นแทบจะวิ่งพุ่งไปหาร่างน้อยๆนั้นทันทีด้วยความใและดีใจจนหัวใจเต้นรัวกับการที่ได้เห็นบุตรสาวของตนร้องไห้ออกมาเป็ครั้งแรกในชีวิต
“ฮึก ฮืออ ถึง คิกถึง ฮึก ฮื่ออ”เสียงเล็กติดแหบนิดๆ ของเหยาเหยาพยายามเปร่งเสียงพูดแม้จะออกเสียงเบาฟังไม่ค่อยชัดและยังไม่ปะติดปะต่อเป็คำมากนักแต่ก็พอฟังออกได้ สร้างความใและยินดีเป็อย่างยิ่งให้แก่ลู่ฮันเฟยเฟย ลู่จื่อและลู่หยางเป็อย่างมาก
และที่เหยาเหยาถึงกับร้องไห้น้ำตาแตกทันทีที่ได้เห็นหน้าคนทั้งสองชัดๆนั้นก็เพราะคนตรงหน้าที่เป็ท่านพ่อท่านแม่ของนางในชีวิตนี้ มีหน้าตาและบุคลิกท่าทางทุกอย่างเหมือนพ่อกับแม่ของเธอเมื่อชีวิตก่อนราวกับเป็คนๆเดียวกันนั้นเอง แบบนี้มันดีมากจริงๆ ดีมากจริงๆ เลยนะ คิดไปร้องไห้ไปทั้งกอดทั้งซบอกท่านแม่ไปโดยมีท่านพ่อค่อยโอบกอดลูบหลังไม่ห่างแล้วล้อมรอบไปด้วยพี่ชายทั้งสองคน…..