ตอนที่ 4
ดวงตาหยั่งรู้
อลิเซียกับวาเนสซ่ารู้สึกงุนงงไปสักครู่หนึ่ง ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจที่ทำไมมายาถึงได้ล่วงรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอลิเซียได้เด็กสาวผมดำที่มีความงามลึกลับอันน่าพิศวงคนนี้เธอเป็ใครอลิเซียคิดว่าบางทีในชมรม the x filesนี้อาจจะมีของจริงอยู่สักคนก็เป็ได้
“เธอชื่ออะไร” มายาถาม
“ฉันชื่ออลิเซีย” อลิเซียตอบ แล้วชี้มือไปที่ด้านข้าง“ส่วนนี่วาเนสซ่าเพื่อนของฉัน”
“ดี” มายาพยักหน้า“ปกติชมรมของเราไม่ต้อนรับสมาชิกใหม่ง่าย ๆ เพราะมีพวกนักเรียนบ้า ๆชอบมาลองของที่นี่ แต่ที่ฉันยอมให้เธอเข้ามาเพราะรู้ว่าเธอมีอะไรบางอย่างบางอย่างที่ไม่ธรรมดา”
อลิเซียกับวาเนสซ่าหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง
“ก่อนที่เธอจะเล่า ฉันอยากให้คนอื่น ๆได้ฟังด้วย” มายาหันหน้าไปหาฟิลลิป ที่กำลังยืนกอดอกอยู่ข้างหุ่นพรีเดเตอร์“ฟิลลิปนายมานี่ มายืนตรงนี้” มายาออกคำสั่ง จากนั้นจึงหันหน้าไปอีกฟากของห้องเพื่อเรียกรามอนแต่ดูเหมือนรามอนจะปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกด้วยบทสวดไอรอนแมนมายาจึงหันกลับมามองที่อลิเซียอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอรอจนกระทั่งฟิลลิปมายืนอยู่ข้างบัลลัก์ด้านขวาและมีอเล็กซ์เด็กหนุ่มรูปหล่อยืนอยู่ข้างซ้ายอลิเซียรู้สึกว่าเธอกำลังยืนอยู่ต่อหน้านางพญาผู้พิพากษาที่จะชี้เป็ชี้ตายชะตาชีวิตของเธอเมื่อไหร่ก็ได้
“เอาล่ะ เริ่มเล่าได้แล้ว” มายาสั่ง“พวกเราจะตั้งใจฟัง”
อลิเซียเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทั้งเื่ร่างกายที่สั่นสะท้าน แสงประหลาด วัตถุประหลาด เหตุการณ์แผ่นดินไหวโดยที่ทุกคนยืนอยู่ล้อมรอบตั้งใจฟังมีเพียงเสียงสวดบ่นพึมพำของรามอนที่ดังแทรกขึ้นมาเป็บางครั้งแสงไฟจากลูกไฟคริสตัลบอลที่กลางห้องส่องประกายเหมือนเกล็ดเพชรไปบนใบหน้าของมายายิ่งทำให้เธอดูมีความงามอันลึกลับมากขึ้นไปอีกและเมื่ออลิเซียเล่าจบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ จนกระทั่ง…
“ว้าว !!!” ฟิลลิปร้องขึ้น “ผมอยากเห็นแบบนั้นบ้างจังนั่นต้องเป็ยูเอฟโอจากแกแล๊กซี่แอนโดรเมดราแน่เลย”
“เงียบก่อนฟิลลิป” มายาขัดขึ้น“เื่ยังไม่จบ ฉันอยากรู้อีกเื่หนึ่ง”
“เื่อะไร” อลิเซียถาม
“คราวนี้ไม่ใช่เื่ของเธอ” มายาบอก ก่อนจะหันหน้าไปมองวาเนสซ่าซึ่งยืนนิ่งอยู่ด้านข้าง“ฉันอยากรู้เื่ของเธอ”
“ฉันเนี่ยนะ”วาเนสซ่าชี้นิ้วใส่ตัวเอง “มีเื่อะไรที่เธออยากรู้จากฉัน”
“เธอจะบอกฉันได้ไหม” มายาพูดเสียงต่ำดวงตาจดจ้องไปที่ใบหน้าอ้วนอูมของวาเนสซ่า“ทำยังไงเธอถึงรอดตายจากอุบัติเหตุรถบัสมาได้”
“โอ้ พระเ้า”ทั้งอลิเซียและวาเนสซ่าะโออกมาพร้อมกัน
“นี่เธอรู้ได้ยังไง”วาเนสซ่าถามเสียงดัง
“ฉันจะรู้ด้วยวิธีไหนไม่สำคัญฉันแค่อยากรู้ว่าเธอรอดตายมาได้ยังไง” มายาบอก
วาเนสซ่านิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกับจะนึกย้อนไปถึงความทรงจำแต่หนหลัง จากนั้นเธอก็เริ่มปริปากพูดออกมา“เมื่อสองปีก่อนในฤดูหนาวฉันกับอลิเซียเราทั้งสองตั้งใจว่าจะไปเล่นสกีทีู่เาทางตอนเหนือ มันเป็ทริปสั้นๆ สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ พ่อแม่ของพวกเราก็อนุญาตให้ไปนะแต่พอพวกเราไปถึงที่สถานีรถโดยสาร พอซื้อตั๋วเสร็จ เราทั้งสองคนรีบวิ่งไปที่รถมีคนกำลังต่อแถวยาวขึ้นรถน่ะ พวกเรายืนต่อแถวรอให้พนักงานตรวจตั๋วทีละคนอยู่ที่หน้าประตูรถ แต่พอมาถึงคิวของเราสองคนอลิเซียดันช๊อคขึ้นมา เธอช๊อคตาตั้งเลยล่ะ ฉันนี้ใมาก ทำอะไรไม่ถูกได้แต่พาอลิเซียออกมาจากแถวแล้วมานั่งเก้าอี้ตรงสถานี อลิเซียยังไม่ได้สติ ฉันบอกให้เ้าหน้าที่เรียกรถพยาบาลตอนนั้นมันแย่มากไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนคนขับรถมาบอกว่าถึงเวลาที่รถต้องออกแล้ว ไม่สามารถรอพวกเราได้พวกเขาต้องออกรถไปเดี๋ยวนี้”
วาเนสซ่าหยุดเล่าไปสักครู่หนึ่งเพื่อกลืนน้ำลาย
“แล้วเป็ไงต่อ” ฟิลลิปเซ้าซี้เขาอยากฟังเื่ต่อเร็ว ๆ
“พอรถบัสออกไปจากสถานีอลิเซียก็สะดุ้งโหยงขึ้นมา เนื้อตัวเธอสั่นไปหมด เส้นผมนี้ชี้ไปมาเหมือนเจอไฟฟ้าสถิต”วาเนสซ่าบอก
“ตอนนั้นฉันจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเลยนะ”อลิเซียเสริม “รู้แต่ว่าอยู่ ๆ ก็มานั่งอยู่บนเก้าอี้ในสถานีแล้ว”
มายาพยักหน้ารับรู้“แล้วจากนั้นเป็ไงต่อ”
“สุดท้ายพวกเราทั้งคู่ก็ไม่ได้ไปเล่นสกีเสียเงินค่าตั๋วรถบัสไปเปล่า ๆ ถ้าจะรอรถรอบต่อไปก็อีกสองชั่วโมงกว่าจะไปถึงก็ใกล้ค่ำ ไม่มีเวลาเล่นสกีหรอก เราเลยตัดสินใจกลับบ้านแต่ตอนค่ำวันนั้นมีข่าวในทีวีบอกว่ารถบัสที่เราไม่ได้ขึ้นไปประสบอุบัติเหตุลื่นน้ำแข็งบนถนนแหกโค้งตกลงไปจากูเา โอ้ มันแย่มากเลยนะ ฉันไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าเราอยู่บนรถบัสคันนั้นจะเป็ยังไง”
“ว้าว” ฟิลลิปร้องขึ้นมาอีกครั้ง“สุดยอดไปเลย”
“เธอควรขอบคุณความสามารถพิเศษของเพื่อนคนนี้”มายาพูดพลางหันไปมองที่อลิเซีย “ถ้าอลิเซียไม่ช๊อคขึ้นมาป่านนี้พวกเธอทั้งคู่คงได้ไปอยู่ใตู้เานั้นแล้ว”
“นี่เธอรู้เหตุการณ์พวกนี้ได้ยังไงมายา” อลิเซียถามด้วยความสงสัย “เราพึ่งเคยเจอกันเธอไม่มีทางรู้เื่ราวของฉันได้เลย”
“มายามีความสามารถพิเศษ”เสียงทุ้มดังขึ้นจากอเล็กซ์เด็กหนุ่มรูปหล่อที่ยืนเคียงข้างมายาเขายืนเงียบมาั้แ่ต้น “เราเรียกความสามารถนี้ว่า ดวงตาหยั่งรู้”
“ดวงตาหยั่งรู้ ?” วาเนสซ่าทวนคำ
“ใช่ ดวงตาหยั่งรู้ตาวิเศษที่มองเห็นเื่ราวในอดีต ในอนาคตของแต่ละคน” อเล็กซ์อธิบายโดยมีมายานั่งยิ้มอย่างภูมิใจอยู่เคียงข้าง
“ว้าว ! ถ้างั้นเธอช่วยบอกได้ไหมว่าฉันจะมีแฟนเป็หนุ่มเกาหลีสุดฮอตรึเปล่า” วาเนสซ่าพูดเสียงดังพร้อมกับกำมือด้วยความมั่นใจ “มีวิธีไหนที่ฉันจะได้เจอหนุ่ม K-pop บอยแบนด์”
“หึ หึ หึ” มายายิ้มอย่างเ้าเล่ห์ เธอไม่ตอบคำถามของวาเนสซ่าแต่เลือกหันไปหาอลิเซียที่ยืนมองมาที่เธออยู่ “เื่ของเธอยังไม่จบที่ฉันถามไปให้เธอเล่า เพราะอยากรู้ว่าความสามารถที่เธอมีมันเป็ของจริงหรือปาหี่กันแน่นะอลิเซีย”
“แล้วไง” อลิเซียยักไหล่อย่างท้าทาย
“ใช่ สิ่งที่เธอมีมันเป็ของจริง”มายายอมรับ “แต่มันมีสิ่งที่สำคัญกว่านั้น และมันอาจจะไม่ได้ส่งผลต่อเธอคนเดียวแต่อาจจะส่งผลกับทุกคน”
“ส่งผลกับทุกคนหมายความว่าไง”ฟิลลิปเริ่มโวยวาย “รวมถึงฉันด้วยเหรอ”
แม้แต่อเล็กซ์ก็มีสีหน้างุนงงส่วนวาเนสซ่าก็หันจ้องมองไปมาสลับกันระหว่างมายากับอลิเซีย
“เธอหมายความว่าไง” อลิเซียถาม
“นี่เธอยังไม่รู้อีกเหรอ”มายาบอกเสียงราบเรียบ เธอเอนกายไปข้างหลังพิงเก้าอี้บัลลังก์ นั่งขาไขว่ห้างแขนทั้งสองทอดยาวออกมาตามที่วางแขน ท่วงท่าราวกับนางพญา“แสงประหลาดที่เธอเห็นเมื่อคืนไงล่ะ มันไม่ได้มาแล้วก็ผ่านไปแต่มันตั้งใจมาหาเธอต่างหาก”
อลิเซียรู้สึกร่างกายสั่นสะท้านและขนลุกซู่ชูชันอีกครั้ง
“แล้วนี่พวกเราต้องทำยังไง” วาเนสซ่าสงสัย
“ฉันเองก็้ารู้เหมือนกัน”มายาบอก เธอหันไปมองอเล็กซ์พยักหน้าให้ครั้งหนึ่ง แต่อเล็กซ์ไม่พูดว่าอะไรเขาเดินไปที่มุมห้องและกลับมาพร้อมกับโต๊ะวงกลมตัวเล็กที่คลุมผ้ากำมะหยี่สีดำไว้อเล็กซ์จัดแจงนำโต๊ะตัวนั้นมาตั้งไว้คั่นระหว่างอลิเซียและมายา
“นี่เธอจะดูไพ่ทาโรต์เหรอ ?”วาเนสซ่าถาม
“ไม่ ฉันไม่จำเป็ต้องใช้ของพวกนั้น”มายาพูดเสียงต่ำ ก่อนจะหันไปมองหน้าอลิเซียซึ่งกำลังตกอยู่ในอาการหวาดหวั่น“ฉันจะมองดูเธอจากเปลวไฟ เปลวไฟจะให้คำตอบทุกสิ่ง”
อลิเซียไม่พูดอะไร เพราะตอนนี้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านรุนแรงอีกครั้ง