เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 32 อุ้งมือสยบพยัคฆ์สาว


    *ครืน! ครืน! ครืน!*


    เสียงดังกัมปนาทเลื่อนลั่นสะเทือนปฐพีดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับที่แผ่นดินรอบด้านเริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หินผาขนาดมหึมาหลายสิบก้อนร่วงหล่นลงมาจากหน้าผาสูงชันทั้งสองด้าน ปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้าและเบื้องหลังของขบวนรถม้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับได้รับการคำนวณมาเป็นอย่างดี ขบวนรถม้าหรูหราของหลีเฮงถูกบีบให้หยุดชะงักลงกึ่งกลางช่องแคบหุบเขารกร้างที่เงียบสงัดดั่งป่าช้า


    ฝุ่นควันสีเหลืองหม่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ บดบังทัศนวิสัยจนมืดมิดไปชั่วขณะ ท่ามกลางความสับสนอลหม่านนั้น ร่างเงาสายตรงของตระกูลจ้าวกว่าสิบห้าสายพลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า พวกมันกระจายกำลังล้อมกรอบรถม้าไว้ทุกทิศทาง ทุกคนสวมชุดรัดกุมปิดหน้าปิดตาสีดำสนิท แผ่กลิ่นอายปราณสังหารอันดุดันเข้มข้นจนทำให้อากาศรอบด้านหนาวเหน็บขึ้นมาถนัดตา


    ที่โดดเด่นที่สุดคือร่างระหงสายหนึ่งที่ก้าวออกมายืนกึ่งกลางยอดหินสูงชัน นางสวมเกราะหนังสีดำสนิทรัดรูปที่เน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างชัดเจน ทว่าแฝงไปด้วยความปราดเปรียวและอันตรายดุจพยัคฆ์ร้ายในราตรี ใบหน้าครึ่งบนของนางถูกปิดทับด้วยหน้ากากเหล็กสีดำทมิฬลวดลายดุดัน เหลือเพียงดวงตาคมกลมโตสีเพลิงทมิฬคู่สวยที่จ้องมองลงมาด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึกสะกดขวัญผู้คน... นางคือ ‘จ้าวฉินซวง’ อัจฉริยะระดับ SS ของตระกูลจ้าวที่ถูกส่งมานำทัพล่าสังหารหลีเฮงเพื่อล้างแค้นให้แก่จ้าวเทียนอวี่


    “ฆ่ามันซะ! อย่าให้เหลือแม้แต่ลมหายใจเดียว! ตระกูลจ้าวไม่ต้องการให้ขยะตัวใดที่กล้าท้าทายอำนาจของเรามีชีวิตรอดกลับไป!” เสียงเฉียบขาดดั่งกระดิ่งแก้วเจือกระแสปราณสะกดจิตวิญญาณเอ่ยสั่งการอย่างละโมบพรางสะบัดมือสั่งเหล่าสมุน


    ในเวลาเดียวกัน ภายในรถม้าอันโอ่โถง หลีเฮงที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเบาะนุ่มหนากลืนน้ำลายเอื้อก ชายหนุ่มรีบโผล่หน้าออกไปมองหน้าต่าง ก่อนจะจ้องมองไปยังเหล่าศัตรูพรางหัวเราะหึ ๆ ในลำคออย่างไม่เกรงกลัว แม้ภายนอกจะดูเหมือนสถานการณ์วิกฤต ทว่าในใจของหลีเฮงกลับรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มไม่รอช้า ขยับกายก้าวออกไปยืนขวางหน้าขบวนรถม้าอย่างสง่าผ่าเผย สองมือของเขาสวมใส่ ‘ถุงมือเซียนนวด’ สีทองวาววับที่เพิ่งสุ่มได้จากระบบเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งขณะนี้มันกำลังเปล่งประกายออร่าสีทองจาง ๆ ที่แฝงด้วยกลิ่นอายอันลึกลับ


    แต่สิ่งที่ทำให้หลีเฮงกล้าหาญปานพยัคฆ์เดชานั้นหาใช่ถุงมือวิเศษไม่ ทว่าเป็นแสงบาเรียคุ้มกันสีชมพูทองครามสว่างจ้าที่โอบล้อมรอบร่างของเขาไว้หนาแน่นราวกับกำแพงเหล็กกล้า บาเรียนี้ทำงานทันทีเนื่องจากสองสาวงามระดับภัยพิบัติ SSS อย่างหลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอิน ยืนประคองอยู่ข้างรถม้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ออร่าของพวกนางส่งตรงเข้าสู่ระบบพันธะเมียรักอย่างเต็มเปี่ยม


    “เข้ามาเลยไอ้พวกสุนัขรับใช้ตระกูลจ้าว! วันนี้ปู่เฮงผู้นี้จะสั่งสอนให้พวกเจ้าได้รู้ซึ้งถึงคำว่าตกนรกทั้งเป็น! คิดจะมาหาเรื่องข้าในยามที่ข้ามีเกราะป้องกันระดับสวรรค์เช่นนี้ พวกเจ้าคงลืมเอาสมองมาจากบ้านกระมัง!” หลีเฮงกวักมือท้าทายด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้สุดขีด


    นักฆ่าชายห้าคนแรกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับสะบัดดาบวิเศษสีดำมะเมื่อมฟันสับลงบนเกราะคุ้มกันสีชมพูทองครามเต็มแรงด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถผ่าร่างของหลีเฮงเป็นสองซีกได้ง่าย ๆ ทว่าเมื่อปลายดาบสัมผัสกับบาเรีย เสียง *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ดังสนั่นสะท้านหุบเขา คลื่นพลังสะท้อนกลับสองเท่าจากทักษะ ‘หลบหลังสตรี ขั้น 2’ ทำงานทันทีโดยไม่มีการหน่วงเวลา ดาบวิเศษระดับสูงของพวกมันหักสะบั้นเป็นชิ้น ๆ กลางอากาศ พร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่สะท้อนกลับเข้าใส่ร่างของพวกมันอย่างจัง ส่งร่างของนักฆ่าชายทั้งห้ากระเด็นกระดอนลอยคว้างไปชนกับหน้าผาหิน เสียงกระดูกแขนและซี่โครงหักละเอียดดังลั่นพรางร้องโอดครวญอย่างทรมาน


    “เป็นไปได้อย่างไรกัน! เกราะคุ้มกันของมันสะท้อนพลังโจมตีได้!” นักฆ่าที่เหลือต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง


    หลีเฮงหัวเราะร่า “ช้าไปแล้วน้องชาย! ความเร็วแสง... จงทำงาน!”


    ด้วยผลลัพธ์ของถุงมือเซียนนวดที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่และการเคลื่อนไหวมือสองเท่า หลีเฮงพุ่งวาบหายไปจากจุดเดิมจนเกิดภาพติดตาเป็นเส้นแสงสีทองพุ่งผ่านร่างเหล่านักฆ่าชายตระกูลจ้าวที่เหลืออีกสิบคนอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ สองมือของหลีเฮงขยับเคลื่อนไหวเป็นรูปกรงเล็บกรีดกราย ใช้วิชา ‘อุ้งมือมาร ขั้น 2’ แทงสะกิดบีบขยี้เข้าที่เป้ากางเกงจุดยุทธศาสตร์ของนักฆ่าชายทุกคนอย่างแม่นยำดุจจับวางและโหดเหี้ยมรวดเร็วเกินกว่าที่สายตาของพวกมันจะมองทัน!


    *หมับ! หมับ! หมับ! หมับ! หมับ! หมับ! หมับ! หมับ! หมับ! หมับ!*


    “อ๊ากกกกกก!!”

    “สวรรค์ช่วยด้วย! อูยยยยย!”

    “ร้อน... เสียว... เจ็บเหลือเกินนน!”


    เสียงร้องโหยหวนปนครางกระเส่าดังระงมไปทั่วช่องเขา เหล่านักฆ่าชายตระกูลจ้าวต่างพากันทรุดฮวบลงนอนดิ้นพราดกุมเป้ากางเกงแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวสลับแดงซ่านด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ปนเปไปด้วยความเสียวสะท้านแล่นปลาบเข้าสู่ขั้วหัวใจจนลมปราณในร่างสูญสลายไปทันทีครึ่งหนึ่ง ร่างกายของพวกมันไร้เรี่ยวแรงที่จะหยิบจับอาวุธขึ้นมาสู้อีกต่อไป


    > [ติ๊ง! โฮสต์ใช้อุ้งมือมาร ขั้น 2 โจมตีเป้าหมายชายสำเร็จ: พลังต่อสู้เป้าหมายลดลง 50% และเปิดใช้งานภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเฉียบพลัน (จู๋เหี่ยว) นาน 24 ชั่วโมง!]


    หลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินที่ยืนพิงประตูรถม้าเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ต่างพากันส่ายหน้าพรางเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นระริก

    “วิชานี้ของเจ้านี่มัน... ช่างไร้ยางอายและโหดเหี้ยมต่อลูกผู้ชายด้วยกันเกินไปแล้วนะหลีเฮง” หลินเสวี่ยเหยาพึมพำ ใบหน้างดงามขึ้นสีระเรื่อจาง ๆ เมื่อนึกถึงตอนที่ตัวเองโดนอุ้งมือมารนี้จับต้อง

    “แต่ก็นับว่ามีประสิทธิภาพยิ่งนัก สามีของพวกเรายามนี้ช่างรวดเร็วและแม่นยำในจุดใต้ร่มผ้าเสียจริง” เยี่ยหลัวอินหัวเราะคิกคัก แววตาเต็มไปด้วยความพึงพอใจและขบขัน


    จ้าวฉินซวงที่ยืนมองอยู่บนยอดหินเดือดดาลจนตัวสั่นสะท้านเมื่อเห็นลูกน้องสิบกว่าคนพ่ายแพ้หมดสภาพอย่างน่าทุเรศและพิลึกพิลั่นเกินจะรับไหว นางทะยานร่างลงมาจากยอดหน้าผาดุจวิหคเพลิงสีดำ โคจรลมปราณ ‘เพลิงทมิฬกลืนวิญญาณ’ ขั้นสูงสุดจนไอความร้อนสีดำแกมม่วงพวยพุ่งรอบตัว แผ่รังสีเผาไหม้จนใบไม้และหญ้าแห้งรอบด้านเริ่มมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน นางหมายจะใช้กระบวนท่าเด็ดชีพเพื่อกวาดล้างหลีเฮงให้จมดินในพริบตา


    ทว่าในจังหวะที่นางกำลังรวบรวมลมปราณและทะยานเข้ามาใกล้ หลีเฮงที่เห็นร่างเพรียวบางภายใต้ชุดเกราะหนังหนาเตอะที่ปิดบังหน้าอกหน้าใจมิดชิดบวกกับสวมหน้ากากเหล็กน่ากลัว พาลคิดไปเองว่านี่คือ ‘คุณชายหน้าสวย’ อีกคนของตระกูลจ้าวที่ชอบแต่งกายลึกลับ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจพุ่งตัวสวนเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุดจากถุงมือเซียนนวด พร้อมกับฟาด ‘อุ้งมือมาร ขั้น 2’ เข้ากุมบีบขยี้จุดกึ่งกลางเป้ากางเกงของจ้าวฉินซวงอย่างเต็มเหนี่ยวร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีการออมมือแม้แต่น้อย!


    *หมับ!!*


    ทว่าเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือของเขาเข้ากุมเป้าหมาย หลีเฮงกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความฉงน สัมผัสที่ส่งผ่านมายังฝ่ามือนั้นหาใช่ความแข็งเกร็งหรือลูกกลมคู่ห้อยต่องแต่งดั่งบุรุษเพศ ทว่ามันกลับเป็นเนินเนื้ออวบอิ่มที่นุ่มนิ่ม หยุ่นมือ และยืดหยุ่นเป็นพิเศษอย่างประหลาด แรงบีบกระแทกอันดุดันของอุ้งมือมารบดขยี้ผ่านเนื้อผ้าหนาเข้าสู่เกสรบุปผาของหญิงสาวอย่างจัง ความเจ็บแปลบรุนแรงปะทะเข้ากับความเสียวซ่านสะท้านทรวงอันมหาศาลจากระบบเทพแมงดา แล่นปราดโจมตีสมดุลประสาทและจุดชีพจรลับของจ้าวฉินซวงในทันที!


    “อ๊าาาาาาา!!”


    จ้าวฉินซวงกรีดร้องเสียงหลงหวานลั่นหุบเขา เสียงของนางหวานแหลมและสั่นเครือด้วยความกระสันซ่าน ร่างระหงสั่นเกร็งอย่างรุนแรงกลางอากาศ ลมปราณเพลิงทมิฬที่กำลังปะทุพลันหยุดชะงักและหมุนวนตีกลับ สะท้อนกระแทกเข้าใส่จุดชีพจรหัวใจของตัวเองอย่างจังทำให้นางกระอักเลือดสีแดงเข้มออกมาคำโต ร่างกายร่วงหล่นลงกระแทกพื้นดิน นอนบิดเร่าสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกสยิวรัญจวนปนปวดร้าวอย่างรุนแรง ผิวเนียนใต้หน้ากากร้อนผ่าวจนแทบจะไหม้เกรียมด้วยความเหนียมอายและกิเลสราคะที่ปะทุขึ้นฉับพลันจนไม่อาจขยับร่างกายได้แม้แต่ปลายนิ้ว


    “เอ๊ะ? นุ่มนิ่มยืดหยุ่นถึงเพียงนี้... ที่แท้ก็เป็นแม่เสือสาวหรอกรึนี่!” หลีเฮงร้องอุทานพลันรีบเดินเข้าไปดึงหน้ากากเหล็กสีดำของนางออก เผยให้เห็นดวงหน้างดงามสะคราญตาดุจหยกสลักที่กำลังแดงซ่านไปด้วยพิษรักและฤทธิ์ของอุ้งมือมาร ดวงตาปริ่มน้ำตาคลอเบ้าจ้องมองเขาด้วยความเคียดแค้นแกมซ่านสยิวลึกในใจ


    “เจ้า... เจ้าคนสารเลว... ข้าจะฆ่าเจ้า...” นางพยายามเค้นเสียงขู่ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นระริกไร้ซึ่งความน่ากลัว


    หลีเฮงเพียงยิ้มกริ่มพรางหัวเราะ “ฮ่าๆๆ จะฆ่าข้าหรือ? ยามนี้แม้แต่แรงจะลุกขึ้นยืนเจ้ายังไม่มีเลยนะคุณหนูตระกูลจ้าว”


    ...


    ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภายในรถม้าหรูหราที่จอดสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางหุบเขาที่เงียบสงบ


    บรรยากาศภายในรถม้ายามนี้เต็มไปด้วยความหรูหราและกลิ่นอายอันแปลกประหลาด ร่างระหงของจ้าวฉินซวงถูกมัดตรึงไว้แน่นหนาด้วยเชือกเวทมนตร์สีทอง สะโพกอวบอัดและเรียวขาเพรียวบางของนางถูกจัดวางอยู่ในท่าทางที่ล่อแหลมบน ‘เบาะรักคู่เทพ’ ซึ่งช่วยเพิ่มผลลัพธ์ของความเสียวซ่านและการผ่อนคลายห้าเท่า หลีเฮงยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่เบื้องหน้าพรางดึง ‘แท่งสั่นพลันสยิว’ ที่ส่งเสียงครางเครือสั่นสะเทือนจาง ๆ ออกมาจากแหวนมิติ ขณะที่สองสาวเสวี่ยเหยาและหลัวอินนั่งไขว้ห้างกอดอกจิบชา คอยคุมเชิงดูการสอบสวนนี้ด้วยความบันเทิงใจ


    “เอาล่ะ แม่พยัคฆ์สาวตัวน้อย บอกข้ามาเสียดี ๆ ว่าใครในตระกูลจ้าวส่งพวกเจ้ามาลอบฆ่าข้า และพวกมันมีแผนการอย่างไรต่อไปในเมืองหลวง ไม่อย่างนั้น... ข้าคงต้องใช้ ‘บทลงทัณฑ์นวดเสียวสยิวทรมาน’ คลายเส้นชีพจรให้เจ้าจนต้องร้องขอชีวิตแน่ ๆ” หลีเฮงลูบคางพรางทำหน้ากะล่อนปลิ้นปล้อน


    “ฝัน... ฝันไปเถอะ! ขยะเช่นเจ้าไม่มีวันได้ยินสิ่งใดจากปากข้า! ฆ่าข้าเสียสิ!” จ้าวฉินซวงกัดฟันกรอด แม้เนื้อตัวจะยังคงสั่นสะท้านและมีหยาดเหงื่อซึมตามไรผมจากแรงอารมณ์รักที่ยังคงค้างคาอยู่ภายในร่างกาย


    หลีเฮงหัวเราะร่าอย่างชอบใจ “ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่ได้ตายสมใจอยากหรอกนะ” ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้พรางสวมถุงมือเซียนนวด จากนั้นเปิดใช้งานทักษะ ‘สัมผัสผ่อนคลาย ขั้น 4’ ร่วมกับ ‘มือทองคำหมอนวด ขั้น 1’ และทักษะวิชาลิ้นระดับเซียน ‘ชิวหาพาเพลิน ขั้น 2’


    ฝ่ามืออุ่นอวลด้วยไอปราณนวดละมุนละไมของหลีเฮงเลื่อนไล้ไปตามจุดชีพจรบริเวณลำคอระหงและไหล่มนของจ้าวฉินซวงอย่างชำนาญ สัมผัสของถุงมือสีทองทำให้ทุกการกดจุดสั่นสะท้านเข้าถึงเส้นประสาทลึกซึ้ง ขณะเดียวกันเรียวลิ้นอุ่นของชายหนุ่มเลื่อนชิวหาพาเพลินไล้เลียเคาะนวดจุดชีพจรไวต่อสัมผัสบริเวณใบหูและซอกคอขาวเนียนของนางอย่างแผ่วเบาแต่เน้นย้ำ พร้อมทั้งส่งแรงสั่นสะเทือนอันทรงอานุภาพจากแท่งสั่นพลันสยิววิเศษเข้าโจมตีจุดเนินเนื้อสวรรค์เปียกชื้นที่กึ่งกลางร่างผ่านเนื้อผ้าเกราะหนังบางเบาอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะเร้าใจ


    “อื้อออ!... อ๊าาา!... อย่า... ตรงนั้นมัน... ฮ๊าาา!... ดี... ดีเหลือเกิน... อูยยย...”


    จ้าวฉินซวงพยายามเบิกตากว้างและกัดริมฝีปากแน่นจนเกือบเลือดซิบเพื่อสะกดกลั้นความสยิวรัญจวน ทว่าคลื่นความเสียวซ่านและละมุนละไมมหาศาลปานวารีหลากซัดสาดเข้าสู่สมองจนรักษาสติไว้ไม่อยู่ ร่างระหงสั่นระริกดุจใบไม้ต้องลมพายุ ร่างกายของนางบิดส่ายแอ่นรับแรงกดบีบนวดสลับสั่นสะเทือนอย่างควบคุมไม่ได้ สะโพกงอนงามบิดส่ายเข้าหาแท่งสั่นวิเศษด้วยสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า น้ำทิพย์รักเอ่อล้นไหลรินเยิ้มเปียกชุ่มกางเกงเกราะหนังสัตว์จนเกิดรอยเปียกชื้นขนาดใหญ่ สติสัมปชัญญะของพยัคฆ์สาวผู้เย่อหยิ่งกระเจิดกระเจิงลอยล่องไปแตะขอบสวรรค์ครั้งแล้วครั้งเล่า พลังปราณเพลิงทมิฬที่เคยร้อนรุ่มแปรปรวนแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นผ่อนคลายที่ไหลเวียนอย่างเชื่องช้าปลอดภัยภายใต้การคอนโทรลของหลีเฮง


    “ข้า... ข้าบอกแล้ว!... ยอมแล้ว!... ประมุขจ้าวฉงหรง!... เป็นท่านประมุขส่งพวกข้ามา!... อ๊าาา!!... มันสั่งให้พวกข้าจัดการสังหารเจ้า... แล้วป้ายความผิดให้คนอื่น... ขอร้องล่ะ... บีบนวดข้าอีก... ทรมานข้าแรงกว่านี้ที! ข้าทนไม่ไหวแล้ว!” จ้าวฉินซวงครางครวญกระสับกระส่ายด้วยดวงตาปริ่มรักปนกระสันอยากสารภาพความจริงหมดเปลือกเพื่อแลกกับสัมผัสทรมานแสนสุข


    เมื่อหลีเฮงหยุดมือถอนสัมผัสและปิดสวิตช์แท่งสั่นวิเศษ จ้าวฉินซวงกลับส่งเสียงสะอื้นฮักคล้ายแสนเสียดาย ร่างระหงของนางนอนหอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทิ้มด้วยความต้องการที่ยังไม่ได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ แววตาคมกลมโตสีเพลิงทมิฬที่เคยเย็นชาไร้หัวใจยามนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาเชื่อมเยิ้มหยาดปานน้ำผึ้ง จ้องมองตรงมายังหลีเฮงด้วยความเสน่หา หลงใหล และลุ่มหลงอย่างลึกซึ้ง


    > [ติ๊ง! ยินดีด้วย! โฮสต์เปิดใช้งานเป้าหมายความสัมพันธ์ใหม่สำเร็จ: จ้าวฉินซวง (Rank SS - เพลิงทมิฬกลืนวิญญาณ)]

    >

    > [ผลกระทบค่าความสัมพันธ์:]

    > - ค่าความเชื่อใจ (Trust): +15 -> ปัจจุบันสะสม 15

    > - ค่าความเสน่หา (Desire): +20 -> ปัจจุบันสะสม 20

    > - ความสัมพันธ์ปัจจุบัน: ตัวประกันสาวพยัคฆ์ทมิฬ (เริ่มติดใจในรสสัมผัสทรมานและหลงใหลในความเสียวซ่านจากการ นวดที่ไร้ยางอายของโฮสต์)


    “ข้า... ข้าจะไม่กลับตระกูลจ้าวแล้ว...” จ้าวฉินซวงเอ่ยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าเนียนระเรื่อซบลงบนตักของหลีเฮงอย่างออดอ้อนพรางเอ่ยขอกลุ่มหลีเฮงเดินทางต่อ “ข้าจะขอเป็นตัวประกันติดตามพวกเจ้าไปเมืองหลวงด้วย... เพื่อให้เจ้าคอยลงทัณฑ์ทรมานข้าทุกวันเช่นนี้... อย่าทิ้งข้าไว้เลยนะ...”


    หลีเฮงยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะพรางยกมือลูบกลุ่มผมสีนุ่มสลวยของพยัคฆ์สาวตระกูลจ้าวที่บัดนี้เชื่องเชื่อดุจลูกแมวบ้านตัวน้อย ขณะที่หลินเสวี่ยเหยาและเยี่ยหลัวอินที่นั่งจิบชาอยู่หันมาสบตากันพรางถอนหายใจยาวเหยียดพร้อม ๆ กัน


    “เอาเถอะ... เสน่ห์อันน่ารังเกียจและวิชาก้นกุฏิที่ไร้ยางอายของเจ้า นี่มันทำลายสมองและการฝึกฝนของสตรีตระกูลจ้าวไปอีกคนแล้วสินะ” เยี่ยหลัวอินพ่นลมหายใจพรางเหน็บแนมปนเอ็นดูและปนหึงหวงเล็กน้อยในดวงตา


    “เฮ้อ... ข้าละกลัวจริง ๆ ว่าหากเดินทางไปถึงเมืองหลวง ฮาเร็มของเขาจะยาวไปจนถึงนอกกำแพงเมืองหรือไม่?” หลินเสวี่ยเหยาส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้คัดค้านที่จะให้จ้าวฉินซวงร่วมเดินทางไปด้วย เพราะอย่างน้อยนางก็เป็นตัวประกันชั้นดีที่จะใช้ต่อรองกับตระกูลจ้าว


    รถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกเดินทางต่ออีกครั้ง ฝุ่นควันหุบเขาค่อย ๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงร่างเหล่านักฆ่าชายตระกูลจ้าวที่นอนหมดสภาพกุมเป้ากางเกงไร้หนทางต่อสู้ รถม้ามุ่งสู่นครหลวงจงหยวนโดยมีพยัคฆ์สาวตัวประกันคอยร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะโล่ป้องกันและตัวประกันสุดหฤหรรษ์ที่จะทำให้การเดินทางในครั้งนี้เร้าใจกว่าครั้งไหน ๆ!


    - จบบทที่ 32 -


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม) ที่คุณอ่าน