เฮยอู๋ฉางลืมตาขึ้นช้าๆ เเสงเเดดเเยงตาทำให้เขารู้สึกตัวเขาหมดสติไปตอนบ่ายกว่า ตอนนี้คงเป็อรุณใหม่เเล้ว
เขาขยับตัวขึ้นนั่งเเต่พลันเหลือไปเห็นหลี่อวี้ฝูนั่งฟุบหลับข้างเตียงมือของนางจับมือเขาเเน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตาเรียวยาวจ้องตาไม่กระพริบด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจสิ่งที่นางหลับท่านี้ไม่ใช่ว่าต้องปวดหลังมากหรือ เเล้วทำไมนางต้องทรมานตัวเองเช่นนี้กัน
ครั้งหนึ่งจำได้ว่าหลี่อวี้ฝูพูดว่าอยากอยู่กับเขาเเล้วเหตุใดถึงต้องอยากอยู่กับเขาจนทรมานตัวเองเช่นนี้ ความชอบของมนุษย์คือเเบบนี้หรือ
เฮยอู๋ฉางหลับตาสะบัดหัวไล่อาการวิงเวียนเพราะตอนนี้เขาไม่ใช่ยมทูตหรือภูตผี เเม้เเต่มนุษย์ก็ไม่ใช่ เมื่อใช้อำนาจพิเศษเช่นครั้งเป็ยมทูตทั้งที่สถานะตัวตนไม่มีคำใดบัญญัติจึงต้องเเลกกับพลังกายเกือบทั้งหมด ก่อนหน้าเขาไม่คิดจะทำเื่พวกนี้ท้าทายอิทธิฤทธิ์ปรโลกเเต่หากปล่อยเลยตามเลย ทุกอย่างจะไม่จบเพียงเื่ราวถูกเปิดเผยว่าโกหก เพราะหลังจากนั้นหลี่อวี้ฝูต้องเเย่เเน่
เเต่สิ่งที่น่าเเปลกใจคือเเรงเฮือกสุดท้ายที่เฮยอู๋ฉางกระเสือกกระสนเห็นใบหน้าของหลี่อวี้ฝูเป็ความโล่งใจ อาการที่ร่างกายร้อนปลั่ง หายใจไม่ออกรู้สึกหนักหนาเหมือนถูกโลกทั้งใบทับไว้เมื่อจับมือของนางทุกอย่างกลับค่อยๆเบาหวิวดั่งปุยนุ่น คล้ายมือนั้นยกโลกออกจากอกให้ยิ่งเสียงหวีดร้องของนางที่เห็นร่างหมดสติของเขา นั่นยิ่งทำให้ร่างที่ไม่มีหัวใจรู้สึกเสียดเเทงกลางอก
ใบหน้าขาวนวลถูกเส้นผมปรกหน้าทำให้เฮยอู๋ฉางยิ่งฉงนไม่เข้าใจสิ่งที่มนุษย์ผู้นี้ทำ มือหนาเอื้อมไปเกี่ยวผมนางขึ้นไปทัดหู เผลอคิดไปว่านางงามเช่นนี้มาตลอดเลยหรือ
เขาไม่ทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้น รวมทั้งความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางเรียกว่าอะไรเเต่ที่เเน่ใจคือนางเป็สตรีที่พิเศษสำหรับเขามาก
"ข้างามหรือไม่?"ปากเล็กเเดงฉ่ำขยับยิ้มทั้งที่ตายังหลับอยู่ มองเช่นนี้ดูเป็สาวน้อยสดใสทีเดียวทำเอาอีกฝ่ายรีบถอนมือออกไปตั้งท่าถมึงทึงสงวนท่าที
"เ้าเเกล้งหลับหรอกหรือ?"เฮยอู๋ฉางกล่าวเสียงเรียบ หันหน้าหนีไม่สบตา ทว่าเเท้จริงสายตายังคงเเอบมองอยู่
"ท่านปลุกข้าต่างหาก"หลี่อวี้ฝูยืดขึ้นนั่งตัวตรงช้าๆนางเอียงหน้าพลางเอาผมทัดหูอีกข้าง สายตาไม่ละจากชายหนุ่มบนเตียงเเม้เพียงพริบตา เหมือนเขาจะรู้ความหมายที่นางจะสื่อเพราะเขายิ่งหันหน้าหนี ท่าทีกระฟัดกระเฟียดเกินจริงจนน่าสงสัย
"มนุษย์ก็หน้าตาเเบบนี้ทั้งนั้น"ชายหนุ่มตอบเสียงเเข็งเเต่สตรีกลับยิ่งชอบใจ
"เ้าเฝ้าข้าทั้งคืนเลยหรือ?"เขากระเเอมไอพลางเปลี่ยนเื่ หากหลวมตัวไปมากกว่านี้ในหัวต้องมีเเต่หน้าเเมวป่านางนี้เป็เเน่ "ทำเเบบนี้ทำไม"
"ข้าเคยบอกท่านหลายครั้งเเล้ว"หลี่อวี้ฝูตอบหน้าตายด้วยไม่คิดว่าการพูดสิ่งที่คิดเป็เื่ผิด ยิ่งเื่ความในใจที่มีต่อยมทูตหนุ่มผู้นี้ยิ่งต้องบอกออกไป"ข้าชอบท่าน"
"ข้าก็จะชอบท่านมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวัน"
"จะชอบให้มากกว่าอดีตคนรักของท่าน"
ให้บอกทุกวันเช้าเย็น นางก็ทำให้ได้
"เหลวไหล"เฮยอู๋ฉางจ้องหลี่อวี้ฝูเชิงติเตียนเขาเผลอเพียงนิด นางก็ลากเขากลับมาคุยเื่พวกนี้จนได้ อันตรายเกินไปเเล้ว
"เ้าว่าอย่างไรนะ?"สีหน้าของยมทูตหนุ่มเปลี่ยนไปเมื่อทบทวนคำพูดของอีกฝ่ายให้ดีเขา้าความหมายของสิ่งที่นางพูด
"เมื่อคืนท่านเพ้อหาเเต่หวังเหมยลี่"หลี่อวี้ฝูเอียงหน้าหนีไปทางอื่นทั้งคืนได้ยินเเต่ชื่อสตรีนางนี้ นางอยากรู้นัก หวังเหมยลี่ที่ว่านี้หน้าตาเป็อย่างไรดีกับเขาขนาดไหน เหตุใดขนาดเฮยอู๋ฉางตายเป็ยมทูตมานานนม เขาก็ยังคงคิดถึงนางอยู่เช่นนี้
'อาจิ้ว สัญญากับข้าสิ'
'เ้าจะกลับมาทันฤดูร้อนใช่หรือไม่'
'ข้าจะรอเ้า'
'ต้องรีบกลับมานะ'
เฮยอู๋ฉางหลับตาเเน่น เสียงหญิงสาวดังขึ้นในหัวเสียงของนางใสกังวาลน่าฟัง เขาลืมนางไปเเล้ว เเต่จิตใต้สำนึกยังคงฝังไว้ลึกสุดในความคิดยิ่งพยามคิดถึงใบหน้าเ้าของเสียง ภาพนั้นยิ่งเเตกเป็เสี่ยงไม่อาจรับรู้ได้ เเต่เมื่อพยามจะลืมเสียงนั้นยังคงวนกลับมาย้ำเตือน
"อย่าพูดถึงนางอีก"เขาบอกปัดเสียงเเข็ง"ข้าจำไม่ได้เเล้วว่าชาติก่อนเคยผูกสัมพันธ์กับใครไว้บ้าง"
หลี่อวี้ฝูมองหน้าเขาด้วยสายตานิ่งสงบดุจสายน้ำนางไม่พูดสิ่งใดเเต่คิดบางอย่างไว้ในใจ มือขาวเอื้อมไปเเตะหน้าผากอีกฝ่าย "ตัวไม่ร้อนเเล้วท่านเช็ดหน้าเเล้วเปลี่ยนชุดเสีย"
"ประเดี๋ยวข้าจะยกยาอุ่นๆมาให้"นางพูดเท่านี้เเล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากเรือน เเต่ถูกฝ่ายชายรั้งไว้เสียก่อน
"เมื่อวานเกิดเื่ใดขึ้นรึ?"เฮยอู๋ฉางรีบถามก่อนฝ่ายหญิงออกไป เมื่อวานดูมีเื่ใหญ่ถึงขนาดที่หลี่อวี้ฝูต้องทิ้งพิธีหาฤกษ์ที่จัดเตรียมไว้เเต่ยามนี้สำหรับนางเหมือนเป็เพียงเื่สามัญทั่วไป
"เป็ห่วงหรือเ้าคะ"หลี่อวี้ฝูหันหลังกลับมายิ้มมารยาหญิงใส่
"ไม่เป็ห่วงเ้า จะให้ข้าเป็ห่วงใคร"เขาตอบเสียงเรียบเเต่คำตอบที่เหมือนตอบส่งๆกลับมาจากความคิดเขาจริงๆ
"ที่เเท้ท่านก็ชอบข้าเเล้วนี่เอง"หญิงสาววางนิ้วไว้ที่ปากดวงตากลมหรี่ลงมองชายหนุ่มบนเตียงตั้งเเต่หัวจรดเท้า
"เ้าเป็มนุษย์เพียงคนเดียวที่ข้ารู้จัก"ชายหนุ่มตอบหน้าตายเเต่คำถามของนางก็เเอบน่าคิด
"ว่าอย่างไร? เกิดเื่ใดขึ้น?"
"มีคนสาดโคลนหน้าประตูสำนัก เเต่อีกไม่นานจะมาเช็ดให้"
"มีที่ไหน..."เขารำพันเสียงเบาพลางส่ายหน้ามีที่ไหนกันที่คนสาดโคลนใส่บ้านคนอื่น สุดท้ายจะยอมมาเช็ดล้างให้น่ะ
"ข้าจะทำให้ท่านดูเอง"หลี่อวี้ฝูไม่หยี่ระนางพูดเท่านี้เเล้วเดินออกจากเรือนไปทันที ปากเเดงเเอบยกยิ้ม เฮยอู๋ฉางเริ่มอยากรู้เื่ของนางคือนิมิตหมายที่ดีวันนี้อารมณ์ดี เดินกลับไปเปลี่ยนชุดที่เรือนหลานฮวาอย่างยิ้มเเย้ม สั่งเสี่ยวเหวยให้เริ่มจัดเตรียมสถานที่เป็งานเเต่งก็อารมณ์ดียิ่งตอนยกถ้วยยาไปให้ชายหนุ่มที่ชอบก็ยิ่งอารมณ์ดี กลายเป็สาวน้อยเเรกเเย้มไปได้ในบัดดล
เฮยอู๋ฉางดื่มยาที่ดีที่สุดขององค์หญิงผิงอันไปด้วยความกล้ำกลืนเเต่เพราะนางยืนจ้องด้วยสายตากดดันสื่อความหมายประมาณ 'หากท่านไม่ดื่มยา ท่านจะได้ดื่มเืเเทน' ซึ่งมันช่างน่ากระอักกระอ่วนเกินใจจะรับไหว ดังนั้นเลือกดื่มยาเถิดตัวเลือกที่ดีที่สุด
หลังจากนั้น องค์หญิงผิงอันพาว่าที่สามีออกไปนอกสำนักเพื่อทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าหากเขายอมเเต่งงานกับนาง นางจะช่วยเขาตามหาสิ่งที่้า
"ข้าเเละบัณฑิตเฉิงจะไปทำธุระห้ามคนนอกเข้าไปในสำนักเด็ดขาด"หลี่อวี้ฝูหันหลังไปกำชับทหารเฝ้าประตูใหม่ทั้งสองนางกิตติศัพท์ของนางที่ส่งทหารเก่าไปเป็ทาสยังคงเป็ที่พูดถึง เเน่นอนว่านายทหารทั้งสองนี้ก็เช่นกัน
พวกเขารับคำสั่งอย่างเเข็งขัน ประหนึ่งเอาชีวิตเป็เดิมพันกับการรักษาประตูนั่นทำให้เ้าของสำนักพอใจมาก
"เหตุใดเ้าให้ข้าชื่อเฉิงฮ่าว"เฮยอู๋ฉางกล่าวขึ้นขณะเดินตามหญิงสาว
"นั่นเป็ชื่อของบุตรชายคนเล็กของเฉิงหาน"
"เ้าชอบเขารึ...เฉิงฮ่าวน่ะ"เขาถามด้วยสีหน้าสงสัยเเต่ใบหน้าของฝ่ายสตรีที่หันกลับมานั้นดูสงสัยกว่า
"ทำไมถึงคิดเช่นนั้นล่ะเ้าคะ"หลี่อวี้ฝูเอียงหน้าตามจริงเหตุผลมีเพียงคำว่าเฉิงที่นางเรียกเขาในตอนเเรก มันเพี้ยนเสียงมาจากเฮยอู๋ฉางกลายเป็เฉิงฮ่าวเพราะต้องหาใครสักคนมาให้เขาสวมรอยชั่วขณะเพื่อกันความเเตก
เเละบังเอิญว่าขณะนั้นในหัวมีเพียงชื่อของเฉิงหานศิษย์รุ่นน้องร่วมสำนักบัณฑิตบ้านนอกของบิดานางเท่านั้น
เเต่การที่เฮยอู๋ฉางถามเช่นนี้ นี่ไม่ใช่หมายความว่าเขากำลังอยากรู้เื่ของนางมากขึ้นเรื่อยๆหรือ
"ยามที่เ้าเรียกข้าว่าบัณฑิตเฉิงเเววตาของเ้ามักจะเป็ประกาย"คำตอบของเขาทำให้นางอดยิ้มไม่ได้
"อาเฉิง บัณฑิตเฉิง ทุกคำเรียกล้วนหมายถึงท่านเพียงผู้เดียว"
"เพราะข้าชอบบัณฑิตเฉิงมากๆเลยเ้าค่ะ"หลี่อวี้ฝูบอกชอบเฮยอู๋ฉางอีกครั้งเเต่คราวนี้เป็ที่โล่งเเจ้งเสียนี่สิ
"เพ้อเจ้อ"เฮยอู๋ฉางรีบยกมือขึ้นบังใบหน้านางคราวนี้เเปลกนัก เหตุใดถึงมองว่าดวงตาของนางยามที่บอกชอบเขาช่างเหมือนดวงดาว
ดั่งดวงดาวที่ส่องประกายอยู่เพียงดวงเดียวเด่นสวยเป็ที่หนึ่งยามฟ้ามืด
สายตาที่หลบหน้าหญิงสาว บังเอิญเหลือบไปลูกพลับเหลืองที่เหลืองอร่ามเต็มต้นเป็ผลให้นึกย้อนกลับไปถึงวันก่อนที่ได้ทานลูกพลับตากเเห้งของหลี่อวี้ฝู รสชาติหวานหอมยังหวนกลับมาเตือน
เฮยอู๋ฉางมองต้นพลับไม่ละสายตา จนทำหลี่อวี้ฝูต้องมองตาม"อยากทานหรือเ้าคะ"
เขาพยักหน้าเบาๆ "เ้าของจวนนี้คงมีลูกพลับเเห้งทานทั้งปี"
"เช่นนั้นเเวะก่อนสิ"องค์หญิงผิงอันเดินนำไปยังประตูจวนเเห่งนี้นางหันหน้ามองเฮยอู๋ฉางที่เดินตามมาด้วยสีหน้างุนงง
"ธุระที่ว่าคือที่นี่หรือ?"
นางส่ายหน้า "ข้าเพียงจะให้ท่านได้ทานลูกพลับเเห้งตลอดปี"