เช้าอาทิตย์ที่สดใส กับวันหยุดที่สบายใจ ฉันนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงกับผ้าห่มผื่นใหญ่ที่ให้ความอบอุ่นในวันที่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย หลังจากที่เมื่อคืนฉันกับรุ่นพี่กลับมาถึงห้องประมาณเกือบสี่ทุ่ม ฉันก็หมดแรงหลับไปทั้งยังที่ไม่ได้อาบน้ำเลย
ฉันลืมตาขึ้นมาก็พบว่าแสงอาทิตย์ส่องไปทั่วห้องพร้อมกับผ้าม่านที่พลิ้วไหวไปตามแรงลมที่พัดเข้ามา สมองของฉันกลับนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ฉันที่เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของรุ่นพี่กับกลิ่นหอมที่ยังคงติดจมูกอยู่ กับตอนที่รุ่นพี่กำลังปลอบเด็กน้อยไม่ให้ร้องไห้ การทานอาหารและนั่งดูวิวด้วยกันที่มีแต่เสียงหัวเราะและความอบอุ่น ภาพค่อยๆผุดขึ้นมาทีละภาพๆ อยู่ๆใจของฉันก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง หรือว่านี้คือ…..
“ไม่หรอก ไม่จริงหรอก เราไม่ได้ชอบเขา”
ฉันลุกขึ้นมานั่งแล้วเอามือเคาะหัวตัวเองเพื่อเรียกสติ
“ใครชอบใครหรออออ”
“เห้ยยยย!!!!!! ใหมดเลย”
////// ဝ__ဝ ////////
อยู่ๆยัยถิงถิงก็โพล่หัวออกมาจากมุมโต๊ะที่นั่งอยู่ แล้วส่งสายตาเ้าเล่ห์มองมาที่ฉันอย่างกับโคนันที่กำลังสืบคดีอยู่
“แกเข้ามาได้ยังไงเนี่ย เข้ามาั้แ่ตอนไหนอ่ะ ฉันไม่ได้ยินเสียงเลย”
“เข้ามาั้แ่ตอนเช้า รุ่นพี่เสี่ยวเหมยเปิดประตูให้ฉันก่อนรุ่นพี่จะไปทำงาน ฉันเห็นแกนอนหลับอยู่ก็เลยไม่อยากกวน เลยนั่งอ่านหนังสือรอแกนะ จนมาได้ยินชอบไม่ชอบอะไรนี้แหละ ว่าแต่ชอบอะไรอ่ะ แกยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ”
“ชอบเชิบอะไรล่ะ แกฟังผิดแล้ว เนี่ยหูไม่ดีแล้วเนี่ยต้องไปหาหมอ
บ้างแล้วแหละ”
ฉันได้แต่พูดแล้วมองนู้นมองนี้ไป เพราะว่าตอนนี้สายตายัยถิงถิง กำลังจ้องจับผิดฉันอย่างเอาเป็เอาตาย
“ว่าแต่แกหายป่วยแล้วหรอเพื่อน”
ฉันรีบเปลี่ยนเื่คุยแล้วเดินเข้าไป ยกมือขึ้นทาบหน้าผากเล็กๆของถิงถิงเพื่อวัดไข้
“หายดีแล้วั้แ่เมื่อวาน เมื่อวานสักสามทุ่มกว่าฉันกับตงหยางออกไปนั่งเดตกันที่สนามแถวๆหน้ามหาลัย แล้วฉันเห็นรุ่นพี่ซีอ่าวกำลังเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยนะ”
ဝ__ဝ///
“ผู้หญิงคนนั้นคุ้นๆนะ เหมือนฉันจะรู้จักดีเลยล่ะ มีอะไรจะเล่าไหม
จ๊ะข้าวฟางเพื่อนรัก”
ถิงถิงลุกขึ้นมาแล้วเอาศอกมาล็อกคอฉันไว้ แล้วโยกไปมา
“ยอมแล้วๆๆๆๆ เล่าๆๆๆ”
“เอ๊ะ เมื่อกี้แกบอกว่าออกไปเดตกับตงหยางมา ดึกๆดื่นๆเนี่ยนะ
ไปทำอะไรกันมาอ่ะ!
“เออๆ เื่ของฉันเอาไว้ก่อนเถอะน๊า เล่าเื่แกมาก่อน”
ฉันได้แต่ยอมใจกับการอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนคนนี้ ฉันจึงเล่าั้แ่ต้นจนจบให้ถิงถิงฟัง ถิงถิงตั้งใจฟังแล้วก็เอาแต่ยิ้มแล้วก็ทำท่าทำทางกอดตัวเองแบบเขินๆ
“ฉันบอกแล้วรุ่นพี่ต้องสนใจแก ไม่งั้นก็คงไม่ยอมไปเป็เพื่อนแกหรอก อีกอย่างยังช่วยแกครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วแกล่ะ หวั่นไหวบ้างยัง”
หลังจากถิงถิงนั่งอธิบายเหตุผลร้อยแปดของรุ่นพี่ที่มีโอกาสชอบฉันมาให้ฉันฟัง แล้วก็ถามคำถามที่ทำเอาฉันตอบไม่ถูกขึ้นมา
“อืออ…ฉันว่าฉันก็น่าจะชอบรุ่นพี่เข้าบ้างแล้วล่ะ”
“อี๊ดดดดดดดด”
ถิงถิงยกหมอนขึ้นมาแล้วอุดปากตัวเอง เพื่อไม่ให้เสียงดังกับการ
ดีใจของตัวเอง
“ดีใจอะไร ขนาดนั้น”
“ก็กว่าแกจะสนใจใครนอกจาก ไออออะไรนะ ลี่หยง”
“ลี่หยางย่ะ”
“เออใช่ มันไม่ใช่เื่ง่ายเลยล่ะ”
“แล้ว…ฉันต้องทำยังไงต่ออ่ะ”
ฉันได้แต่นั่งคอตกถามถิงถิง เพราะไม่รู้ว่าต้องทำไงต่อ ยังไม่เคย
เจอสถานการณ์แบบนี้เลย
“ขั้นแรกเลยนะเพื่อน เชิดหน้าเข้าไว้”
ถิงถิงลุกขึ้นมาแล้ว จับคางฉันเชิดขึ้น
“ขั้นที่สองส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าเราสนใจเขาอยู่”
ฉันได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาฟังยัยถิงถิงที่เอามือไขว้หลังแล้วเดินไปเดินมาอย่างกับครูใหญ่ที่กำลังอบรมนักเรียน
“ต้องทำยังไงอ่ะ”
ถิงถิงนั่งลงข้างฉันแล้วจับไหล่ฉันให้หันหน้าไปหา ดวงตาจริงจังและมุ่งมั่นของถิงถิงส่งมาหาฉัน
“พรุ่งนี้เรียนวิชาเลือก แกจับตาดูฉันไว้เป็ตัวอย่างนะเพื่อนแล้ว
เอาไปใช้”
ฉันได้แต่พยักๆรับคำถิงถิงไป วิชาเลือกของพรุ่งนี้ก็คือวิชาถ่ายรูปที่ฉัน ถิงถิง ลู่ลู่สมัครเข้าไว้นอกเหนือวิชาเรียนหลัก จะต้องเก็บชั่วโมงวิชาเลือกให้ได้ครบด้วย ที่เลือกเรียนวิชานี้เพราะรุ่นพี่ตงหยางเป็หัวหน้าชมรม รุ่นพี่ซีอ่าวก็เป็หนึ่งในหัวหน้าชมรมเหมือนกัน
เช้าวันที่รอค่อยก็มาถึง หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ ่บ่ายก็เป็การเรียนวิชาเลือกที่ทำเอาใจฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมาทั้งวัน และแล้วในที่สุดก็มาถึง
“วันนี้พี่จะให้น้องๆจับคู่ชายหญิงแล้วถ่ายรูปคู่ของตัวเองในรูปแบบที่ตัวเอง้า แล้วเลือกรูปที่ดีที่สุดของแต่ละคู่มาโหวต ใครชนะพี่มีตั๋วหนังสองใบให้กับคู่นั้นไปเลย เอาละแยกย้ายได้เลย”
“ฉันมัวแต่หมุนๆหาคู่อยู่นั้น ยัยถิงถิงก็ส่งสายตามาให้ฉัน {ไปขอรุ่นพี่ซีอ่าวเป็คู่สิ จะยืนซื่ออยู่ทำไม}”
ยัยถิงถิงส่งสัญญาณให้ฉันจับคู่กับรุ่นพี่ก่อนเป็อันดับแรก
“หายไปไหนแล้วนะ”
ฉันได้แต่ยืนหารุ่นพี่ซีอ่าวอยู่สักพัก จนกระทั่งมีคนมาสกิดที่ไหล่
ทำให้ต้องหันกลับไปมอง แต่ทว่าพระเ้าช่วยลูกแล้ว…..
“มาคู่กันไหม?”
รุ่นพี่ซีอ่าวที่เดินมาหยุดหลังฉันถามขึ้น ทำให้ผู้หญิงสองคนที่เดินตามรุ่นพี่มา ได้แต่มองบนส่งให้ฉันก่อนจะเดินจากไป
“อ๋อออ ได้ค่ะ”
ฉันชวนรุ่นพี่เดินไปถ่ายรูปแถวที่ยัยถิงถิงถ่ายรูปกับรุ่นพี่ตงหยางอยู่ เพื่อจะได้เป็ตัวอย่างให้ฉันเริ่มภารกิจแรกได้สักที
“อะแฮ่มๆ”
ยัยถิงถิงกระแฮมเป็อันเริ่มส่งสัณญาณให้ฉันหันไปมอง ทำทางทำทางยกมือขึ้นมาเพื่อจับแก้มแล้วทำหน้าตาแอ๊บแบ๊วส่งให้รุ่นพี่ตงหยางถ่ายรูปให้ ดูท่าจะได้ผล รุ่นพี่ตงหยางยิ้มกว้างแล้วเอาแต่กดชัตเตอร์ถ่ายด้วยความเอ็นดูแฟนตัวเองทันที
“รุ่นพี่คะ ถ่ายให้หน่อยค่ะ”
ฉันซึ่งได้รับภารกิจแรกมาแล้วก็ต้องทำตาม เริ่มจากการยกมือขึ้นมาทำหัวใจครึ่งซีกส่งให้รุ่นพี่ซีอ่าวถ่ายรูป แต่ฉันไม่เคยทำท่าทางอย่างนี้เลย ลองดูไม่เสียหาย
“ปวดฟันหรอฟางฟาง นั้นเราพักกันก่อนดีกว่า”
ဝ__ဝ!///
ไปต่อไม่ถูกเลยฉัน ฉันได้แต่ส่งสัญญาณด้วยการส่ายหัวไปมาให้
ถิงถิงเป็อันบอกว่าไม่ได้ผล
“อะแฮ่มๆ”
มาอีกแล้วสัญญาณของยัยถิงถิง ถึงแม้ครั้งแรกฉันกลายเป็คนปวดฟันไปแล้วรอบหนึ่ง แต่ก็ต้องยอมหันไปมองเพื่อนรักอีกครั้งอยู่ดี แต่ทว่าครั้งนี้ทำเอาฉันตาค้างกับการแสดงครั้งใหญ่ของยัยถิงถิง เกือบเอารางวัลตุ๊กตาทองของปีนี้มอบให้เลย ถิงถิงเอาเสื้อนอกที่ใส่อยู่ปล่อยไหล่ให้เห็นเนื้อหนังเล็กน้อยก่อนส่งสายตาจิกกล้องให้ตงหยาง ตงหยางได้แต่ยืนอึ้งๆเกาหัวด้วยหน้าที่เริ่มแดงก่ำขึ้นแล้วยกกล้องขึ้นมาถ่าย ถึงตาฉันล่ะ
“รุ่นพี่คะ แบบนี้ดีไหมคะ”
ฉันปล่อยชายเสื้อตรงหัวไหล่ลงข้างนึง ทำเหมือนมันไหลลงมาแบบไม่ได้ตั้งใจเหมือนที่ถิงถิงทำ แล้วเจ้อปากขึ้นเล็กน้อยกับใช้สายตาที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วส่งไปให้รุ่นพี่ซีอ่าว
“แขนเสื้อตกนะฟางฟาง เอาขึ้นหน่อย ยิ้มเยอะๆยังปวดฟันอยู่หรอ”
“(ーvー៴)”
รุ่นพี่ะโบอกฉัน ทำเอาฉันอายจนแทบหมุดแผ่นดินหนี ยัยถิงถิงได้ยินก็ถึงกับอดขำไม่ได้ ฉันได้แต่ส่งสายตาพิฆาตไปให้ พร้อมส่งสัญญาณเป็นัยๆไปให้ถิงถิง {พอๆฉันไม่ทำแล้ว}
หลังจากกลับมาถึงห้องยัยถิงถิงก็เดินตามเข้ามาในห้องฉันติดๆแล้วเดินมาเท้าสะเอวตรงหน้าฉัน
“นี่รุ่นพี่ซีอ่าวเป็คาสโนว่าจริงๆหรือเปล่าเนี่ย ถึงดูไม่ออกว่ามีคนอ่อยแกอยู่อ่ะ”
“เห้อ…. ”
“นั่น…ต้องขั้นที่สามแล้วล่ะ”
“ยังมีอีกหรอเพื่อน ฉันจะหมุดแผ่นดินหนีแล้วนะ”
ฉันพูดไปกับเอาหมอนขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง
“รับรองอันนี้ต้องไปผลแน่ๆ ขั้นที่สามก็คือตะล่อมให้เขามาสารภาพเราเอง”
ฉันเอาหมอนออกทันทีแล้วหันไปตั้งใจฟัง ยัยถิงถิงทำหน้าเ้าเลห์แล้วทำตายี่ๆบ่งบอกถึงความมั่นใจกับแผนการนี้ของตัวเอง
“ต้องทำยังไงอ่ะเพื่อน”
“แกต้องชวนรุ่นพี่คุยเื่ส่วนตัวของเขา เพื่อแอบถามว่าเขามีคนที่ชอบหรือยัง ทำให้เขาอยากจะไปสารภาพรักกับคนคนนั้นขึ้นมา อะไรประมาณนี้ แกทำได้ไหม”
“สบายมาก”
ฉันผู้เชี่ยวชาญการชักจูงใจคนอื่นเป็อันดับต้นๆ รู้สึกมั่นใจขึ้นมาเล็กน้อยกับแผนการนี้ของยัยถิงถิง
แคร๊กๆๆ….แอ๊ดดดดด~
“กลับมาแล้วจ๊า”
ท่ามกลางการวางแผนกันอยู่ระหว่างเพื่อนรักสองคน อยู่ๆเสียงไขกุญแจของพี่เสี่ยวเหมยก็ดังขึ้นบ่งบอกถึงการกลับมาของพี่เสี่ยวเหมย พี่เสี่ยวเหมยหิ้วของต่างๆเข้ามา แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของฉันกับถิงถิงที่สุดก็เป็ช่อดอกกุหลาบสีแดงช่อหนึ่งที่พี่เสี่ยวเหมยวางไว้บนโต๊ะอย่างเบามือ
“พี่เสี่ยวเหมย ดอกไม้สวยนะคะ ใครให้มาหรอคะ”
ด้วยความความอยากรู้ ถิงถิงเลยถามพี่เสี่ยวเหมยออกไปตรงๆ แบบไม่ปิดบัง
“เพื่อนคนนั้นอีกแล้วหรอคะ”
ฉันก็เข้าไปประสมโรงเอากับถิงถิงด้วยคน รุ่นพี่เดินไปนั่งลงบนเตียง แล้วพยักหน้าเป็การตอบคำถามของฉัน
“คือจริงๆแล้ว เพื่อนคนนั้นก็คือแฟนเก่าที่เคยคบกันตอนที่ยังเด็กนะ”
พอได้ยินรุ่นพี่เริ่มเปิดปากเล่า ฉันกับถิงถิงก็เลื่อนเก้าอี้เข้าไปนั่งใกล้รุ่นพี่เพื่อฟังให้ชัดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย {นี่ละน๊าเพื่อนกันมักใจตรงกัน}
“คือเราเคยคบกันตอนมัธยมตอนปลาย แต่ที่บ้านพี่มีปัญหาเื่เงิน พี่เลยต้องเริ่มทำงานั้แ่นั้นเป็ต้นมา แต่ด้วยอาจจะตอนนั้นเราต่างคนก็ยังเป็เด็กกันมากอยู่ แฟนเก่าพี่ก็เลยไม่เข้าใจ ไปเฝ้าพี่ที่ทำงาน เวลาพี่คุยกับลูกค้าผู้ชายไม่พอใจ จนเ้าของร้านเขาจะไล่พี่ออก ตอนนั้นพี่ไม่รู้จะทำยังไง เลยตัดสินใจเลิกกับเขา แล้วไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีกเลย จนกระทั่งครอบครัวพี่ย้ายที่อยู่มาทำงานที่นี้ พี่ก็เลยได้ย้ายมาเรียนที่มหาลัยนี้เมื่อเทอมที่แล้วจึงได้เจอแฟนเก่าคนนี้อีกครั้ง”
“อ๊ะ! หมายความว่าแฟนเก่าคนนั้นเรียนมหาลัยเดียวกันกับพวกเราหรอคะ ใครอ่ะ พวกเรารู้จักไหม”
“รุ่นพี่ได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้ม แต่ไม่ยอมบอกว่าใคร”
//^—^//
ถึงแม้ตอนนี้ฉันกับถิงถิงอยากจะรู้ใจจะขาดว่าแฟนเก่าของรุ่นพี่เป็ใคร แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรพี่เสี่ยวเหมยมากมาย ยังไงก็เป็แฟนเก่าอ่ะเนอะ
“แล้วรุ่นพี่ยังชอบเขาอยู่ไหมคะ?”
ฉันถามรุ่นพี่ออกไปตรงๆ เพราะฉันรู้สึกว่ารุ่นพี่ยังคงมีความรู้สึกดีๆให้แฟนเก่าคนนั้นอยู่ รุ่นพี่นิ่งไปสักแป็บเหมือนกำลังใช้ความคิดตัดสินใจ ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ฉันเป็คำตอบ
“กรี๊ดดดด”
ฉันกับถิงถิงกรี๊ดเบาๆพร้อมกับหันหน้ามาตบมือกัน เหมือนลุ้นกับคำตอบนี้ยิ่งกว่าการประกาศรางวัลอันดับหนึ่งของการประกวดเข้ารอบเสียอีก
“นั่นก็ลุยเลยค่ะ จะรออะไร”
ถิงถิงลุกขึ้น กำหมัดแล้วชูขึ้น เป็ท่าพร้อมสู้ให้พี่เสี่ยวเหมย ฉันกับพี่เสี่ยวเหมยได้แต่หัวเราะให้การพยายามของเพื่อนที่อยากจะช่วย
“ใช่ค่ะ ฉันก็เห็นด้วยกับถิงถิงนะคะ ถ้าพี่เสี่ยวเหมยยังชอบเขาอยู่ล่ะก็ลองเปิดใจคุยกับเขาอีกครั้งก็ไม่เสียหายค่ะ ตอนนี้ทั้งเขาและพี่เสี่ยวเหมยก็โตขึ้นแล้ว ต่างคนก็ต่างได้เรียนรู้ถึงความล้มเหลวของความรักครั้งก่อนมาแล้ว ครั้งนี้มันต้องดีกว่าเดิมแน่ๆคะ”
หลังจากฉันพูดจบ พี่เสี่ยวเหมยก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยกับฉันแล้วยิ้มให้ฉันเป็คำตอบ
“วันนี้สิ่งที่อาจารย์สอนไปในห้อง เป็ส่วนหนึ่งของการสอบที่จะเริ่มขึ้นสัปดาห์หน้านะครับ ขอให้นักศึกษาทุกคนโชคดีของการสอบ แล้วเจอกันเปิดเทอมหน้านะครับ”
“ฟางฟาง เตรียมตัวสอบไปถึงไหนแล้ว อาทิตย์หน้าสอบทั้งอาทิตย์เลย แค่คิดฉันก็ปวดหัวรอแล้วอ่ะ”
ลู่ลู่เก็บข้าวของบนโต๊ะพร้อมหันหน้ามาคุยกันฉัน
“ฉันก็เหมือนกัน วันเสาร์นี้ไปห้องสมุดกันไหม”
“ท่าจะไม่ได้อ่ะ พอดีน้องฉันจะมาหาที่หอ จะรีบกลับไปรับอีก”
“อ๋อ นั้นไม่เป็ไร นั้นไว้เจอกันนะ”
”โอเค”
่อาทิตย์นี้อาจารย์ส่วนใหญ่จะไม่สอนในห้องเรียนแล้ว ให้นักศึกษาได้มีเวลาในการเตรียมตัวสอบ ก่อนปิดเทอมแรกของปี หลังจากอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องหลายวันจนตาลายไปหมด ฉันก็พาตัวเองออกมาหาข้อมูลเพิ่มเติมที่ห้องสมุดของมหาลัย โดยเื่ของรุ่นพี่ซีอ่าวก็คงได้แต่พักเอาไว้ก่อน ให้สอบเสร็จก่อนค่อยว่ากันอีกที หลังจากที่เดินมาได้สักพักก็มาถึงห้องสมุดของมหาลัยใหญ่โต มีหนังสือให้หาข้อมูลเป็จำนวนมาก และห้องสมุดที่มหาลัยผู้คนต่างให้ความเกรงใจกัน ไม่กล้าส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น ฉันจึงมาหาหนังสือที่นี้อ่านอยู่บ่อยครั้ง
“หนังสือวรรณกรรมอยู่ตรงไหนนะ”
ฉันเดินไปเดินมาในซอกหนังสืออยู่สักพัก
“อ๊ะ นี่ไงเจอแล้ว”
พอเจอหนังสือที่ตัวเองหาอยู่ กำลังเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะที่วางกระเป๋าไว้ แต่เพราะมัวแต่อ่านเนื้อหาในหนังสือจนไม่ได้มองทางเดิน จึงทำให้ฉันเดินไปชนกับใครคนหนึ่งโดยไม่ทันตั้งตัว
“เอ๊าะ!!”
ก่อนที่ฉันจะหงายหลังไปชนกับเหลี่ยมโต๊ะข้างๆ บุพเพสันนิวาสกลับช่วยส่งให้ใครคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาประคองเอวของฉันเอาไว้ ทำให้ตอนนี้หน้าของฉันกับหน้าของเขาที่เอนตัวมารับฉันไว้ อยู่ห่างกันเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือเห็นจะได้ ลมหายใจที่รดลงบนหน้า กลิ่นน้ำหอมที่หอม อ่อนๆจากดอกไม้ชนิดหนึ่งที่เหมือนเคยได้กลิ่นที่ไหนมาก่อนวิ่งมาเตะจมูกฉัน ภายใต้แมสที่ผู้ชายคนนี้ส่วมอยู่ กลับทำให้มองเห็นดวงตาสีน้ำตาลกลมโตได้ชัดยิ่งขึ้น ไฝใต้ตาที่ส่งให้แววตานี้กลับมีเสน่ห์ขึ้นไปกว่าเดิมกำลังจ้องมองฉันที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา แต่อยู่ๆเขาก็ปล่อยแขนออกฉันที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับแววตาของเขากลับลงไปกองกับพื้นแทน
“โอ๊ย!!”
ฉันที่ตอนนี้นอนอยู่กับพื้น ลุกขึ้นมานั่ง แล้วเงยหน้ากะจะต่อว่าสักหน่อย {ปล่อยลงมาได้ยังไง}
“นี่….”
ဝ__ဝ////
“ชูววว”
พอเงยหน้าขึ้นไป ยังไม่ทันที่ฉันจะต่อว่าอะไร ผู้ชายคนนั้นก็นั่งลงยองๆต่อหน้าฉันแล้วเอานิ้วชี้เรียวยาวของเขามาที่ปากของฉัน เป็อันบอกให้ฉันอย่างสงเสียงดัง ฉันที่ขาดสติเพราะเจ็บตัวนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้กำลังอยู่ในห้องสมุด ก็ได้แต่มองไปรอบๆ สายตาของนักศึกษาหลายคู่กำลังจับจ้องมาที่คู่เราพร้อมส่งสัญญาณบอกเป็นัยๆให้เงียบๆหน่อย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ฉันทำได้เพียงก้มหน้าลงเล็กน้อยให้กับนักศึกษาเ่าั้เพื่อเป็การขอโทษ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วกลับไปที่โต๊ะตัวเอง
“อย่าให้แม่เจออีกนะ จะด่าให้ยับเลย”
หลังจากที่พึมพำกับตัวเองอยู่สักพัก ก็หยิบหนังสือเ้าตัวปัญหาขึ้นมาอ่านต่อ