ชายเ้าของบ้าน กำลังนอนกลางวันอยู่บนแคร่อย่างสบายอารมณ์ ที่ชีวิตตนกลับมาสงบราบเรียบเหมือนเช่นเดิม
่เวลาสั้น ๆที่รุ้งขวัญก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แม้มันจะทำให้ชีวิตมีสีสันขึ้นมาเหมือนสายรุ้งสดใสสวยงามหลังฝนตกใหม่แต่มันก็อยู่ให้ชื่นชมได้ไม่นาน เมื่อหมดเวลาเธอก็กลับไปเรียนหนังสือต่อมีวิถีชีวิตเป็ของตัวเอง และคงไม่กลับมายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกแล้ว จึงหลับตาพริ้มอย่างสุขใจสบายอุรา
ขณะที่ลมหายใจสงบราบเรียบใกล้จะเข้าสู่ห้วงนิทราประสาทหูกลับตื่นรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ค่อยคืบคลานเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ
ลางสังหรณ์บอกให้รู้ว่ามีบางสิ่งจ้องประสงค์ร้ายอยู่จึงระแวดระวังคอยตั้งท่ารับ นึกไม่ออกว่าตัวเองไปก่อศัตรูไว้ที่ไหน แล้วก็ให้นึกถึงแก๊งขี้ยาที่เคยสุมหัวอยู่ที่นี่มาก่อนก่อนที่เขาจะเข้ามาทีหลังแล้วตะเพิดไล่ถือจับจองครองเป็ที่ส่วนบุคคลของตัวเองไป
“จะทำอะไรน่ะ?”
“ว๊าย!”
รุ้งขวัญสะดุ้งใที่ถูกจับได้เสียก่อนว่าคิดจะแกล้งเล่นโดยการเอาดอกบานไม่รู้โรยมาโปรยไว้บนตัว
“คิดจะทำอะไรลุง?”
ถามพร้อมจ้องตาเขม็งเกร็งนิ้วที่จับข้อมือน้อยบอบบางนุ่มนิ่มคู่นั้นไว้แน่น
“ว่าไง?”
“เปล่าค่ะ” ก้มหน้าปฏิเสธพยายามบิดข้อมือหนี
“เปล่าได้ยังไงจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ยังคิดจะปฏิเสธอีกไอ้เด็กนิสัยไม่ดี จะสารภาพไหม?”
“หนู...หนู”
หญิงสาวใจเต้นตึกตักดังโครมครามเพราะสะดุ้งใกับน้ำเสียงดุเข้มนั้น
“ว่าไงเด็กดื้อไม่อย่างนั้นไม่ปล่อยนะ”
กระชับข้อมือดึงเข้าหาตัวจนได้กลิ่นน้ำหอมจากคนตัวเล็กโชยมาแตะปลายจมูก เธอก็แปลกใจที่มือของชายาุโแข็งแกร่งเกินกว่าที่คิดนักถูกจับไว้แน่นแม้พยายามบิดหนีอย่างไรก็ไม่เป็ผลจนรู้สึกเจ็บปลาบจึงยอมรับสารภาพแต่โดยดี
“หนูแค่จะแกล้งลุงเล่นเฉยๆ ค่ะ หนูขอโทษ”
เขาคลายมือหนาที่จับกุมแน่นดั่งคีมเหล็กพอได้รับอิสระภาพเธอก็ถอยหลังหนี ก้มหน้าทำท่าสำนึกผิด แล้วแอบชำเลืองมองขึ้นมาสบประสานสายตาอันคมกล้าก็รีบหลุบตาลงต่ำอย่างรวดเร็วร่างกายแข็งทื่อรู้สึกเหมือนถูกสาปโดยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ได้แต่ยืนนิ่งสำรวมอยู่ที่เดิม
“โรงเรียนเปิดแล้วไม่ใช่หรือรีบกลับมาทำไม?”
“วันนี้เปิดเทอมวันแรกค่ะ ไม่มีเรียน แค่ปฐมนิเทศเฉยๆ”
ตอบเสียงค่อยในลำคอ ก้มหน้ามองพื้นดินกับปลายเท้าของตัวเองปล่อยให้เขาได้มีโอกาสพิจารณาเครื่องแบบชุดนักศึกษาที่สวมอยู่ได้อย่างเต็มที่
เธอกุมมือทำตัวเล็กลีบสำนึกผิดอยู่อย่างนั้นจนอึดอัดจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมามองเ้าของบ้านที่ล้มตัวลงนอนเท้าแขนหนุนศีรษะกึ่งตะแคงแล้วยิ้มเยาะใส่พร้อมหยิบดอกบานไม่รู้โรยที่หล่นอยู่ปาใส่หัวเธอเล่นอย่างสนุก หญิงสาวจึงทำหน้ามุ่ยสะบัดตูดเดินหนีกลับบ้านไปเฉยเลยส่วนเขานั้นก็หัวเราะชอบใจที่เป็ฝ่ายเอาคืนยัยตัวแสบได้บ้าง เห็นปลายจมูกเชิดรั้นนั้นเข้าก็นึกน่าชังน่าแกล้งเล่นอีกเสียยิ่งกว่าอะไร
“ลูกพี่...ลูกพี่”
เสียงเรียกคุ้นหูดังมาจากข้างหลังไม่แน่ใจว่าเรียกใครจนฝ่ายนั้นวิ่งมาดักหน้าทัน
“ลูกพี่จริงๆ ด้วย จำผมได้ไหม?”
“จำได้สิเมฆมาทำอะไรที่นี่?”
ชายคนที่เข้ามาทักยิ้มกว้างทันทีดีใจที่จำคนไม่ผิด
“ผมมาหาพี่นี่แหละครับมารอดูอยู่หลายวันแล้วจนแน่ใจว่าใช่พี่แน่ ๆ จึงเข้ามาหา พี่สบายดีนะครับ?”
ถามพร้อมสำรวจคนตรงหน้าในชุดหม้อฮ่อมกางเกงขาก๊วยสีซีด คีบรองเท้าแตะเก่า ๆ
“สบายดีแล้วนายล่ะ?”
“สบายดีเหมือนกันครับพี่ว่างไหม? หาอะไรกินกันเสียหน่อยไม่ได้เจอกันนาน”
“ก็เอาสิ”
พยักหน้าพร้อมเดินตามอดีตรุ่นน้องคนสนิทที่สวมชุดคนขับแท็กซี่เดินนำไปยังรถของตน
ยี่สิบปีที่แล้ว.....
“พี่จะเอาจริงๆ หรือ?”
คนอายุน้อยกว่าถามอย่างขลาดกลัวเมื่อรู้แผนการในใจของรุ่นพี่ที่แก่กว่าสามปี
“จริงสิวะมึงจะอยู่เป็ทาสเขาไปจนตายรึไง ถ้ามึงไม่ไปกูไปเองแต่อย่าปากโป้งแล้วกัน”
“ดะ ดะเดี๋ยวพี่...ผมไปด้วย ให้ผมไปด้วยนะ ขืนพี่ไปเหลือผมคนเดียวก็เละสิ”
“ดี! ตกลงตามนี้ งั้นเตรียมตัวไว้ งานวัดคืนสุดท้ายเราจะหนีกัน”
เด็กหนุ่มสองคนวางแผนปลดแอกชีวิตตัวเองจากการเป็ทาสเมื่อไม่ได้เต็มใจจะอยู่แต่แรกด้วยถูกขายมาแลกกับเงินทองของบิดามารดาจึงคิดหาจังหวะหนีเพื่อไปขอตายเอาดาบหน้าแต่โชคไม่ดีนักที่ถูกจับตาอยู่ไม่ห่างและหนีมาได้ไม่ไกลแค่ใต้โรงลิเกนี้เท่านั้น
เสียงดังเอะอะโวยวายของชายฉกรรจ์ที่คุ้นหูดังลอดเข้าไปยังสถานที่ที่ใช้หลบซ่อนตัวอยู่ให้นึกตระหนก
“เราเป็คนของคณะรำวงทุ่งรวงทองเห็นเด็กผู้ชายตัวผอม ๆ สองคนวิ่งมาทางนี้ไหม? มันเป็คนของเราเองขอตรวจดูหน่อยเถอะ”
สองหนุ่มน้อยซุกกอดกันอย่างหวาดหวั่นเมื่อถูกตามตัวเจอและลากออกมากลางลานดินโล่งหลังโรงลิเกแล้วประโคมมือเท้าใส่ไม่ยั้ง คิดสู้ก็สู้ไม่ได้จนเป็ที่น่าเวทนาต่อแม่ขวัญจิตเมียเ้าของคณะลิเกเพชรบุษยา
“ใจเย็นๆ เถอะพ่อ ทำไมต้องไปรังแกเด็กมันด้วย ตัวเท่านี้เอง ค่อย ๆ พูดค่อยจากันดีกว่า”
“ไอ้เด็กสองคนนี้ฉันซื้อมาจากพ่อแม่ของมันแล้วแต่มันคิดจะหนีต้องโดนอย่างนี้แหละ”
ยกเท้ายันจนเด็กชายผอมกะหร่องล้มลงไปนอนตัวงอหมดสภาพ
“หมดธุระแล้วฉันขอตัวก่อนไม่รบกวนล่ะ”
ทำท่าจะลากคอเสื้อหิ้วทั้งสองกลับไปเหมือนหมูเหมือนหมาแม่ขวัญจิตก็ทัดทานขึ้นเสียก่อนเพราะสงสารลูกนกลูกกาตาดำ ๆ ต่อหน้าคนหมู่มากยังขนาดนี้ หากถูกพาตัวกลับไปยังถิ่นที่จะโดนซ้อมปางตายขนาดไหนกันเชียว
“เดี๋ยวก่อน...”
หล่อนเข้าไปนั่งยอบตัวใกล้กับคนที่โตกว่าเพื่อสอบถาม
“ทำไมถึงหนีมาล่ะ?”
หนุ่มน้อยหน้าใสคนที่มีั์ตาหวานคิ้วคมเข้มเงยหน้าขึ้นมาสบ แม้จะมีาแฟกช้ำแต่ไม่อาจบดบังความหน้าตาดีได้ ช่างถูกอกถูกใจอดีตนางเอกลิเกนับแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นคิดว่าถ้าโตกว่านี้อีกสักสองสามปีคงจะหล่อเหลาเอาการน่าดู แม้แต่เสียงแหบห้าวใหญ่ของวัยแตกหนุ่มก็คาดว่าจะไพเราะนุ่มนวลได้กว่านี้อีกเมื่อผ่านพ้นเลยวัยไปแล้ว
“พวกเราทำงานเหน็ดเหนื่อยสารพัดกินอยู่ลำบากแต่ไม่เคยได้ค่าแรงเลย”
“แล้วจะเอาอะไรอีกกูก็ให้พ่อแม่มึงไปหมดแล้วไง!”
“จะให้กูอยู่กับพวกมึงอย่างนี้ไปจนวันตายรึไง?”
เขาตวาดโต้กลับด้วยความคับแค้นอกทำให้อีกฝ่ายเดือดดาลใช้เท้าใหญ่หวดเข้าข้างซี่โครงเต็มเหนี่ยว
“หยุ๊ด! หยุด...หยุดก่อน ฉันบอกให้หยุดไงล่ะ”
เสียงหวานร้องห้ามพร้อมใช้ตัวบังกันท่าลูกน้องแม่ขวัญจิตที่อยู่รายรอบเตรียมตัวพุ่งเข้ามาช่วยนายหญิงของตนถ้าชายคนนั้นไม่ถูกคนที่มาด้วยกันดึงรั้งไว้ทันก็คงจะโดนเท้าชาวลิเกรุมสกรัมเละเป็แน่
“ใจเย็นๆ เรามาเจรจากันดีกว่านะ เอาอย่างนี้ฉันจะขอซื้อตัวสองคนนี้ต่อเอง”
“แม่! แม่ขวัญจิตว่ายังไงนะ?”
ผู้เป็สามีถามพร้อม ๆ กับลูกน้องคนอื่นที่ทำเสียงฮือฮาใไม่แพ้กันแม่ขวัญจิตจึงตวาดใส่แสดงอำนาจของหัวหน้าเต็มที่
“เงียบก่อน!.....ว่ายังไงพ่อซื้อมาเท่าไหร่ และซื้อมากี่ปีแล้ว ปล่อยมันมาให้ฉันเถอะเราก็ทำมาหากินในวัดเหมือนกัน นึกเสียว่าทำบุญ”
“แน่ใจนะ?ไอ้เด็กสองคนนี้มันอกตัญญู กลัวจะเลี้ยงเสียข้าวสุก วันนี้มันหนีฉันไปวันหน้ามันก็จะหนีแม่ไปเหมือนกัน”
“ฉันแน่ใจว่าไม่หนีหรอกแต่ถ้าเขาคิดจะไปฉันก็ไม่รั้งไว้ เพราะที่นี่เราปกครองกันแบบพระคุณไม่ได้ปกครองกันแบบพระเดช เื่ใช้กำลังอำนาจข่มเหง นิสัยอันธพาลหยาบคายแบบนั้นพวกเราไม่ถนัด”
แม่ขวัญจิตตอกกลับหน้าม้านทำให้ชายคนนั้นฉุนเฉียวและยินยอมตามคำขออย่างเสียไม่ได้
“งั้นก็ตามใจ”
เ้านายคนเก่ารับเงินมาอย่างดีใจไม่น้อยที่ได้กำไรถึงสองเท่าระหว่างทางก็หัวเราะรื่นรมย์มากับคนสนิทพร้อมนับเงินที่ถืออยู่ในมือ แต่จู่ ๆ ก็หยุดกึกขึ้นมาเหมือนเพิ่งนึกอะไรออกโธ่เว๊ย! รู้งี้เรียกเยอะกว่านี้ก็ดีหรอก
หลังจากนั้นสองปีคณะลิเกเพชรบุษยาก็ได้เวลาเปิดตัวพระเอกน้องใหม่ที่มีใบหน้างามหวานคมพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ มีแก้วเสียงนุ่มนวลกังวานใหญ่ดูสูงสง่างดงามเมื่อยามอยู่ในชุดเ้าชายประกายวิบวับต้องแสงไฟเป็ดาวเจิดจรัสเพริศพรายอยู่ในใจแม่ยกจนต้องเก็บไปละเมอฝันถึงและแย่งกันคล้องพวงมาลัยนามว่า
‘เทพพิทักษ์เพชรบุษยา
เมฆารีบยกมือร้องห้ามเมื่อลูกพี่ทำท่าจะหยิบเงินออกมาจ่ายค่าโจ๊ก
“ไม่ต้อง ๆผมจ่ายเอง”
“ไม่เป็ไร”
“ให้ผมเลี้ยงเถอะพี่ขอร้อง ให้โอกาสผมได้ตอบแทนพี่บ้าง...นะ”
ส่งแววตาอ้อนวอนขอความเห็นใจเพราะรักผู้ชายคนนี้เสมือนเป็พี่ชายของตนจริง ๆทุกข์ยากลำบากด้วยกันมาั้แ่อยู่คณะรำวงทุ่งรวงทอง มีอะไรก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้พอย้ายมาอยู่คณะลิเกเพชรบุษยาก็ยิ่งสนิทสนมรักใคร่รู้ใจกันมากขึ้น
ด้วยความที่พี่หนูเป็คนหน้าตาดีหน่วยก้านใช้ได้จึงถูกแม่ขวัญจิตปั้นเป็พระเอกลิเกส่วนตัวเขานั้นก็ได้หัดเล่นดนตรีเผื่อมีคนขาดหรือเจ็บป่วยจะได้แทนกันได้แต่หน้าที่หลัก ๆ แล้วจะเป็คนงานดูแลติดตั้งเวทีและลูกมือลูกตีนให้กับคนอื่นเสียมากกว่า
ชีวิตพระเอกลิเกเทพพิทักษ์ เพชรบุษยา รุ่งโรจน์สดใส มีเงินใช้ไม่ขาดมือ มีชื่อเสียงโด่งดังจนทำให้ความเป็อยู่ของชาวคณะดีขึ้นและด้วยนิสัยเป็คนมีน้ำใจ รักพวกพ้องชอบช่วยเหลือจุนเจือพี่น้องคนอื่นจึงเป็ที่รักใคร่ชื่นชมอยู่เสมอตัวเขาเองนั้นยิ่งโชคดีกว่าใครเพื่อน เพราะความเป็คนสนิท จึงได้รับส่วนแบ่งของกำนัลจากแม่ยกทั้งหลายที่ฝากมาให้ไม่ขาดมือ
หลายปีผ่านไปแม่ขวัญจิตที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองและผู้มีพระคุณก็ได้สิ้นบุญ หล่อนตายตาหลับอย่างสงบหมดห่วงด้วยเชื่อว่าเทพพิทักษ์จะเป็กำลังหลักให้กับชาวคณะเพชรบุษยาของเธอตลอดไป
ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก
หลังจากแม่ขวัญจิตเสียไปแล้วแม่แท้ ๆ ของพี่หนูก็เกิดป่วยหนัก ้าเงินเพื่อใช้รักษาจำนวนมาก พี่น้องคนอื่นๆ ของเขาก็ล้วนมีฐานะยากจนพึ่งพาไม่ได้ พี่หนูจึงเข้าไปสอบถามกับพ่อใหญ่ที่เป็เ้าของคณะถึงเงินของตัวเองที่ฝากเอาไว้ั้แ่ทีแรกแต่กลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าได้หยิบยืมมาใช้รักษาแม่ขวัญจิตและเลี้ยงดูชาวคณะไปจนหมดแล้วมารู้เหตุผลแท้จริงทีหลังว่าพ่อใหญ่ติดการพนันหนักและได้นำเงินของลูกน้องที่ฝากไว้ไปถลุงเล่นไม่มีเหลือ
ทุกคนในคณะรู้เื่เข้าต่างก็เจ็บช้ำไม่แพ้กัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ด้วยว่านึกถึงบุญคุณในอดีตที่ผ่านมาพี่หนูก็เหมือนจะทำใจได้เช่นกันกับคนอื่น แต่เพราะเงินฝากของเขานั้นมีจำนวนมากกว่าและเมื่อได้กลับไปร่วมงานศพมารดาก็นึกโกรธพร้อมกับเสียดายขึ้นมาหากมีเงินก็คงจะสามารถช่วยต่อชีวิตแม่ของเขาได้ แม้แต่งานที่จัดไว้อาลัยให้ครั้งสุดท้ายก็ค่อนข้างอนาถา
เขารู้สึกเ็ปนักพี่น้องทุกคนล้วนลำบากยากจน มีเพียงเขาคนเดียวที่มีโชควาสนาได้ดิบได้ดี ใช้ชีวิตสุขสบายรื่นเริงอยู่กับพี่น้องคนละสายโลหิตโดยลืมเหลียวแลครอบครัวจริง ๆ ที่อยู่ไกลตัว หลังงานเสร็จสิ้นก็เกิดรู้สึกผิดคิดจะหันมาใส่ใจและทำอะไรชดเชยให้กับพี่น้องของตนบ้างจึงกลับมาที่คณะและเจรจาขอตกลงเื่ส่วนแบ่งรายได้ใหม่ แต่กลับตกลงกันไม่ได้เพราะเ้าของคณะไม่ยอม พี่หนูจึงต้องขอลาออกด้วยความจำเป็ และด้วยความคับแค้นใจ พ่อใหญ่จึงใส่ความว่าเขาเป็คนอกตัญญูกุข่าวเสียหายแพร่กระจายมิหนำซ้ำยังส่งคนไปก่อกวนจนไม่มีคณะไหนกล้ารับเข้าไปเป็สมาชิก
ชีวิตของเทพพิทักษ์พระเอกลิเกเงินล้านจึงถูกกระชากร่วงจากเวทีและฝังกลบด้วยน้ำมือของผู้มีพระคุณที่เคยเทิดทูนเสมือนพ่อคนที่สองโดยที่เมฆารู้ความจริงทุกสิ่งอย่าง แต่ไม่อาจช่วยแก้ต่างอะไรให้ลูกพี่ของเขาได้เลย
“ผมขอเบอร์โทรพี่หน่อยได้ไหม?”
“พี่ไม่มีโทรศัพท์”
“อย่างนั้นขอที่อยู่ก็ได้ผมอยากรู้ว่าพี่อยู่ที่ไหน?”
รุ่นพี่คิดอย่างชั่งใจแล้วก็เป็ฝ่ายขอเบอร์โทรศัพท์ของเมฆามาเก็บไว้เอง
การได้พบเจอกับคนรู้จักในอดีตเมื่อเช้า ทำให้ฝันร้ายที่เคยลืมเลือนไปนานแล้วหวนกลับมาหลอกหลอนและทำร้ายเขาอีกครั้งหนึ่ง
‘โถ! พ่อเทพอย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิจ๊ะ แม่เห็นแล้วอดเ็ปแทนไม่ได้อย่างไรแม่ก็เชื่อว่าเทพไม่ใช่คนอย่างนั้นมามะ...มาให้แม่เป็คนปลอบใจให้หายเศร้าเถิด’
‘พ่อเทพจ๋า! พ่อเทพของพี่รับปากกับเมียคนนี้สิจ๊ะ ว่าถ้ามีเื่เดือดร้อนอะไรให้คิดถึงพี่เป็คนแรกเสมอแม้พี่จะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ถ้าเป็เื่พ่อเทพ พี่ก็จะเต็มใจช่วยเต็มที่’
‘ไม่ว่าพ่อเทพอยากได้อะไรก็ขอให้บอกแม่นงคราญคนนี้ แต่ขออยู่เื่หนึ่งรับปากกับฉันได้ไหมจ๊ะว่าพ่อเทพจะมีฉันแค่เพียงคนเดียว’
ใคร ๆ ต่างก็อิจฉาอดีตพระเอกลิเกชื่อดังตกอับคนนี้ที่มีสาวแก่แม่ม่ายคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำจุนและมาให้กกกอดอยู่ไม่ขาด แต่ลึก ๆข้างใน เขารู้สึกเ็ปร้าวราน สมเพชเวทนากับชีวิตตกอับของตัวเองเป็ที่สุด
ฐานะชาติตระกูลก็ไม่มี เกียรติยศศักดิ์ศรีก็ไม่มีความรู้การศึกษาก็ต่ำ อาชีพพระเอกลิเกที่ใช้ทำมาหาเลี้ยงชีพก็ถูกปิดตายเหลือเพียงหน้าตาและวาจาแสนหวานที่พอจะใช้หาเงินหาทองจากแม่ทูนหัวทั้งหลายที่หลงเสน่ห์ของตัวเองได้
คิดถึงตรงนี้พาลทำให้รู้สึกเกลียดตัวเองในอดีตนัก จึงเกิดอาการปวดตึงที่ขมับหายใจติดขัดอัดแน่นที่หน้าอกและคลื่นไส้มวนท้องจนอยากจะอาเจียน
คนที่แนะนำให้เขาหาเงินโดยวิธีการนี้เพื่อนำไปลงทุนสร้างหนังด้วยกันคือผดุงเกียรติ แต่สุดท้ายหมอนั่นก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมและความรู้ที่สูงกว่าฮุบเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปส่วนแบ่งรายได้ที่เคยตกลงกันไว้ก็ไม่เป็ไปตามคำพูดและด้วยความที่เขามีข่าวเสียหายว่าเป็คนอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณเป็ทุนเดิม จึงทำให้ไม่มีใครเชื่อความจริงที่พูดกลับสมน้ำหน้าพูดจาเหยียบย่ำซ้ำเติมให้ตกต่ำอีก ทั้ง ๆที่เขาก็ไม่ได้เป็อย่างที่ถูกกล่าวหาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินเ็ปเหลือแสนปานถูกกรีดที่หัวใจแล้วควักออกมาขยี้เป็ผุยผงนึกแค้นเคืองต่อโชคชะตาและคนที่ทรยศหักหลัง
‘ขอให้มึงเจริญรุ่งเรือง บนความเจ็บช้ำและคราบน้ำตาของกู!’
อดีตพระเอกลิเกเงินล้าน ชื่อเสียงโด่งดังที่เคยมีคนยกย่องอุ้มชูล้อมหน้าล้อมหลัง ประชดชีวิตด้วยการดื่มสุราและเร่ร่อนไปมาอย่างคนจร ทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ ขอทานเขากินไปวัน ๆ เพราะรู้สึกสิ้นหวังในชีวิตจนไม่อยากทนอยู่ในโลกนี้อีกต่อไปแต่ทว่าเกิดเป็ลูกผู้ชาย การฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหามันดูอ่อนแอและน่าสมเพชยิ่งกว่าหมาขี้เรื้อนนักเขาจึงลุกขึ้นมาสู้ชีวิตใหม่ ยินยอมให้ญาติพี่น้องพาตัวไปดูแลรักษา เมื่อหายดีก็หนีออกมาอีกครั้งเพราะไม่อยากเป็ภาระใครและเพื่อหลบเลียแผลใจในอดีตอย่างเงียบ ๆ เพียงคนเดียว