“พวกเรามาคุยกันหน่อยดีมั้ย” ท่านอ๋องทรงทอดพระเนตรไปที่หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนพระชายาองค์ก่อน
“เอ่อ พระองค์ทรงจะเลือกแม่นางท่านนี้หรือพะย่ะค่ะ” กงกงสงสัย
“ขอเลื่อนพิธีเลือกคู่ไปก่อนก็แล้วกัน ขอเราคุยกับแม่นางท่านนี้ก่อน” ท่านอ๋องตรัสกับกงกง
“พะย่ะค่ะ” กงกงรับคำ
หญิงสาวที่ท่านอ๋องทรงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพระพักตร์ได้ถูกเชิญตัวให้เข้าไปในห้องรับรองอีกห้องเพื่อสนทนากันตามลำพัง
ณ ห้องรับรอง
“เ้าคือพี่สาวฝาแฝดของหวนชุ่ยที่มีนามว่าหวนเจินสินะ” ท่านอ๋องทรงรู้จักเพราะหวนชุ่ยเล่าให้ฟังบ่อยๆ
หวนเจินชักมีดสั้นแล้วจ่อไปคอของชายตรงหน้า “พระองค์ทรงสังหารน้องสาวของหม่อมฉันทำไมเพคะ”
“เรารักหวนชุ่ยมาก เราจะฆ่านางได้อย่างไร นางเสียชีวิตเพราะมีอาการโรคเก่ากำเริบต่างหาก” ท่านอ๋องตรัสอ้าง
“น้องสาวของหม่อมฉันแข็งแรงดีทุกอย่างเพคะ นางไม่มีโรคประจำตัว แต่นางเจ็บออดๆ แอดๆ หลังจากที่ได้อยู่กับพระองค์” หวนเจินเชื่อว่าท่านอ๋องทรงวางยาพิษฆ่าน้องสาวของนาง
“เราจะพาเ้าไปเคารพศพหวนชุ่ยดีมั้ย” ท่านอ๋องทรงเสนอ
หวนเจินลังเล นางก็เลยยอมลดมีดสั้นลง จากนั้นก็เดินตามท่านอ๋องเข้าไปในห้องลับ ภายในห้องนั้นเย็นจัดมาก นั่นจึงเป็ห้องที่รักษาสภาพศพได้เป็อย่างดี
หวนเจินเดินเข้าไปหาศพช้าๆ นางก็เห็นน้องสาวที่สวมชุดพระชายา ศพยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา จากนั้นนางก็คุกเข่าและจับมือน้องสาว
“พี่ขอโทษนะหวนชุ่ย พี่น่าจะดูแลเ้าให้ดีกว่านี้” หวนเจินร้องไห้อย่างรู้สึกผิด
“นางบ่นคิดถึงเ้าเสมอเลยนะหวนเจิน” ท่านอ๋องตรัส
“พระองค์ทรงรักนางมากจริงหรือเพคะ” หวนเจินสงสัย
“ไม่มีใครแทนที่นางได้ จนกระทั่งเราเห็นเ้า” ท่านอ๋องทรงโปรยผงยาสลบใส่หวนเจิน จึงทำให้นางสลบไปในบัดดล
จากนั้นท่านอ๋องก็ทรงอุ้มตัวหญิงสาวออกจากห้องลับ และพาไปที่ห้องบรรทมของพระองค์ ตอนนี้หญิงสาวได้ถูกวางบนพระแท่นบรรทมดีๆ
“เ้าช่างดูเหมือนหวนชุ่ยอย่างไม่มีผิดเพี้ยน สมแล้วที่เป็แฝดกัน เ้าอยู่ที่นี่ไปสักพักนะ ให้เราเลือกชายาอีกคนก่อน แล้วเราจะแต่งตั้งเ้าให้เป็สนม” ท่านอ๋องตรัสกับผู้หญิงที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ
ท่านอ๋องทรงมัดข้อมือและข้อเท้าของหวนเจินให้ติดกับเสา จึงทำให้หวนเจินนั้นอยู่ในสภาพกางแขนกางขาบนเตียงนุ่ม
“เราได้ผู้หญิงที่จะมาแทนที่เ้าแล้วหวนชุ่ย” จากนั้นท่านอ๋องก็ทรงเสด็จออกจากห้องบรรทมไป
ซานชุยและเหมยซูที่ติดตามดูท่านอ๋องมาโดยตลอด พวกเขารีบปรากฏตัว แล้วรีบเข้าไปช่วยตัดเชือกให้กับหวนเจิน จากนั้นซานชุยก็รีบอุ้มตัวหญิงสาวเพื่อหลบหนีออกไปจากตำหนักของท่านอ๋องทันที
โชคดีที่เหล่าทหารองครักษ์ต่างเอาแต่เฝ้าอารักขาในส่วนที่เป็พิธีเลือกคู่ที่จัดอยู่ในสวนอุทยาน จึงทำให้ซานชุยสามารถพาหวนเจินหลบหนีได้อย่างง่ายดาย
ผ่านไปไม่นานทั้งสามก็เข้าไปในบ้านร้างเพื่อตั้งหลักก่อน
ซานชุยวางฮูหยินของเขาไว้บนพื้น จากนั้นเขาก็พยายามเขย่าตัวหญิงสาว
“หวนเจิน หวนเจิน ตื่นเถอะนะ” ซานชุยพยายามปลุก
หวนเจินค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น และรีบลุกขึ้นนั่งทันทีพร้อมกับคลำมีดสั้นเพื่อใช้ป้องกันตัว
“ข้าเอง สามีเ้าไง” ซานชุยกล่าว
“ซานชุย! ท่านช่วยข้าไว้อย่างงั้นหรือเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“ทำไมต้องเข้าไปปองร้ายท่านอ๋องด้วยล่ะ” ซานชุยไม่เข้าใจ
“เื่มันยาว ข้าไม่อยากเล่าเ้าค่ะ” หวนเจินหันหน้าหนี
“เ้าไม่มีทางต่อกรท่านอ๋องได้หรอก พระองค์ทรงฉลาดมากเลยนะ” เหมยซูกล่าวบ้าง
“เหมยซ เอ้ย ซวงเหมย ท่านก็มาด้วยอย่างนั้นหรือเ้าคะ แล้วท่านไม่ต้องขายของเก่าหมายเลข 10 อย่างนั้นหรือ” หวนเจินเกือบพลั้งปากเรียกท่านหมอ
“เสื้อไข่มุกไม่ได้อยู่ที่เ้าอย่างนั้นหรือ” เหมยซูใเพราะนางเข้าใจมาตลอดว่าหวนเจินเป็คนขโมยเสื้อไข่มุก
“ข้าไม่ได้แตะต้องกล่องนั้นเลยด้วยซ้ำ” หวนเจินไม่รู้เื่
“แล้วทำไมเ้าต้องเขียนจดหมายบอกสามีเ้าเช่นนั้นด้วย” เหมยซูไม่เข้าใจ
“ข้า เอ่อ….” หวนเจินรู้สึกผิด
“พวกเราเคยสาบานว่าจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตลอดชีวิตไม่ใช่หรือ” ซานชุยทวงสัญญา
“ก็ได้เ้าค่ะ ข้าบอกก็ได้ คืนนั้นข้าได้ตื่นมากลางดึก ข้ามองเห็นท่านป้าเหวยลู่และเด็กรับใช้ได้นำกล่องของเก่าหมายเลขสิบมาเก็บที่ร้ายขายของเก่า พอพวกนางจากไปเพียงไม่นาน คนร้ายชุดดำสองคนก็บุกเข้ามาที่ร้าน ดังนั้นข้าก็เลยเข้าไปขัดขวางพวกเขา คนร้ายคนนึงรีบปะมือกับข้า และบอกให้อีกคนกลับไปหาเ้านายพร้อมกับห่ออะไรบางอย่าง ข้าปะมือไปนานพอสมควร คนร้ายก็เลยเปิดหน้า ทำให้ข้ารู้ว่านั่นคือ ฉีเหมย สหายของข้าตอนที่พวกเราถูกขบวนการล้างสมองจับตัวไป พวกเราก็เลยหยุดปะมือกัน นางบอกข้าว่าน้องสาวของข้าไม่ได้ตายเพราะป่วยธรรมดา แต่เป็เพราะท่านอ๋องทรงวางยานางต่างหาก ผ่านไปไม่นานน้องสาวของข้าก็ตายเพราะพิษ ข้ารู้ดีว่าการแก้แค้นชายสูงศักดิ์ มันทำให้ข้าต้องกลายเป็นักโทษแผ่นดิน ข้าไม่อยากให้สามีที่ข้ารักเดือดร้อนไปด้วย ข้าก็เลยเขียนจดหมายเพื่อตัดขาดจากท่าน” หวนเจินกล่าว
“ท่านอ๋องทรงรักหวนชุ่ยมาก พระองค์ทรงฆ่าน้องสาวของเ้าทำไมกัน อีกอย่างมีข่าวบอกว่าั้แ่พระองค์ทรงสูญเสียน้องสาวเ้าไป พระองค์ทรงเอาแต่ใช้ชีวิตอยู่กับศพและเฝ้ามองดูเสื้อไข่มุก จึงทำให้ฝ่าาทรงตัดสินพระทัยสั่งให้ทหารองครักษ์ไปขโมยเสื้อไข่มุกนั้น และแต่งตั้งให้ท่านอ๋องเป็ผู้ตรวจการแผ่นดินไปตรวจราชการที่เมืองหนานโจว” เหมยซูไม่เข้าใจ
“นี่เ้าค่ะ นี่คือใบรับรองของหมอหลวงที่หวนชุ่ยหรือน้องสาวข้าฝากให้ฉีเหมยมอบให้ข้า” หวนเจินยื่นใบรับรองให้เหมยซู
เหมยซูรับใบรับรองของหมอหลวงมาอ่านและกล่าวว่า “ท่านอ๋องทรงมีอาการทางจิตขั้นรุนแรง และบอกให้หวนชุ่ยระวังตัวอย่างนั้นหรือ”
“ใบรับรองนี้ออกโดยสำนักหมอหลวงจริงๆ เพราะมีตราประทับ แต่ฝ่าาทรงไม่ให้แพร่งพราย แต่ให้ไปเตือนพระชายาหวนชุ่ยแทนเ้าค่ะ” หวนเจินสงสารน้องสาวที่ต้องกลายเป็เหยื่อ
“เื่นี้เชื่อได้แน่หรือ บางทีสหายของเ้าได้ถูกยาสลายตัวตนครอบงำไปแล้ว ทำให้นางทำตามคำสั่งของขบวนการล้างสมอง และจงใจหลอกลวงใส่ร้ายท่านอ๋องให้เ้าฟัง เพื่อหลอกให้เ้าไปแก้แค้นท่านอ๋องก็เป็ได้” เหมยซูเตือน
“ท่านเองก็เห็นนี่เ้าคะ ว่าท่านอ๋องทรงโปรยผงยาสลบใส่ข้า” หวนเจินสงสัยในพฤติกรรมของท่านอ๋อง
“แต่เ้าตั้งใจจะสังหารท่านอ๋องไม่ใช่หรือ บางทีท่านอ๋องทรงอยากหยุดเ้ามากกว่า” เหมยซูกล่าวอย่างเป็ธรรม
“ข้าว่าพวกเรารอดูต่อไปเถิดนะ พวกเราแฝงตัวไปเป็เหล่าบริวารท่านอ๋องไปก่อนก็ได้” ซานชุยแนะนำ
“นั่นสิหวนเจิน อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามทำอะไรเลย ให้พวกเราสืบทราบความจริงเสียก่อน” เหมยซูกลัวแก้แค้นผิดคน
“ก็ได้เ้าค่ะ” หวนเจินยอมฟัง
หวนเจินกับเหมยซูจึงปลอมตัวเป็นางกำนัล ส่วนซานชุยก็ปลอมตัวเป็ทหารองครักษ์เพื่อเฝ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของท่านอ๋อง
********************************************
ณ พิธีเลือกคู่ที่จัดอยู่ในสวนอุทยาน
ท่านอ๋องทรงเลือกบุตรสาวขุนนางจำนวน 5 คนใน 30 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหวางเฟยอยู่ด้วย ดังนั้นท่านอ๋องจึงทรงมีพระบัญชาให้หญิงสาวทั้งห้าแสดงความสามารถพิเศษให้ทุกคนในอุทยานได้ชม
หญิงสาวทั้งห้าไปเตรียมตัวการแสดง ผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็กลับมาที่สวนอุทยาน แต่พบว่าเหลือสาวงามเพียง 4 คนเท่านั้น
“หวางเฟยอยู่ที่ไหน ทำไมนางถึงหายไป” ท่านอ๋องทรงกริ้ว
“ทูลท่านอ๋อง แม่นางหวางเฟยได้แจ้งสละสิทธิ์พะย่ะค่ะ” กงกงทูล
ท่านอ๋องทรงกำพระหัตถ์ไว้แน่น แต่ก็ทรงพยายามสงบพระทัยไว้ จากนั้นก็ทรงปรับอารมณ์และทอดพระเนตรดูหญิงสาวทั้งสี่แสดงความสามารถพิเศษต่อไป
“นั่นฉีเหมยนี่เ้าคะ” หวนเจินชี้ให้ดู
“นางเป็จอมยุทธ์หญิง ไม่ใช่บุตรสาวขุนนาง เหตุใดนางถึงเข้าพิธีเลือกคู่ได้ล่ะ” เหมยซูสงสัย
“ได้ยินว่านางใช้ชื่อว่า ฝานเว่ย ซึ่งเป็บุตรสาวของท่านผู้ว่าการมณฑลหนานโจว” ซานชุยสืบมาได้
ตอนนี้ทั้งสามมองเห็นว่า ฉีเหมยได้ร่ายรำมีดสั้นอย่างอ่อนช้อย แลดูงดงาม พอจบการแสดงก็เลยไปนั่งตรงตำแหน่งที่เ้าหน้าที่จัดไว้ให้ และนั่งดูการแสดงของคนถัดไป
พอถึงคนที่สอง หญิงสาวได้ดีดพิณให้ทุกคนฟัง เสียงพิณก็ไพเราะจับใจ พอเล่นจบ ทุกคนก็ปรบมือชื่นชม
คนที่สาม นางได้ร้องเพลงหอมกลิ่นบุปผา น้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้ง ทุกคนต่างตั้งใจฟังราวกับต้องมนตร์สะกด พอฟังจบก็อยากฟังอีก แต่ก็ต้องยอมปรบมือเพื่อรอดูการแสดงของคนสุดท้าย
และแล้ว คนสุดท้ายที่มีนามว่า ซือหม่าอี้ ก็เริ่มแสดงความสามารถพิเศษ สิ่งที่นางแสดงก็คือการเขียนบทกลอน ลายมือของนางสวยมาก เมื่อแต่งจบ กงกงก็อ่านให้ทุกคนฟัง
“ทั้งสี่คนต่างมีความสามารถ แล้วท่านอ๋องทรงจะเลือกผู้ใดล่ะ” ซานชุยสงสัย
“รอดูกันไปก่อนเถิด” เหมยซูคาดการณ์ไม่ถูก
ท่านอ๋องทรงชอบผู้หญิงที่มีความรู้ ดังนั้นพระองค์จึงทรงมีแนวโน้มที่จะเลือกซือหม่าอี้ แต่ก่อนที่ท่านอ๋องทรงจะเลือกคู่ครองนั้น อยู่ดีๆ ฉีเหมยที่ใช้นามว่าฝานเว่ยก็ขอคุยกับท่านอ๋องเป็การส่วนตัว
********************************************
ณ ห้องทรงงาน
“มีอะไรอย่างนั้นหรือฝานเว่ย” ท่านอ๋องตรัส
“หม่อมฉันมีอะไรให้พระองค์ทรงทอดพระเนตรเพคะ” ฉีเหมยหรือฝานเว่ยกล่าว
“เ้าจะติดสินบนเราอย่างนั้นหรือ” ท่านอ๋องทรงไม่พอพระทัย
“นี่คือเสื้อไข่มุกที่พระองค์ทรงสั่งทำเพื่อประทานให้พระชายาพระองค์ก่อนใช่มั้ยเพคะ” ฝานเว่ยวางเสื้อไข่มุกไว้บนโต๊ะ
“ใช่! เสื้อนั่นเป็ของชายาของเรา เ้าได้มาได้อย่างไร” ท่านอ๋องทรงจำได้
“หม่อมฉันไปซื้อมาจากร้านขายของเก่าเพคะ” ฝานเว่ยแต่งเื่ เพราะแท้ที่จริงแล้วนางไปขโมยมาต่างหาก
“งั้นเราจะจ่ายให้เ้าเป็สองเท่า” ท่านอ๋องทรงอยากได้ของคืน
“หม่อมฉันไม่้าอัฐเพคะ” ฝานเว่ย้าอย่างอื่น
“แล้วเ้า้าอะไร” ท่านอ๋องทรงสงสัย
“ตำแหน่งพระชายาเพคะ” ฝานเว่ยกล่าว
“แต่เราไม่ได้ถูกใจเ้า” ท่านอ๋องตรัสตามตรง
“พระองค์ทรงจะมีสนมกี่พระองค์ก็ได้ ขอเพียงให้หม่อมฉันเป็ชายาตัวจริงของพระองค์เท่านั้นนะเพคะ” ฝานเว่ยกล่าว
“เ้า้าแค่นั้นจริงหรือ” ท่านอ๋องทรงสงสัย
“แค่นั้นจริงๆ เพคะ” ฝานเว่ยกล่าว
“ก็ได้! เราจะเลือกเ้า เอาเสื้อไข่มุกมาให้เราก่อนสิ” ท่านอ๋องตรัส
“ไว้ให้หม่อมฉันได้รับการแต่งตั้งเป็ชายาของพระองค์ก่อน หม่อมฉันจะถวายคืนพระองค์เองเพคะ” ฝานเว่ยทำเพื่อป้องกันการถูกหักหลังภายหลัง
“อย่างนั้นก็ได้ พวกเรารีบกลับไปที่อุทยานก่อนเถิด” ท่านอ๋องทรงยอมทำตาม
จากนั้นทั้งสองก็เดินกลับเข้าไปในสวนอุทยาน
ตอนนี้ฝานเว่ยได้ยืนอยู่ริมสุดของแถวหน้ากระดาน
ท่านอ๋องเสด็จไปคล้องสร้อยไข่มุกให้กับฝานเว่ย เป็อันว่าฝานเว่ยก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็พระชายาตามข้อตกลง
เหมยซูที่ปลอมตัวเป็นางกำนัลข้างกายพระชายาที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง นางได้รับมอบหมายจากพระชายาให้นำเสื้อไข่มุกไปถวายท่านอ๋องในห้องทรงงาน
********************************************
ณ ห้องทรงงาน
“เ้านำไปวางไว้บนโต๊ะ แล้วออกไปได้” ท่านอ๋องตรัสเสียงเรียบ
“เพคะ” เหมยซูวางเสร็จ กำลังจะเดินออกไป แต่ก็ถูกกล่าวรั้ง
“ช้าก่อน ตอนนี้ชายาของเราอยู่ที่ไหน” ท่านอ๋องตรัสถาม
“ทรงอยู่ในห้องบรรทมที่พระองค์ทรงจัดไว้ให้เพคะ” เหมยซูทูลรายงาน
“เ้าเป็นางกำนัลคนใหม่ จงไปเรียนรู้งานจากหัวหน้านางกำนัลก่อนเถิด” ท่านอ๋องตรัสสั่ง
“และหากพระชายาทรงเรียกล่ะเพคะ” เหมยซูกังวล
“อีกสักหน่อยเราจะอยู่เป็เพื่อนนางเอง ถึงตอนนั้นเ้าห้ามรบกวนเด็ดขาด คงเข้าใจใช่มั้ยว่าชายหญิงจะทำอะไรกันเมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสอง” ท่านอ๋องตรัสอ้าง
“เข้าใจเพคะ” เหมยซูรับคำ
เหมยซูจึงไปเรียนรู้งานกับหัวหน้านางกำนัล และปล่อยให้พระชายาฝานเว่ยอยู่ในห้องบรรทมเพียงลำพังตามพระบัญชาของท่านอ๋อง
********************************************
ณ ห้องลับที่เก็บศพของหวนชุ่ย
“เ้า้าอะไรอย่างนั้นหรือ” ซานชุยสงสัย
“ข้าจะพาน้องสาวไปทำพิธีศพ ได้โปรดช่วยแบกศพน้องสาวของข้าจะได้หรือไม่เ้าคะ” หวนเจินขอร้อง
“แต่นี่คือการขโมยศพพระชายาพระองค์ก่อนเลยนะ” ซานชุยกล่าว
“ข้าไม่้าให้ท่านอ๋องทรงจองจำนางอยู่ที่นี่ ข้ากลัวว่าดวงิญญาของนางจะวนเวียนอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนน่ะสิเ้าคะ” หวนเจินอยากให้น้องสาวไปสู่สุคติ
“ก็ได้ ข้าจะทำเพื่อเ้า” ซานชุยยอมทำเพื่อฮูหยิน
“ขอบคุณเ้าค่ะ” หวนเจินรู้สึกซึ้งใจ
และแล้วหวนเจินก็เปลี่ยนแผนใหม่ นางไม่ได้สังหารท่านอ๋องเพื่อแก้แค้นตามเจตนารมณ์เดิม แต่นางจะขโมยศพน้องสาวเพื่อไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
********************************************
ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม ท่านอ๋องก็ทรงให้ผ้าปิดจมูก แล้วเสด็จเข้าไปในห้องบรรทมของพระชายาพระองค์ใหม่
ตอนนี้ฉีเหมยหรือฝานเว่ยกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นด้วยท่าทางอ่อนระโหยโรยแรง
ท่านอ๋องทรงพลิกตัวหญิงสาวให้นอนหงายดีๆ
พอฉีเหมยลืมตาและมองเห็นผู้เข้ามาในห้อง นางก็เลยกล่าวอย่างอ่อนแรงว่า “พระองค์ทรงวางยาพิษหม่อมฉันหรือเพคะ”
“อย่านึกว่าเราไม่รู้ว่าเ้าเป็คนขององครักษ์กู่เหวิน เขาคงส่งเ้ามาแก้แค้นเราสินะ” ท่านอ๋องตรัสอย่างรู้ทัน
“พระองค์ทรงโเี้อำมหิตยิ่งนัก ที่วางยาพิษพระชายาพระองค์แรก คงเห็นว่าพระนางเป็น้องสาวองครักษ์ตำแหน่งเล็กๆ พระองค์ก็เลยดำริอยากทำอะไรก็ได้โดยไม่สนพระทัยผู้ใด” ฉีเหมยที่ปลอมเป็ฝานเว่ยกล่าวอย่างอ่อนแรง
“เ้าเองก็งดงาม แต่ยังงามไม่พอ ถ้าเราเอาเ้าไปเป็แบบวาดภาพ ผลงานภาพที่เราวาดก็จะไม่สวยและไม่มีจิติญญา” ท่านอ๋องตรัส
“์มีตา ยังไง์ก็ต้องลงโทษพระองค์เพคะ” ฉีเหมยกล่าว
“เ้าจงนอนรอความตายอยู่ที่นี่เถิด เราได้แบบวาดภาพที่จะมาแทนที่หวนชุ่ยแล้ว” ท่านอ๋องตรัส
“หวนเจินอย่างนั้นหรือเพคะ” ฉีเหมยเป็ห่วงสหายเก่า
“น่าเจ็บใจนักที่หวนเจินหนีไปได้ แต่ไม่เป็ไร เรามีผู้หญิงที่งดงามยิ่งกว่านาง” ท่านอ๋องเสด็จออกจากห้องบรรทมไปโดยไม่สนใจชายาที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็ทางการนั่นอีกเลย
เหมยซูเรียนรู้งานจากหัวหน้านางกำนัลเสร็จเรียบร้อย นางก็เลยรีบไปหาพระชายาที่ห้องบรรทม แต่ทว่านางกลับได้กลิ่นกำยานที่มีไอพิษเจือปน เนื่องจากนางเป็หมอ นางจึงรู้ว่าภายในห้องต้องเกิดเหตุอะไรบางอย่างเพราะไอพิษนั่น ดังนั้นนางจึงรีบนำผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูก และรีบเข้าไปดูภายในห้องทันที
เมื่อเข้าไปในห้อง เหมยซูก็มองเห็นพระชายาทรงอยู่ในท่านอนหงายและกำลังหายใจรวยริน นางจึงรีบเข้าไปดูอาการ
“ทรงเป็อย่างไรบ้างเพคะ” เหมยซูรีบประคองพระชายา
“หนีไปซะ ภายในห้องนี้มีไอพิษ” ฉีเหมยเตือน
เหมยซูรีบจับชีพจร และรีบควักขวดยาสกัดพิษออกมา จากนั้นก็ให้พระชายาเสวยยาลูกกลอนหนึ่งเม็ด
“หม่อมฉันมาช้าเกินไป พิษได้กระจายไปทั่วพระวรกายแล้วเพคะ” เหมยซูสังเกตจากสีหน้าและสีผิวที่ตอนนี้เริ่มหมองคล้ำไปทั่วร่างกาย
“ไม่ใช่ความผิดของเ้าหรอก หากเ้าเป็หมอ เ้าจงรีบไปช่วยชีวิตผู้หญิงอีกคนเถิด นางกำลังจะกลายเป็เหยื่อของท่านอ๋อง พระองค์ทรงมีภาวะทางจิต พระองค์ทรง้าหญิงงามมาเป็แบบวาดภาพ หลังจากนั้นก็จะวางยาพิษฆ่าหญิงผู้นั้น เพื่อให้ดวงิญญาของนางย้ายไปสิงในภาพแทน แต่ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร เ้าจงรีบหนีไปก่อนที่ใครจะเข้าใจผิดคิดว่าเ้าลอบสังหารเรา” ฉีเหมยกล่าว
เหมยซูมีน้ำตาคลอที่นางมิอาจช่วยชีวิตหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้าได้ ดังนั้นเหมยซูจึงทำเพียงฉีกผ้าม่านแล้วห่อหุ้มกระถางกำยานไปโยนทิ้งลงบ่อน้ำในอุทยาน เพื่อไม่ให้พระชายาได้รับไอพิษเพิ่ม จากนั้นนางก็รีบตามหาห้องลับที่คาดว่าจะกักขังหญิงโฉมงามที่กำลังจะกลายเป็เหยื่อคนถัดไป
********************************************
ณ ห้องวาดภาพ
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ ทรงจับหม่อมฉันมัดไว้แบบนี้ทำไมกัน” หวางเฟยใในการกระทำของท่านอ๋อง
“ทำไมเ้าถึงสละสิทธิ์ล่ะ ทั้งๆ ที่เราก็ถูกใจเ้ามาก เราปรารถนาให้เ้ามาเป็ชายาของเราจริงๆ นะ” ท่านอ๋องตรัส
“หม่อมฉันไม่พร้อมเพคะ หม่อมฉันอยากใช้ชีวิตอิสระ” หวางเฟยกล่าวตามจริง
“และที่พวกเราไปพบกันที่ริมแม่น้ำบ่อยๆ เ้าไม่มีใจให้เราบ้างเลยงั้นหรือ” ท่านอ๋องตรัสอย่างน้อยพระทัย
“หม่อมฉันเห็นพระองค์เป็เพียงสหายคนนึงเท่านั้น หม่อมฉันไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับพระองค์เลยนะเพคะ” หวางเฟยกล่าว
“เอาเถอะ ในเมื่อเราได้เลือกชายาไปแล้ว งั้นเ้าก็มาเป็แบบวาดภาพให้เราเฉยๆ ก็ได้” ท่านอ๋องทรงกล่อม
“ถ้าเป็แค่แบบวาดภาพเฉยๆจริง เหตุใดถึงต้องจับหม่อมฉันมัดไว้แบบนี้ด้วยล่ะเพคะ แถมยังให้หม่อมฉันสวมเสื้อไข่มุกนี่อีก” หวางเฟยไม่เข้าใจ
“มันสวยมากใช่มั้ยล่ะ เ้าชอบมั้ย” ท่านอ๋องทรงภูมิใจในเสื้อไข่มุกที่พระองค์ทรงสั่งตัดให้พระชายาองค์ก่อน
“หม่อมฉัน เอ่อ” หวางเฟยไม่ชอบแต่ก็ไม่กล้าพูดตรงๆ
ท่านอ๋องทรงตบหน้าหญิงสาวโดยแรง และตรัสว่า “เราถามว่าเ้าชอบมั้ย”
“ชะ ชอบเพคะ” หวางเฟยจำต้องกล่าวเช่นนั้นเพราะกลัวถูกทำร้ายอีก
“ก็แค่นี้! อยู่นิ่งๆ ห้ามขยับ เราวาดเสร็จเมื่อไหร่ เราจะปล่อยเ้าไป” ท่านอ๋องตรัสด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
หวางเฟยเกิดมาก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ นางอยากจะร้องไห้ แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้ เพราะกลัวท่านอ๋องทรงทำร้ายร่างกาย ตอนนี้ท่านอ๋องทรงกลายเป็คนเสียสติไปแล้ว
ผ่านไปสามชั่วยาม ท่านอ๋องหกก็ทรงวาดภาพเสร็จ จากนั้นพระองค์ก็ทรงหันภาพให้หญิงสาวดู
“เป็ไงสวยมั้ย” ท่านอ๋องทรงอวดผลงาน
“สะ สวยเพคะ” หวางเฟยรีบพูด
“เราจะให้เ้ากินยานี่ก่อน เราถึงจะปล่อยเ้าไป” ท่านอ๋องทรงแสร้งตรัส ทั้งๆ ที่ทรง้าให้นางกินยาพิษ
หวางเฟยกลัวว่าจะเป็ยาพิษ นางก็เลยหันหน้าหนี
ท่านอ๋องทรงกริ้วมาก พระองค์ทรงตบหน้าหญิงสาวอีกครั้ง จากนั้นก็บีบจมูกเพื่อให้หญิงสาวอ้าปากยอมเปิดปากกินยาลูกกลอน พอนางยอมกลืน พระองค์ถึงทรงยอมปล่อย
พอท่านอ๋องทรงแกะเชือกออก พระองค์ก็ทรงอุ้มหญิงสาวไปวางบนแท่นหิน เพราะตอนนี้หญิงสาวชาไปทั้งตัวและขยับตัวไม่ได้เลย
“ทรงทำแบบนี้ทำไมเพคะ” หวางเฟยมีน้ำตาไหลพราก
“หลังจากเ้าตายไปแล้ว ดวงิญญาของเ้าก็จะสิงอยู่ในภาพที่เราวาด ภาพของเราก็จะมีชีวิต และดูงดงามไปตลอดกาลไงล่ะ” ท่านอ๋องตรัส
“พระองค์ทรงทำแบบนี้กับผู้หญิงที่พระองค์ทรงวาดอยู่ริมแม่น้ำด้วยใช่มั้ยเพคะ” หวางเฟยสงสัย
“ใช่! เพราะเหตุนี้ ไม่ว่าเราวาดหวนชุ่ยสักกี่ครั้ง ภาพของนางก็ยังงดงามเสมอไงล่ะ” ท่านอ๋องตรัส
“แสดงว่าภาพผู้หญิงทุกคนในห้องนี้ ก็เป็เหยื่อของพระองค์ทั้งหมดใช่มั้ยเพคะ” หวางเฟยมองเห็นภาพผู้หญิงที่มีประมาณ 20 คน
“แต่ภาพของเ้าสวยที่สุดรู้มั้ย ไม่มีใครสวยสู้เ้าได้เลยสักคน และดูสิ ยิ่งเ้าสวมเสื้อไข่มุกที่เราสั่งตัด เ้าก็ยิ่งงดงามมาก” ท่านอ๋องทรงพอพระทัยในความงามของหญิงสาว
“หม่อมฉันเป็ถึงบุตรสาวราชครู หากหม่อมฉันยังไม่กลับถึงจวนท่านพ่อ ท่านพ่อต้องรีบส่งคนออกตามหาหม่อมฉันจนทั่วเมืองหลวงเป็แน่เพคะ” หวางเฟยขู่
“เราว่าเ้าได้รับพิษน้อยไปหน่อยนะ เพราะเ้ายังดูแข็งแรงดีถึงต่อปากต่อคำกับเราได้ งั้นเราจะให้เ้ากินยาอีกเม็ดก็แล้วกัน” ท่านอ๋องทรงดำริว่าพิษออกฤทธิ์ช้าไปหน่อย
“อย่านะเพคะ” หวางเฟยกลัวมากแต่ก็ขยับตัวไม่ได้
ท่านอ๋องทรงกำลังจะป้อนยาให้หวางเฟยทานอีกเม็ด แต่ทว่าพระองค์ก็ทรงถูกแจกันฟาดไปที่พระเศียรจนสลบไป
“ท่านคือคนที่พอกหน้าให้ข้าในตอนนั้นนี่” หวางเฟยจำซวงเหมยในร้านขายของเก่าได้
“อย่าเพิ่งถามมากเลย รีบกินยาสกัดพิษไปก่อน เ้าเพิ่งได้รับยาพิษ พิษจึงยังไม่กระจายไปทั่วร่างกาย” เหมยซูตรวจอาการแล้วกล่าว
หวางเฟยจึงยอมกินยาสกัดพิษ จากนั้นเหมยซูจึงรีบดำเนินการฝังเข็ม เพื่อให้หวางเฟยรู้สึกหายชา แต่พอฝังเข็มเสร็จ เหมยซูกลับถูกบีบคอ
“เ้าเป็นางกำนัลคนใหม่ เหตุใดถึงจุ้นแบบนี้ ไม่กลัวตายหรืออย่างไร” ท่านอ๋องตรัสด้วยความกริ้ว
“ละ เลิกก่อกรรมทำชั่วเถิดเพคะ พระองค์ทรงไม่ควรทำร้ายผู้หญิงแบบนี้” เหมยซูพูดอย่างลำบากเพราะถูกบีบคอ
“เ้ารู้มากเกินไปแล้ว ตายซะเถอะ” ท่านอ๋องทรงออกแรงบีบเพิ่มอีก
ฉีเหมยที่ปลอมตัวเป็ฝานเว่ย นางเดินเข้ามาในห้องลับอย่างอ่อนระโหยโรยแรง นางใช้พลังเฮือกสุดท้ายรีบชักกระบี่และแทงไปที่หลังของชายสูงศักดิ์
ท่านอ๋องทรงแข็งแรงมาก พระองค์ทรงยอมปล่อยพระหัตถ์และหันไปต่อสู้กับพระชายาที่เพิ่งแต่งตั้ง ตอนนี้พระองค์ทรงชักดาบแล้วแทงเข้ากลางอกของฉีเหมยหรือฝานเว่ย
“เ้าหาเื่ตายเองนะฝานเว่ย” ท่านอ๋องตรัส
ท่านอ๋องทรงชักดาบกลับและกำลังเสด็จกลับไปที่หญิงสาวที่กำลังช่วยเหลือหวางเฟยหนีออกไปจากห้องลับ
ฉีเหมยที่ตอนนี้ล้มหน้าคะมำ แต่นางก็พยายามคลานไปจับข้อพระบาทเพื่อไม่ให้ท่านอ๋องเสด็จไปได้โดยง่าย ดังนั้นพระองค์จึงซัดฝ่ามือไปที่หัวของหญิงสาวทำให้ในตอนนี้ฉีเหมยได้กระอักเืและเสียชีวิตฉับพลัน
เหมยซูรีบประคองตัวหวางเฟยที่ค่อยๆ กลับมาเป็ปกติ แต่ก็หนีไม่ทันเพราะชายสูงศักดิ์ะโมาดักหน้าไว้
“ตายซะเถอะ เราไม่มีวันปล่อยพวกเ้าไปเป็พยานเอาผิดเราหรอก” ท่านอ๋องตรัส
โชคดีที่มีชายชุดดำฟันดาบเข้าขัดขวางได้ทันเวลาพอดี เขารีบกล่าวกับหญิงสาวว่า “รีบหนีไปซะ ถ้าไม่อยากตาย”
เหมยซูจึงรีบพาหวางเฟยหนีออกไปจากห้องลับได้สำเร็จ
ตอนนี้ชายชุดดำได้ปะทะกับท่านอ๋อง แต่เพราะท่านอ๋องทรงเสียเืมากจากการถูกกระบี่แทงที่หลัง ทำให้พละกำลังค่อยๆ เสื่อมถอย และชายชุดดำก็เป็ฝ่ายได้เปรียบ พวกเขาฟาดฟันกันในห้องลับได้เพียงไม่นาน ท่านอ๋องก็ทรงกลายเป็ฝ่ายพลาดท่า ชายชุดดำปัดดาบของพระองค์จนหลุดออกจากพระหัตถ์ และได้ทำการแทงดาบทะลุกลางพระอุระโดยพลัน ในตอนนี้ท่านอ๋องทรงสิ้นพระชนม์ทันที
ชายชุดดำเดินเข้าไปจับชีพจร พอพบว่าท่านอ๋องทรงสิ้นชีพแล้ว เขาจึงเปิดหน้าแล้วกลายเป็องครักษ์กู่เหวิน เขาเดินไปที่ภาพของพระชายาพระองค์แรก ซึ่งนั่นก็คือน้องสาวของเขาเอง เขารีบหยิบภาพของน้องสาวแล้วกล่าวว่า “พี่แก้แค้นให้น้องได้สำเร็จแล้วนะ” จากนั้นเขาก็ปิดหน้าไว้ดังเดิม แล้วรีบหนีไปพร้อมกับภาพของน้องสาว
********************************************
ณ กลางป่า
องครักษ์กู่เหวิน ได้ก่อกองไฟพร้อมกับเผาภาพน้องสาว
“ท่านไม่ควรใช้งานจอมยุทธ์หญิงให้ทำงานส่วนตัวเช่นนี้นะ ไม่เช่นนั้นพวกเราอาจเสียการใหญ่ได้” ประมุขพรรคกงซานเตือน
“การกำจัดอ๋องหก ก็เป็งานสำคัญของพวกเราเหมือนกัน” องครักษ์กู่เหวินกล่าวอ้าง
“แต่หลังๆ มานี้ท่านอ๋องทรงสนับสนุนขบวนการล้างสมองด้วยทรัพย์สินมีค่าของพระองค์เชียวนะ” ประมุขพรรคกงซานกล่าว
“คนมีภาวะทางจิตแบบนั้นช่วยงานพวกเราไม่ได้หรอก อย่าเสียดายไปเลย” กู่เหวินกล่าว
“ตอนนี้ฝ่าาเสด็จมาที่เกิดเหตุแล้ว พระองค์ทรงเข้าพระทัยว่าพระอนุชาทรงจับพระชายามาเป็แบบวาดภาพและวางยาพิษพระนาง แต่เพราะพระนางมีวรยุทธ์จึงทำให้ทั้งสองปะทะปะมือกันจนทำให้ต่างฝ่ายต่างถูกแทงจนเสียชีวิตกันทั้งคู่” ประมุขพรรคกงซานรายงานสถานการณ์
“ดีแล้ว! ให้ข้าเผาภาพเสร็จก่อน แล้วข้าจะตามไปที่ฐานลับก็แล้วกัน” กู่เหวินกล่าว
********************************************
ณ ป่าอีกด้าน
เหมยซูประคองหวางเฟยจนถึงกลางป่า นางรีบก่อกองไฟ เพื่อที่จะได้มองดูเข็มที่ฝังในคราวนั้น นางยังไม่ได้ดึงเข็มออกให้หวางเฟยเลยสักเล่ม
“โชคดีที่ชายชุดดำช่วยชีวิตพวกเราไว้” พอเหมยซูดึงเข็มออกจนหมดแล้ว ค่อยกล่าว
“ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยชีวิตข้าไว้” หวางเฟยรู้สึกซึ้งใจ
“โชคดีที่เ้าเพิ่งถูกพิษได้ไม่นาน ข้าก็เลยช่วยเ้าทัน” เหมยซูกล่าว
“แล้วจะเอายังไงต่อดี” หวางเฟยยังไม่มีแผน
“ข้าว่าเ้ารีบเผาทำลายเสื้อไข่มุกนั่นก่อน โชคดีที่ข้ามือไวรีบหยิบม้วนภาพของเ้ามาด้วย จะได้เผาทำลายด้วยกันเลย” เหมยซูกล่าว
“เผาทำไม น่าเสียดายออก” หวางเฟยอยากเก็บภาพของตัวเองไว้
“ข้ามองเห็นมือปราบและกองทหารมุ่งหน้าไปที่จวนท่านอ๋อง แสดงว่าที่นั่นเกิดเื่แล้ว หากที่นั่นมีภาพของเ้าอยู่ด้วย หรือภาพเ้าหลุดไปถึงมือท่านมือปราบ เ้าอาจเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีด้วยนะ ดีไม่ดีอาจเป็แพะรับบาปแทนผู้อื่นก็เป็ได้” เหมยซูต้องรอบคอบไว้ก่อน
“เผาก็เผา ต่อไปข้าจะไม่คบหาคนแปลกหน้าอีกแล้ว” หวางเฟยรู้สึกเข็ด นางไม่คิดว่าคนที่ดูดีแลมีชาติตระกูลจะน่ากลัวถึงเพียงนี้
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ แค่เ้าระมัดระวังตัวมากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง” เหมยซูกล่าว
“ในตอนที่ท่านอ๋องทรงอยู่ริมแม่น้ำ พระองค์ทรงปกติดีทุกอย่าง เหตุใดถึงทรงกลายเป็เช่นนี้ไปได้” หวางเฟยไม่อยากจะเชื่อ
“คงต้องไปสอบถามหมอหลวงที่ตรวจสภาวะทางจิตของท่านอ๋องแล้วล่ะ” เหมยซูตอบไม่ได้
“อะไรนะ! มีการตรวจว่าท่านอ๋องทรงป่วยทางจิต เหตุใดถึงไม่ยอมรักษาล่ะ” หวางเฟยใ
“เพื่อรักษาชื่อเสียง ก็เลยจำต้องปกปิดด้านมืดของราชวงศ์กระมัง” เหมยซูคาดการณ์
“เ้าไปพักที่จวนท่านพ่อของข้าก่อนเถิด ตอนนี้คงหาโรงเตี๊ยมยาก” หวางเฟยอยากตอบแทน
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” เหมยซูอยากตั้งหลักอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน
วันถัดมา สำนักพระราชวังประกาศว่าเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่จวนท่านอ๋อง เนื่องจากฝานเว่ย หรือบุตรสาวของผู้ว่าการมณฑลหนานโจวถูกลอบสังหาร นักฆ่าจึงปลอมตัวเป็นางเพื่อแฝงตัวเข้าสู่พิธีเลือกคู่ ดังนั้นเมื่อท่านอ๋องทรงเลือกนางเป็พระชายา นักฆ่าจึงลอบปลงพระชนม์ แต่เพราะท่านอ๋องทรงมีวรยุทธ์จึงทำให้ทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด จนผลสุดท้ายก็นำไปสู่การเสียชีวิตทั้งคู่
ส่วนของเก่าหมายเลข 10 หรือเสื้อไข่มุกที่ล้ำค่าก็กลายเป็เถ้าถ่านไม่เหลือชิ้นดี โชคดีที่เหมยซูใช้หนี้หมดแล้ว ไม่เช่นนั้นนางต้องชดใช้หนี้ด้วยการขายของเก่าอีก 50 ชิ้นเป็แน่
ร้านขายของเก่าหมายเลข 10 จึงปิดตัวลง เพราะลูกจ้างแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง ซึ่งเหมยซูนั้นก็ได้ผันตัวไปเป็หมอที่เมืองหลวงและนั่นก็ทำให้นางได้พบกับ…..