ในปี ค.ศ 20xx ณ จังหวัดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้มีโรงเรียนแห่งหนึ่งถูกก่อตั้งขึ้นมา โรงเรียนแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็โรงเรียนสำหรับคนรุ่นใหม่ คนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศส่วนใหญ่มักจะจบมาจากโรงเรียนนี้กันทั้งนั้น เปิดรับนักเรียนั้แ่ระดับชั้น เตรียมอนุบาลจนถึงม.6 โดยแต่ละปีจะมีนักเรียนทั้งหมดประมาณ 5000 ถึง 6000 คนต่อปีที่ ศึกษาอยู่ที่นี่ ซึ่งผู้ที่ก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมาเป็ถึง 1 ใน 5 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลกอีกด้วย
เป็โรงเรียนยุคใหม่ที่สร้างมาเพื่อคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำมากมาย เปิดกว้างอะไรหลาย ๆ อย่างที่หลุดออกจากกรอบความคิดของคนไทยรุ่นก่อน ๆ อย่างมาก ชมรมต่าง ๆ ถูกตั้งขึ้นมาและสนับสนุนผลักดันให้นักเรียนได้เรียนตรงสายอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝัน อาทิเช่น
-ชมรม มวยไทย -ชมรม แฟชั่นดีไซน์ -ชมรม มวยสากล -ชมรม คณิตศาสตร์
-ชมรม เทควันโด -ชมรม ศิลปะ -ชมรม นักเขียน -ชมรม การแสดง
-ชมรม เพาะกาย -ชมรม กฎหมาย -ชมรม กรีฑา -ชมรมวอลเลย์บอล
-ชมรม บาสเก็ตบอล -ชมรม แต่งหน้า -ชมรม ลีลาศ -ชมรม แพทย์
-ชมรม ฟุตบอล -ชมรม Dance Cover -ชมรม กันพลา -ชมรม ช่างฝีมือ
-ชมรม ว่ายน้ำ -ชมรม คหกรรม -ชมรม ดนตรี -ชมรม ตกปลา
-ชมรม มวยปล้ำ -ชมรม E-sport -ชมรม IT -ชมรม ฝึกสัตว์เลี้ยง
-ชมรม เทนนิส -ชมรม หนังสือ -ชมรมค้าขาย -ชมรมการเงิน
-ชมรม แบดมินตัน -ชมรม กอล์ฟ -ชมรม furniture designer -ชมรม คอสเพลย์
-ชมรม จักรยาน -ชมรม หมากรุก -ชมรม วิทยาศาตร์ ฯลฯ
โดยตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นนี้ ก็มีบางชมรมที่แตกสาขาแยกย่อยออกไปอีก
แต่ว่าโรงเรียนที่ดีเลิศขนาดนี้กลับมีปัญหาหลาย ๆ อย่างที่ผู้ใหญ่ไม่สามารถแก้ได้ จนกระทั่งการมาถึงของเขาคนนี้ที่จะเปลี่ยนแปลงโรงเรียนนี้ไปตลอดกาล…
ในเช้าที่แสนสดใส เหล่านักเรียนต่างวัยต่างสัญชาติค่อย ๆ ทยอยกันมาโรงเรียนเพื่อให้ทันก่อนเข้าแถว บ้างก็ขับรถมาเอง นั่งรถประจำทาง ปั่นจักรยาน หรือเดินมา ปกติโรงเรียนแห่งนี้ไม่มีการเข้าแถวหน้าเสาธง แต่เพราะวันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรก นักเรียนทุกคนจึงต้องเข้าแถวเพื่อฟังคำกล่าวจากคณะครูบาอาจารย์
แสงแดดยามเช้าส่องอ่อน ๆ ไปทั่วโรงเรียน เสียงเจี๊ยวจ๊าวของนักเรียน่วัยว้าวุ่นมีให้ได้ยินตลอด มีทั้งหน้าเก่าที่เคยมาจนเบื่อ และหน้าใหม่ที่กำลังตื่นเต้นสุดขีดอยู่หน้าประตูโรงเรียนอย่างเขาคนนี้
“นี่สินะ โรงเรียนใหม่ของเราน่ะ- ว่ะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!! น่าสนุกชะมัด!” เด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังยืนหัวเราะชอบใจคนเดียวอยู่หน้าโรงเรียนคนนี้มีชื่อว่า ‘การ์ตูน’ หรือใคร ๆ มักจะเรียกเขาว่า ‘ตูน’ เครื่องแบบของเขานั้นแปลกตาราวกับหลุดออกมาจากอนิเมะจนนักเรียนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างมองตามกันให้ควัก
ในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียวจนคนแถวนั้นไม่อยากเข้าใกล้ ก็ได้มีใครบางคนกำลังมองเขาจากไกล ๆ และยิ้มมุมปากอย่างเล่ห์สนัย โดยที่เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าเปิดเทอมมาวันแรกก็โดนจ้องจะเล่นซะแล้ว
เมื่อถึงเวลาเข้าแถว เด็กหนุ่มก็ไปเข้าแถวตามห้องของตัวเอง ซึ่งห้องประจำของเขาก็คือห้อง 3/5 เป็ห้องบ๊วยสุดในบรรดานักเรียนชั้น ม.3 เพราะตอนที่สอบเข้ามา ตูนดันหลับระหว่างสอบเพราะมัวแต่ดูอนิเมะจนดึกดื่นและในตอนที่เขาตื่นขึ้นมาก็เหลือเวลาสอบแค่ 10 นาที ซึ่งข้อสอบมีจำนวนทั้งหมด 100 ข้อ
แต่เด็กหนุ่มก็สามารถทำเสร็จได้ภายในเวลาและสอบผ่านได้แบบเฉียดฉิว นักเรียนทุกคนที่มารวมตัวกันต่างก็คุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮาเพราะว่ารู้จักกันมาั้แ่ ม.1 ซึ่งไม่ใช่เื่แปลกเลยที่เด็กที่พึ่งเข้ามาใหม่ในวันแรกอย่างตูนจะไม่มีเพื่อน แถมเขายังแต่งตัวแปลก ๆ ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักอีก พอเขาเป็ฝ่ายเข้าไปทัก อีกฝ่ายก็มักจะตอบปัด ๆ กลับมาและพยายามจะหลีกเลี่ยงที่จะคุย
แต่นั่นก็ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร เพราะตูนนั้นสามารถคุยกับเสียงในหัวของตัวเองได้ แถมยังมีตั้ง 2 เสียงอีกต่างหาก ซึ่งพวกเขาทั้ง 2 มีชื่อว่า ‘ตูนร้อน’ กับ ‘ตูนเย็น’ ซึ่งนิสัยของพวกเขาก็ตามชื่อ
นี่ตูน! เห็นไอ่หัวสกินเฮดห้องข้าง ๆ ไหม ดูมันทำหน้าดิ คิดว่ามันเจ๋งมากมั้ง-- เราเข้าไปซัดมันเลยดีกว่าจะได้รู้ของจริงมันเป็ยังไง
อย่าไปฟังมันเลยตูน อีกเดี๋ยวก็จะได้แยกย้ายกันเข้าห้องแล้ว ก่อเื่ั้แ่วันแรกเดี๋ยวก็โดนเป็ที่จับตามองเอาหรอก และอีกอย่างดูจากสริระร่างกายของมันแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นักมวยนะ ใช้ชีวิตในโรงเรียนแบบเด็กธรรมดากันดีกว่า
ถึงจะก่อเื่หรือไม่ก่อเื่ก็ตามยังไงก็เป็เป้าสายตาอยู่แล้วเพราะไม่มีใครที่ไหนเขาแต่งตัวด้วยการใส่ผ้าคลุมโฮคาเงะรุ่นที่ 4 มาโรงเรียนหรอก
ผ่านไปสักพัก ผอ. โรงเรียนก็ได้ขึ้นมากล่าวเปิดโรงเรียน เล่าประวัติความเป็มา เป้าหมาย และแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน ก่อนที่เดินจะลงไป ทว่าตูนจะสามารถััอะไรบางอย่างจากได้จาก ผอ. คนนี้ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเขาคงจะคิดไปเอง
จากนั้นนักเรียนทั้งหมดก็ได้แยกย้ายกันเข้าห้องเรียน
หลังจากที่เข้ามาในห้อง ตูนก็ได้เลือกที่นั่งของเขาตรงที่ริมหน้าต่างด้านหลังสุดอย่างไม่ลังเลเพราะมันเป็ที่ประจำที่พวกตัวเอกในอนิเมะชอบนั่งกัน แต่เขาก็ไม่รู้เลยว่าที่ตรงนั้นมันเป็ที่นั่งประจำของพวกนักเลงประจำห้องที่มักจะชอบนั่งหลังเสมอ เพื่อนทั้งห้องที่เห็นการแต่งตัวของตูนก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาทัก พวกเขาต่างก็มองไปที่เด็กหนุ่มด้วยแววตาสงสารเพราะรู้ว่าเขาต้องโดนพวกนักเลงรังแกแหงแซะเพราะไปนั่งที่ของพวกมันอาจทำให้พวกมันไม่พอใจขึ้นมาก็ได้
พูดไม่ทันขาดคำ เสียงเปิดประตูดัง ปั้ง! ดังเข้ามา ตามด้วยบุคคลที่ดูยังไงก็เป็นักเรียนนักเลงแน่ ๆ 3 คนเดินตรงดิ่งมาที่ตูน มองจากดาวอังคารยังรู้ว่าไอ่ 3 คนนี้ไม่ญาติดีด้วยแน่นอน
“เห้ย ลุก!” หนึ่งในพวกมันตวาดเสียงดัง
ตูนที่กำลังนั่งชมนกชมไม้อยู่ริมหน้าต่างก็ได้หันหน้ามาและเริ่มทำท่าทางเหมือนกับคนคัดจมูกก่อนที่จะยกนิ้วชื้กับนิ้วโป้งขึ้นมาบีบจมูกไว้
“เหม็นบุหรี่ชิxหายเลยว่ะ”
การที่เด็กหนุ่มพูดแบบนี้ออกไปก็ทำให้พวกนักเลงไม่พอใจมากขึ้นไปอีก พวกมันทั้ง 3 มองตาแข็งมาที่เด็กหนุ่มและทำท่าทางที่พร้อมจะมีเื่ได้ทันที แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะพวกนั้นได้ลงมือเสียงเปิดประตูก็ได้ดังขึ้นมาจากหน้าห้องอีกครั้ง
ครืด...
“เอา ๆ ๆ นั่งที่กันให้เรียบร้อยได้แล้ว! คาบคณิตศาสตร์คาบแรกนี้จะยังไม่สอนอะไรมาก ครูจะทบทวนบทเรียนก่อนละกัน”
การมาถึงของครูคณิตทำให้พวกนักเลงพวกนั้นต้องหยุดลงด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยสบอารณ์ซักเท่าไหร่ จากนั้นพวกมันก็ได้แยกย้ายกันไปนั่งที่โต๊ะข้าง ๆ ของตูนที่ยังว่างอยู่
คาบเรียนดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งครูได้พูดขึ้นมา
“เอาหนังสือขึ้นมา เปิดไปหน้าที่ 46 แล้วทำแบบทดสอบก่อนเรียน 10 ข้อ ส่งครูท้ายคาบ ส่วนใครที่ไม่มีหนังสือก็ไปขอยืมเพื่อนข้าง ๆ ดูละกันนะ”
ตูนหยิบหนังสือขึ้นมาทำแบบทดสอบก่อนเรียนอย่างที่ครูบอก แต่เป็เื่บังเอิญหรือยังไงที่นักเลง 3 คนข้าง ๆ ไม่มีใครเอาหนังสือมาโรงเรียนเลยซักคน อาจารย์ที่สังเกตุเห็นก็ได้ทักทันที
“พวกเธอ 3 คนน่ะ ไม่ได้เอาหนังสือมาใช่ไหม งั้นก็ไปดูกับเพื่อนที่อยู่ตรงริมหน้าต่างนั้นละกันนะ-- นายที่นั่งริมหน้าต่างแถวสุดท้ายนั้นน่ะ!” ครูะโเรียกพลางชี้ปากกาไปที่ตูน
“ครับ!!!” ตูนขานรับทันที
“ชื่ออะไร? ทำไมครูไม่เคยเห็นหน้า? เด็กใหม่หรอ?”
เด็กหนุ่มยืนขึ้นมา
“ผมชื่อเด็กชาย รุ่งโรจน์ โรจน์รุ่ง ชื่อเล่นชื่อการ์ตูน หรือเรียกว่าตูนเฉย ๆ ก็ได้ครับ! พึ่งย้ายมาโรงเรียนวันนี้วันแรก ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ!!!” พูดจบ ตูนก็ได้โค้งตัวลงมาตามวัฒนธรรมมารายาทของชาวญี่ปุ่นซึ่งปกติคนไทยเขาไม่ทำกัน ทำให้ทุกคนในห้องต่างก็สับสนและสันนิษฐานกันไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าไอ่หมอนี่มันดูการ์ตูนมากไปหรือปล่าวหรือว่ามันเป็ลูกครึ่งญี่ปุ่น
“เอาล่ะตูน เดี๋ยวให้เพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ดูหนังสือด้วยนะ”
“ผมว่าเกรงจะไม่ได้ครับ!!”
ตูนปฏิเสธครูคณิตสุดดุคนนี้อย่างทันควัน ทำให้เพื่อนร่วมห้องต่างก็เหวอไปตาม ๆ กัน และยิ่งกว่านั้นยังทำให้พวกนักเลงเกลียดขี้หน้าเขามากขึ้นไปอีก
“ไหนบอกมาซิว่าทำไมถึงไม่ได้” คุณครูถามกลับมาด้วยน้ำเสียงดุเล็กน้อยและจ้องไปที่หน้าของเด็กหนุ่ม
“เพราะพวกเขาพึ่งไปสูบบุหรี่จนกลิ่นบุหรี่ติดเสื้อมาครับ และยังไม่เอาเสื้อเข้าในกางเกงอีก พวกเขาเป็นักเลง ผมไม่อยากอยู่ใกล้พวกเขาครับ!”
คำพูดทั้งหมดที่ตูนพึ่งพูดออกมาทำให้เพื่อนในห้องต่างก็เหวอหนักกว่าเดิม สายตาของทุกคนมองไปที่คุณครูที่อยู่ตรงหน้าห้องแม้กระทั่งนักเลง 3 คนนั้นก็มองตามไปด้วย ครูนิ่งเงียบไปซักพักก่อนที่จะกวาดสายตามองไปที่นักเลง 3 คนนั้นและกลับมามองที่ตูน
“งั้นเหรอ... นั่งลงได้”
“ขอบคุณครับ!!”
“พวกเธอ 3 คนน่ะ ลุกมานี่ซิ!” คำพูดที่ฟังดูเรียบง่ายธรรมดาแต่ทำไมฟังแล้วกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
นักเลง 3 คนลุกออกไปหน้าห้องโดยไม่มีทีท่าที่จะต่อต้านเลยซักนิดเดียว เพราะทำไมได้
ทันทีที่ทั้ง 3 เดินมายืนอยู่หน้าห้อง อาจารย์ก็ได้กลิ่นบุหรี่โชยออกมาอย่างที่ตูนว่าจริง ๆ
“นี่สูบบุหรี่ั้แ่วันแรกเลยหรอ? สงสารพ่อแม่บ้างไหม! เขาส่งมาให้เป็นักเรียนไม่ใช่นักเลง โตไปจะทำไรกินเนี่ยห้ะ!!”
ครูดุนักเลงทั้ง 3 ชุดใหญ่จนทำให้พวกมันรู้สึกอับอายขายขี้หน้าต่อเพื่อนทั้งห้องและคับแค้นใจตูนเป็อย่างมาก และดูเหมือนว่าพวกมันจะหมายหัวตูนไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“งั้นวันนี้พอแค่นี้!! แบบทดสอบก่อนเรียนมาส่งคาบหน้าละกัน เลิกชั้นได้! ส่วนพวกเธอ 3 คน ตามครูมาที่ห้องปกครองด้วย!”
กริ่งหมดคาบดังพอดี อาจารย์และนักเลงเดินออกไป ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบว่าตูนคงไม่รอดแหง คงโดนพวกนั้นกลั่นแกล้งทารุณไปตลอดทั้งปี ช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้ พึ่งเข้ามาวันเรียนแรกเองแท้ ๆ และไม่นานเสียงซุบซิบก็ได้ซาลงไป และกลายเป็เสียงพูดคุยเจี้ยวจ้าวเข้ามาแทนที่
“นี่นายน่ะ!! ทำแบบนี้จะแย่เอานะ” เด็กแว่นเนิร์ดที่ตัวเล็กไม่ต่างจากตูนเท่าไหร่เข้ามาทัก
“ใช่แล้ว... ฉันกำลังแย่สุด ๆ เลยล่ะตอนนี้ แบบทดสอบนี้มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่คิดไว้มาก สมแล้วที่เป็จอมมารคณิตศาตร์ ที่เป็ที่หวาดกลัวของคนทั้งโลก-- แฮ่ก...แฮ่ก... ฉันจะปราบแกให้ได้และให้โลกใบนี้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง!!”
“ไม่ใช่เื่นั้นเฟ้ย!! ฉันหมายถึงเื่ที่นายไปขัดใจพวกนักเลงพวกนั้นต่างหากเล่า!- 3 คนนั้นน่ะอยู่ชมรมมวยไทยนะ ถ้าไปมีเื่กับคนในชมรมนั้นเข้านายจะแย่เอานะ”
ถึงเด็กเนิร์ดคนนี้จะพูดไปซักเท่าไหร่แต่ก็ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาไม่สามารถส่งไปถึงตูนได้เลยแม้แต่น้อย
“ย้ากกกกกกกกกก!!!!!!!! เป็ไงล่ะเ้าจอมมารคณิตศาสตร์ ในที่สุดแกก็เสร็จฉันจนได้ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
“ที่พูดไปเนี่ยไม่ได้ฟังกันเลยใช่ไหมเนี่ย…” เด็กเนิร์ดบ่นปริบปรอย
“ขอบคุณมากนะนายแว่นที่ช่วยเป็กำลังใจให้ฉันน่ะ ฉันชื่อตูนนะ นายชื่ออะไรล่ะ?”
“ฉันชื่อ ต้นกล้า เรียก กล้า เฉย ๆ ก็ได้”
“ขอบใจมากเลยนะต้นกล้าที่ช่วยฉันปราบเ้าจอมมารคณิตศาสตร์นี้ได้สำเร็จ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำแปปหนึ่งนะ เดี๋ยวฉันกลับมาแล้วฉันจะสอนวิธีใช้เน็นให้กับนายละกัน!” (Hunter x Hunter)
ตูนวิ่งแจ้นออกห้องไปทันที ต้นกล้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ๆ ออกมาก่อนจะมองไปที่แบบทดสอบก่อนเรียนของตูนและเขาก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า
นี่มัน! ถูกแค่ข้อเดียวเองนี่หว่า… ดูเหมือนว่าปีนี้จะมีเื่ให้น่าปวดหัวเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะน่าดู ดูท่าไม่ใช่คนที่ไม่ดีอะไรแท้ ๆ หวังว่าจะปลอดภัยนะ
...
-บริเวณห้องน้ำหลังโรงเรียน-
นักเลง 3 คนนั้นกำลังนั่งมั่วสุมกันหลังจากออกจากห้องปกครอง พวกเขาทั้งหมดจะต้องโดนหักคะแนนจิตพิสัยและถูกเรียกผู้ปกครองมาพบ นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็ แต่เนื่องจากที่ชมรมมวยไทยได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนและประเทศนี้ คนที่อยู่ในชมรมนี้จึงถูกลดหย่อนโทษให้ แต่ถึงยังงั้น มันก็ไม่สามารถดับไฟแค้นในใจของพวกเขาได้อยู่ดี
“แม่งงเอ้ย!! หงุดหงิดชิxหายเลยว่ะ เพราะแม่งแท้ ๆ เราถึงต้องมาโดนไอู่แก่หงำเหงือกนั่นบ่นเป็ชั่วโมง โxตรน่ารำคาญ สงสัยคงต้องสั่งสอนไอ่ปัญญาอ่อนนั้นให้รู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้างละ!”
“เออนั่นดิ กุว่าจะเล่นแม่งตอนพักเที่ยงนี้แหละ ให้ไอ่ ‘เค’ มันมาจัดการดีไหม กุจะได้ไม่ต้องลงแรง”
“มึงก็เกินไปไอ่บอล ไอ่เด็กใหม่นั่นดูทรงแล้วจะไม่ค่อยเต็มว่ะ ทำตัวอย่างกะหลุดออกมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ต้องไปบอกไอ่เคหรอก ไม่อยากให้เด็กไม่เต็มอย่างมันพิการั้แ่ย้ายเข้ามาโรงเรียนวันแรก”
เด็กหนุ่มที่ชื่อโบ๊ท มีความใจเย็นมากกว่าใครเพื่อนจึงพยายามเกลี้ยกล่อม แต่ดูเหมือนไอ่บอลก็ยังจะพยายามมีเื่ให้ได้อยู่ดี
“กูไม่สนอ่ะ ยังไงกูก็จะเล่นแม่ง ใช่ไหมไอ่บาส”
“เออ”
หลังจากที่ตกลงกันเสร็จเรียบร้อยไอ่บอลที่เป็เหมือนหัวหน้าก็ได้โทรนัดเรียกพวกให้มาเจอกันที่ห้องน้ำตอนเที่ยงเพื่อที่จะมารุมทำร้ายตูน หรือรุมกระทืบนั่นเอง
“เรียบร้อย ทีนี้ก็เหลือแค่รอให้ถึงตอนเที่ยง”
“งั้นเราจะทำไรกันดี โดนอีแก่นั่นบ่นแต่เช้าไม่มีกะจิตกะใจจะเข้าเรียนเลยหว่ะ เซ็ง”
“ไปร้านเกมกันมะ” โบ๊ทเสนอไอเดียออกมา
“ไปดิ”
แล้วพวกมันก็ได้ปีนรั้วออกนอกโรงเรียนไป
-ภายในห้อง 3/5-
คาบเรียนได้ผ่านไปอย่างปกติและตูนก็หลับทุกคาบ เหตุเนื่องมาจากนิสัยที่ชอบดูอนิเมะซะดึกดื่นจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยมาถึงคาบสุดท้ายของภาคเช้า บอล บาส โบ๊ท นักเลงประจำห้องก็ไม่มีวี่แววที่จะโผล่หัวออกมาให้เห็นเลยซักนิดเดียว จนกระทั่งถึงเวลาพักเที่ยง
กริ๊งงงงง!!
ทันทีที่เสียงกริ่งหมดคาบดังออกมา ตูนที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ก็ได้เบิกตากว้างออกทันทีราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งระบบแจ้งเตือนไว้
“ได้เวลาข้าวเที่ยงแล้วโว้ยย!! เซลล์กูเมร์ของฉันมันกำลังร่ำร้องอยากที่จะอาละวาดเต็มที่แล้ว!! ย้ากกกก!!!!” (นักล่าอาหาร : โทริโกะ)
ตูนพูเสียงดังอยู่คนเดียวจนเพื่อนในห้องหันมามอง และเขาก็ได้วิ่งแจ้นออกไปจากห้องทันที หลังจากที่ตูนออกจากห้องไปได้ไม่นานก็ได้มีเด็กผู้ชายท่าทางน่ากลัวกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง
“ไอ่เด็กใหม่อยู่ไหน!!”
หนึ่งในพวกมันตวาดเสียงดังออกมาจนเพื่อน ๆ ในห้องเงียบกันหมดไม่มีใครกล้าตอบ
“กูถามว่าไอ่เด็กใหม่อยู่ไหน!!”
ด้วยสปิริตความเป็หัวหน้าห้องของต้นกล้าเขาจึงพยายามที่จะตอบออกไปถึงแม้ในใจไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับพวกนักเลงก็ตาม
“ขะ...เขาพึ่งวิ่งออกไปที่โรงอาหารเมื่อกี้นี้น่ะ”
“เออ!! ก็รีบ ๆ ตอบมาดิวะ! จะเงียบกันทำเxี้ยไร เป็ใบ้กันไง! เสียเวลาชิบหาย”
หลังจากที่ได้คำตอบมันก็้ปิดประตูเสียงดัง ปั้ง! ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวและพากันยกขโยงไปที่โรงอาหาร
ทางด้านของตูน หลังจากที่เขาวิ่งออกมาจากห้องก็เป็เวลา 10 นาทีแล้ว ซึ่งมันควรจะถึงโรงอาหารได้ตั้งนานแล้ว และดูเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังหลงทางอยู่
“เฮ้ย ๆ บรรยายให้มันดี ๆ หน่อย ว่าใครหลงกันฟะ ฉันแค่กำลังวิ่งตามหามุซันต่างหากละเฟ้ย” (คิบุตสึจิ มุซัน : ดาบพิฆาตอสูร)
แล้วมุซันมันเกี่ยวอะไรกับเซลล์กูเมร์-
“หุบปาก!! ฉันไม่ยอมแพ้หรอก!!-- คิบุทสึจิ มุซัน! ฉันจะต้องหาแกให้เจอ และจะหาวิธีทำให้เนซึโกะกลับมาเป็มนุษย์ให้ได้!!”
ในขณะที่ตูนกำลังวิ่งหามุซัน เอ้ย! วิ่งหาโรงอาหารอยู่นั่นเอง เขาก็ได้วิ่งไปชนกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่แบกเอกสารเป็ตั้งเข้าอย่างจัง จนกองเอกสารล้มระเนระนาด อย่างกะฉากที่เห็นบ่อย ๆ ในอนิเมะเปี๊ยบ
โครมม…!
“อึ่ก! มุซันหรอ!!?”
“โอ๊ย... เจ็บ ๆ ๆ”
เด็กผู้หญิงอยู่ตรงหน้าของเขาตอนนี้ เธอมีชื่อว่า ‘เพียงดาว’ หรือเพื่อน ๆ เรียกกันว่า ‘ดาว’ เป็เด็กหญิงที่มีหน้าตาน่ารักและสละสวยเกินไปอย่างมากถ้าเทียบกับเด็กผู้หญิงรุ่นเดียวกัน เรียกว่าถ้าเกิดเธอใช้หน้าตาเข้าวงการบันเทิงอย่างเดียวเธอจะสามารถเดินเข้าได้อย่างสบายและดังเป็พลุแตกแน่นอน เธอเป็หนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดในโรงเรียน และสามารถเป็ดาว TikTok ได้สบาย ใครเห็นเป็ต้องหลงไหล เป็คนที่เหมาะสมกับคำว่าเบ้าหน้าฟ้าประทานเป็ที่สุด
“อะไรกัน ไม่ใช่มุซันหรอกเหรอ” ตูนบ่นอุบอิบด้วยท่าทางผิดหวัง
เด็กหนุ่มค่อย ๆ ลุกขึ้นมาและพูดกับดาว
“ฉันขอโทษนะแม่นาง พอดีฉันยังควบคุมเซลล์กูเม่ของฉันได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะ”
“เซลล์กูเม่???”
“ว่าแต่แม่นางช่วยบอกฉันทีสิว่าโรงอาหารต้องไปทางใดรึ”
“โรงอาหาร?? จะไปโรงอาหารแล้วมาทำอะไรตรงนี้ โรงอาหารมันอยู่ตรงกลางโรงเรียนโน่น! ตรงนี้มันหลังโรงเรียนแล้ว!!”
“งั้นเหรอ ๆ ข้าขอบคุณแม่นางมากนะ ไว้มีโอกาสข้าจะตบรางวัลให้เ้าอย่างงามเลย”
พูดจบเด็กหนุ่มก็วิ่งออกไปทันที ไม่ช่วยเขาเก็บของด้วย ปล่อยให้ดาวต้องมานั่งเก็บเอกสารที่ระเนระนาดอยู่บนพื้นคนเดียว
แม่นางอะไรของมันวะ!!
และในที่สุด ตูนก็มาถึงจนได้ ณ สถานที่ที่มีชื่อเรียกว่า โรงอาหาร ที่ถือว่าเป็สนามรบสำหรับเหล่านักเรียนที่ต้องแย่งชิงซื้อข้าวกันให้ทัน ซึ่งนั่นก็นับก็ว่ายากแล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัวของจริงก็คือการหาที่นั่งกินต่างหากล่ะ
“แฮ่ก...แฮ่ก... มาถึงจนได้”
และวันนี้ตูนเลือกที่จะไปกินแกงกระหรี่ไก่สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีเพียงร้านเดียวของทั้งโรงเรียนและที่น่าแปลกคือร้านนั้นไม่มีนักเรียนคนไหนต่อแถวเลยนอกจากนักเรียนที่มีรูปร่างใหญ่โตอัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อราวกับนักเพาะกายคนนั้น แต่เด็กหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะไปต่อแถว ซึ่งเขาที่เป็ผู้ชายตัวเล็กก็โดนนักเรียนกล้ามคนนั้นบังซะมิดราวกับกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่ยืนอยู่ด้านหลังของหมีกริซลีที่โตเต็มวัย จากนั้นไม่นาน นักเรียนกล้ามคนนั้นก็ได้เดินออกไป จนมาถึงคิวของตูน
“แกงกระหรี่ไก่จานหนึ่งครับป้า”
“ขอโทษทีนะจ๊ะ พอดีวันนี้ป้าขายหมดแล้วจ้ะ”
“ห๊าาาา!!??”
ร้านกับข้าวที่มีนักเรียนมาเข้าร้านแค่คนเดียวกลับขายหมดก่อนร้านที่มีนักเรียนต่อคิวยาวเป็หางเว่า!?
“พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ละกันนะพ่อหนุ่ม”
ตูนจำเป็ต้องทำใจ ถึงแม้เขาอยากจะกินแกงกระหรี่ไก่มากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายเขาก็ได้ข้าวซอยไก่มากิน หลังจากซื้อข้าวเสร็จก็ถึง่เวลาสำคัญ เวลาแห่งการหาที่นั่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีที่นั่งเหลืออยู่เลยซักที่เดียว ทั้งโต๊ะข้างในหรือโต๊ะข้างนอกก็เต็มไปด้วยนักเรียนมากมายนั่งเต็มไปหมดแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าความหวังของตูนยังไม่หมดไปซักทีเดียว
“นายที่ใส่เสื้อคลุมมินาโตะตรงนั้นน่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งมาที่ตูนแหวกเสียงจอแจของนักเรียนมากมายในโรงอาหาร และแน่นอน ตูนหันหน้าไปหาเ้าของเสียงนั้น
“เธอเป็ใคร?”
“กำลังหาโต๊ะกินข้าวใช่ไหมล่ะ- ตามฉันมาสิ”
ตูนไม่มีทางเลือก จึงเดินตามผู้หญิงใส่แว่นคนนั้นไป และในระหว่างที่ตูนกำลังเดินตามเธอไป เสียงของตูนร้อนกับตูนเย็นก็ดังก้องขึ้นมาในหัว
ระวังตัวไว้นะตูน ไม่แน่เธออาจจะเป็นักฆ่าที่ทางรัฐบาลส่งมากำจัดเราก็ได้!!
ไม่หรอกน่า บางทีเธออาจจะอยากช่วยเราจริง ๆ ก็ได้…
เด็กหนุ่มเดินมาซักพักก็ได้มาหยุดอยู่หน้าโต๊ะโต๊ะหนึ่งที่มีนักเรียน 3 คนนั่งกำลังนั่งอยู่ ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีสรีระร่างกายที่ดูโดดเด่นเป็เอกลักษณ์ ทั้ง อ้วนกว่าคนปกติ ผอมกว่าคนปกติ โต๊ะอาหารเป็ลักษณะโต๊ะยาว มี 2 ฝั่ง นั่งสูงสุดได้ฝั่งละ 4-5 คน
“ตรงนี้ว่างอยู่ นั่งสิ”
ตูนนั่งลงไป สาวแว่นนั่งตามลงมาที่ฝั่งตรงข้ามและเริ่มแนะนำตัวเอง
“พี่ชื่อ ‘โบว์’ นะ อยู่ ม.4” เธอคนนี้ก็คือคนเดียวกันกับที่แอบมองตูนอยู่ที่หน้าประตู
“คนนี้รึขอรับพี่โบว์ ที่จะมาเป็เด็กใหม่ในชมรมเรา” เด็กรูปร่างอ้วนท้วมใส่แว่นท่าทางเหมือนโอตาคุพูดแทรกขึ้นมา
“เหอะ... พี่โบว์ถึงกับพามาด้วยตัวเองแบบนี้ แสดงว่านายก็มีพลังแฝงบางอย่างสินะ นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากฉันแล้วจะมีคนอื่นอีก” เด็กหนุ่มร่างผอมกะหร่องที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ที่มือทั้ง 2 ข้างพูดเสริม
ส่วนอีกคนหนึ่งคือเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม เธอมองหน้าตูนและนิ่งเงียบไม่พูดอะไร ตูนหันหน้าไปถามกับโบว์ด้วยความสงสัย
“เอ่ออ.... นี่มันคืออะไร”
“หึหื้อ~ พวกเราก็คือชมรม ‘คอสเพลย์’ ยังไงล่า~ และฉันก็คือหัวหน้าชมรม นายควรจะดีใจนะที่ฉันคนนี้พามาด้วยตัวเองน่ะ ถ้าไม่ใช่คนในชมรมแนะนำล่ะก็ยากมากเลยนะที่จะเข้าชมรมนี้ได้น่ะจะบอกให้”
มันเข้ายากหรือเพราะไม่มีรู้จักและไม่มีใครอยากเข้ากันแน่ เพราะโรงเรียนนี้แม่งชมรมเยอะชิบหา-
“ขอบใจนะที่ชวนฉันเข้ามาน่ะ แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอก”
เด็กหนุ่มปฏิเสธออกไปอย่างหน้าตาเฉยและก้มหน้าก้มตากินข้าว ทำให้คนในชมรมต่างก็พูดความในใจออกมา
“ผมบอกแล้วไงล่ะขอรับ! ว่าหมอนี่น่ะไม่เหมาะกับชมรมของเราหรอกขอรับ!”
“นี่ฉันมองคนผิดไปงั้นเหรอเนี่ย บ้าจริง!”
เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไม่พูดอะไรและกินข้าวคนเดียวเงียบ ๆ
“ทำไมล่ะตูน มาเข้าชมรมพี่เหอะ”
“ไม่ล่ะครับ เพราะว่าเทพไม่รวมกลุ่ม” (โพไซดอน : มหาศึกคนชนเทพ)
“…”
“…”
“…”
คำตอบของตูนทำให้ทั้ง 3 คนอึ้งกิมกิไปหนึ่งอึดใจ ก่อนที่โบว์จะพูดต่อ
“ขะ-เข้าชมรมพวกเราเถอะ ถ้านายเข้ามานะ นายจะได้-”
ปั้ง!!
พูดไม่ทันจบ นักเลงที่ยกโขยงกันไปที่ห้องของตูนเมื่อครู่ก็ได้มายืนอยู่ข้างโต๊ะของพวกเขาในระยะประชั้นชิดเป็ที่เรียบร้อย แถมยังตบโต๊ะเสียงดังโชว์พาวอีกต่างหาก
“ปล่อยให้หาตั้งนานเลยนะไอ่เxี้ย”
ตูนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้อีกฝ่ายฉุนหนักกว่าเดิม มันดึงจานข้าวของตูนออกและเขวี้ยงทิ้งลงไปในถังขยะที่อยู่ข้าง ๆ ทันที ข้าวยังเหลือเยอะอยู่เลยด้วย เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองไอ่นักเลงนั่น
“เห้ย”
นักเลงที่เห็นตูนเริ่มอารมณ์เสียก็เริ่มชอบใจกันยกใหญ่
“ทำไม จะเอาหรือไง”
ตูนมองไปที่นักเลงทั้ง 5 คน ก่อนที่จะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาเห็นสมาชิกในชมรมคอคอสเพลย์ทุกคนต่างก็ก้มหลบหน้าหลบตาจากนักพวกเลงที่กำลังหาเื่ยกเว้นเด็กหน้าตาจิ้มลิ้มคนนั้นที่กินข้าวไม่สนอะไร นักเรียนคนอื่น ๆ ในระแวกใกล้เคียงก็เริ่มจับจ้องมาที่โต๊ะของพวกเขาเช่นกัน
“้าอะไร”
“มาด้วยกันแปปนึงเด่ะ” มันตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
ตูนลุกขึ้นและเดินตามไปอย่างไม่ขัดขืนทำให้บรรยากาศในโรงอาหารค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
“พะ...พี่โบว์ ยังจะเอาเขาเข้าชมรมอยู่ไหมขอรับ!?” เด็กหนุ่มถามเพื่อเช็คความแน่ใจของโบว์
“พะ...พี่ขอคิดดูอีกทีหนึ่งละกันนะ”
ระหว่างทางเดิน พวกเขาทั้ง 6 ต่างเดินตามกันไปอย่างเงียบ ๆ ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งเด็กหนุ่มที่ตกเป็เหยื่อได้พูดขึ้นมา
“ทำตัวเป็นักเลงเนี่ยไม่เบื่อกันบ้างเหรอ ทั้งขับรถท่อดัง กลิ่นบุหรี่เหม็นหึ่ง รู้ไหมว่าควันบุหรี่ที่พ่นออกมามันอันตรายกว่าที่พวกแกสูดเข้าไปอีกนะ เป็อันตรายต่อคนรอบข้างอีกด้วย บุหรี่น่ะถือเป็วัตถุต้องสาปเลยนะจะบอกให้... และยิ่งกว่านั้นก็คือยาบ้าที่ถือว่าเป็วัตถุต้องสาประดับพิเศษ อย่าไปยุ่งกับมันเชียวเลยนาา ไม่งั้นมันจะทำให้ชีวิตของนายและคนรอบข้างพังทลายลงได้เลยล่ะ ว่าแต่ ฉันมีเื่สงสัยอยู่อย่างหนึ่ง พวกนายช่วยบอกฉันทีสิว่าทำไมพวกนักเลงเนี่ยถึงชอบอยู่กันเป็กลุ่มเป็แก๊งกันจัง เพราะมันเท่เหรอ? โพสในโซเชียลว่า เพื่อนกันตลอดไป เพื่อนไม่ทิ้งกัน แต่พอมีเื่จริง ๆ กลับวิ่งหนีหางจุกตูดกันหมด และยิ่งเวลาติดคุกเนี่ย เพื่อนที่บอกว่ารักนักรักหนาถึงขั้นยอมตายแทนกันได้กลับหายหัวไปอยู่ไหนไม่รู้ สุดท้ายก็ต้องเดือดร้อนพ่อแม่ญาติพี่น้องมาประกันตัวออก และรู้ไหมว่าควันดำที่ออกมาจากท่อรถของคนอย่างพวกนายน่ะ มันทำให้โลกร้อ-”
เด็กหนุ่มพูดฉอด ๆ ๆ ไม่หยุด ทำให้หนึ่งในนักเลงเกิดปรี๊ดแตกขึ้นมา
“มึงเงียบดิ๊ไอ่เอ๋อ!! เล่นแม่งตรงนี้เลยดีไหม!!”
มันกระชากคอเด็กหนุ่มร่างเล็กขึ้นมาอย่างแรง ทว่าตูนก็ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว และคนที่เป็เหมือนหัวหน้าของกลุ่มนี้ได้พูดขึ้นมา
“อดใจไว้ก่อน ใกล้จะถึงแล้ว”
นักเลงที่กระชากคอเสื้อปล่อยร่างเล็กในมือออกและเดินต่อตามคำสั่ง แต่เ้าตัวแสบก็ยังคงพูดไม่หยุด
“เออใช่สิ พวกนายเคยอ่าน Study group ใน Webtoon กันไหม ฉันชอบมากเลยนะ โดยเฉพาะพระเอก ยุนกามินน่ะ เท่สุด ๆ ไปเลยล่ะ”
เขายังคงพูดตลอดทาง จนกระทั่งทั้ง 6 คนได้เดินเข้าไปหยุดอยู่กลางห้องน้ำเก่าแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่หลังโรงเรียน สภาพห้องน้ำแห่งนี้ร้างเหมือนไม่ได้ถูกใช้งานมา 10 กว่าปีแล้ว
ไม่รอช้า นักเลงทั้ง 5 คนเดินเข้าล้อมทันที เด็กหนุ่มไร้ทางหนี เขากวาดสายตามองไปที่แต่ละคนก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่งออกมา
“เฮ้อ... ยังไงนักเลงก็ยังคงเป็นักเลงอยู่วันยังค่ำล่ะน้าา... เมท่อไหร่มันจะหมดไปจากโลกนี้สักที…”
“พูดมากชิบหายไอ่xัสกุขอสักทีเหอะ หมั่นไส้มานานละเx็ดแม่!!!”
พวกมันทั้ง 5 เข้ามารุมเด็กหนุ่มร่างเล็กที่อยู่ตรงหน้าทันที โดยที่ไม่รู้เลยว่า นั่นอาจจะเป็การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกมันเลยก็เป็ได้
ทางด้านของ บอล บาส โบ๊ท หลังจากที่เล่นเกมเสร็จ ทั้ง 3 ก็ได้ปีนกำแพงกลับเข้าโรงเรียนมา
“มึงว่าตอนนี้ไอ่เด็กใหม่นั่นจะเป็ยังไงบ้างแล้ววะ”
“กุว่าแม่งคงเละ กลับบ้านไปนอนร้องไห้กับแม่แน่นอนว่ะ” บาสตอบกลับ
โบ๊ทนิ่งไม่พูดอะไร จนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงหน้าห้องน้ำที่กำลังเกิดเหตุตะลุมบอนกันอยู่ข้างใน ฉับพลัน ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกมาพอดิบพอดี บอลยิ้มร่าถามออกไปด้วยท่าทางสนุกสนาน
“ไอ่เอ๋อนั่นเป็ไงบ้าง มันยังไม่ตายใช่ไหม 5555+”
แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร คนที่ควรจะอยู่ข้างในกลับเดินออกมาหน้าระรื่น ส่วนคนที่จะเดินออกมา กลับอยู่ข้างในและไม่รู้ว่าสภาพเป็ยังไงแล้วบ้างตอนนี้
“เฮ้ออ... เสร็จซักที ตัวแข็งขึ้นเยอะเลยแฮะเรา สงสัยคงมัวแต่นั่งดูอนิเมะไม่ได้แล้วล่ะ ต้องกลับไปออกกำลังกายซักหน่อยแล้ว แต่ว่าตอนนี้ไปกินข้าวที่โรงอาหารต่อดีกว่า”
เด็กหนุ่มเดินสวน 3 คนนั้นไปอย่างสบายใจเฉิบราวกับคนที่อั้นอึในโรงเรียนทั้งวันและกลับมาปล่อยที่บ้านตอนเย็นแบบหมดไส้หมดพุง
ทั้ง 3 รีบวิ่งเข้าไปข้างในห้องน้ำ และต้องหยุดชะงักลงทันที พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตา ว่าภาพตรงหน้าเป็ความจริง นักเลงทั้ง 5 คนอยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมอ่วมไปทั้งตัว บางคนถึงกับนอนหมดสติแน่นิ่งกับพื้น และคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของกลุ่มก็มีสภาพยับเยินมากกว่าใครเพื่อน โดยที่เสื้อของเขาได้ขาดออกเป็รูปวงกลมขนาดเท่ากำปั้นตรงบริเวณลิ้นปี่จนเห็นเนื้อหนังที่เป็รอยแดงช้ำซึ่งเกิดมาจากการที่ถูกอะไรบางอย่างกระแทกเข้ามาอย่างรวดเร็วและรุนแรงเอามาก ๆ
“เห้ย! อะไรของพวกมึงเนี่ย กูบอกให้พวกมึงรุบกระทืบมันแล้วพวกมึงเล่นเxี้ยไรกัน!!!” บอละโถามด้วยความฉุนเฉียว
“สะ....”
“สะ?”
“สัตว์ประหล.า..ด...”