ตำนานที่4 ออกเดินทาง
“ท่านจะไปแล้วจริง ๆ หรือ” หลงจื่อมองไป๋เหลาด้วยความห่วงหาชายวัยกลางคนระบายยิ้มบางพลางยื่นมือไปลูบหัวอีกฝ่าย
“ข้าควรจะได้กลับบ้านั้แ่สี่เดือนก่อนแต่เพราะเ้าทำให้แผนที่ข้าวางไว้ทั้งหมดต้องล่มไม่เป็ท่า”เขาขยี้หัวนางแรงขึ้นด้วยความหมั่นเขี้ยว “กระนั้นข้าก็สนุกมากที่ได้สอนเ้าข้าไม่เคยมีความคิดที่จะรับศิษย์เลยแต่เ้าเป็คนแรกและคนเดียวที่ทำให้ข้าเปลี่ยนความคิด”
“หากมีโอกาสข้าจะแวะไปเยี่ยมท่านอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณท่านไป๋เหลาที่สอนสั่งนาง่เวลาที่มีท่านข้ารู้สึกเหมือนได้ยกูเาออกจากอกไปชั่วขณะ”หวงเฟยแย้มยิ้มเศร้า ประโยคแปร่งหูของเขาทำเอาหลงจื่อละสายตามามองทันควัน
“เ้าก็อย่าดื้อกับท่านหวงเฟยมากนักล่ะเพลา ๆ บ้างไอ้เื่ปรุงยาแปลก ๆ นั่นน่ะ”
“นั่นก็แค่เพื่อการเรียนรู้ต่างหาก”หลงจื่อรีบแก้ตัว นางยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยาสูตรเฉพาะตนเองเสมอ
ไป๋เหลามองหญิงสาวอย่างเอ็นดูพลางหวนนึกถึง่เวลาที่อยู่ด้วยกันกับนางแม้จะเป็เพียงระยะสั้นแต่เขาก็รู้สึกผูกพันกับนางอยู่ไม่น้อยราวกับเป็ลูกหลานคนหนึ่ง
“ข้าคงต้องไปแล้ว...ขอให้ทั้งสองคนโชคดี”อีกครั้งที่เขามองหญิงสาวอย่างเต็มดวงตา
“ท่านก็เช่นกัน”หวงเฟยประสานมือกุมระดับอกเพื่อขอบคุณเขา
ก่อนที่ไป๋เหลาจะหันหลังเดินจากไปเขาก็พูดบางสิ่งซึ่งทำให้หลงจื่อชะงักงัน
“ข้าเชื่อว่าเ้าเป็คนที่มีความสามารถไม่เกี่ยวว่าเ้าจะเป็ใครมาจากที่แห่งใด...ข้าหวังว่าเ้าจะใช้ความสามารถที่มีนั้นเพื่อช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจากภัยา”จบคำพูด เขาก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองเื้ัแม้แต่น้อย
หลงจื่อและหวงเฟยยืนส่งเขาจนลาลับสายตาหญิงสาวหรี่ตาอย่างใช้ความคิดบางอย่างก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นยังมุมปาก
“ข้าก็เพียงแค่อยากใช้ชีวิตตามใจอยากโดยไร้ข้อผูกมัดใดไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงในเื่ที่ห่างไกลท่านไม่คิดเช่นนั้นหรือท่านอาจารย์”
“ข้าเป็อาจารย์ที่สอนสั่งให้ความรู้แต่ไม่ใช่เ้าชีวิตของเ้า” หวงเฟยตอบกลับเรียบ ๆ “อยู่ที่ตัวเ้าแล้วว่าจะเลือกใช้ชีวิตแบบใด”
ในสักวันหนึ่งนางและหวงเฟยก็ต้องแยกจากกันเขาไม่อาจร่วมทางกับนางได้ตลอดเวลาเพราะนางเองก็ต้องมีเป้าหมายชีวิตของตนการจะมาติดสอยห้อยตามชายโสดแบบเขาตลอดเวลานั้นหาใช่เื่สมควรไม่น่าประหลาดที่หวงเฟยไม่เคยเห็นอีกฝ่ายคร่ำครวญเสียใจที่ต้องพลัดจากบ้านเกิดเมืองนอนเลยเขาไม่เคยได้เห็นน้ำตาแม้สักหยดของนางอันที่จริงแล้วเขาคิดว่านางแสร้งปั้นหน้าตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ
“ว่าแต่เราจะเดินทางกันต่อเลยหรือไม่”
“นั่นสินะนี่ก็ได้เวลาเปลี่ยนเมืองแล้วด้วย” หวงเฟยครุ่นคิดเพราะเขาอยู่ที่เมืองเดิมมาได้สองเดือนแล้ว “หลังจากนี้คงจะยุ่งกันมากเป็แน่”คำกล่าวแฝงนัยยะของเขาเรียกความสนใจของหลงจื่อได้ชะงัดนัก
“เป็เมืองใกล้าอย่างนั้นสินะ”
หวงเฟยยิ้มแทนคำตอบดูเหมือนว่าเขาจะมีความคิดบางอย่างที่นางไม่อาจรู้ได้
“ว่าแต่ ท่านไป๋เหลามอบบางสิ่งให้กับเ้าใช่หรือไม่”หวงเฟยเปรยไพล่ไปถึงห่อผ้ายาวหนักที่ชายวัยกลางคนมอบให้กับหญิงสาวก่อนจะจากลา
“ของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆก่อนจากลา ท่านอาจารย์ไป๋ช่างรู้ใจข้าเสียเหลือเกิน”ใบหน้าของหลงจื่อพราวระยับจนหวงเฟยหวั่นใจ
อาจารย์วัยกลางคนลอบคิดว่าควรจะส่งนางไปอยู่กับอาจารย์ไป๋ดีคงจะเป็การดีเสียกว่า
“ข้าขอตัวไปเก็บสัมภาระก่อนดีกว่าพวกเราเองก็ควรรีบออกเดินทางเดี๋ยวจะพลบค่ำเสียก่อน” ว่าจบหลงจื่อก็หันหลังเดินกลับไปทางที่พักของตนโดยมีหวงเฟยก้าวช้า ๆตามหลังพร้อมกับความนึกคิดบางประการ
ขณะที่รถม้าคันเล็กกำลังแล่นผ่านไปตามทางดินขรุขระหลงจื่อเปรยหางตามองสองฝั่งฝาซึ่งชาวบ้านมากมายกำลังเดินมุ่งหน้าไปทิศทางเดียวกับตนนางสังเกตเห็นว่าพวกเขามีสัมภาระน้อยใหญ่บนหลังบ่งบอกว่าคือชาวบ้านที่กำลังอพยพเพราะได้รับผลกระทบจากาเด็กน้อยคนหนึ่งเมื่อเห็นว่านางมองอยู่จึงรัวมือในอากาศหวังว่านางอาจจะสังเกตเห็นและยอมหยุดรับเขากับยายที่แก่ชรา
ทว่าหลงจื่อหาได้หยุดรถม้าของตนไม่นางไม่สนหากจะถูกมองว่าใจจืดใจดำ เพราะหากนางช่วยเหลือหนึ่งคนบรรดาคนที่เหลือคงจะกรูเข้ามาเพื่อขอความช่วยอีกมากมายเป็แน่
กระทั่งเมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงเมืองฉือซึ่งเป็เมืองหน้าด่านของทางเหนือในตอนพลบค่ำเพราะการอพยพของเหล่าผู้คนจากต่างถิ่นทำให้เมืองแห่งนี้แน่นขนัดจนชวนอึดอัดแม้จะมีการกั้นพื้นที่ไว้สำหรับผู้อพยพส่วนหนึ่งแล้วแต่ด้วยการหลั่งไหลที่ยังคงไม่ขาดสายอาจทำให้ต้องปิดประตูเมืองชั่วระยะเวลาหนึ่งหากยังไม่สามารถจัดการระบายผู้คนออกไปได้
“เ้าเมืองเหนือขึ้นชื่อว่ามีเมตตากรุณาแม้แต่ศัตรูจึงไม่ใช่เื่แปลกหากเขาจะอ้าแขนรับผู้อพยพผลัดถิ่น”หวงเฟยบอกแก่ศิษย์สาวขณะที่พวกเขากำลังขนของไปยังห้องพักของตน
“แล้วท่านอาจารย์ก็คงจะทำตัวเฉกเช่นเ้าเมืองเหนือ”หลงจื่อได้ทีแขวะเขาเล็ก ๆ “เราไม่ได้มียามากพอจะแจกจ่ายให้กับพวกเขาฟรี ๆ หรอกนะ”เผอเรอพูดคำโลกของตนออกมาทำเอาหวงเฟยหัวเราะน้อย ๆ เพราะ่แรกนางมักจะหลุดคำแปลกๆ ออกมาจึงทำให้เขาชินเสียแล้ว
“ใยถึงคิดว่าข้าจะแจกยาให้พวกเขาฟรี ๆล่ะ” หวงเฟยล้อเลียนคำพูดลูกศิษย์อย่างขบขัน
“เพราะท่านมีเมตตาผิดกับคนอย่างข้าที่มีแต่ความใจดำ”
หวงเฟยมองลูกศิษย์อย่างเอ็นดูในคำพูดของนางกว่าหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันมาแม้จะไม่อาจเข้าใจความคิดหรือการกระทำของหญิงสาวได้ทั้งหมดแต่เขาก็สามารถบอกได้อย่างเต็มปากว่านางไม่ใช่คนใจจืดใจดำดังเช่นที่กล่าว การกระทำของนางนั้นมีเหตุมีผลเสมอทว่าหากเอ่ยความนึกคิดนี้ออกไปนางคงจะแสยะปากแล้วบอกว่าเขามองนางตื้นเขินเกินไปเป็แน่
“หลงจื่อ...เ้ากับข้าอยู่ด้วยกันมาได้หนึ่งปีแล้วจากนี้เ้าจะทำอย่างไรต่อ” คำถามของหวงเฟยทำเอาลูกศิษย์สาวชะงักงัน นางบอกใบหน้าจริงจังของเขาอย่างไม่วางตา
“ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“เ้าไม่มีสิ่งที่อยากทำนอกจากติดตามข้าหรือ”
“ข้าไม่มีครอบครัว ไม่ได้มีบ้านอยู่ที่นี่ข้าไม่รู้หรอกว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง” แม้จะเป็เสียงพูดระดับปกติแต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความเศร้าจนน่าใจหาย
“เ้าบอกว่าตนเองมีลูกพี่ลูกน้องมิใช่หรือเขาอาจจะเหมือนเ้า...หลงมายังที่แห่งนี้”
หลงจื่อได้เล่าทุกอย่างให้หวงเฟยฟังหลังจากมั่นใจแล้วว่าเขาเป็คนที่สามารถไว้ใจได้น่าแปลกที่เขาไม่ได้เคลือบแคลงสงสัยใด ๆ ในตัวของนางเลยเขาเชื่อทุกอย่างที่นางเล่าและทำเพียงเอ่ยถามในเื่ที่สงสัยใคร่รู้เท่านั้น
“นางอาจจะไม่ได้มาที่แห่งนี้เหมือนกับข้าก็ได้อีกอย่างนะ...ถ้านางหลงมาที่โลกนี้จริง ๆ หากยังไม่ตายก็คงได้พบกันเองแหละ” หญิงสาวว่าอย่างไม่ยี่หระทำเอาหวงเฟยลอบคิดว่านางช่างใจดำตามคำกล่าวเสียจริงนั่นแหละ
“สักวันเ้าก็คงจะรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องติดสอยห้อยตามข้าไปตลอดเวลาเช่นนั้นแล้วไม่สู้เ้าวางอนาคตของตนเองในภายภาคหน้าั้แ่ตอนนี้เลยไม่ดีกว่าหรือ”หวงเฟยหรี่ตาหยั่งเชิงมองอีกหลงจื่อ ทว่านางกลับยิ้มบางส่งให้ทำเอาเขาประหลาดใจ
“ท่านเบื่อที่ข้าตามติดแล้วอย่างนั้นสินะ”
“เ้าอย่าได้แปรเจตนาของข้าเป็อื่น”สุรเสียงของหวงเฟยแข็งขึ้นเล็กน้อย “ที่ข้าพูดก็เพื่อตัวเ้าเองทั้งนั้น”
หลงจื่อเคลื่อนกายเข้าไปใกล้อาจารย์ของตนนางแหงนหน้ามองเขาอย่างมีเลศนัยแต่เพียงชั่วครู่นางก็ผละออกห่างแล้วตรงไปยังเก้าอี้ไม้เก่า ๆก่อนจะทอดกายสบายอารมณ์
“สำหรับข้าแล้ว...อาจารย์ก็เปรียบเสมือนเ้าชีวิตของข้าเพราะท่านเป็คนช่วยเหลือข้าเมื่อพลัดหลงมายังที่แห่งนี้หลงจื่อมิกล้าขัดความหวังดีของท่านอาจารย์หากท่านอยากให้ข้าทำสิ่งใดข้าก็พร้อมจะทำตามคำชี้แนะของท่าน”
หวงเฟยมองรอยยิ้มของลูกศิษย์สาวอย่างใคร่ครวญหากเขาอายุน้อยกว่านี้อีกสักสิบปี เขาคงจะหลงเสน่ห์ของนางเป็แน่หลงจื่อไม่ใช่คนสวยมากนัก แต่นางกลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาดแม้ยามนี้จะอยู่ในอาภรณ์ของบุรุษเพศก็ตามนางช่างแตกต่างจากเหล่าสตรีที่เขาเคยพานพบยิ่งนัก
“ท่านมีอะไรที่อยากจะบอกกับข้าอยู่สินะ”
“ใช่” เขาตอบรับสั้น ๆชั่งใจที่พูดมันออกมาในทันที
“ท่านพูดออกมาได้เลยหลงจื่อพร้อมที่จะรับฟังท่านเสมอ...แม้สิ่งนั้นจะเป็เื่ที่ระคายหูเพียงใดก็ตาม”