ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 โดนซ้อมจนน่วม

            “ก็ได้” ต่งเสี่ยวเสี่ยวเก็บชามใส่ตู้“แต่ลูกเล่าให้แม่ฟังก่อนดีไหม ว่าหัวไปโดนอะไรมา?”

            ฉินไห่หยางก้มหน้าลงทันที ไม่พูดอะไรอีก

            “ลูกกลัวอะไรเหรอ?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินเข้าไปแตะไหล่เขาเบาๆ“แม่รู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว ถึงลูกจะปิดบังไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”

            ฉินไห่หยางเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองเขาพลางคลี่ยิ้ม“ถ้าลูกคิดว่าแม่ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วแม่จะกลับมาทำไมแถมยังซื้อของมาตั้งมากมายขนาดนี้อีก?”

            พอนึกถึงคำพูดที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวคุยกับหวังชิงซานก่อนหน้านี้สมองน้อยๆ ของฉินไห่หยางก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ “แม่กำลังวางแผน...”

            จริงๆแล้วฉินไห่หยางคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะไปแจ้งความ

            เขาเลยเสนอตัวเข้ามาช่วย

            ใครจะรู้ว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้คิดแบบนั้นเธอตั้งใจจะลงมือเอง

            “ใช่” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพอจะเดาสิ่งที่เขาคิดออก“จะปล่อยให้คนอื่นมารังแกพวกเราแล้วพวกเราไม่ทำอะไรเลยได้ยังไงกันล่ะ?”

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่คนแบบนั้น

            เธอไม่ยอมทนโดนอะไรแบบนั้นแน่นอน

            “ดีครับ!” ฉินไห่หยางตื่นเต้นขึ้นมาทันที“ผมนึกว่าแม่รู้ว่าบ้านเราโดนขโมย เลยซื้อของมาคืนซะอีก”

            ที่แท้เธอก็คิดแผนตอบโต้ไว้แล้ว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวกระซิบเบาๆ ข้างหูฉินไห่หยางจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มลงมือตามแผนทันที

            ตอนที่หวังชิงซานกลับไปเธอยังช่วยทำอะไรบางอย่างให้พวกเขาด้วยต่งเสี่ยวเสี่ยวเอาของเหล่านั้นไปวางไว้ที่มุมกำแพงแล้วก็แอบซ่อนไว้ข้างประตูครัวด้วย

            เธอตั้งใจใส่เนื้อชิ้นใหญ่ๆ ลงไปในหม้อแถมยังเอาผงยาบางอย่างทาไว้ที่หูหม้อ

            ของพวกนั้นเธอเตรียมไว้ต้อนรับพวกโจรโดยเฉพาะ!

            กว่าพวกเขาจะทำทุกอย่างเสร็จก็เย็นมากแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงเริ่มทำอาหารเย็น

            ตอนกินข้าว ฉินไห่เยว่ดูเหม่อลอยต่งเสี่ยวเสี่ยวลูบศีรษะเด็กน้อยเบาๆ “เสี่ยวเยว่ไม่สบายเหรอ?”

            ฉินไห่เยว่เงยหน้ามองฉินซู่เธอไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี

            ฉินซู่มองลูกสาวคนเล็กก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนฉินไห่เยว่รู้ว่าเขาบาดเจ็บ

            “เสี่ยวเยว่ ลูก...” ฉินซู่ยังพูดไม่ทันจบฉินไห่เยว่ก็เดินเข้าไปจับแขนเสื้อต่งเสี่ยวเสี่ยวไว้แน่น “แม่คะเมื่อคืนพ่อปกป้องพวกเราแล้วต่อสู้กับคนร้าย ดูเหมือนจะเจ็บตัวอีกแล้ว”

            ตอนกลางดึก ฉินไห่เยว่กลัวมากถ้ามีต่งเสี่ยวเสี่ยวอยู่ด้วย คงกอดเธอเอาไว้ถึงจะนอนหลับ

            เธอนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม

            พอกำลังจะเคลิ้มหลับก็ได้ยินเสียงพ่อถอนหายใจ เธอจึงสะดุ้งตื่น

            เด็กน้อยเห็นฉินซู่ลุกขึ้นนั่งมาแกะผ้าพันแผลออกบาดแผลมีเลือดซึมออกมา เมื่อวานเขาเปลี่ยนผ้าพันแผลอย่างยากลำบากคนเดียวพอล้มนอนลงบนเตียง ก็นอนไม่หลับทั้งคืน

            ฉินไห่หยางอึ้งไป

            เขาไม่รู้เรื่องนี้เลย

            เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเขาก็ตกใจกลัวเหมือนกัน หวังชิงซานกลับมาจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขานอนบนเตียงอยู่นานกว่าจะสงบลงได้

            ไม่นานก็ผล็อยหลับไป เลยไม่ทันสังเกตเห็น

            เขาตบหน้าผากตัวเองเบาๆต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับเดินเข้ามาขมวดคิ้วแน่น แล้วมองฉินซู่“ทำไมไม่บอกฉัน?”

            ฉินซู่ยิ้มบางๆ“มันไม่ได้เป็นอะไรมาก ฉันเปลี่ยนผ้าพันแผลเองแล้วพวกเรากินข้าวก่อนเถอะ กินเสร็จแล้วจะได้...”

            ฉินซู่ยังพูดไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็วางของในมือลงบนโต๊ะข้างๆ อย่างแรง บรรยากาศในห้องก็เงียบลงทันที

            ทุกคนไม่กล้าหายใจ ฉินซู่ก้มหน้า ไม่พูดอะไรเหมือนเด็กที่ทำผิด

            “ฉินซู่” คราวนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวขึ้นเสียงยืนอยู่ตรงหน้าจ้องเขาเขม็ง “สามีภรรยาควรจะต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไม่ใช่เหรอ?”

            “พอเกิดอะไรขึ้นมาก็ไม่ยอมบอกฉันนายจะรอให้ขาหายดีแล้วค่อยไปมีคนใหม่งั้นเหรอ?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ต่างเงยหน้ามองฉินซู่

            ไม่จริงใช่ไหม?

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวดีขนาดนี้พ่อของพวกเขาจะไปหาคนใหม่จริงๆ เหรอ?

            “ไม่ใช่” ฉินซู่เป็นคนซื่อตรงคนหนึ่งพอได้ยินคำพูดแบบนี้ก็ลนลาน “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นฉันแค่รู้ว่าเธออยู่ที่โรงพยาบาล…”

            ฉินซู่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวขัดขึ้นอีกครั้ง

            “คิดว่าฉันยุ่งที่โรงพยาบาลเลยไม่อยากทำให้ฉันลำบากใช่ไหมก็เลยไม่พูดสินะ!” ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็เอียงคอเอามือเท้าเอว“นายไม่ใช่หมอ การรักษาระหว่างนายกับฉันมันต่างกันนายอยากจะทำให้ตัวเองเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิตหรือไง?”

            “ฉินซู่!”

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบแล้วก็ตะโกนอีกครั้งแต่เขาก็แค่ก้มหน้าลง คิดอะไรหลายอย่างในใจ ก่อนจะขอโทษออกมา

            “ต่อไปจะทำแบบนี้อีกไหม?”

            “ไม่ทำแล้ว”

            พอเรื่องทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบกลับไปที่นั่ง กินข้าวในชามอย่างรวดเร็ว

            เธอหันกลับไปมองลูกทั้งสามพวกเขาก็กินข้าวในชามเสร็จอย่างรวดเร็ว ฉินไห่หยางและเฉินเฉินเก็บชามไปไว้ในครัว

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาทำแผลให้ฉินซู่

            เธอค่อยๆ แกะผ้าพันแผลออกเห็นบาดแผลที่เพิ่งดีขึ้นฉีกขาดอีกครั้ง หัวใจของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สั่นไหว

            ความเจ็บปวดแบบนั้นมันสาหัสขนาดไหน เธอรู้ดี

            ฉินซู่เป็นคนที่เข้มแข็งมากแต่การที่เขานอนไม่หลับทั้งคืน มันก็เพียงพอที่จะอธิบายได้

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนผ้าพันแผลและทายาให้เขาใหม่พลางถอนหายใจเธอบ่นออกมาอีกหลายคำ ฉินซู่มองเธอก้มหน้า ทำแผลให้ตัวเองความรู้สึกมากมายก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวใจ

            พอทำแผลเสร็จต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ไปล้างชามในครัว ตรวจดูกับดักที่เธอกับฉินไห่หยางวางไว้

            เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้วเธอก็กลับไปที่ห้อง แล้วนั่งอยู่บนเตียงเล่านิทานให้เด็กทั้งสามคนฟัง

            ฉินไห่เยว่เป็นเด็กผู้หญิงเธอชอบอ้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวมากกว่าคนอื่นๆ

            เธอซบอยู่ในอ้อมกอดของต่งเสี่ยวเสี่ยวฟังไปฟังมาก็ผล็อยหลับไป

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มฉินไห่เยว่นอนลงบนเตียงเธอเตรียมจะพักผ่อนแต่สักพักก็ได้ยินเสียงดังมาจากนอกประตู

            “คนมาแล้วเหรอ?”

            ฉินไห่หยางชะงักไปฉินซู่ได้ยินดังนั้นก็เดาได้ว่าสองแม่ลูกกำลังทำอะไรกัน

            เขายิ้มอย่างอ่อนใจ แต่ก็ไม่ได้ห้ามปราม

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวยกนิ้วขึ้นทาบริมฝีปาก“ชู่ว” เธอจงใจส่งเสียงดังในห้องคนสองคนที่กำลังจะปีนกำแพงเข้ามาก็ถอยกลับไป

            “นี่มันอะไร?” ฉินไห่หยางไม่ค่อยเข้าใจไม่ใช่ว่าควรปล่อยให้พวกเขารีบเข้ามาเหรอ?

            ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มอย่างมีเลศนัยเธอไม่พูดอะไร จงใจส่งเสียงดัง แล้วก็หาวหลายครั้ง

            จากนั้นเธอก็ดับไฟ สวมเสื้อผ้าให้พร้อมแล้วถือไม้ท่อนใหญ่ยืนอยู่หน้าประตู

            เดี๋ยวเธอจะให้พวกขโมยได้เห็นว่าถ้ากล้าขโมยของบ้านพวกเขา จะมีจุดจบเป็นอย่างไร?

            คนที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงดังพักหนึ่งพอแน่ใจว่าในห้องไม่มีเสียงอะไรแล้ว ทั้งสองคนก็สบตากัน

            “คืนนี้พวกเราคนหนึ่งเข้าไปหาอะไรในครัวก่อนอีกคนไปที่ห้องใต้ดิน”

            “เราแยกกันทำงานนะฉันจะไปที่ครัวก่อนแล้วเดี๋ยวไปช่วยที่ห้องเก็บของใต้ดิน!”

            เมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วทั้งสองคนก็ปีนกำแพงเข้าไปในลานบ้าน

            เพิ่งจะปีนเข้าไปมือก็เผลอไปโดนอะไรบางอย่างเข้า

            เขาใช้แสงจันทร์มองดูสิ่งที่อยู่ในมือชายคนนั้นก็ร้องเสียงดังออกมาทันที เพื่อนอีกคนกลับตาไว รีบพุ่งเข้ามาปิดปากเขาไว้

            ด่าทอเสียงต่ำ“ไอ้บ้านี่ สมองแกมีปัญหาหรือเปล่า ถ้าแกยังส่งเสียงดังแบบนี้เราสองคนได้ซวยกันแน่ๆ รู้ไหม!”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง(จำเป็น) ในยุค 80 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405