“ตุ๊บ...”
“ท่านวางตัวทหาร เราออกตัวม้า!”
“อืม ไม่เลวเลย เช่นนั้นกระหม่อมขอหันตัวปืนใหญ่เพื่อโจมตี!”
“เราใช้ตัวช้างป้องกัน!”
“ตัวปืนกินทหาร...”
“ท่านกิน เราวางรถศึก...”
“ถืออาวุธควบม้า! ทหารของกระหม่อมอยู่หน้า ตัวม้าอยู่ทางด้านหลัง องค์ชายจะป้องกันการโจมตีของกระหม่อมได้อย่างไร?”
“ฮี่ ๆ ๆ ท่านผู้เฒ่าประมาทเกินไป ทหารและปืนใหญ่อยู่ในตำแหน่ง ปืนใหญ่ประกบคู่ตัวขุน...”
“นี่มัน...”
หลี่ยวนถึงกับอ้าปากค้าง
ปืนใหญ่ประกบคู่ตัวขุน?
เขาถูกต้อนจนหมากจนมุมแล้ว
หลี่ยวนตกตะลึง เขาหันมองเด็กน้อยหลี่เฉิงเฟิงอย่างไม่เชื่อสายตา
การเดินหมากของเขาแข็งแกร่งมาก ผลัดกันเดินไม่ถึงสิบรอบ หลี่เฉิงเฟิงก็ทำให้เขาจนมุมและพ่ายแพ้ได้?
องค์ชายแปดเพิ่งอายุได้เพียงหกขวบ กลับมีความสามารถในการเดินหมากที่หลักแหลมได้ถึงขนาดนี้?
อดีตฮ่องเต้หลี่ยวนทรงเข้าใจเป็ที่สุด การเดินหมากคือาย่อย ๆ บนแผ่นกระดาน
คนคนหนึ่งมีความสามารถในการใช้ทหารมากแค่ไหน ขอเพียงแค่เขาแข่งหมากรุก และเริ่มบังคับหมากทุกตัวบนกระดาน เพียงเท่านี้ก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหน!
สำหรับหลี่เฉิงเฟิง เด็กคนนี้เสียทหารไปเพียงสองสามตัว แต่กลับใช้ตัวปืนคู่เล็งเป้ามายังตัวขุนของเขาได้?
ความจริงหมากกระดานนี้ มีหมากบางตัวที่หลี่ยวนยังไม่ได้เดินด้วยซ้ำ แต่กลายเป็ว่าเขาตกหลุมพรางของหลี่เฉิงเฟิงเข้าอย่างจัง?
นอกจากนี้หลี่เฉิงเฟิงยังไม่สนใจตัวหมากทหารที่อยู่ตรงหน้าเลย สิ่งที่เด็กคนนี้ทำคือการเล็งเป้าเพื่อทำลายรังศัตรู กำจัดตัวขุนของเขาจนหมดหนทาง!
หลี่ยวนตกตะลึงเป็อย่างมาก
การเดินหมากของหลี่เฉิงเฟิง คือการแสดงความสามารถอันแยบยลในการวางแผนรบ อนาคตหากหลี่เฉิงเฟิงเติบโตไปเป็แม่ทัพใหญ่ มีสิทธิ์สั่งการทหาร แผ่นดินต้าถังจะไม่มีเทพาเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรอกหรือ?
หากตั้งใจสั่งสอนเขาให้ดี หลี่เฉิงเฟิงจะต้องประสบความสำเร็จในอนาคต ดีไม่ดีจะมีความสามารถเสียยิ่งกว่าแม่ทัพใหญ่หลี่จิ้ง!
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ไท่ซ่างหวงหลี่ยวนก็รู้สึกเบิกบายพระทัยอย่างอธิบายไม่ถูก
ขุดพบสมบัติ เขาขุดพบสมบัติชิ้นใหญ่!
องค์ชายแปด สมแล้วที่คนกล่าวว่า เขาเป็เด็กอัจฉริยะที่ไม่ได้พบในต้าถังมาหลายศตวรรษ มีเขาอยู่ อนาคตของต้าถังจะต้องเจริญรุ่งเรือง และคงอยู่ไปตลอดกาล!
……
“เอาล่ะ ตานี้กระหม่อมยอมแพ้ ขอกระหม่อมแก้มืออีกสักตาพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่ยวนยังไม่ยอมรับง่าย ๆ ตาต่อไปเขาไม่มีทางพ่ายแพ้จนหมดรูปเช่นนี้อีกแน่
อย่างไรก็ตาม เวลานี้หลี่เฉิงเฟิงกำลังแอบยิ้ม “ท่านผู้เฒ่า เดินหมากเฉย ๆ น่าเบื่อจะตาย เหตุใดเราไม่เพิ่มความสนุกให้กับการแข่งขันล่ะ?”
“เอาสิ! อย่างนั้นองค์ชายคิดว่าเราควรเพิ่มอะไรเข้าไปดี?”
หลี่ยวนหรี่ตามองหลี่เฉิงเฟิง ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าเด็กชายคนนี้ฉลาด และทำให้หลี่ยวนชอบเด็กชายคนนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มกว้างตอบว่า “อย่าได้ปฏิเสธข้อเสนอของเราเชียวล่ะ! เดิมพันตาละ 1,000 เหรียญทอง! ผู้แพ้จ่ายให้แก่ผู้ชนะ!”
“1,000 เหรียญทอง?”
แม้ชายชราผู้นี้คืออดีตฮ่องเต้หลี่ยวน แต่เมื่อได้ยินจำนวนเงินที่มหาศาลเช่นนั้น หลี่ยวนก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ขนาดขุนนางคนสำคัญในราชสำนักยังได้เงินต่อปีไม่ถึง 1,000 เหรียญทอง มากที่สุดก็เพียง 800 เหรียญทอง
เ้าลูกกระต่ายตัวนี้ใจกล้าเหลือเกิน เล่นหมากรุกหนึ่งตากล้าเดิมพันสูงถึง 1,000 เหรียญทองเชียวหรือนี่?
หลี่ยวนขมวดคิ้วตอบกลับ “องค์ชายแปด ผู้ใดสอนวิธีการเล่นเดิมพันให้แก่ท่าน? มิหนำซ้ำยังกล้าเดิมพันด้วยเงินจำนวนที่สูงขนาดนั้น?”
“อย่ากังวลไปเลยน่า เงินแค่นั้นเรามีจ่ายอยู่แล้ว! ท่านผู้เฒ่าน่าจะรู้ เสด็จพ่อของเราคือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันหลี่ซื่อหมิน ถึงเราจะไม่มีเงิน เสด็จพ่อก็มีเงินอยู่ดี ดังนั้นท่านผู้เฒ่าไม่ต้องกังวลว่าเราจะเบี้ยวเงิน ถ้าเราแพ้ท่านผู้เฒ่า เราจะไปขอเงินเสด็จพ่อมาจ่ายให้ท่านอย่างแน่นอน!”
ฮึ่ม! เ้าเด็กเหลือขอเอ๊ย กล้าขูดรีดแม้กระทั่งพ่อตนเอง?
หลี่ยวนไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี
เพราะอย่างนั้นพระองค์จึงส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ และตอบว่า “หนึ่งพันเหรียญทองมากเกินไปพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเป็เพียงตาเฒ่าคนหนึ่ง แพ้เดิมพันสูงขนาดนั้นจะหาจากไหนมาจ่าย! เอาอย่างนี้แล้วกัน กระดานละหนึ่งร้อยเหรียญทองได้หรือไม่องค์ชายแปด? เดิมพันหนึ่งร้อยเหรียญทอง คนแพ้จ่ายให้แก่คนชนะ เช่นนั้นดีกว่าหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“หืม... ก็ได้ ๆ กระดานละหนึ่งร้อยก็ได้!”
หลี่เฉิงเฟิงแอบยิ้มอยู่ในใจ
อันที่จริงหลี่เฉิงเฟิงเดาได้ั้แ่แรก ว่าชายชราที่อยู่ข้างหน้าคือเสด็จปู่หลี่ยวนของเขาเอง
อย่าว่าแต่ขูดรีดเสด็จพ่อเลย แม้แต่เสด็จปู่เขาก็จะไม่เว้น!
ยิ่งไปกว่านั้นหลี่ยวนมีตำแหน่งเป็ถึงไท่ซ่างหวง พระองค์จะไม่มีเงินมาเดิมพันกับเขาได้อย่างไร?
หลี่เฉิงเฟิงจะค่อย ๆ ขูดรีดท่านผู้เฒ่าหลี่ยวนไปเรื่อย ๆ แล้วมาดูกันว่าหลังจากนี้พระองค์จะเลิกแสร้งเป็คนอื่นหรือไม่!
……
“ตัวม้าหลังปืนใหญ่ขวางหน้าตัวขุน ท่านแพ้แล้ว...”
“รถศึกคู่ขวาง ปืนใหญ่โจมตีรถศึก เดินต่อไม่ได้แล้ว...”
“ท่านผู้เฒ่าประมาทอีกแล้ว เราจงใจใช้ตัวม้ากินหมากของท่าน ท่านแพ้อีกแล้ว รุกฆาต ปิดกระดาน...”
ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม หลี่ยวนพ่ายแพ้ให้แก่หลี่เฉิงเฟิงไปถึงสามกระดานติด
หลี่เฉิงเฟิงหัวเราะอย่างมีความสุข เงินสามร้อยเหรียญทองช่างหาง่ายเหลือเกิน
ในทางกลับกัน หลี่ยวนกำลังมองหลี่เฉิงเฟิงด้วยความประหลาดใจ
อย่างที่กล่าว กลอุบายปืนใหญ่ประกบคู่ตัวขุนที่องค์ชายแปดใช้ก่อนหน้านี้ หลี่ยวนยังเคยได้ยินมาบ้าง และเขาเองก็ใช้อุบายนั้นเป็ แต่อุบายอื่น ๆ เช่น ตัวม้าหลังปืนใหญ่ ใช้เบี้ยเล็กแลกเบี้ยใหญ่ วิธีการเดินหมากเช่นนี้ หลี่ยวนไม่เคยเห็น และไม่เคยได้ยินมาก่อน!”
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกครั้งที่หลี่ยวนเดินหมากกับหลี่เฉิงเฟิง หลี่ยวนมักจะรู้สึกว่า หมากทุกชิ้นในมือของหลี่เฉิงเฟิงมีความตั้งใจจะกำจัดหมากของเขาอย่างไม่รู้จบ คล้ายกับนักรบผู้กล้าหาญที่กำลังออกอาละวาดในสนามรบ
หลี่ยวนได้แต่ทึ่ง!
“องค์ชายแปด ท่านใช้กลศึกอะไรกัน?”
“หาใช่กลศึก นี่เป็เพียงวิธีการเดินหมากรุก ท่านอยากเรียนไหมล่ะ?”
“อื้ม! กระหม่อมอยากเรียนพ่ะย่ะค่ะ!”
“เอาสิ! ท่านจ่ายค่ามัดจำให้เราก่อนหนึ่งหมื่นเหรียญทอง แล้วเราจะสอนวิธีการเดินหมากรุกให้กับเ้า ตกลงไหม?”
“หา... ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่องค์ชายแปดหนึ่งหมื่นเหรียญทองนี่มันไม่แพงไปหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
หลี่ยวนกลอกตาใส่เด็กชายตรงหน้า หลานที่ไหนจะขูดรีดปู่ตนเองเช่นนี้?
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงยังคงยืนยันราคาเดิม “เราไม่สนหรอก ถ้าท่านอยากเรียนหมากรุกกับเรา ท่านต้องจ่ายค่ามัดจำให้เราหนึ่งหมื่นเหรียญทอง! ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาคุยกับเรา!”
“พ่ะย่ะค่ะ! หนึ่งหมื่นเหรียญทองก็หนึ่งหมื่นเหรียญทอง แต่เรามาตกลงกันก่อน องค์ชายแปดห้ามปกปิดความสามารถของตนเองเด็ดขาด! องค์ชายต้องแสดงความสามารถในการเดินหมากที่มีทั้งหมดให้กระหม่อมเห็น และสอนทั้งหมดให้แก่กระหม่อม!”
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงเลย ท่านจะได้เรียนอย่างคุ้มค่าตามจำนวนเงินที่ท่านจ่าย ‘ไม่โกงแม้เด็กหรือคนชรา’ นี่คือหลักการทำมาค้าขายของเรา แม้ท่านผู้เฒ่าจะเป็คนแก่ แต่เราไม่มีทางโกงท่านผู้เฒ่าเพราะคิดว่าท่านแก่ไม่ทันคนอย่างแน่นอน!”
หลี่เฉิงเฟิงตบหน้าอกเล็ก ๆ ของตนเองและให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น
หลี่ยวนลูบคางขณะใช้ความคิด คิดดูแล้วเื่นี้พระองค์ไม่น่าจะเสียเปรียบ
ปกติหลี่ยวนมักจะเดินหมากรุกกับเว่ยเจิง ฝางเสวียนหลิง และขุนนางท่านอื่น ๆ
แม้พระองค์กับขุนนางเ่าั้จะไม่ได้เดิมพันเงินกัน แต่การแข่งขันทุกครั้งย่อมมีผู้แพ้ และฝ่ายที่แพ้คือฝ่ายที่เสียหน้า
หลี่ยวนคิดในใจ ถ้าเขาสามารถเรียนรู้กลยุทธ์เดินหมากเล็ก ๆ น้อย ๆ จากหลานชายได้ ในอนาคตเขาอาจจะเอาชนะ เ้าหมากรุกแห่งต้าถังฝางเสวียนหลิงได้....
หากทำได้จริง ๆ ฉายานาม ‘เ้าหมากรุก’ ก็จะตกเป็ของเขา เวลานั้นเขาจะรู้สึกเป็เกียรติมากขนาดไหนกัน!
ยิ่งไปกว่าแม้ค่าเล่าเรียนจะสูงถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทอง แต่ผู้ที่รับเงินไปคือหลานชายของเขาเอง นั่นเท่ากับว่า เงินที่จ่ายไปคือเงินที่ยกให้หลานชาย แม้จะเป็เงินที่มากแต่มันก็ไม่ได้ตกอยู่กับผู้ใด แต่เป็คนในครอบครัวเดียวกัน
เป็ข้อเสนอที่ไม่เลวเลย!
ยิ่งพิจารณาข้อเสนอของหลี่เฉิงเฟิง หลี่ยวนยิ่งรู้สึกพอพระทัย
“ฮ่า ๆ ๆ องค์ชายแปด เช่นนั้นท่านจะเริ่มสอนกระหม่อมเดินหมากรุกเมื่อไหร่พ่ะย่ะค่ะ?”
“ท่านจ่ายเงินเมื่อไหร่ เราก็สอนเมื่อนั้นนั่นล่ะ!”
“ตกลง! เช่นนั้นองค์ชายรอกระหม่อมประเดี๋ยว กระหม่อมจะกลับบ้านไปนำเงินมาจ่าย!”
พูดจบ หลี่ยวนลุกขึ้นยืน ใช้มือเหี่ยว ๆ ปัดฝุ่นที่ก้น และเดินเซซ้ายเซขวาออกจากจวนเจิ้นอ๋องของหลี่เฉิงเฟิงไป
เขาจะกลับไปที่พระราชวังเพื่อนำเงินมาจ่ายให้แก่หลานชาย
ระหว่างทาง พระองค์ยังคิดไปด้วยว่า ตอนนี้พระองค์ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ ว่าตนเองคือไท่ซ่างหวงหลี่ยวน