เมื่อเขาเคลื่อนกายเข้ามายืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือคว้านั้น เธอตระหนักชัดถึงความเป็ชายชาตรีของผู้ชายคนนี้ ต่างฝ่ายต่างประสานสายตากันอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นเหมือนพินิจพิจารณาใบหน้าที่ลอยอยู่ใกล้ เรือนผมสีเข้มกับดวงตาที่เป็ประกายกล้าคู่นั้น และเขาก็เขี่ยปอยผมที่เป็ประหนึ่งกรอบหน้าเล่น
"คุณ้าผู้ชายที่คุณสามารถจะซุกตัวอยู่กับเขาในเตียง ผู้ชายที่สามารถให้ความอบอุ่นกับคุณได้" เขาพูดต่อ "และผมก็เป็คนที่ชอบหาความสุขจากเนื้อตัวของผู้หญิง แต่เมื่อเสร็จสรรพแล้ว ผมชอบนอนคนเดียวมากกว่า เรามันต่างกันเหมือนน้ำกับน้ำมัน ไม่มีทางจะผสมกันได้หรอก"
สายตาของเขาเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงเรียวปาก ลมหายใจของสเตฟานี่เหมือนจะชะงักงันไป และแล้วก็สะท้านขึ้นแต่เธอพยายามควบคุมสติให้มั่นไว้ แม้เปลือกตาจะหลับลงแต่ก็พยายามลืมตาไว้ มิได้แสดงท่าทางว่าชวนเชิญอย่างใดทั้งสิ้น เพราะจริงๆ แล้วคนอย่างบร็อค แคนฟิลด์ก็ใช่จะ้า ให้ใครมาเชื้อเชิญอยู่ ประสาทของเธอตึงเครียดขึ้นเมื่อเขาลดริมฝีปากลงมาหาช้าๆ
ในตอนแรก ลมหายใจอุ่นๆ จะรวยอยู่เหนือเรียวปากที่ไวต่อการัั และแล้วจิตใจของสเตฟานี่ก็ฟุ้งซ่านขึ้นด้วยกลิ่นเครื่องสําอางสําหรับผู้ชายที่ประสมอยู่กับกลิ่นแชมเปญ มันเป็ความหอมระเหยที่คล้ายจะเป็มนต์สะกดจิต ก่อนหน้าที่ริมฝีปากของเขาจะประทับลงบนเรียวปากของเธออย่างจัดเจน
เขาโลมไล้เรียวปากนั้น เหมือนจะลองลิ้มชิมรสเล่น แต่ก็มิได้เคลื่อนกายเข้ามาชิดใกล้กว่าที่เป็อยู่ สเตฟานี่มิได้ปล่อยอารมณ์ให้เตลิดไป หรือว่าทัดทานในจุมพิตนั้นไว้ และในที่สุดก็ยุติลง เมื่อเขาได้ริมฝีปากลงบนนวลแก้มอย่างแ่เบา
"คุณนี่เป็อาหารชิ้นน้อยๆ ที่น่าอร่อยจริงๆ" น้ำเสียงทุ้มๆ นั้น ออกจะแหบเครือ "บางทีผมเก็บคุณไว้เป็ของหวานจะดีกว่านะ" เขาจุมพิตเบาๆ ลงบนตึงหูอันเป็ส่วนที่ไวต่อรู้สึก ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นจรดจ้องด้วยดวงตาคู่สีเทา "ถ้าคุณคิดว่า ตัวเองเป็คนฉลาดก็ควรจะตบหน้าผมได้นะ สเตฟานี่"
"ฉันฉลาดกว่านั้นนะคะ คุณแคนฟิลด์" สเตฟานี่ออกจะแปลกใจที่ตัวเองมีเสียงพูดออกมาได้ และแถมเป็ น้ำเสียงราบเรียบมั่นคงเสียด้วย "เพราะว่าฉันจะไม่ต่อสู้กับคุณหรอกค่ะ แต่ขณะเดียวกันก็ใช่ว่าจะยอมให้คุณรุกฆาตหรอกนะคะ"
รอยยิ้มที่บอกถึงความพึงใจกระจายอยู่ทั่วใบหน้า และทําให้ใบหน้าคล้ำๆ นั้นดูอ่อนโยนลงกว่าเดิมมาก สเตฟานี่มีความรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วครู่ งุนงงไปกับเสน่ห์ในรอยยิ้มนั้น เขาปล่อยมือจากเรือนผมของเธอพร้อมกับถอยกลับไปหาแก้วแชมเปญ
"คุณชักทําให้ผมสนใจเสียแล้วสิ สเตฟานี่" เขาพูดเสียงเบา ยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มจนหมด
"ก็หวังว่าคุณคงจะเชื่อนะคะว่านั่นไม่ใช่ความตั้งใจของฉันเลย" น้ำเสียงของเธอบอกความหงุดหงิดอยู่
"งั้นรึ?" บร็อคถามยั่วๆ เลิกคิ้วมองหน้าอย่างรู้ทัน
"ก็จริงน่ะสิคะ" แต่เธอไม่อาจทนประสานสายตาอยู่กับเขาได้จําต้องเป็หลบไปเสียทางหนึ่งพร้อมกับเชิดคางขึ้น
มีเสียงโทรศัพท์กริ่งเรียกขึ้น บร็อคผละออกห่างจากเครื่องรับทันที เอี้ยวตัวมาสั่งว่า
"รับทีสิ" สเตฟานี่ที่ออกจะลังเลอยู่ แต่ในที่สุดก็เดินเข้าไปรับสาย "คะ? นี่ห้องของคุณแคนฟิลด์ค่ะ"
"สเตฟานี่?" พี่ชายของเธอเองที่เรียกมา น้ำเสียงเขาบอกความแปลกใจอย่างมาก ที่ได้ยินเสียงเธอมารับสาย "เห็นคอนนี่บอกว่าบร็อคมาถึงตั้ง 15 นาทีแล้วนี่ ทําไมเธอยังอยู่ในห้องนี้อีกล่ะ? มีปัญหาอะไรงั้นรึ?"
"เปล่าหรอกฉันกําลังจะออกไปอยู่พอดี" เธอออกจะดีใจอยู่มากที่สามารถปรับระดับน้ำเสียงให้เป็ปกติได้มิใช่พูดออกไปด้วยน้ำเสียงแสดงอารมณ์เช่นที่กําลังรู้สึกอยู่ "คุณแคนฟิลด์ก็อยู่ตรงนี้ อยากพูดกับเขาไหมล่ะ?"
"ดี ช่วยเชิญเขามาพูดหน่อยสิ" เพอรี่รีบรับคําโดยไม่จําเป็ต้องใช้ความคิด เธอจึงยื่นหูโทรศัพท์ให้บร็อค
"เพอรี่ค่ะ"
เขาเดินมารับโทรศัพท์ไปจากมือโดยไม่ยอมให้มีการถูกเนื้อต้องตัวเกิดขึ้น เอื้อมมือปิดปากกระบอกพูดไว้
"น่าเสียดายนะที่เราต้องเสียเวลาการพูดจากันในเื่นี้ออกไป กําลังน่าสนใจทีเดียว"
แต่เธอไม่ยอมตกเป็เหยื่อเขาง่ายๆ
"ฉันหวังว่าคุณจะมีความสุขที่ได้มาพักอยู่กับเราที่นี่นะคะ" สเตฟานี่ทําเสียงเหมือนกําลังพูดอยู่กับแขกของ โรงแรมแทนที่จะเป็เ้าของ
และเมื่อพูดจบเธอก็เดินตรงไปยังประตู ได้ยินเสียงเขาพูดตามหลังมาว่า
"แล้วพบกันนะ สเตฟานี่"
คําพูดประโยคนั้นแฝงคํามั่นไว้ว่า การเจรจาระหว่างเขากับเธอจะต้องมีการทบทวนกันใหม่ในเร็ววันนี้ และส่วนหนึ่งของจิตใจ สเตฟานี่ก็อยากจะรอให้ถึงวันนั้นอยู่เหมือนกัน
เธอก้าวข้ามธรณีประตูไปหยุดอยู่ตรงห้องโถงด้านนอก หันกลับมาปิดประตูแต่อดที่จะปรายตามองไปยังบุรุษที่กําลังพูดโทรศัพท์อยู่ไม่ได้ แต่ดูเหมือนเขาจะลืมเธอไปแล้วด้วยซ้ำ ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเรือนผมสีเข็มค้อมลง ตั้งสมาธิอยู่กับการรับฟังในสิ่งที่เพอรี่กําลังพูดอย่างเอาใจใส่ สเตฟานี่ปิดประตูลงอย่างแ่เบา รีบเดินออกจากหน้าประตูนั้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับเข้าไปถึงห้องทํางาน เธอก็ปิดประตูเสีย มันคล้ายจะเป็การป้องกันตัวเอง มิให้ต้องเฝ้ารอเวลาที่บร็อค แคนฟิลด์จะเดินผ่านมา เธอเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากระจกเงา ลูบผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เรียบร้อย ก่อนที่จะกางสมุดบัญชีออก และลงมือทํางาน
ทันทีที่ได้ยินเสียงเพอรี่กับบร็อคดังขึ้นนอกห้องทํางาน สเตฟานี่ก็กลั้นลมหายใจไว้อย่างไม่รู้ตัวเลยแต่บุคคลทั้งสองมิได้เดินเลยเข้ามาในห้อง เธอเดาเอาว่า ขณะนี้พี่ชายของเธอกําลังพาบร็อคไปชมแผนกต่างๆ ของโรงแรม แม้ว่าบร็อคจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้ดีอยู่แล้วก็ตาม
ในตอนบ่ายใกล้ค่ำวันนั้น เพอรี่ก็มาเคาะประตูห้องพร้อมกับเปิดเดินเข้ามา
"สเตฟานี่ เธอมีราคาค่าปรับปรุงห้องอาบน้ำข้างสระ เป็ห้องอบไอนกับห้องบริหารกายอยู่หรือเปล่า?"
สายตาที่กําลังมองหน้าพี่ชายเลื่อนไปสบดวงตาคู่สีเทาของบร็อคซึ่งยืนหน้าขรึมอยู่ทางเื้ั เขาเปลี่ยนจากเสื้อเชิ้ตเป็เสื้อเสวตเตอร์สีเทาถ่านแล้ว ปกเสื้อตัวในสีขาวแลบออกมา ถึงแม้จะแต่งตัวแบบธรรมดา แต่ก็ไม่อาจจะทําให้ความสง่าภาคภูมิลดลงลงได้
"มีสําเนาอยู่" เธอเมินหลบสายตาคู่นั้น ก้มลงเปิดลิ้นชักโต๊ะทํางาน "ดูเหมือนพี่จะเอาตัวจริงกลับไปบ้านนะ"
'ใช่แล้ว" เพอรี่นึกออกมาได้ "อยู่บนโต๊ะในห้องสมุดนั้นเอง" เขารับแฟ้มมาจากเธอส่งต่อไปให้บร็อค "ดูที่หน้า 2 แล้วคุณจะเห็นราคาค่าอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่ประเมินไว้ ส่วนรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดอยู่อีกฟากหนึ่ง" เขากางม้วนกระดาษพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะทํางานของสเตฟานี่ เพื่อให้บร็อคดูถึงความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลงผังห้องอาบน้ำเสียใหม่
สเตฟานี่เอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ ไม่สามารถจะทํางานต่อได้ ขณะที่บุคคลทั้งสองกําลังปรึกษาหารือเื่งานกันอยู่ และเท่ากับเป็การเปิดโอกาสให้เธอสามารถจะพิจารณาผู้ชายคนนี้ได้ใกล้ชิด เขากําลังนั่งอยู่บนโต๊ะด้านหนึ่ง รับฟังคําอธิบายต่างๆ จากเพอรี่อยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ
ท่านั่งของเขาทําให้ขากางเกงรัดแนบเข้ากับลําตัว มองเห็นกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นอยู่ภายใน เธอออกจะชอบ โครงหน้าเสี้ยวข้างที่สะอาดเอี่ยม เรือนผมสีเข้ม และเรือนร่างที่ได้รูปทรงสมลักษณะชายชาตรีของบร็อค แคนฟิลด์อยู่มาก
แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเธออยู่มากก็คืออิทธิพลแห่งเสน่ห์ที่มีอยู่อย่างมากมายในตัวผู้ชายคนนี้ ซึ่งมันก่อให้เกิดความรู้สึกในทางลบ ถึงแม้เขาจะเป็คนหล่อแต่มันก็ดูกระด้างอย่างไรพิกล สเตฟานี่ไม่อาจจะมองดูเขาโดยไม่ระแวงในความเป็ชายของเขาได้เลย
คําเตือนทั้งหลายดูจะไร้ความหมายลงโดยสิ้นเชิง สเตฟานี่ตระหนักในเื่นี้ดี ไม่ว่ามันจะเป็คําเตือนจากเพอรี่ หรือบร็อคเองก็ตาม มันคล้ายกับเป็คําเตือนถึงอันตรายอันจะเกิดจากพิษร้อนของไฟถ้าเข้าใกล้มากเกินไป ในขณะที่เธอเองก็กําลังหนาวสะท้านอยู่ และเธอก็อยากจะลองเสี่ยงเข้า ไปยังไฟนั้น เพื่อรับความอบอุ่นจากเปลวของมัน เมื่อเบือนสายตาไปเสียจากภาพตรงหน้า สเตฟานี่ก็ต้องเลียริมฝีปากที่แห้งผาก เมื่อรู้ว่าตัวเองกําลังยอมรับในอะไรอยู่
เมื่อเธอเบือนสายตากลับมามองบร็อคอีกครั้งนั้น เขากําลังจับตามองเธออยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มกระจ่างอยู่ในดวงตาราวกับเขาจะอ่านความคิดของเธอออก รวมไปถึงการตัดสินใจของเธอด้วย มันเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด แต่ลมหายใจก็ติดขัด จนเมื่อเขาเบือนกลับไปมองพิมพ์เขียวตรงหน้า
"ผมขอแนะนําสักหน่อยนะ เพอรี่" เขาเอ่ยขึ้น "ผมจะเอาพิมพ์เขียวกับราคานี้ไปศึกษาต่อเอง แล้วเราค่อยปรึกษากันอีกครั้งตอนค่ำ ผมขอเชิญคุณกับน้องให้ทานอาหารค่ำกับผมด้วย" เขายึดร่างขึ้นจากโต๊ะ ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ขณะที่ก้มลงม้วนแบบพิมพ์เขียวไว้ตามเดิม "จะออกไปทานอาหารที่ไหนหรือเปล่าละค่ำวันนี้น่ะ?" เป็คําถามที่เขาถามเพอรี่ มิใช่สเตฟานี่
"ค่ำนี้ผมว่าง แต่สําหรับสเตฟานี่ไม่รู้สิ" มันมีการเตือนเงียบๆ อยู่ในสายตาของเพอรี่ที่มองมา ซึ่งหมายความว่าเขาพร้อมที่จะสนับสนุนทันที ถ้าเธอจะออกตัวไม่ไปร่วมรับประทานอาหารด้วย
"ผมคิดว่าคุณก็คงจะไม่มีธุระอะไรเหมือนกันใช่ไหม?" แววตาของบร็อคบอกความมั่นใจในคําตอบที่จะได้รับ "คุณเฮเลนก็คุยกันได้นี่ ขณะที่เพอรี่กับผมปรึกษาเื่ธุระกัน"
"เื่นั้นเราเลื่อนเป็พรุ่งนี้เช้าก็ได้นี่ครับ" เพอรี่เสนอแนะ
"เราต้องเอางานก่อนสิ" บร็อคยืนยัน เมื่อหันไปมองพี่ชายเธอก่อนที่จะเบือนมาสบตาสเตฟานี่ "เอาเป็ว่าเราพบกันสัก 8 โมงในห้องอาหารนะ? คุณสองคนจะได้มีเวลา กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้าน"
"8 โมงกําลังดีค่ะ" สเตฟานี่ตกปากรับคําออกไปโดยปริยาย เพราะรู้อยู่ว่าตัวเอง้าอะไร