บทที่ 115
ท่ามกลางฝุ่นละอองที่กระจายไปทั่วสนามหญ้าหน้าโรงเรียน ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างชายวัยกลางคนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เหมือนพวกเขารู้ดีว่ามหาจอมเวทย์ไม่ได้ใช้เวทมนตร์ชั้นสูงแม้แต่น้อย แต่การใช้เวทย์โดยไม่ร่ายด้วยจำนวนมากมายขนาดนั้น ก็เป็นที่สิ่งยืนยันว่าเขาคือยอดฝีมืออย่างแท้จริง แต่มหาจอมเวทย์ก็ยังมีสีหน้าจริงจังเช่นเดิม เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ยังไม่จบ เขาไม่อาจสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตของเกษตรกรหนุ่มแม้แต่น้อย อย่างกับว่าภามไม่ได้อยู่ตรงนั้นใต้ซากหินนั้นอีกต่อไป และครูใหญ่ก็เชื่อว่าผู้ที่มีพลังมากมายถึงเพียงนั้น ยังไม่ตกตายด้วยการต่อสู้ระดับธรรมดาอย่างแน่นอน “ตู้ม!!!” กองหินตรงหน้าชายห่มหนังเสือระเบิดออกมา ก้อนหินแหลมคมใหญ่น้อยพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็ว เพียงได้ยินเสียงครูใหญ่ก็กางม่านพลังธาตุวายุสีเขียวใสห่อหุ้มกายเป็นลูกบอลทรงกลมไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยรู้ว่าเป็นสิ่งใดที่พุ่งขึ้นมาจากประสบการณ์ แต่...“ช้าไปนะ” เสียงของชายหนุ่มผมดำ ดังแผ่วที่ด้านหลังของครูใหญ่ เพียงชายวัยกลางคนหันกลับไปก็เห็นภามยืนอยู่ในม่านพลังกับเขาแล้ว พร้อมกับที่ผู้ชมทั้งหลายปากอ้าตาค้างกับการปรากฏตัวของภามชายหนุ่มชกออกไปด้วยหมัดตรงใส่ฤาษีผมสีน้ำตาลทันที แต่ก็เป็นไปตามคาดของภาม ครูใหญ่สามารถยกแขนขึ้นมาป้องกันได้ทันจากประสบการณ์เดือดช่วยชีวิต แถมยังสวนกลับด้วยหมัดขวาไปที่ซี่โครงของชายหนุ่ม แต่เรื่องต่อสู้ประชิดตัวภามนั้นมั่นใจว่าเขาไม่แพ้มหาจอมเวทย์แน่นอน อดีตทหารหมุนตัวกลับหลังหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสับศอกด้วยท่าหิรัญม้วนแผ่นดินใส่ขมับของครูใหญ่ แม้ผู้มากประสบการณ์จะตอบโต้ด้วยท่าทางไม่ทัน แต่ม่านพลังสีเขียวโปร่งใสขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นมาข้างศีรษะป้องกันไว้ได้อย่างทันท่วงที ด้วยปฏิกิริยาที่รวดเร็วของอดีตทหาร เมื่อเขาโจมตีไม่สำเร็จก็เปลี่ยนกระบวนท่าต่อเนื่องอย่างฉับพลัน ด้วยการพลิกตัวกลับ แล้วถีบไปยังกลางลำตัวของฝ่ายตรงข้ามที่มีกำแพงธาตุลมป้องกันไว้เช่นกัน ไม่ใช่เพื่อโจมตีแต่เพื่อถีบตัวออกทิ้งระยะ พร้อมกับแสดงการยิงพลังโดยตรงออกมาเป็นครั้งแรก ภามเหยียดยืดแขนตรงพร้อมกับชี้นิ้วชี้ และนิ้วกลางติดกันเป็นสัญลักษณ์ของปืนออกไปยังคู่ต่อสู้ในขณะที่เขาลอยตัวถอยหลังไปประชิดม่านพลังทรงกลมที่ล้อมรอบทั้งสองเอาไว้“ซู่ม!!!” ลูกไฟขนาดใหญ่เท่าผลแตงโม พุ่งเข้าใส่ชายห่มหนังเสือพร้อมกับผลักดันร่างของผู้ใช้ถอยหลังออกจากม่านพลังลมอย่างง่ายดาย“ตู้ม!!!” ตามมาด้วยเสียงระเบิดรุนแรงกึกก้องกัมปนาทจนฉีกม่านพลังสีเขียว ของมหาจอมเวทย์จนแตกสลายย่อยยับสลายหายไป แต่มันกลับเพิ่มอำนาจทำลายล้างแห่งเปลวเพลิงให้กระจายไปทั่วสนามหญ้ากว้างจนติดไฟลุกท่วมทั้งสมรภูมิ ตัวของเกษตรกรหนุ่มถอยมายืนตั้งหลักห่างๆ ในบริเวณที่สภาพยังไม่เละเทะมากนัก เขากำลังรอคอยการปรากฏตัวของผู้อำนวยการโรงเรียนอยู่ ซึ่งภามก็มั่นใจว่านาธาน เกลเลียนผู้มีชื่อเสียงนั้นต้องไม่บาดเจ็บจากลูกเล่นเล็กน้อยของตนแน่นอน แต่สถานการณ์ตรงหน้าชักจะเงียบเกินไปแล้ว ครูใหญ่ยังคงไม่ปรากฏตัวจู่โจมเข้ามา นั่นยิ่งทำให้ภามไม่กล้าประมาท‘จากลักษณะนิสัยของครูใหญ่ เมื่อตะกี้เราคงทำให้เขาเสียหน้ามากแน่ๆ ตอนนี้เขาคงจะจริงจังกับการต่อสู้มากขึ้นกว่าเดิม เราจะเสียสมาธิไม่ได้’ ชาวไร่หนุ่มกล่าวกับตัวเอง ส่วนทางด้านโถงประชาสัมพันธ์ด้านหน้าปราสาทเหล่าจอมเวทย์ ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่คิดว่ามหาจอมเวทย์จะเสียท่าชายหนุ่มที่ดูธรรมดาคนหนึ่งมากขนาดนี้ แม้จะเชื่อมั่นว่าครูใหญ่ต้องไม่เป็นไร แต่นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าชาวบ้านที่พวกเขาไม่เห็นอยู่ในสายตาคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน“นี่ เจ้าน่ะมากับชายที่ชื่อภามคนนั้นใช่ไหม พวกเจ้ามีจุดประสงค์ใดกันแน่ที่มาที่นี่?” เลขาสาวผมขาวหันถามมีอาแม่ค้าผมสีน้ำตาลอ่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เอิ่ม...ตัวข้าก็ไม่ได้รู้จักท่านภามดีเท่าไร แต่ถ้าจุดประสงค์ที่มาที่โรงเรียนนี้ก็ตามที่ท่านภามได้กล่าวไปแล้ว เพียงแต่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้าพวกเรานี้ คงเป็นการตัดสินในแบบของพวกผู้ชายละมั้งเจ้าคะ” มีอาก็ไม่รู้จะตอบอย่างไรดีกับเหตุการณ์ใหญ่โตที่เกิดขึ้นนี้“นี่เขาคิดว่าลูน่าซองค์เป็นสถานที่ที่ใครจะเข้ามาก่อกวนก็ได้หรือยังไง ถึงเขาจะเก่งกล้ามาจากไหนถ้าทำผิดกฎของที่นี่ก็ต้องถูกลงโทษนะ” สเตล่ากล่าวเสียงเข้มกับมีอา แต่เหล่าครูจอมเวทย์ที่อยู่ใกล้ๆไม่ได้คิดเช่นเดียวกับเธอ“สเตล่าเจ้าจะบอกว่าชายผู้นั้นทำผิดก็ไม่ได้หรอกนะ เพราะเขาทำการท้าประลองกับครูใหญ่อย่างเป็นทางการต่อหน้าพวกเรา และเจ้าลองสังเกตดูให้ดี ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกินขอบเขตของสนามหญ้าหน้าปราสาทแห่งนี้เลย” จอมเวทย์ชายชราผู้หนึ่งกล่าวเตือนหญิงสาว“เจ้าน่ะใกล้ชิดครูใหญ่ที่สุดก็จริง แต่พวกข้านั้นทำงานกับเขามานาน เราก็รู้ว่านิสัยของท่านนั้นช่างแปลกประหลาดไม่เหมือนใคร แต่ฝีมือของวีรบุรุษแห่งแผ่นดินนั้นเป็นของจริง ไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ปล่อยให้มาทำลาย หรือหยามเกียรติบ้าน และคนในบ้านของตัวเองแน่นอน” จอมเวทย์หญิงกล่าวเพิ่มเติมความมั่นใจแก่สเตล่า“และที่สำคัญการใช้พลังของท่านภามก็ไม่ได้แตกต่างจากครูใหญ่ เขาก็ไม่ได้สร้างความเสียหายเกินขอบเขตเช่นกัน ด้านนิสัยใจคอนั้นเขาเป็นคนนั้นเป็นที่จริงจัง รอบคอบ และมีน้ำใจไมตรีต่อคนรอบข้างมากมายเลยทีเดียว ข้ามั่นใจว่าเขาจะไม่ทำให้ผู้บริสุทธิ์เดือดร้อนหรอกเจ้าค่ะ” แม่ค้าไวน์ยืนยันต่อหน้าเลขาสาว ฝุ่นควัน และเปลวเพลิงจางหาย ปรากฏเพียงร่างของเกษตรกรหนุ่มยืนหลับตาอยู่กลางสนามหญ้าที่เละเทะอย่างกับสมรภูมิรบ ภามกำลังใช้สมาธิควบคุมธาตุทั้งสี่ เพื่อสัมผัสถึงมหาจอมเวทย์ที่หายตัวไปพร้อมกับแรงระเบิด ‘ดูจากนิสัยของเขาแล้วน่าจะเป็นพวกเอาแต่ใจตัวเอง มีความมั่นใจสูง แต่ความที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเข้ากับผู้คนได้ทุกชนชั้นนั้น ก็แสดงว่าเขาเป็นที่มีความยืดหยุ่นสูง และไม่ยึดติด ที่สำคัญเมื่อฟังจากคำพูดคำจานั้นก็ทำให้รู้สึกว่าครูใหญ่คงจะเป็นคนขี้เล่นเช่นกัน และคนแบบนี้จะชอบการจู่โจมแบบ...’ ภามที่กำลังวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีจากนิสัยของครูใหญ่ อยู่ๆเขาก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของธาตุลมรอบตัว“เฟี้ยวๆๆๆ” กงล้อสายลมสีเขียวอันคมกริบนับสิบวงปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ห่างจากร่างของชายหนุ่มเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตรก่อนที่ร่างของเขาจะหายไป และปรากฏร่างผู้ห่มหนังเสือโคร่งขึ้นมาแทนที่“เฮ้ย! หายไปได้ยังไง ไม่มีทางที่การเคลื่อนที่ของมนุษย์จะรวดเร็วปานนี้ หรือว่าเจ้าจะ...” ครูใหญ่ตะโกนออกมาอย่างหัวเสียที่การลอบโจมตีอย่างแนบเนียนนั้นไม่สำเร็จ“อ้าว ครูใหญ่นี่ท่านคิดว่ามีท่านคนเดียวรึที่เปลี่ยนร่างเป็นธาตุพลังได้?” ภามปรากฏตัวด้านหลังครูใหญ่ห่างไปประมาณ 10 เมตร พร้อมกับวงแหวนพลังธาตุลมสีเขียวที่ใต้ฝ่าเท้า“นี่เจ้ากลายเป็นภูติแห่งลมได้ด้วยอย่างนั้นรึ! ไม่ใช่ว่าเจ้าถนัดธาตุดินมากกว่ารึยังไง?” ผู้อำนวยการกล่าวอย่างขัดเคืองเล็กน้อย แต่เกษตรกรหนุ่มก็กลับทำให้จอมเวทย์ตรงหน้าต้องหงุดหงิดขึ้นไปอีกด้วยการชูมือกางนิ้วเป็นการบอกจำนวนเลข 4 ให้ได้เห็นชัดเจน“ข้าถนัดทั้งสี่ธาตุ แปลงร่างเป็นภูติได้ทั้งสี่ธาตุเลยต่างหาก” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับแบมือออกทั้งสองข้าง แสดงออกว่าเป็นเรื่องง่ายๆแค่นั้น“หึ! เจ้านี่มันกวนประสาทข้าจริงๆเลย” ครูใหญ่บ่นกับชาวไร่หนุ่ม“ท่านก็กล้ามากที่กล่าวหาว่าข้ากวนประสาทมากว่าจอมกวนประสาทอย่างท่าน นะขอรับ” ภามกล่าวยอกย้อนพร้อมกับรอยยิ้มกวนบาทา“เฮ้ย! ไอ้นี่พูดจากวนบาทาอย่างนี้ยังจะมาขอลงขอรับอีก เจ้าจะเอายังไงกันแน่ ถ้างั้นมาต่อกันอีกสักยกเป็นไง ข้ายังไม่แพ้เจ้าหรอกนะ” ครูใหญ่กล่าวอย่างอารมณ์เสีย“พอแล้วๆ เดี๋ยวข้าต้องไปทำงานอีก เอาเป็นว่าท่านเลี้ยงข้าวเที่ยงข้าก็พอ แล้วข้าจะจัดสนามหญ้าให้ท่านใหม่เป็นยังไง ดีไหมละขอรับ?”“เอาให้เรียบร้อยสวยงามด้วยนะ ข้าไม่อยากให้ใครมาบ่นว่าเป็นครูใหญ่แล้วจะมาทำทรัพย์สินโรงเรียนเสียหายยังไงก็ได้” ครูใหญ่กล่าวกำชับแล้วเพียงไม่กี่นาทีสนามรบก็กลับกลายไปเป็นสนามหญ้าสวยงามด้วยพลังแห่งธาตุของเกษตรกรหนุ่ม อย่างกับว่าไม่เคยมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นตรงนี้เลยสักนิดเดียว