เมื่อมองดูพี่ชายรองที่สะพายตะกร้าไม้ไผ่และถือมีดตัดฟืนเดินจากไป เสวี่ยฮุ่ยอยากจะเรียกเขากลับมา เพราะหากไม่ทานข้าวจะเอาแรงที่ไหนไปเก็บฟืนและตัดหญ้าให้หมู
"ไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก เ้าเด็กคนนี้ไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองหิวหรอก!"
โจวเสี่ยวเม่ยตักไข่ตุ๋นในชามของตนแบ่งให้แม่สามีและลูกสาว เสวี่ยจื้อหยงก็เลื่อนส่วนของตนไปที่ขอบชามของลูกสาวเช่นกัน และในเวลาเกือบจะพร้อมกัน เสวี่ยเจี้ยนเวิ่นก็ทำแบบเดียวกัน
ในตอนแรกเสวี่ยฮุ่ยรู้สึกหดหู่ที่ต้องทะลุมิติมาอยู่ในครอบครัวเกษตรกรยุคโบราณ แต่เมื่อมองดูคนตรงหน้า หัวใจของนางก็สงบลงทันที
ทะลุมิติมาเป็ชาวนาแล้วอย่างไรเล่า นางมีทักษะการทำอาหารที่ยอดเยี่ยม จะต้องกลัวว่าจะไม่สามารถสร้างฐานะให้ร่ำรวยได้อย่างไร? ยิ่งตอนนี้มีของล้ำค่าอย่างมิติวิเศษเพิ่มเข้ามา การจะเป็เศรษฐีนีอันดับหนึ่งก็เป็ไปได้เช่นกัน
เสวี่ยฮุ่ยคนเก่า เ้าจากไปอย่างสงบเถิด! นับจากนี้ไป บ้านของเ้าข้าจะเป็ผู้ปกป้อง และญาติของเ้าข้าจะเป็ผู้ดูแลเอง!
เสวี่ยฮุ่ยลุกขึ้นหยิบช้อนแบ่งไข่ตุ๋นในชามให้คนอื่น ๆ "ทานด้วยกันเถอะเ้าค่ะ ห้ามเกี่ยงกันเด็ดขาด หากพวกท่านไม่ทาน ข้าก็จะไม่ทานเหมือนกัน!"
เติ้งอาเหลียนบอกหลานสาวว่าตนเองไม่ชอบกลิ่นของไข่ไก่ ส่วนโจวเสี่ยวเม่ยบอกว่า่นี้ตนเองปวดฟัน ไม่อยากทานสิ่งเหล่านี้
สองพ่อลูกเสวี่ยจื้อหยงก็ไม่พูดอะไร เพียงแต่แอบเลื่อนชามข้าวออกไปเงียบ ๆ
"พวกท่านไม่เชื่อฟังแบบนี้ ข้ารู้สึกว่าเริ่มปวดหัวขึ้นมาอีกแล้ว ปวดมากเลยเ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยเอามือกุมศีรษะแล้วกล่าว
ทุกคนจึงรีบแบ่งไข่ตุ๋นทานตามที่เสวี่ยฮุ่ยบอก เมื่อเสวี่ยฮุ่ยเห็นว่าพวกเขาทานไข่ตุ๋นแล้ว นางก็เลิกโวยวายว่าปวดหัว
หลังจากทานข้าวเสร็จ เสวี่ยฮุ่ยตั้งใจจะกลับห้องไปนอนพักผ่อน เติ้งอาเหลียนอยากให้หลานสาวไปพักที่ห้องของตน เพราะนางไม่สบายใจเื่าแบนศีรษะของหลานสาวจริง ๆ
แต่เสวี่ยฮุ่ยยังอยากเข้าไปดูในมิติวิเศษอีก! จะยอมตกลงไปนอนกลางวันกับคนอื่นได้อย่างไรกัน จะว่าไปคนตระกูลเสวี่ยดีต่อเ้าของร่างเดิมมากจริง ๆ บ้านดินมีทั้งหมดห้าห้อง แต่ยังแบ่งให้นางหนึ่งห้อง ในขณะที่สองพี่น้องเสวี่ยเจี้ยนเวิ่นต้องเบียดกันอยู่ในห้องเดียวมาหลายปีแล้ว
กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้ท่านย่าและท่านพ่อท่านแม่สบายใจจนกลับไปพักผ่อนในห้องของตนได้ เสวี่ยฮุ่ยก็รีบปิดประตูห้อง ปีนขึ้นเตียง ปิดม่านมุ้ง แล้วเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า
"ข้าอยากเข้ามิติวิเศษ!"
เมื่อต้นไม้แฝดปรากฏขึ้นตรงหน้า เสวี่ยฮุ่ยพิจารณาผลไม้บนต้นอย่างละเอียด ผลไม้และผักทุกชนิดที่สามารถเติบโตบนเถาวัลย์และกิ่งก้านล้วนมีอยู่ที่นี่ และบนกิ่งก้านสีน้ำตาลยังมีเครื่องปรุงรสที่ครบถ้วนเป็พิเศษ
หลังจากเดินวนรอบมิติวิเศษหนึ่งรอบ เสวี่ยฮุ่ยก็พึมพำกับตัวเองว่า "ยังมีผักบางชนิดที่ต้องปลูกบนดินและใต้ดินด้วย ไม่รู้ว่าปลูกใต้ต้นไม้ได้หรือไม่นะ?"
นางต้องหาวิธีนำผักมาปลูกเพื่อทดลองดู เสวี่ยฮุ่ยเข้าไปในห้องครัวทำข้าวแปดสมบัติให้ตนเองหนึ่งที่ และผัดถั่วฝักยาวแห้งอีกหนึ่งจาน ขณะที่ทานอยู่ นางก็คิดว่าจะนำสิ่งของในมิติวิเศษออกมาแบ่งปันกับครอบครัวได้อย่างไร เพราะที่นี่ยังขาดเนื้อสัตว์และอาหารทะเลสด ๆ ซึ่งเป็วัตถุดิบที่จำเป็ในการทำอาหาร
ฐานะของตระกูลเสวี่ยไม่ดี ดูได้จากบ้านที่อาศัยอยู่ เสวี่ยฮุ่ยอยากจะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์ของครอบครัวั้แ่วันพรุ่งนี้เลย แต่นางยังเป็เพียงเด็ก และการนำของจากมิติวิเศษออกมาก็ไม่มีวิธีอธิบาย แม้ในใจจะรีบร้อนเพียงใดแต่ก็ต้องค่อยเป็ค่อยไป
นางหาขวดกระเบื้องเล็ก ๆ มาบรรจุน้ำพุจิติญญาจำนวนหนึ่ง เพราะเสวี่ยฮุ่ย้าลองดูว่าสามารถนำสิ่งของออกมาได้หรือไม่
"ติ๊ง!"
ในห้องครัวที่ทันสมัยปรากฏหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ส่องแสงระยิบระยับ หลังจากนั้นสามวินาที ก็มีข้อความปรากฏขึ้นเป็แถว ๆ
ตามเนื้อหาที่แสดงบนหน้าจอ เสวี่ยฮุ่ยจึงทราบว่านี่คือมิติวิเศษแห่งอาหาร น้ำพุน้ำแกงเกิดจากการควบแน่นของสมุนไพรจำนวนนับไม่ถ้วนและน้ำพุใต้ดินที่มีพลังิญญาของมิติวิเศษ หากเติมน้ำพุนี้ลงในอาหารหรือน้ำแกงเพียงหยดเดียว จะสามารถเพิ่มรสชาติความสดชื่นได้สองถึงห้าเท่า
ในมิติวิเศษยังมีคัมภีร์ลับทักษะการทำอาหารที่สาบสูญไปนานสองเล่ม และภูตมิติวิเศษฝาแฝดอีกสองตน ทว่าของล้ำค่าเหล่านี้ต้องขึ้นอยู่กับวาสนา บางทีผู้ที่ได้รับมิติวิเศษอาจได้รับของล้ำค่าด้วยความบังเอิญ หรือบางทีอาจไม่มีวาสนาได้เห็นสองสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต...
ขณะที่เสวี่ยฮุ่ยกำลังจะเลื่อนหน้าจอเพื่ออ่านต่อ นางก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันที่นอกหน้าต่าง
"ทำไมหน้าต่างห้องของฮุ่ยฮุ่ยถึงขาดล่ะ จื้อหยง เ้ารีบไปดูซิว่ายังมีกระดาษติดหน้าต่างเหลืออยู่หรือไม่ หากไม่ติดให้ดี ตอนกลางคืนลมจะพัดเข้ามา เด็กจะนอนได้อย่างไร!"
โจวเสี่ยวเม่ยพักผ่อนกลางวันในห้อง และเตรียมจะออกไปทำงาน จึงเห็นว่าหน้าต่างห้องที่ลูกสาวพักอยู่มีรูโหว่
เสวี่ยจื้อหยงกลับเข้าห้องไปหาอยู่พักหนึ่ง แล้วไปถามท่านย่าอีกครั้งจนพบกระดาษติดหน้าต่างแผ่นหนึ่ง เติ้งอาเหลียนจึงเข้าไปในห้องครัวกวนแป้งเปียก จากนั้นแม่และลูกสาวก็ช่วยกันเปลี่ยนกระดาษหน้าต่างให้เสวี่ยฮุ่ย
เสวี่ยฮุ่ยแอบกลับไปที่เตียง หลับตาแสร้งทำเป็หลับ คนข้างนอกเมื่อติดหน้าต่างเสร็จก็เข้ามาดูเด็กในห้อง เห็นนางหลับปุ๋ยจึงค่อย ๆ ถอยออกไปอย่างเบามือ
่บ่ายเติ้งอาเหลียนรับหน้าที่ทำอาหารอยู่ที่บ้านและดูแลหลานสาว นางเป็คนอยู่เฉยไม่ได้ เดี๋ยวก็ทำความสะอาดคอกหมู เดี๋ยวก็ไปถอนหญ้าที่หลังบ้าน และบางครั้งยังได้ยินเสียงนางเรียกไก่และเป็ด
เสวี่ยฮุ่ยลุกขึ้นนั่งมองขวดกระเบื้องเล็ก ๆ ในมือ จะทำอย่างไรจึงจะแสดงทักษะการทำอาหาร เพื่อให้พวกเขาหันมาสนใจความสามารถพิเศษของนางได้นะ? แม้ชีวิตในชนบทจะสงบและเรียบง่าย แต่นางไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต
"ฮุ่ยฮุ่ย ย่าจะไปส่งต้นหอมที่บ้านท่านย่าชุยข้างบ้าน เ้าจะไปด้วยหรือไม่!" เติ้งอาเหลียนเข้ามาในห้องหลานสาว เห็นนางสวมรองเท้าเตรียมจะลงจากเตียงจึงเอ่ยถาม
"ท่านไปเถิดเ้าค่ะ ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะถึงเวลาทำมื้อค่ำ ท่านคุยกับท่านย่าชุยและคนอื่น ๆ ให้สบายใจก่อนแล้วค่อยกลับมานะเ้าคะ!"
เช่นนี้ตนเองจะได้มีเวลาเข้าไปสำรวจในห้องครัว ดูว่าที่บ้านมีวัตถุดิบอะไรบ้าง เพื่อจะทำมื้อค่ำให้ครอบครัวได้ลิ้มลองฝีมือของนาง
หลานสาวสุดที่รักช่างรู้ความจริง ๆ เติ้งอาเหลียนตักน้ำตาลแดงอีกหนึ่งช้อน ชงน้ำตาลให้หลานสาวเกือบครึ่งชามก่อนจะจากไป พร้อมบอกนางว่าหากมีเื่อะไรให้เรียกตนผ่านกำแพงได้เลย
"ท่านไม่ต้องกังวลเื่ของข้าหรอกเ้าค่ะ จะไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นแน่นอน"
หลังจากเติ้งอาเหลียนไปแล้ว เสวี่ยฮุ่ยก็วิ่งไปที่ประตู มองผ่านช่องว่างเห็นท่านย่าเดินออกจากประตูบ้านเข้าสู่ลานบ้านข้าง ๆ ครู่ต่อมามีเสียงพูดคุยดังแว่วมา เสวี่ยฮุ่ยคาดว่าท่านย่าน่าจะเจอคนตระกูลชุยและกำลังคุยเื่สัพเพเหระกันอยู่
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในลานบ้านก็เงียบลง และประตูบ้านของตนก็ยังไม่ได้เปิดออก เสวี่ยฮุ่ยจึงเดินออกจากห้อง
ห้องครัวกับที่พักของเสวี่ยฮุ่ยห่างกันสองห้อง ภายในนั้นซอมซ่อมาก มีชั้นวางชามไม้หนึ่งอัน แขวนม่านผ้าหยาบ ๆ ข้างในมีชาม ตะเกียบ และจาน บนชั้นวางชามมีกะละมังอยู่ไม่กี่ใบ
ข้าง ๆ บนพื้นมีไหขนาดต่าง ๆ วางอยู่หลายใบและโอ่งสองใบ ตรงข้ามกับชั้นวางชามเป็เตาไฟขนาดใหญ่และเล็กสองเตา ข้าง ๆ มีชั้นวางของแบบง่าย ๆ ตั้งอยู่
เสวี่ยฮุ่ยเหยียบม้านั่งไม้ตัวเล็กเพื่อดูว่าในโอ่งใส่อะไรไว้ นางเกาะขอบโอ่งมองอยู่นานจึงเข้าใจว่าข้างในน่าจะเป็ข้าวฟ่าง โอ่งข้าวไม่สูงนัก มีธัญพืชบรรจุอยู่เพียงครึ่งเดียว
มีแค่ข้าวไม่ได้ ต้องหาผักด้วย จะให้ทานแต่ข้าวโดยไม่มีกับข้าวได้อย่างไร!
หาอยู่ตั้งนาน เสวี่ยฮุ่ยเห็นเพียงผักป่าแห้งหนึ่งกำ และผักดองไม่กี่ชิ้นที่เริ่มมีกลิ่นเปลี่ยนไปเพราะความเค็มไม่เพียงพอ
"น่าจะมีผักกาดขาวสักต้น หรือมันฝรั่ง สักไม่กี่หัวก็ยังดี!"
เสวี่ยฮุ่ยมองดูวัตถุดิบเหล่านี้แล้วรู้สึกไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน มีทักษะการทำอาหารแต่ไม่มีโอกาสได้แสดงออก ช่างเป็ความรู้สึกที่น่าท้อแท้เสียจริง
นางหากะละมังมาแช่ผักป่าแห้งก่อน จากนั้นเสวี่ยฮุ่ยก็ไปถอนต้นหอมที่หลังบ้านมาสองสามต้น ตอนขากลับนางเห็นกระด้งกลม ๆ ที่หน้าห้องครัว มีหัวไชเท้าแห้งตากอยู่ จึงหยิบมาหนึ่งกำใส่ในกะละมังอีกใบแล้วเติมน้ำลงไปหนึ่งกระบวย