“ไม่คิดเลยว่าพี่สะใภ้จะเข้ามาทำงานในบริษัทด้วย” ศศิน น้องชายคนรองของศานต์เอ่ยกับพี่ชายด้วยรอยยิ้มดูแคลนเขาเข้ามาคุยกับพี่ที่กำลังยืนมองความวุ่นวายหน้าห้องทำงานใหม่ของนิลตา
“มีปัญหาอะไร” คนพี่ถามกลับเห็นหน้าน้องชายแล้วพาลหงุดหงิด
“เปล่าแค่คิดว่าพี่กับคุณนิลตาช่างเป็พวกผัวหาบเมียคอนดีจริง ๆอย่างนี้ผมคงใกล้ได้อุ้มหลานแล้วสินะ”
“ว่างมากกลับไปแก้งบการเงินที่ถูกตีกลับซะ”
“ทำไมต้องแก้ผมว่าแบบนี้ก็ดีแล้วพี่อย่ากลัวเกินเหตุหน่อยเลย”
บริษัทของพวกเขารับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับสินค้าไอทีแบรนด์ดังไม่ว่าจะเป็กล้องถ่ายรูป วิทยุ แผงวงจรคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
หลายปีก่อนสถานการณ์บริษัทย่ำแย่จากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวะโจนปรับตัวไม่ทันทั้งจีนเริ่มเปิดประเทศ จำนวนแรงงานมหาศาลและค่าแรงที่ถูกกว่าลูกค้าต่างหันไปลงทุนทางนั้นจนไม่อาจแข่งขันได้ดีที่การควบรวมกิจการทำให้ศักยภาพของพวกเขาถูกยกระดับ บวกกับยังอยู่ใน่ที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนอย่างเข้มข้นบริษัทถึงกลับมายืนได้อีกครั้ง
“แกยังไม่เข็ดกับการผลิตกล้องหรือไง”
“เมื่อก่อนเราผลิตกล้องฟลิ์มเดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ใช้กล้องดิจิตอลทั้งที่เรามีความรู้เื่การผลิตกล้องทำไมไม่จับเอาไว้”ศศินอยากให้ไอเดียของตนเป็ที่ยอมรับบ้างที่ผ่านมาทุกคนเห็นชอบกับการผลิตแผงวงจรคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ของศานต์กันหมด
“ฮึได้”เ้าของเสียงยาวยอมฟังข้อเสนอของน้อง “แต่ฉันให้สัดส่วนไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์ของการผลิตแล้วก็ต้องเป็ยี่ห้อที่ดีที่สุดเท่านั้น ถ้าแกทำได้จะอนุมัติให้”
“ชิ” อีกฝ่ายไม่พอใจทั้งที่ตำแหน่งเท่ากันแต่ทำเหมือนเป็คนตัดสินใจทุกอย่างในบริษัท
“ใช่ว่าไอเดียของแกไม่ดีแต่พี่คิดว่ากล้องถ่ายรูปดิจิตอลคู่แข่งมันเยอะอีกอย่างมันไม่ใช่สิ่งจำเป็สำหรับทุกคน ต่อให้จำเป็ด้วยฟังก์ชั่นถ่ายรูปเพียงอย่างเดียวอาจถูกเอาไปรวมอยู่กับคอมพิวเตอร์ก็ได้”
“ใครเขาจะพกคอมพิวเตอร์ไปถ่ายรูปกันล่ะ” ศศินว่าเสียงดังเมื่อเห็นลูกน้องเดินผ่านไปมา
“แล้วถ้ามันมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือเครื่องแค่นี้ล่ะ”
ชายหนุ่มล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์รุ่นทันสมัยแห่งยุคขึ้นมาโชว์น้องชาย“เมื่อก่อนโทรศัพท์มือถือไม่ได้เครื่องเล็กแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขนาดพี่ยังคิดแล้วพวกวิศวกรที่ฉลาดกว่าเราทำไมเขาจะไม่คิด”
“ฮึผมเสียเปรียบพี่เพราะไม่ชอบอ่านบทความบ้า ๆ พวกนั้นสินะ”ศศินว่าแล้วเดินหนีไปงห้องทำงานของตัวเอง
ศานต์ถอนใจสายตามองน้องชายอย่างเ็ปทั้งที่เมื่อก่อนเป็พี่น้องที่สนิทกันแต่ต้องมาทำร้ายกันเพราะผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใครเลยจริง ๆ
ชายหนุ่มหันกลับไปมองภรรยาที่ยังคุมการจัดห้องไม่เสร็จสักทียืนอยู่สักพักก็กลับไปทำงานของตน
‘วันนี้เป็ไงบ้างแพ้ท้องหรือเปล่า อาทิตย์นี้ผมยุ่งมากเจอกันอาทิตย์หน้านะ’ เขาส่งข้อความหาดอกเข็มแล้วรีบลบออกจากโทรศัพท์ชายหนุ่มถอนหายใจหลับตาเครียดเพราะเป็ห่วงเธอกับลูก
ดอกเข็มเป็ผู้หญิงที่เขารักเมื่อก่อนเธอทำงานเป็สาวเสริ์ฟในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งตอนนั้นศานต์กับศศินถูกมอบหมายให้พาลูกค้าไปทานข้าวนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่นัดเจอพาลูกสาววัยยี่สิบมาเรียนรู้งานด้วย
ศศินอยากให้พี่ชายเสียเครดิตแอบจ้างพนักงานเสริ์ฟใส่ยาปลุกกำหนัดในแก้วไวน์ของศานต์หวังให้เขาทำตัวรุ่มร่ามจนลูกค้าไม่พอใจตัวเองจะได้แสดงความสามารถกอบกู้สถานการณ์เอาไว้
ดอกเข็มคือสาวเสริ์ฟที่ถูกเขาว่าจ้างหญิงสาวยังไม่ทันตกลงเลยว่าจะทำงานให้ศศินก็ยัดยาและเงินใส่มือทั้งยังขู่เธอว่าสนิทกับเ้าของโรงแรมหากไม่ทำตามจะไล่ออก
ดอกเข็มไม่รู้ว่าที่เขาให้มันคือยาอะไรแต่ด้วยสามัญสำนึกไม่กล้าทำผิดเธอจึงไม่ทำตามคำสั่งศานต์จึงรอดตัวเจรจาธุรกิจได้ราบรื่นและการเจรจาก็ประสบความสำเร็จ
ศศินโกรธดอกเข็มมากขอให้เพื่อนที่เป็เ้าของโรงแรมไล่เธอออก หญิงสาวตกงานแบบไม่ทันตั้งตัวต่อมาศานต์เห็นเธอนั่งคอตกอยู่หน้าหน้าบริษัทจึงเข้าไปทักเพราะจำหน้าได้
“คุณครับเป็อะไรหรือเปล่า”
เธอเห็นหน้าเขายิ่งถอนหายใจพอโดนไล่ออกก็มาเดินหางานใหม่เห็นป้ายรับสมัครงานบริษัทของชายหนุ่มน่าสนใจกะเข้ามาถามรายละเอียดแต่ดันเจอโจทย์เก่าอย่างศศินถูกไล่ออกมาั้แ่ยังไม่ทันได้เขียนใบสมัคร
“อะไรของคุณเนี่ยคนถามดีๆ มาถอนใจใส่ ผมจำได้คุณทำงานในห้องอาหารโรงแรมไม่ใช่เหรอ”
ศานต์ถามอีกฝ่ายแล้วนั่งลงข้างชวนคุยอย่างเป็กันเองเขาเป็คนไม่ถือตัวกับลูกน้องก็ตามสบายพนักงานส่วนมากสนิทสนมกับเขาพากันออกความเห็นว่าอยากให้ศานต์เป็ประธานบริษัทคนต่อไป
“ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วค่ะโดนไล่ออกเพราะคุณนั่นแหละ”
“อ้าวแล้วผมไปเกี่ยวอะไรด้วย” เขานึกดูไม่ได้ไปมีเื่กับใครที่ไหนนี่นาเท่าที่เคยพาลูกค้าไปทานข้าวร้านนั้นก็เห็นหญิงสาวทำหน้าที่ได้ดี
“คุณไปทำอะไรให้คนเกลียดหรือเปล่าคะเขาถึงได้อยากแกล้งคุณ พอฉันไม่ทำตามก็โกรธจนถูกไล่ออกเนี่ย”
“คุณพูดเื่อะไรผมไม่เข้าใจช่วยเล่าั้แ่แรกได้ไหม”
“พูดจริงเหรอ” พอฟังเื่ทั้งหมดแล้วศานต์ถามย้ำอีกครั้ง ไม่อยากเชื่อว่าน้องชายแท้ ๆคิดใส่ยาในไวน์ให้เขาดื่ม
“ถ้าไม่จริงฉันจะถูกไล่ออกไหมล่ะคะแถมเมื่อกี้ยังโดนผู้ชายคนนั้นไล่ออกจากบริษัทฉันไม่กล้าพกยานั่นมาสุ่มสี่สุ่มห้าแต่ฉันยังเก็บมันไว้ที่ห้องถ้าคุณอยากรู้ว่ายาอะไรเดี๋ยววันหลังฉันเอามาให้”
“เื่ยาเอาไว้ก่อนเถอะแต่นี่คุณต้องมาลำบากเพราะช่วยผมเหรอ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะฉันไม่ได้ช่วยคุณแค่คิดว่าไม่อยากรับเงินใครมาทำเื่ผิด มันเหมือนดูถูกตัวเองน่ะ” เธอพูดแล้วมองออกไปยังท้องถนนอย่างอ้างว้าง
“เกี่ยวกับผมอยู่ดีเอางี้คุณมาสมัครงานน่าจะมีเรซูเม่มาด้วยใช่ไหมเอาให้ผมเดี๋ยวผมดูว่าคุณทำอะไรได้บ้างแล้วจะช่วยหางานให้”
“จริงเหรอคะ” หญิงสาวยิ้มดีใจเผลอสบตาเขาที่มองมาอย่างเอ็นดู
“คุณเอานามบัตรของผมไปแล้วกัน”
“คุณศานต์” ดอกเข็มอ่านชื่อเขาบนนามบัตร “นามสกุลเดียวกับผู้ชายที่ให้ฉันวางยาคุณเลยนะคะ” เมื่อกี้หญิงสาวเห็นชื่อศศินที่ติดบนเข็มกลัดเสื้อเขาจึงจำได้
“อืมน้องชายน่ะจริงสิเื่ที่คุณเล่าเมื่อกี้ขอให้คุณลืมมันไปได้ไหมให้มันจบลงตรงนี้ผมอยากให้โอกาสเขา”
“ได้ค่ะสู้ ๆ นะคะ” เธอพยักหน้าตอบรับด้วยความเห็นใจเขาคงเ็ปที่น้องชายคิดร้ายกับตน
“ได้เื่ยังไงเดี๋ยวผมติดต่อคุณไปนะ”ชายหนุ่มกวาดสายตาอ่านเรซูเม่ของคนตรงหน้า “คุณดอกเข็มขอบคุณที่ช่วยเหลือผม”
“คุณพูดเื่อะไรคะฉันลืมไปแล้ว”
“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวคะ” ศานต์สะดุ้งเมื่อเสียงนิลตาดังขึ้นหญิงสาวเคาะโต๊ะทำงานเขาสองสามทีก่อนนั่งเก้าอี้ตรงข้าม
“เื่ตลกทั่วไปน่ะคุณจัดห้องเสร็จแล้วเหรอ”
“เสร็จแล้วค่ะเหลือเก็บกวาดอีกหน่อยเลยปล่อยให้แม่บ้านทำ ฉันเหนื่อยมากเลยค่ะขอพักห้องคุณได้ไหม”
“ตามสบาย” ศานต์ยิ้มนิดหน่อยเมื่ออีกฝ่ายว่าอย่างเกรงใจที่นิลตาทำแบบนั้นเพราะให้เกียรติเขาแม้เธอจะเป็ภรรยาแต่สามีตำแหน่งสูงจะทำให้เขาเสียหน้าต่อหน้าลูกน้องไม่ได้
“อ้อคุณคะฉันดูตารางงานของคุณเห็นว่าอาทิตย์หน้าจะไปตรวจโรงงาน ฉันไปด้วยได้ไหม”
ศานต์นึกในใจแล้วส่ายหัวตารางงานของเขาไม่ทันไรนิลตาก็ดูหมดแล้ว “แล้วแต่คุณสิผมอยากให้คุณไปอยู่แล้ว”
เป็สัปดาห์กว่าศานต์จะปลีกไปหาดอกเข็มได้พอไปถึงกลับเห็นเพียงรอยยิ้มหม่นหมองของเธอ
“หน้าซีดไม่สบายเหรอ” ชายหนุ่มเข้าไปใกล้ยกมืออังหน้าผากพลางลูบผมลูบแก้มคนรัก
“เปล่าค่ะฉันพึ่งตื่นนอนเลยยังไม่สดชื่นไหนคุณว่ายุ่งแล้วมาได้ไงคะ”
“ผมเป็ห่วงเข็มกับลูกน่ะ” ว่าพลางประคองหญิงสาวไปนั่งโซฟาก่อนนั่งตามลูบท้องเธอเบามือ
“เหมือนลูกจะโตวันโตคืนเลยนะน่าดีใจริง ๆ” ชายหนุ่มยิ้มให้คนข้างกายหญิงสาวลูบท้องตัวเองตามยิ้มเศร้า ๆ
“ฉันก็ดีใจค่ะ”
“ดีใจแล้วทำไมหน้าเศร้าคิดมากเื่อนาคตของเราเหรอ”
ดอกเข็มเอียงตัวซบไหล่เขาคล้องแขนไว้ด้วยความคิดถึง“หมอบอกว่าคนท้องอารมณ์แปรปรวนฉันไม่อยากคิดแต่มันห้ามไม่ได้”
“งั้นออกไปเดินเล่นหน่อยไหมจะได้ผ่อนคลายเดี๋ยวผมพาไป”
“จะดีเหรอคะเดี๋ยวมีใครมาเห็นเราอยู่ด้วยกัน”คนท้องเป็กังวลแม้ใจอยากออกไปเดินเล่นกับเขาให้เหมือนคู่รักคู่อื่น
“ถ้ามันส่งผลดีกับสุขภาพของคุณก็ไม่เป็ไรหรอกอีกอย่างคุณจะไม่ได้อยู่แถวนี้แล้ว”
“หมายความว่าไงเหรอคะ” ดอกเข็มเงยหน้ามองพ่อของลูกอย่างแปลกใจห้องพักนี้ที่เขาเช่าให้เธออยู่ก็นับว่าดีมากแล้ว ยังต้องไปที่ไหนอีก
“แถวนี้ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมไม่เหมาะกับคนท้องผมไม่ปล่อยให้คุณกับลูกอยู่ห้องเล็ก ๆ แบบนี้หรอก ผมหาบ้านใหม่ไว้ให้คุณอยู่แล้วรอให้เอาพวกเฟอร์นิเจอร์ไปไว้ก็เข้าอยู่ได้ ผมจะหาคนมาดูแลคุณด้วย”
“ทำแบบนี้เอิกเกริกไปหรือเปล่าคะเดี๋ยวภรรยาคุณจะสงสัยเอานะ”
ชายหนุ่มยิ้มอ่อนโยนลูบผมเธอไปมา“ผมกับตาไม่ยุ่งเื่เงินกันผมไม่ได้ควักเงินก้อนมาซื้อบ้านแต่ผ่อนเอาเดือนละไม่กี่พัน”
“คุณพูดจริงเหรอคะ…แต่ฉันกลัว”
“ไม่มีอะไรต้องกลัวผมจะไม่ให้คุณกับลูกลำบาก อ้อก่อนมานี่ผมแวะธนาคารโอนเงินให้คุณแล้วนะคิดว่าคุณอาจต้องไปหาหมอบ่อยค่าใช้จ่ายคงจะเยอะขึ้นเลยเพิ่มให้แล้วก็ให้ไว้ล่วงหน้าปีนึง”
ดอกเข็มใตามองคนรักกว้าง“ทำไมให้ไว้เยอะขนาดนั้นล่ะคะทำเหมือนเราจะไม่ได้เจอกันอีกอย่างนั้นแหละ”
“แค่เผื่อเอาไว้น่ะ่นี้ตาเริ่มงานในบริษัทมีหลายอย่างที่ผมต้องช่วยเหลือเวลาว่างคงจะไม่มากเหมือนเมื่อก่อน”
“ค่ะคุณเองก็อย่าทำงานหนักนะคะ พาคุณนิลตาไปพักผ่อนบ้าง”
“ยังจะมาพูดแบบนี้อีก” ศานต์ค้อนคนน้อยใจก่อนยิ้มให้และจับมือเธอออกไปข้างนอก
หกเดือนต่อมาท้องของดอกเข็มใหญ่ขึ้นมากศานต์มักจะหาเวลาว่างมาเยี่ยมเธอที่บ้านหลังใหม่เสมอ
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม” เขาประคองคนที่กำลังอุ้มท้องลูกของตนเข้าไปในบ้าน ถามด้วยความคิดถึง
“เรียบร้อยดีค่ะคุณมาพอดีฉันมีเื่อยากขอร้องคุณ”
“อะไรเหรอ”
“คุณจำมัสเพื่อนฉันได้ไหมคะ”
“จำได้สิตอนนั้นเขาเป็ล่ามภาษาญี่ปุ่นบริษัทเดียวกับที่ผมฝากคุณเข้าทำงานตอนหลังแต่งงานแล้วลาออกใช่ไหม”
“คนนั้นแหละค่ะ” หญิงสาวยิ้มกอดแขนเขาไว้ “มัสจะมาทำธุระที่กรุงเทพฯเดือนนึงน่ะค่ะ ยังไม่มีที่พักจะเช่าแค่เดือนเดียวค่อนข้างหายากฉันอยากขออนุญาตคุณให้มัสมาพักด้วยได้หรือเปล่าคะ”
“ให้เขามาพักด้วยก็ได้คุณจะได้ไม่เบื่อ”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยิ้มดีใจั้แ่ต้องออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันไม่ได้ติดต่อกับเพื่อนคนไหนเลยมีเพียงมัสยาที่ยังติดต่อมาเรื่อย ๆเธอยังเป็คนที่รู้ว่าดอกเข็มมีความสัมพันธ์ยังไงกับศานต์
ก่อนหน้านี้หญิงสาวเคยเปรยกับมัสยาว่าถ้าภรรยาของศานต์จับได้จะขอไปอาศัยกับเธอมัสยารับปากด้วยความยินดี สามีของเธอเป็นักธุรกิจในจังหวัดทางเหนือมีทั้งไร่ผลไม้และรีสอร์ทขนาดใหญ่มีงานให้ทำเยอะแต่แน่นอนว่าเื่นี้คนกำลังท้องไม่ได้บอกพ่อของลูก
“นี่มันอะไร!ถึงกับมีลูกด้วยกันเลยเหรอ”นิลตาพลิกรูปถ่ายที่นักสืบส่งให้อย่างเดือดดาลภาพสามีของเธอประคองผู้หญิงท้องไปไหนต่อไหนทำใจหญิงสาวร้อนดังไฟเผา
“เพิ่งมีโอกาสถ่ายรูปครับคุณศานต์ระวังตัวมาก ผมต้องลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะกว่าจะหาจังหวะที่เขาเผลอได้”
“วางใจเถอะฉันต้องตอบแทนนายแน่ว่าแต่มีที่อยู่แล้วใช่ไหม”
“ครับ” นักสืบหยิบภาพถ่ายบ้านหลังหนึ่งออกมาซึ่งเขียนที่อยู่ไว้ด้านหลังนิลตาดูแล้วหลับตาโกรธ
“หมดหน้าที่แล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” เห็นท่าทางผู้ว่าจ้างทำท่าจะฟาดฟันทุกอย่างที่ขวางหน้านักสืบวัยกลางคนรีบหยิบเช็คที่นิลตาวางไว้ั้แ่เขาเข้ามาออกไปอย่างไว
นิลตาหยิบรูปมาดูอีกครั้งความโกรธแค้นเกลียดชังปะทุขึ้นจนอกแทบะเิสายตาที่ศานต์มองผู้หญิงคนนั้นเธอไม่เคยได้รับมันเลยไหนจะท่าทางทะนุถนอมท้องของมันอีก ทีตอนเธอแท้งลูกเขายังไม่ใยดีขนาดนี้
“ฉันไม่ปล่อยไว้แน่คุณศานต์คุณกล้านอกใจฉัน รอดูลูกกับเมียน้อยของคุณไปลงนรกได้เลย” หญิงสาวกัดฟันพูดด้วยความคับแค้น
นิลตาเตรียมพร้อมไปจัดการคนที่กล้ามายุ่งกับสามีของเธอหญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานแล้วศานต์เปิดเข้ามา
“จะไปแล้วนะคุณพร้อมหรือยัง” ศานต์เข้ามาตามเธอไปพบนักธุรกิจคนหนึ่งที่นัดไว้เขาคนนี้สนใจมาลงทุนประเทศไทย ศานต์จึงชวนภรรยาไปนำเสนอบริษัทของพวกตน
“ฉันรู้สึกเหนื่อยๆ น่ะ ไม่รู้ทำไมหัวใจเต้นแรงผิดปกติคงไปไม่ไหวแล้ว คุณไปกับเลขาฯ เถอะฉันว่าจะไปหาหมอหน่อยน่ะ”
“เป็อะไรมากหรือเปล่า” สามีเข้ามาใกล้ถามอาการ
“อือคิดว่าไปหาหมอน่าจะรู้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันให้คนตามไปด้วย”
“โอเคผมต้องรีบไปแล้ว ถ้ามีอะไรโทรหานะ”
“ค่ะโชคดีนะคะ”
ลับหลังศานต์นิลตาเดินกระฉับกระเฉงไปขึ้นรถส่งที่อยู่ให้คนขับไปบ้านดอกเข็มพอไปถึงบ้านเป้าหมายก็ลงไปกดกริ่ง
คนดูแลบ้านที่ศานต์จ้างไว้ออกมาเปิดประตูแม่บ้านสาวพอเห็นภรรยาของคุณผู้ชายมาตาก็เบิกกว้าง รีบดึงประตูไว้แต่แรงของเธออ่อนยวบลงทันทีเมื่อนิลตายกปืนขึ้นจ่อศีรษะหญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากที่ดึงประตู
คนขับรถของนิลตารีบเข้ามาเปิดทางให้เ้านายแต่แม่บ้านสาวยังยืนขวางอยู่
“หลีกไป!”เมื่อเสียงทรงอำนาจดังขึ้นลูกน้องก็ไม่รอช้าผลักคนขวางทางนายออกไปให้พ้นนิลตาเดินข้ามแม่บ้านสาวที่ทรุดบนพื้นเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็วคนขับรถที่ตามเ้านายเข้าไปหันมาขู่เธอด้วย
“ใครมาเหรอนิ่ม” ดอกเข็มถือแก้วน้ำดื่มออกมาจากครัวมาเจอนิลตาพอดี
“คุณนิลตา” คนท้องแทบลืมหายใจ แก้วในมือร่วงแตกกระจาย
“รู้จักฉันดีเชียวนะ” นิลตาเหยียดยิ้ม เดินเข้าไปหาดอกเข็มที่ถอยหลังหนีไปจนสุดทางเดินพออีกฝ่ายล้มลงบนโซฟานิลตาเข้าไปบีบคอไว้อย่างรวดเร็วมือข้างที่ว่างของคนเป็เมียหลวงฟาดแก้มดอกเข็มจนเกิดรอยแดงขึ้นทันที
“ที่ผ่านมาแกมีความสุขมากใช่ไหมกับผัวฉันน่ะ!”