ดินแดนทวยเทพอยู่เหนือสุดในห้วงสุริยะ ดินแดนที่ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงล้ำนับั้แ่จักรพรรดิเทพได้ครองบัลลังก์ เหล่ามารใต้พิภพล้วนหวาดกลัว หลีกหนีไปไกลแสนไกลจากอานุภาพแห่งพลังขององค์จักรพรรดิแห่งดินแดนทวยเทพ
ใจกลางปราสาทราชวังแห่งดินแดนทวยเทพ อยู่เหนือดินแดนไปไกลลับฟ้าเป็ที่ประทับของจักรพรรดิเทพ ผู้บรรลุพลังฝีมือสูงสุดในห้วงสุริยะอยู่เหนือดวงดาวทั้งปวง วันนี้เป็วันที่จักรพรรดิเทพจะตัดผ่านห่วงสุริยะไปสู่เอกภพและจักรวาลที่กว้างใหญ่
“ตัวเราจักรพรรดิ วันนี้จักบรรลุทัณฑ์์แห่งห้วงสุริยะก้าวข้ามชีวิตเทพที่แสนสูงส่ง ไปสู่ชีวิตนิรันด์และผู้กำหนดสรรพสิ่ง”
เสียงเอื้อนเอ่ยของจักรพรรดิเทพ ตัวตนอันสูงสุดในห้วงสุริยะเป็ใบหน้าของชายหนุ่มราวยี่สิบปี ใบหน้าหล่อเหลาหาใครในเจ็ดดวงดาราในห้วงสุริยะเทียบเคียงกลางหน้าผากมีสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์ครอบกับดวงดาวทั้งเจ็ดรัศมีแห่งเทพส่องสว่างไปทั่วดินแดน
“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”
จักรพรรดิเทพคำรามอย่างเกรี้ยวกราดแสงแห่งเอกภพบดขยี้รัศมีของจักรพรรดิหนุ่ม ความมืดแห่งห้วงจักรวาลค่อย ๆ กัดกร่อนพลังเทพ
ในขณะนั้นเอง เงาร่างทั้งเจ็ด ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วล้อมร่างองค์จักรพรรดิหนุ่มเอาไว้ ประกายพลังการปะทะของพลังแห่งจักรพรรดิกับทัณฑ์์ยังคงใช้พลังห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด
“จักรพรรดิเทพ พวกเรารอวันนี้มานานแล้วแม้พวกเราจะเป็ราชันย์แห่งดวงดาวทั้ง 7แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับเ้าที่เป็จักรพรรดิผู้อยู่เหนือห้วงสุริยะทั้งปวง”
เสียงดังก้องกังวานเป็ของราชันย์แห่งสุริยะ ราชันย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาเจ็ดราชันย์มันสวมใส่เสื้อเกราะแดงมีลวดลายสวยงามของกิเลนเพลิงใบหน้าสง่างามแต่แฝงไปด้วยความเกลียดชังสายตาที่มองจักรพรรดิเทพล้วนปรากฎความอิจฉาริษยาอย่างท่วมท้น
‘นี่มันเื่อะไรกัน’ จักรพรรดิเทพหลับตารวบรวมสมาธิในการต่อสู้กับทัณฑ์์แห่งสุริยะ
“แปลกใจหรือไม่ จักรพรรดิเทพเหตุใดพวกเราถึงล่วงรู้วันที่เ้าจะเผชิญทัณฑ์์แห่งห้วงสุริยะเหตุใดพวกเราถึงเข้ามาในที่ประทับของท่านได้”
เสียงเข้มเปล่งออกมาจากชายวัยกลางผม มันสวมใส่เกราะสีม่วงแววตาสีม่วงที่เข้ากับชุดเกราะของมันบ่งบอกว่ามันคือราชันย์แห่งดวงดาราเสาร์ผู้เป็หนึ่งในราชันย์ทั้งเจ็ด
‘หรือว่าจะเป็นาง...’ จักรพรรดิเทพใบหน้าซีดลงทันทีแต่ยังคงไม่เสียสมาธิในการเผชิญกับการตัดผ่านตรงหน้า
“ใช่แล้ว อย่างที่ราชันย์แห่งดวงดาราเสาร์กล่าวไว้ข้าจะบอกอะไรเ้าให้ว่า ราชินีที่เ้ารักปานดวงใจ เป็ผู้บอกกล่าวความลับนี้รวมถึงเป็ผู้พาพวกเรามายังที่นี่ด้วยตัวนางเอง เป็อย่างไร รสชาติแห่งการถูกทรยศ”
‘เหตุใด...’
จักรพรรดิเทพครุ่นคิดถึงเื่ราวทั้งหมดแต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายเหตุการณ์ตรงหน้าได้เหตุใดราชินีคู่บัลลังก์ที่แสนดีของมัน ถึงได้ทรยศ ชักนำพาราชันย์ทั้งเจ็ดมายังสถานที่แห่งนี้ในเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของมันเยี่ยงนี้
“เราราชันย์แห่งดวงดาราศุกร์ ขอกล่าวกับท่านเพียงประโยคเดียวแก่ท่านผู้ยิ่งใหญ่ในห้วงสุริยะจักรวาล ขอให้ท่านแตกดับ ดวงิญญาสูญสลายเป็ภาชนะิญญาให้พวกข้าราชันย์ทั้งเจ็ด”
ราชันย์แห่งดวงดาวอีกห้าคนมิได้เอื้อเอื่อยวาจาใดเหมือนอย่างราชันย์แห่งสุริยะ ราชันย์แห่งดวงดาราเสาร์และราชันย์แห่งดวงดาราศุกร์แต่กลับถืออาวุธประจำกายชี้ไปในทิศทางที่จักรพรรดิเทพกำลังประทับอยู่
“ลาก่อน จักรพรรดิเทพ พวกเราโจมตีพร้อมกัน”
สิ้นเสียงของราชันย์แห่งสุริยะ ราชันย์ทั้งเจ็ดได้พร้อมใจกันโจมตีจักรพรรดิเทพอย่างสุดกำลังในภาวะที่จักรพรรดิเทพอ่อนแออย่างที่สุด พวกมันล้วนรู้ดีว่าในยามปกติเพียงหนึ่งกระบวนท่าของจักรพรรดิตรงหน้า ย่อมสามารถส่งพวกมันแตกดับได้นับพันครั้ง
‘พวกเ้า ! ข้าไม่ยอมให้เป็แบบนี้’
เปรี้ยง ครืนนนนนนนนน
เสียงคำรามพลังของเอกภพและจักรวาลทัณฑ์เส้นสุดท้ายได้แผ่พุ่งเข้าไปที่จักรพรรดิเทพในทันที เป็่เวลาเดียวกับราชันย์ทั้งเจ็ดได้โจมตีอย่างสุดกำลัง
แสงสว่างเจิดจ้าจนมิอาจลืมตาได้แม้จะเป็จักรพรรดิเทพที่มีอำนาจสูงสุดในห้วงสุริยะนี้ก็ตามสติมันถูกแสงสว่างนี้ทำให้หมดสติ
จังหวัดน่าน พื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ในยุคสมัย พ.ศ.2600 จากภาวะโรคระบาดหลายปีก่อนทำให้ประเทศเล็ก ๆในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างประเทศไทยกลายเป็ประเทศมหาอำนาจของเอเชียเป็แหล่งครัวโลกเศรษฐกิจเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ประกอบกับประเทศไทยสามารถยกระดับเป็เมืองท่าเหมือนประเทศสิงคโปร์ยิ่งตอกย้ำความเป็พญาั์ในดินแดนแถบเอเชีย
ประเทศไทยยังมีรูปแบบการปกครอง จำนวนจังหวัด ไม่เปลี่ยนแปลงแต่การพัฒนาในทุกจังหวัดเจริญยิ่งกว่ากรุงเทพมหานครในสมัยก่อนการเดินทางสะดวกด้วยรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเดินทางจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพมหานครได้ด้วยระยะเวลาเพียง2 ชั่วโมงสะท้อนความทันสมัยสมกับเป็มหาอำนาจในทวีปเอเชีย
ในบ้านทาวโฮมขนาดเล็กในตำบลท่าน้าว หญิงวัยกลางคนมีใบหน้าซีดเซียวร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว สายตาที่จ้องล้วนแฝงไปด้วยความตื่นตระหนก
“ไตรภพ ฟื้นสิลูก อย่าจากแม่ไปแบบนี้”
หญิงวัยกลางคนเขย่าตัวบุตรชายตรงหน้าน้ำตาได้หยดลงมาด้วยความกลัวการสูญเสียอย่างเวทนา ชายหนุ่มตรงหน้านอนไม่ได้สติลมหายใจรวยริน ดั่งพร้อมจะจากไปทุกเมื่อ
ทันใดนั้นเอง แสงสว่างที่เจิดจ้ายิ่งกว่าสิ่งใดได้เปล่งประกายเจิดจรัสที่ร่างกายของชายหนุ่มเป็ระยะเวลาหลายสิบวินาทีก่อนที่จะค่อย ๆ หายไป สร้างความตื่นกลัวให้กับหญิงวัยกลางคนเป็อย่างยิ่ง
“นี่ ที่นี่มันที่ไหน” ร่างกายบนเตียงลืมตา เปล่งเสียงพึมพำออกมา
“ลูก ลูกฟื้นแล้ว”
หญิงวัยกลางคนตรงหน้าพูดอย่างดีใจ สวมกอดชายหนุ่มอย่างรวดเร็วราวกลับกลัวว่าจะสูญเสียลูกชายไปตลอดกาล
“อ้ากกกกกกก”
ข้อมูลต่าง ๆ แล่นเข้าไปในสมองของชายหนุ่มก่อนที่มันจะหมดสติลงในทันที หญิงวัยกลางคนรีบโทรตามรถพยาบาลอีกครั้ง
ชายหนุ่มหมดสติไป อีก 20 นาที รถพยาบาลได้มารับตัวชายหนุ่มก่อนที่จะรีบพาไปยังโรงพยาบาลประจำตำบลในทันที
เช้าวันต่อมา ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา บรรยากาศโดยรอบเป็ที่ ๆมันเหมือนจะคุ้นเคย แต่ก็ไม่รู้สึกคุ้นเคยชายหนุ่มพบหญิงววัยกลางคนที่มันพบก่อนหน้าที่จะหมดสติ ยังคงนอนอยู่บริเวณโซฟา ข้างๆ เตียงนอนของชายหนุ่ม
‘ความทรงจำนี้มันอะไรกัน ไตรภพ ? มิใช่เราเป็จักรพรรดิเทพหรอกหรือ? เหตุใดความทรงจำถึงมีสองสาย คล้ายหลอมรวมกันในระหว่างข้าหมดสิ’
ไตรภพ ลูกชายคนเดียวของ ช่อผกา เ้าของร้านขายสมุนไพรพื้นบ้านขนาดเล็กในตำบลท่าน้าวจังหวัดน่าน ซึ่งช่อผกานั้นเลี้ยงดูไตรภพด้วยความรักใคร่ด้วยตัวคนเดียว ไม่มีใครรู้ถึงข้อมูลเกี่ยวกับพ่อของไตรภพแม้พ่อและแม่ของช่อผกาจะคาดคั้นเพียงใดก็ตาม ด้วยความที่ช่อกาเป็ลูกสาวคนเล็กแม้จะโกรธแต่เห็นแก่หลาน จึงช่วยเหลือจนช่อผกาสามารถเปิดร้านขายสมุนไพรพื้นบ้านได้มีรายได้ในการเลี้ยงดูตัวเองและลูกชาย
พ่อและแม่ของช่อผกา เป็ข้าราชการ โดยพ่อของเธอเป็ ทหารกองทัพบก ในขณะที่แม่ของช่อผกาเป็แพทย์ประจำตำบลทั้งสองใช้ชีวิตอย่างสมถะ ปลูกบ้านติดกับลูกสาวคนโตอย่าง ‘ช่อมณี’ ซึ่งสามีของช่อมณีเป็นายกองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจในตำบลท่าน้าวเป็อย่างยิ่ง
การกลับมาของช่อผกา หลังจากหนีหายไปหลายปีทำให้ช่อมณีโกรธเป็ย่างยิ่ง จงเกลียดจงชังช่อผกาและลูกชายเนื่องจากคิดว่าเป็ต้นเหตุให้แม่ของเธอต้องตรอมใจตายจนพ่อของเธอต้องตรอมใจจนล้มป่วยไปอีกคนหลังการกลับมาของช่อผกาได้สร้างความดีใจให้กับพ่อของเธอเป็อย่างมากเขารักและตามใจไตรภพเป็อย่างยิ่ง
“หลานตา เป็อย่างไรบ้างลูก” เสียงชราเอ่ยถายชายหนุ่มบนเตียงในขณะที่เดินเข้ามาในห้อง
“คุณตา”
ไตรภพมองชายชราตรงหน้า น้ำตาค่อย ๆ ไหลออกมาในทันทีตัวของมันเองก็ไม่อาจจะสรรหาเหตุผลใด ๆ มาอธิบายได้ความทรงจำอีกดวงได้ปรากฏร่างของ ชายชราตรงหน้าที่เลี้ยงดูฟูมฟักมันมาั้แ่เป็เด็ก รักใคร่ตัวมันเป็อย่างมากทำให้การขาดพ่อผู้ให้กำเนิดไม่ใช่ปมในชีวิตของเด็กน้อยกำพร้าในอดีต
“ใคร ใครทำหลาน บอกตามา ตาจะให้ลูกน้องเก่าไปจัดการ” เสียงชราเอ่ยขึ้น
“เื่นี้”
ไตรภพครุ่นคิด ชายหนุ่มรู้ดีว่าตาของมัน เป็อดีตทหารแห่งกองทัพบกเกษียณอายุราชการด้วยตำแหน่ง ‘พันตรี’มีลูกน้องที่ซื่อสัตย์หลายคนด้วยความที่ตาของมันเป็ทหารที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงกินเบี้ยเลี้ยงของลูกน้ำปกครองด้วยน้ำใจ จึงเป็ที่รักและเคารพของบรรดาทหารในตำบลท่าน้าว
เหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งในแวบเข้ามาในความทรงจำของไตรภพเป็ภาพของชายหนุ่มที่มันเรียกว่า ‘ธนภัทร’ได้พาเพื่อนทำร้ายร่างกาย จับกดน้ำก่อนที่จะสลบไปด้วยอาการาเ็สาหัสจากการขาดอาการหายใจ ซึ่งธนภัทรเป็ลูกชายเพียงคนเดียวของป้าของมัน เป็ลูกพี่ลูกน้องที่อายุแก่กว่ามัน 4 ปีจบโรงเรียนตำรวจ เป็ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปรามในตำบลท่าน้าวมีนิสัยอันธพาล ชอบทำร้ายร่างกายผู้อื่น ถูกชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนเป็จำนวนมากแต่ด้วยอิทธิพลของพ่อของธนภัทร ที่เป็นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าวกับตาที่เคยเป็อดีตผู้บังคับกองพันในตำบลทำให้ชาวบ้านเกรงกลัวในอิทธิพลของมันเป็อย่างมาก
ในปัจจุบันโลกได้เข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนตำรวจก็เช่นกันทุกคนที่อยากจะเป็ตำรวจจะต้องสอบเข้าโรงเรียนตำรวจประจำจังหวัดที่ตนเองสังกัดทะเบียนบ้านอยู่เข้าศึกษา 4 ปีเหมือนเรียนมหาวิทยาลัย จากนั้นจะต้องติดยศ ‘สิบตำรวจตรี’ ทุกคนเท่าเทียมกันหมด หลังจากนั้นจะมีการสอบภายใน ในทุก ๆปีเพื่อเลื่อนระดับชั้นยศเป็ระดับชั้นสัญญาบัตร ติดยศ ‘ร้อยตำรวจตรี’ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องดำรงตำแหน่งราชการมาแล้ว 4 ปีจึงจะมาสิทธิสอบได้
“ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณตา”
“หลานไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่เ้าพงศ์ เ้าช่อมณี เ้าภัทรมันหายไปหัวไปไหน ญาติเข้าโรงพยาบาลอยู่แท้ ๆ ยังไม่มาเยี่ยมอีก”
“พี่เขยคงจะติดภารกิจตำบล ส่วนหลานภัทรคงจะมีภารกิจตำรวจค่ะพ่อ”
ช่อผกาเอ่ยแก้ต่างแทนพี่เขย พี่สาว และหลานชายพลางชวนพ่อคุยถึงเื่ราวอื่น ในใจรู้สึกขมขื่นั้แ่กลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดความห่างเหินระหว่างสองครอบครัวยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เสมือนคนไม่รู้จักกัน
ใน่เวลากลางคืน ตาของไตรภพได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วแม่ของชายหนุ่มนอนอยู่บนโซฟาด้วยความอ่อนเพลีย ไตรภพทบทวนเื่ราว ๆ ต่าง ๆอยู่บนเตียงคนไข้
‘โลกนี้ไม่มีพลังลมปราณใด ๆ เลยเป็โลกที่อ่อนแอยิ่งนัก แม้เพียงลมปราณระดับเริ่มต้นอย่างลมปราณสีม่วง คงสามารถตั้งแก๊งอันธพาลปกครองได้ทั่วประเทศไม่ต้องพูดถึงในระดับพลังลมปราณสีรุ้งที่เราเคยเมื่อครั้งนั้น’
พลังลมปราณแบ่งออกเป็ 7 ระดับชั้น ได้แก่ ลมปราณสีม่วง สีคราม สีน้ำเงิน สีเขียว สีเหลือง สีส้มและสีแดง ซึ่งแต่ละสีประกอบด้วย 10 ลำดับขั้นความแตกต่างระหว่างลมปราณในแต่ละขั้นมากมายมหาศาลเสมือนกับน้ำในแก้วน้ำ กับน้ำในโอ่งน้ำ ยิ่งระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆความแตกต่างยิ่งเสมือนน้ำในแม่น้ำกับน้ำในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่
จักรพรรดิเทพ ผู้ลมปราณที่สูงกว่าลมปราณทั้งมวลพลังลมปราณชนชั้นสีรุ้ง ผู้อยู่เหนือราชันย์ทั้ง 7 ดวงดาว ที่อยู่ในระดับลมปราณชนชั้นสีแดงขั้นที่ 10ไม่อาจตัดผ่านไปยังลมปราณชนชั้นสีรุ้งเช่นจักรพรรดิเทพได้
เช้าวันถัดมา ไตรภพได้ออกจากโรงพยาบาลประจำตำบล เนื่องจากเป็วันทำงานช่อผกาจึงเอาลูกชายไปที่ร้านขายสมุนไพรพื้นบ้านที่เธอทำงานอยู่ ร้านสมุนไพรเล็ก ๆใบตำบล ใกล้กับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าน้าว ขายสมุนไพรพื้นบ้านที่เก็บตามป่าเขารับซื้อจากพวกชาวป่าชาวเขามาขาย ลูกค้ามักจะเป็แพทย์แผนจีน หรือ ชาวบ้านที่รักษาตามภูมิปัญญาจึงไม่มีลูกค้ามากมายเหมือนร้านขายยาแผนปัจจุบันของตำบล
ไตรภพเดินเข้าร้านด้วยความสงสัย ชายหนุ่มสำรวจสินค้า สมุนไพรต่าง ๆด้วยใบหน้าตื่นตระหนกอย่างที่สุด
“ห ห หญ้า ดวงดารา”
“หญ้าดวงดาราอะไรกัน นี่มันดีปลี กำละ 20 บาท แม่เคยสอนไปแล้วไม่ใช่หรอ”
ช่อผกาเอ่ยถามลูกชายด้วยความสงสัยในอาการผิดแปลกไปจากเดิมของชายหนุ่มตรงหน้า
“ต้น จ จันทรา”
“เหลวไหลใหญ่แล้ว ต้นจันทราที่ไหน นี่มันทองพันช่าง กำละ 25 บาท ลูกต้องพักผ่อนบ้างนะ”
ไตรภพภพมีใบหน้าซีดเซียว สมุนไพรที่ดวงดาวราชันย์ทั้ง 7 ต้องทำาแย่งชิง กลับมีวางขายเต็มร้านของแม่ของมัน ราวกับเป็ของไร้ค่าไร้ราคาถูกกว่าราคาข้าวในหนึ่งมื้อ
‘เราสามารถบ่มเพาะพลังได้’
ในอดีตไม่ใช่มนุษย์ทุกคนจะสามารถบ่มเพาะพลังได้หากจะสร้างการบ่มเพาะต้องเสาะหาสมุนไพรทั้ง 7ประการ ให้ชนชั้นลมปราณสีแดงสร้างเส้นลมปราณขึ้นใหม่ ร่างกายจะเป็ร่างกายเทวะมีพลังลมปราณมากกว่าผู้อื่นถึง 10 เท่าร่างกายจักรพรรดิเทพในอดีตก็สร้างมาจากสมุนไพรหายากทั้งสิ้น
ไตรภพหยิบหนังสือแนะนำสมุนไพรของร้านแม่พลิกดูรูปทั้งเล่มด้วยความรวดเร็ว สมุนไพรที่โลกเทวะหากันอย่างยากลำบากแสนเข็ญกลับมีขายในแคตตาลอกสมุนไพรพื้นบ้านทั้งสิ้น ราคาสมุนไพรทั้ง 7 รวมกันไม่ถึง 200 บาท
‘นี่มัน น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว…’