ความตั้งใจแรกหย่งซีเฉินคิดจะเก็บสีชมพูเอาไว้ก่อน ส่วนสีขาวจะฝังในปิ่นให้ฮองเฮา แต่ตอนนี้เขากลับเปลี่ยนใจหย่งซีเฉินเดินไปหาเถ้าแก่
“ท่านอ๋องมีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพะยะค่ะ”
“ข้าจะสั่งทำปิ่นฝังมุกราตรีทั้งสองอัน”
“ท่านอ๋องต้องการเป็นแบบไหนหรือพะยะค่ะ”
“เม็ดสีขาวให้ทำปิ่นเป็นรูปดอกโบตั๋นอันใหญ่หน่อยให้สตรีสูงวัย ส่วนสีชมพู”
หย่งซีเฉินหยุดคิดครู่หนึ่งค่อยพูดต่อ
“ใช้หยกขาวทำเป็นรูปดอกฝูหรงติดมุกราตรีไว้ตรงกลาง สลักอักษรหย่งไว้ในตัวปิ่นด้วย”
“กระหม่อมเข้าใจแลัวพะยะค่ะ อีกสิบวันกระหม่อมจะเอาไปส่งที่ตำหนักพะยะค่ะ”
เมื่อเสร็จธุระแล้วทั้งสามก็ออกจากหอซื่อผิ่นมุ่งหน้ากลับตำหนักหย่งเฉิน
เพล้ง!!
เสียงถ้วยชากระทบพื้นจนแตกละเอียด
“เจ้าคิดจะต่อต้านข้าหรือ หากไม่มีตระกูลเกา เจ้าคิดว่าตระกูลฮั่วของเจ้ายังจะสุขสบายอย่างทุกวันนี้อยู่หรือ”
เกาหล่างตวาดภรรยา
ตระกูลเกาต้องการอำนาจ ตระกูลฮั่วต้องการเงิน แต่ถึงยังไงเกาหล่างก็ยังต้องการเงินของตระกูลฮั่วอยู่ดี เพราะการซุ่มเลี้ยงทหาร และซื้ออาวุธต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย
“แต่ท่านก็ได้จากพ่อข้าปีละไม่น้อย” ฮั่วหว่านเหนียงโต้สามี
“แค่ให้ไปงานเลี้ยงดอกเหมยของฮองเฮาทำไมถึงยากเย็นนัก”
“แน่ใจหรือเจ้าคะว่าแค่ไปงานเลี้ยงไม่มีอย่างอื่นซ่อนเร้น ท่านทำอะไรข้าไม่เคยสนใจ แต่เรื่องนี้ข้ายอมไม่ได้ ต่อให้ท่านทำเพื่ออยากเอาใจผู้หญิงคนนั้น ท่านก็ไม่ควรใช้ลูกข้าเป็นเครื่องมือ ลูกสาวที่ข้าเลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ข้าจะไม่ยอมให้นางเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจของพวกท่านเด็ดขาด” ฮั่วหว่านเหนียงตะโกนใส่หน้าสามี
“ลูกสาวที่เจ้าเลี้ยงมาอย่างนั้นหรือ” เกาหล่างกัดฟันพูด
“ถูกแล้วเจ้าค่ะ ลูกสาวที่ข้าเลี้ยงมาอย่างทนุถนอม เกาเข่ออิงนางเป็นลูกสาวของข้าใครก็อย่าคิดแตะต้องนางเป็นอันขาด” ฮั่วหว่านเหนียงเดินไปกระซิบที่ข้างของหูสามี ยิ่งทำให้เกาหล่างขบกรามแน่น
ที่ด้านนอกของประตูเข่ออิงจับมือน้องสาวแน่น
“ไปกันเถอะ” นางพาฉู่หลานเดินออกมายังชิงช้าที่ลานหน้าเรือน
“พี่หญิงทำไมหมู่นี้ท่านพ่อกับท่านแม่ทะเลาะกันบ่อยนักล่ะจ้าคะ” เกาฉู่หลานบุตรสาวคนเล็กของเกาหล่างถามพี่สาว
“เรื่องของผู้ใหญ่เด็กอย่างพวกเราไม่ต้องไปยุ่งหรอก” นางบอกบอกน้องสาว
“พี่หญิงท่านจะไปงานชมดอกเหมยหรือไม่เจ้าคะ”
“ทำไมเจ้าอยากไปหรือ แต่เมื่อครู่เจ้าก็เห็นแล้วว่าท่านแม่ไม่อยากให้ข้าไป”
“ฮองเฮาส่งเทียบเชิญมาแบบนี้ถ้าไม่ไปจะดีหรือ” ฉู่หลานพูด
“เจ้าอยากไปไหม” เข่ออิงมองหน้าน้องสาว
“ข้าอยากไป แต่ถ้าพี่หญิงไม่ไปข้าก็ไม่ไปเช่นกันเจ้าค่ะ”
“ทำไมล่ะถ้าข้าไม่ไปทำไมเจ้าถึงไปไม่ได้”
“ถ้าพี่หญิงไม่มีความสุขข้าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุขเจ้าค่ะ” ฉู่หลานพิงศรีษะที่ไหล่ของพี่สาว
“แล้วทำไมถึงอยากไป ข้าว่างานแบบนี้น่าเบื่อจะตาย ทุกคนต้องปั้นหน้ายิ้มให้กันตลอดเวลา อีกอย่างใครๆก็รู้ว่าที่ฮองเฮาจัดงานนี้ขึ้น ก็เพื่อเฟ้นหาสตรีให้ท่านอ๋อง รู้แบบนี้เจ้ายังอยากไปอีกหรือ” เข่ออิงถามน้องสาว
“ข้า คือ ข้า” ฉู่หลานอึกอัก
“เจ้าอยากเจอองค์ชายรองหรือ”ฉู่หลานก้มหน้าหลบตาพี่สาวกำนื้วมือตัวเองแน่น
“พี่หญิงรู้ใจข้าเป็นที่สุด”
“นอกจากเที่ยวหอนางโลมกับเมาสุรา ข้าก็ไม่เห็นว่าองค์ชายรองทำอะไรได้อีก
และที่สำคัญ พวกเราเป็นพี่น้องกันอะไรที่ไม่ควรคิดเจ้าก็อย่าคิดเลย”เข่ออิงเตือนน้องสาว
“ไม่ใช่ว่าเราจะห้ามได้ทุกอย่างนี่เจ้าคะเรื่องหัวใจกับความรู้สึก มีใครบ้างที่ห้ามได้ อีกอย่างพวกเราก็ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน สนมเกาก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของท่านพ่อเสียหน่อย” เข่ออิงตกใจกับคำพูดของน้องสาว
“ทำไมเจ้าถึงรู้เรื่องนี้ใครบอกเจ้า”
“ข้าบังเอิญได้ยินท่านพ่อกับท่านแม่พูดกันเจ้าค่ะ”
“เจ้าห้ามบอกใครเด็ดขาดหากให้คนนอกรู้ มันอาจไม่ส่งผลดีกับท่านพ่อท่านแม่” นางกำชับน้องสาว
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะพี่หญิง”
“ดึกแล้วพวกเราเข้าไปข้างในกันเถอะ”
สองพี่น้องจูงมือกันเข้าเรือน