ตอนที่29
ฮูหยินจางพาลูกสาวสองคนมาหาองค์หญิงที่เรือน พร้อมกับของกำนัลเมื่อได้รู้ข่าวว่าองค์กำลังจะมีลูกนั่นก็เป็โอกาสที่ดีที่พวกนางต้องเข้ามาใกล้ชิด
“องค์หญิงเพคะ ฮูหยินจางกับลูกสาวจากจวนเสนาบดีจางมาขอพบ”
“มาทำไมกันแม่ลูกพวกนี้ ทำอะไรกับเราไว้พวกนางย่อมรู้ดี” หลิงเอ๋อเมื่อได้รู้ว่าใครมาขอพบก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง นางยังคงแค้นฝังใจกับตระกูลนี้ยกเว้นท่านเสนาบดีจางเพียงคนเดียวที่นางยอมรับ
“พวกนางอาจจะมีธุระอะไรกับข้าก็เป็ได้”
เมื่อรู้ว่าที่บ้านเก่ามาขอพบ ซินอี๋ซึ่งไม่เข้าใจว่าพวกนางมาทำไมมีจุดประสงค์อะไรกัน ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วั้แ่นางยังขายของอยู่ข้างถนนแต่มาบัดนี้มาขอเข้าพบนั่นก็ทำให้นางรู้สึกแปลกใจ แต่ยังไงซะก็ลองไปพบดู เผื่อพวกนางเปลี่ยนใจกลับตัวกลับใจมาเป็มิตรที่ดี
“ถวายบังคมองค์หญิง” ฮูหยินจางซึ่งนำลูกสาวทำความเคารพเมื่อเห็นว่าองค์หญิงทรงเดินออกมาหาตน แม้ไม่ค่อยเต็มใจนักแต่ก็ต้องเสแสร้งเพื่อผลประโยชน์ที่รออยู่
“ตามสบายเถิดท่านแม่ และน้องๆ ท่านมีอะไรหรือเ้าคะ ถึงมาหาข้าที่เรือนได้”
“พอหม่อมฉันรู้ว่าองค์หญิงทรงกำลังตั้งครรภ์หม่อมฉันกับลูกก็เลยเอาของขวัญมาให้ เพื่อต้อนรับลูกขององค์หญิงที่กำลังจะเกิดมาเพคะ”
นางมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับได้ยื่นกล่องสี่เหลี่ยมที่ถือในมือให้แก่ซินอี๋
ซินอี๋รับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็ปิ่นปักผม นางยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณนี่เป็ของขวัญชิ้นแรกในรอบหลายปีที่ได้รับจากคนที่นางเรียกว่าแม่
“ขอบคุณท่านแม่มากที่ได้ให้ของขวัญแก่ข้า”
“ไม่เป็ไรเพคะเื่เล็กน้อยเอง เอ่อ...ว่าแต่องค์ชายฟางหรงไม่อยู่ที่เรือนหรอกเหรอ” นางที่สอดส่องมองออกไปรอบๆ เพื่อหาคนที่นาง้าเมื่อไม่พบย่อมที่จะถามหา
“เสด็จพี่ออกไปดูแลกิจการการค้าเ้าค่ะ” นางยังคงนอบน้อมเสมอกับฮูหยินไม่ถือตัวว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็องค์หญิงไปแล้ว เห็นฮูหยินก็เหมือนแม่คนหนึ่งที่มีพระคุณรับนางมาเลี้ยงดูั้แ่เด็กแม้ว่าจะไม่ดูแลนางดีนักแต่อย่างน้อยก็ให้นางได้ซุกหัวนอนจนโตมาก็ถือว่ามีบุญคุณแล้ว
“ทำไมองค์หญิงต้องให้องค์ชายออกไปลำบากด้วยเพคะ เมื่อฐานะตอนนี้ก็อยู่สุขสบายอยู่แล้ว”
“มันเป็ความสุขของพวกเราเ้าคะ ที่ยังอยากจะเป็พ่อค้าแม่ค้าไปเรื่อยๆ แค่ยศถาบรรดาศักดิ์เป็สิ่งภายนอกเท่านั้นที่มีคนนับถือ ข้าเห็นว่าการเป็พ่อค้าแม่ค้าถือว่าเป็เื่สนุกในชีวิตดีกว่านั่งแต่อยู่ในเรือนนั่นไม่ใช่นิสัยของข้า เสด็จพี่ก็เห็นด้วยที่ยังจะทำงานค้าขายต่อไป”
นางไม่ได้บอกเื่ที่ได้คุยกับฟางหรงว่า ถ้าหากทุกอย่างอะไรลงตัวหมด พวกนางจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาไม่ต้องมียศองค์ชายองค์หญิงจะมีแค่ฟางหรงและซินอี๋เท่านั้น
“อย่างนั้นหรอกเหรอ ก็ดีเพคะหม่อมฉันเห็นด้วย มียศถาบรรดาศักดิ์ก็แค่ภายนอก การมีเงินมากมายและได้ทำในสิ่งที่ตนรักนั้นย่อมเป็ความสุขถือว่าดีมากทีเดียว”
หลิงเอ๋อได้ยินคำกล่าวของฮูหยินก็ได้แต่เบะปากมองบนเบาๆอย่างนึกหมั่นไส้ ยังไงนางก็ไม่เชื่อคำพูดของแม่ลูกพวกนี้แน่
“ใช่เพคะองค์หญิง ถ้าหากองค์หญิงทำแล้วมีความสุขหม่อมฉันก็ดีใจด้วยนะเพคะ” อ้ายเหรินซึ่งนิ่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นมาบ้าง
“เอ่อ.องค์หญิงเพคะเื่อดีตที่พวกเราเคยทำไม่ดีกับองค์หญิงขอให้องค์หญิงอย่าถือสาพวกเราเลยนะเพคะ ตอนนี้พวกเราสำนึกผิดแล้วพวกเราอยากให้องค์หญิงให้อภัยที่เคยทำผิดพลาดไป” อ้ายฉิงได้กล่าวเสริมขึ้นมาอีก แม้ว่าจะกระดากปากแต่ก็ต้องพูดเื่นี้เพื่อให้นางอภัยพวกตน
“ข้าไม่โกรธพวกเ้าหรอก ที่ข้ามีชีวิตอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะได้จวนเสนาบดีจางเลี้ยงดูมา พวกท่านมีบุญคุณเกินกว่าที่ข้าจะเกลียดหรือโกรธ” นางพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็มิตรไม่ถือเื่อดีตที่ผ่านมา ถ้าหากพวกนางจะเปลี่ยนใจกลับมาเป็คนดีนางก็พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ
“ยังงั้นองค์หญิงก็ให้อภัยพวกเราสามคนแม่ลูกแล้วใช่ไหมเพคะ”
“ใช่ ข้าให้อภัย ไม่ถือโทษโกรธเคืองใดๆกับพวกเ้า”
“แล้วข้าจะมาหาท่านบ่อยๆจะได้หรือไม่” อ้ายเหรินเมื่อได้โอกาสจึงได้เอ่ยสิ่งที่้าพูดออกมา
“ได้สิ ถ้าเ้า้ามาหาข้าก็มาได้ตลอด เรือนข้ายินดีต้อนรับเสมอ”
“ขอบพระทัยเพคะ” สามคนแม่ลูกหันหน้ามองกันแล้วยิ้มอย่างดีใจที่ได้รับอนุญาต เพราะนั่นก็ถือว่าสำเร็จไปอีกขั้น
หลิงเอ๋อที่เห็นสามแม่ลูกทำหน้าทำตาแล้วนางกลับไม่ไว้ใจพวกนี้เลย ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนกับองค์หญิง พาลนึกโกรธองค์หญิงที่ยังส่งเสริมให้มาที่เรือนอีก นั่นก็ทำให้นางไม่พอใจอย่างมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อเ้าของเรือนอนุญาตแล้ว
จวนเสนาบดีจาง
“เห็นไหมท่านแม่ ข้าว่าแล้วองค์หญิงนั่นก็ยังคงโง่เหมือนอย่างเคย แค่เราทำดีด้วยหน่อยก็ไม่ว่าอะไรพวกเราแล้ว” อ้ายฉิงเมื่อได้นั่งลงจิบน้ำชาก็ได้เอ่ยขึ้นอมยิ้มเ้าเล่ห์เมื่อเห็นว่ามันง่ายดายเช่นนี้
“ทำไงได้ล่ะนางโง่ยังไงก็ยังคงโง่อย่างนั้น” แม่ที่เข้าข้างลูกสาวได้เอ่ยขึ้นบ้าง
“แล้วข้าต้องทำเช่นไรบ้างเมื่อจะต้องไปเรือนนั้นเพื่อทำให้องค์ชายฟางหรงสนใจ” อ้ายเหรินที่มีความกังวลกับเื่ที่้าจะทำแม้ว่าทางจะเปิดสะดวกแล้ว ก็เหลือแต่ที่จะพิชิตใจองค์ชาย
“เื่นี้เดี๋ยวพี่อย่างข้าจะสอนการเข้าหาผู้ชายให้เอง”
“ขอบคุณท่านพี่มาก เมื่อข้าได้ดีพี่ก็ต้องได้ดีเหมือนข้า”
“ขอบใจน้องรักของพี่ พี่ต้องช่วยเ้าสุดฝีมือเพื่ออนาคตตระกูลเรา”
เมื่อได้คิดทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว สามแม่ลูกต่างก็มีความสุขที่กำลังจะได้ดี หัวเราะชอบใจเมื่อนึกถึงวันสบายข้างหน้า
ทางด้านหลิงเอ๋อที่ไม่เข้าใจว่าทำไมองค์หญิงจะต้องรับปากพวกนั้นให้มาที่เรือนด้วยซึ่งก็ไม่รู้ว่าพวกนางมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ไม่อยากที่จะให้พวกนางมาพัวพันเลย
“องค์หญิงทำไมต้องไปรับปากพวกคนใจร้ายพวกนั้นด้วยเพคะ ไม่รู้ว่าจะมีเจตนาดีหรือเปล่า ข้าไม่เชื่อว่าพวกนางจะเปลี่ยนใจมาเป็คนดีได้”
“นั่นสิองค์หญิง อย่างน้อยไม่ต้องไว้ใจพวกนางนะเพคะ ป้าคิดว่าพวกนางไม่ได้เปลี่ยนนิสัยง่ายๆหรอก อาจจะมีการวางแผนอะไรบางอย่างก็เป็ได้” ป้าลี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและเคยอยู่รับใช้สามแม่ลูกนี้รู้ดีที่สุด เวลาไม่ใช่จะเปลี่ยนให้คนเป็คนดีเสมอไป นางทำได้แค่เตือนองค์หญิงอย่าไว้ใจมากพอ
“ข้าจะพยายามระมัดระวังตัวเองแล้วกัน ข้าอาจจะใจดีเพราะคิดว่าความดีจะสามารถเอาชนะใจพวกนางได้”
“เชอะ..องค์หญิงคนแบบนี้ไม่มีวันที่จะเปลี่ยนหรอกเพคะ มันฝังลึกอยู่ในโคลนตมไปแล้ว” หลิงเอ๋อที่นึกโกรธที่นางเคยโดนแกล้งสารพัดตอนที่อยู่ที่จวนเสนาบดีจาง นางจำได้ไม่มีวันลืมคนประเภทนี้นางไม่มีวันให้อภัย
“เอาน่า...เมื่อข้าพูดแล้วนี่ว่าให้นางมาได้ ให้ข้าเปลี่ยนคำพูดหรือไงกัน”
เมื่อสนทนาจบลง ซินอี๋นางก็นึกถึงคำพูดพวกนี้ที่ได้ให้ระมัดระวังสามแม่ลูกไว้ อาจจะจริงที่นางใจดีเกินไปแต่ก็จะพยายามดูแลตัวเองให้ปลอดภัยถ้าหากมีภัยมาถึงตัว และนางไม่คาดคิดได้เลยว่าพวกนั้นมีเจตนาจะทำอะไรกันแน่
ทางด้านเสนาบดีจางเมื่อกลับถึงบ้านและได้ข่าวว่าพวกแม่ลูกได้ไปหาองค์หญิงที่เรือน เขาก็มีความวิตกกังวลแล้วว่าพวกนางจะต้องไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่องค์หญิงเป็แน่ เื่นี้เขาจะไม่อยู่นิ่งต้องหาทางจัดการปัญหาเหล่านี้ก่อนที่มันจะบานปลายใหญ่โตจึงได้เดินทางไปหาองค์ชายฟางหรงเพื่อหารือพูดคุยต่อไป
ทางด้านฟางหรงเมื่อเห็นว่าเสนาบดีจางมาขอพบ ชายหนุ่มก็ต้อนรับเสนาบดีจางอย่างดี เมื่อเห็นว่าเขามาหาตนเพราะมีเื่้าจะปรึกษา
“แล้วเื่นี้ท่านเสนาบดีจะไม่ยอมบอกองค์หญิงให้รู้ให้นางได้ทำใจก่อนเหรอ”
“ข้าพระองค์ไม่อยากจะบอกให้เป็ห่วงวิตกกังวลไป ยิ่งตอนนี้องค์หญิงกำลังตั้งครรภ์อยู่ ถ้าหากมีเื่กระทบกระเทือนจิตใจอาจส่งผลไม่ดีแน่”
“ข้านับถือท่านจริงๆ เอาล่ะข้าจะปิดเื่นี้เป็ความลับแล้วกัน ถ้าหากท่านมีอะไรจะให้ข้าช่วยก็บอกได้ตลอดเลยนะ”
“ขอบพระทัยองค์ชาย ข้าขออย่างเดียวฝากดูแลองค์หญิงแทนข้าด้วย”
“เื่นั้นข้าย่อมรับปากอยู่แล้วว่าจะดูแลนางให้ดีเป็แน่ ท่านไม่ต้องเป็ห่วง”
“อย่างนั้นข้าพระองค์ก็จะได้จากไปอย่างไม่ต้องเป็ห่วง”
เมื่อได้พูดคุยกับเสนาบดีจางเรียบร้อย ฟางหรงก็ได้ส่งม้าเร็วไปยังแคว้นเยี่ย
และในอีก2 วันต่อมา
“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ ป้าเห๋อมาถึงแล้ว” ฟู่เฉิงที่ได้พาตัวป้าเห๋อวัย 50มายังเรือนตามคำสั่งขององค์ชายได้เข้ามารายงานเมื่อป้าเห๋อเดินทางมาถึงแล้ว
“ดีเลย พาเข้ามาได้”
เมื่อป้าเห๋อเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มองมายังองค์ชายที่กำลังเดินมาต้อนรับตน
“คารวะองค์ชาย”นางโค้งคำนับศีรษะเบาๆ เพื่อทักทายเ้าของเรือน
“ป้าเห๋อ ท่านมาพอดี” ฟางหรงเดินเข้าไปถือแขนป้าให้มานั่งลงที่เก้าอี้
ป้าเห๋อคือคนที่เลี้ยงดูองค์ชายมาั้แ่เล็ก ฟางหรงนับถือเหมือนเป็แม่อีกคนหนึ่งแม้ว่าจะให้นางเกษียณไปแล้ว แต่นางเคยบอกว่าถ้าหากองค์ชายมีพระชายาเมื่อไหร่ขอให้นางได้มาเลี้ยงดูลูกให้องค์ชายองค์ชายได้รับปากนางไว้จึงไปรับตัวมา
องค์หญิงซินอี๋ เมื่อเห็นว่ามีคนมาหาพระสวามี แถมพระสวามียังต้อนรับอย่างดี แสดงว่าน่าจะเป็คนสำคัญของพระองค์ นางจึงมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มมองคนมาใหม่ด้วยความเคารพนอบน้อม
ป้าเห๋อเมื่อเห็นว่ามีหญิงสาวนางหนึ่งที่ตนไม่เคยรู้จักมองมาที่ตนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม นางก็ได้ยิ้มตอบกลับไปแล้วหันไปมององค์ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ “พระองค์ไปรับหม่อมฉันถึงที่เรือนมีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้เพคะ”
“ข้ามีแน่ท่านป้า นี่คือองค์หญิงซินอี๋เป็ภรรยาข้า” ชายหนุ่มแนะนำหญิงสาวที่ยืนข้างๆ ให้กับป้าเห๋อได้รู้จัก
นางหันมายิ้มให้กับคนสำคัญขององค์ชายก่อนที่จะลุกขึ้นทำการคารวะโค้งศีรษะเล็กน้อย
“ข้าน้อยคารวะองค์หญิงเพคะ” คารวะเฉกเช่นเดียวกับที่ทำกับองค์ชาย
“องค์หญิงนี่ป้าเห๋อที่เลี้ยงดูข้าั้แ่เล็ก เป็ป้าที่ข้านับถือมากท่านคอยเลี้ยงดูข้าคอยสั่งสอนข้ามาตลอด”
เมื่อพระสวามีแนะนำอย่างเป็ทางการ
“ข้าน้อยคารวะเ้าคะ” แม้ว่าตำแหน่งนางจะใหญ่กว่าแต่เมื่อเห็นว่าเป็ผู้มีพระคุณของพระสวามีนางต้องเคารพนอบน้อม
ป้าเห๋อมองแล้วยิ้มกับความอ่อนหวาน การมีสัมมาคารวะขององค์หญิงน้อยที่มัดใจองค์ชายให้อยู่หมัดไม่คิดเลยว่าองค์ชายจะหาชายาที่เหมาะสมเช่นนี้ นางพยักหน้ายิ้มอย่างยินดี
ฟางหรงที่เห็นรอยยิ้มของป้าเห๋อ ก็เข้าใจได้ว่าองค์หญิงเป็ที่ถูกอกถูกใจป้าเห๋อมาก นั่นก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้นและได้เล่าประวัติความเป็มาของป้าเห๋อให้กับภรรยาสาวได้รู้ และต่อไปป้าเห๋อจะมาอยู่ที่นี่เพื่อมาดูแลองค์หญิงร่วมกับหลิงเอ๋อ ด้วยที่ว่านางกำลังตั้งครรภ์จึงให้ป้าเห๋อมาดูแลนางโดยเฉพาะ
ฮูหยินจางมาหาองค์หญิงซินอี๋อีกครั้ง พร้อมกับลูกสาวทั้งสองคน พวกนางต่างคนก็ต่างแต่งตัวสวยประทินโฉมงดงามกว่าปกติกลิ่นตัวที่พวกนางเดินเข้ามายังเรือนส่งกลิ่นโชยอบอวล
ซินอี๋ที่รู้สึกพะอืดพะอมได้แต่เก็บอาการไว้ นางรู้สึกฉุนมากกว่าที่จะมีกลิ่นหอม ยิ่งนางกำลังตั้งครรภ์ย่อมรู้สึกไม่ดีนัก
“คารวะองค์หญิง คารวะองค์ชายเพคะ” ทั้งสามคนเมื่อเข้ามาในเรือนเห็นเ้าของเรือนก็ได้ทำความเคารพเหมือนอย่างเช่นเคย
“เชิญนั่งเ้าค่ะท่านแม่”
สายตาอ้ายเหรินมองฟางหรงหวานหยดย้อยแต่ชายหนุ่มเมื่อเห็นสายตาคู่นั้นเขากลับทำเมินเฉย และไม่สนใจที่จะมองอีกเลย กลับก้มนั่งอ่านหนังสือตามปกติของตัวเองต่อไป
ทางด้านหลิงเอ๋อป้าเห๋อ และ ป้าลี่ ที่อยู่แถวนั้นสังเกตเห็นการกระทำของอ้ายเหริน ต่างคนต่างก็ไม่ชอบในการกระทำนั้น นั่นคือการกระทำที่ไม่สมควรจะทำอย่างยิ่ง แล้วป้าเห๋อรู้จักองค์ชายฟางหรงอย่างดี เขาไม่มีวันชายตามองผู้หญิงแบบนี้แน่กลับรำคาญเสียมากกว่า
ซินอี๋ที่นางมองเห็นท่าทางที่อ้ายเหรินมองสามีก็เข้าใจได้ทันทีว่านาง้าอะไร เพียงสายตานางเหลือบมองสามีดูว่ามีอาการอะไรบ้างเมื่อเห็นการกระทำนั้น แต่เมื่อเห็นสีหน้าสามีแล้วนางถึงกับอมยิ้มน้อยๆ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นพรวดเพราะรู้สึกอึดอัด
“องค์หญิงข้าจะไปดูแลกิจการหน่อย เ้าก็ต้อนรับแขกไปเถอะนะ”
“เพคะ”
ก่อนที่ฟางหรงจะรีบเดินออกไปจากตรงนี้ ฮูหยินจางก็ได้เรียกไว้ “เดี๋ยวก่อนเพคะ ให้ลูกสาวหม่อมฉันไปเป็เพื่อนด้วยได้หรือไม่ ให้นางได้ไปเรียนรู้งานจากองค์ชายหม่อมฉันคิดว่าถ้านางมีประสบการณ์ในส่วนนั้นบ้างก็คงจะดีจะได้ช่วยงานองค์ชายได้บ้าง”
ฟางหรงนึกคิ้วขมวดเมื่อได้ยินเช่นนี้ สายตาเขากลับนิ่งเรียบ “ข้าต้องขอโทษท่านด้วยนะฮูหยินจาง ร้านค้าข้าไม่ได้้าคนฝึกงาน ร้านข้ามีคนงานจำนวนมากพอแล้ว และอีกอย่างข้าไม่มีเวลามานั่งสอนใครหรอกนะ เมื่องานข้าล้นมือเช่นนี้ท่านไปหาชายคนอื่นเถิด”
เหมือนเขา้าบอกนางทางอ้อมว่าให้ไปหาจับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเพราะเขาไม่เล่นด้วยไม่รู้ว่านางจะเข้าใจในเื่ที่เขา้าสื่อหรือไม่
เมื่อโดนบอกกลับเช่นนี้นางได้แต่ทำหน้าเจื่อน ไม่แพ้ลูกสาวไม่รู้จะพูดอะไรต่อดีเพราะคิดไม่ออกหวังจะให้ลูกสาวได้มีเวลาใกล้ชิดกับองค์ชายแต่เขากลับไม่แยแสเลือกที่จะปฏิเสธ
ฮูหยินจางกับลูกสาวกลับออกจากเรือนด้วยความอารมณ์เสียเมื่อไม่ได้ดั่งใจที่หวังไว้แต่ยังไงซะพวกนางไม่มีวันยอมแพ้แค่นี้แน่ ถ้าไม่ได้วิธีนี้ก็ต้องใช้วิธีอื่นต่อไป
ส่วนหลิงเอ๋อ ป้าลี่ ป้าเห๋อต่างคนต่างก็หัวเราะชอบใจกับสภาพสามแม่ลูกที่ออกไปโดยไม่ได้สมหวังหัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินออกไปอย่างคนไร้มารยาทตอนที่ไม่ได้อยู่ต่อหน้าองค์หญิง มีแต่เพียงพวกนางที่เห็นอาการไม่สำรวมเ่าั้
“สมน้ำหน้าพวกนาง ข้ารู้แล้วว่านางมาตีสนิทกับองค์หญิงเพราะอะไรที่แท้จะให้ลูกสาวมาเป็ชายาอีกคนขององค์ชาย อย่าหวังข้าจะต้องขัดขวางให้ถึงที่สุด” หลิงเอ๋อกล่าวแล้วยิ้มๆ
“ป้าก็จะช่วยอีกแรง ป้าเลี้ยงองค์ชายมาั้แ่เด็กย่อมรู้นิสัยใจคอองค์ชายดี มาแบบนี้ร้อยทั้งร้อยองค์ชายไม่เหลียวแลหรอก”