“สวยไหมคะ”
“ไม่สวย” เขาตอบกลับเพราะรู้ทันว่าเธอจะกล่อมเขาซื้อให้
“เสียดายจัง” ฝนทิพย์เปรย ๆ แล้วกลั้นใจเดินออกมา ก่อนท่าทางของเธอจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มสวยงามเมื่อครู่หายไปอย่างฉับพลัน พร้อมสีหน้าซีดเผือดเข้ามาแทนที่ เมื่อหิรัญทอดสายตามองตามเธอไป พบกับร่างของใครอีกคนที่อยู่ในชุดนักศึกษาหน้าตาหล่อเหลา
“พี่บอล” เสียงสั่นเครือของฝนทิพย์เปล่งออกมาเบา ๆ พร้อมด้วยสายตาเป็ประกายมีความหมายมากมายซ่อนอยู่ ก่อนชายในชุดนักศึกษาคนนั้น จะเดินเข้ามาหาเธอด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด
“ฝนทำไมไม่รับสาย ทำไมไม่ติดต่อกลับมาบ้าง พี่ไปตามหาฝนที่บ้านเช่า ทุกคนต่างก็บอกว่าฝนย้ายไปแล้ว พี่คิดว่าชาตินี้จะไม่ได้เจอฝนอีกแล้ว” ภูดิศพูดพร้อมดึงเธอเข้าไปโอบกอด โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เพราะความคิดถึงทำให้ภูดิศกอดรัดเธอแน่นจนไม่อยากปล่อย พร้อมกล่าวความอัดอั้นออกมาจนหมด
“เรากลับมาเป็เหมือนเดิมได้ไหมฝน พี่ขาดฝนไม่ได้จริงๆ กลับมาคบกันเหมือนเดินนะ พี่ขอร้องล่ะ” ภูดิศพูดพร้อมดวงตาแดงก่ำ หัวใจของเขาอยู่กับความทุกข์ทรมานมานานเกินไป
หิรัญสังเกตแววตาของหญิงสาวที่แสดงความเ็ป พร้อมน้ำตารินไหลออกมาช้า ๆ เขารับรู้ได้ทันทีว่าฝนทิพย์เ็ปมากมายเพียงใด และเริ่มเข้าใจความจริงทุกอย่างจากภาพที่เห็น หิรัญปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไป โดยจับจ้องมองอยู่ห่าง ๆ ไม่เข้าไปก้าวก่าย
“เื่ระหว่างเราเป็ไปไม่ได้แล้วค่ะ พี่บอลยังมีอนาคต ยังต้องเจอกับผู้หญิงที่ดีกว่าฝน ตอนนี้ฝนไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว อย่าเสียเวลาอีกเลยค่ะ” ฝนทิพย์พยายามรั้งตัวกลับ ขณะที่หัวใจเธออ่อนแอไม่ต่างกัน
“พี่ทบทวนมาหมดแล้ว เื่ที่ฝนท้อง พี่ไม่สนใจ พี่รับเป็พ่อเด็กเองก็ได้ พี่จะดูแลเขาให้ดี ให้เหมือนเขาเป็ลูกของพี่คนหนึ่ง พี่จะไม่ให้ฝนเผชิญความยากลำบากตามลำพัง เราจะเผชิญไปด้วยกัน ให้โอกาสพี่นะฝน” ฝนทิพย์ชะงักในคำพูดของเขา
ในเมื่อหัวใจยังรักอยู่มาก หญิงสาวสองจิตสองใจจะตอบรับหรือปฏิเสธ ทว่าเมื่อหิรัญเห็นท่าลังเลนั้น เขาจึงรีบแสดงตัว พร้อมดึงมือฝนทิพย์กลับมาทันทีก่อนที่เธอจะเปลี่ยนใจ
“ขอโทษนะครับ ความจริงผมไม่ได้อยากยุ่งเื่ส่วนตัวของพวกคุณ แต่เด็กในท้องของฝนทิพย์ มีโอกาสที่จะเป็ลูกของผม ดังนั้นผมคงให้ใครดูแลไม่ได้” ฝนทิพย์เลื่อนสายตากลับมายังหิรัญ ก่อนภูดิศจะขมวดคิ้ว
“เป็เขา...เหรอ ที่ฝนพลาดในวันนั้น” ชายหนุ่มชี้มือมายังหิรัญ ก่อนที่ฝนทิพย์จะพยักหน้ายอมรับ
“นั่นมัน...คุณหิรัญ” เขมมิกาที่เดินตามเข้ามาอุทานขึ้นด้วยความใอย่างถึงที่สุด หญิงสาวส่ายศีรษะไปมาด้วยสายตาผิดหวัง เมื่อเห็นเพื่อนรักตะกายจากพื้นขึ้นสูงกว่าเดิมนับร้อยเท่า
“ฝนเป็ไงบ้าง ทำไมขาดติดต่อเลย ฉันคิดถึงเธอแทบแย่ กลัวว่าจะอยู่ลำบาก” เขมมิกาแสร้งแสดงความเป็ห่วง ในขณะที่สายตาเหลือบมองท่าทีของหิรัญเป็ระยะ ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะรับผิดชอบผู้ต่ำต้อยอย่างฝนทิพย์
“ไปกันเถอะ ผมมีเวลาไม่มาก” หิรัญดึงมือหญิงสาวออกจากกลุ่มเพื่อน โดยไม่สนใจใครมากนัก ซึ่งเป็นิสัยปกติของเขา ฝนทิพย์ทำได้เพียงก้าวเท้าตามชายหนุ่มออกไป ก่อนสายตาสุดท้ายของเธอจะทอดมองมายังภูดิศ คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกสับสนสองจิตสองใจ เพราะยังรักเขาอยู่มาก ขณะที่มือของหิรัญยังกำมือเธอแน่น
เขาจูงมือเธอมาถึงรถคันหรู และไม่พูดอะไร นอกจากหันไปจัดข้าวของที่ซื้อมาใส่รถ หลังจากรถแล่นออกมาได้สักระยะ หิรัญทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เขาเริ่มมั่นใจว่าเด็กในท้องของฝนทิพย์อาจเป็ลูกเขาจริงอย่างที่เธอกล่าวอ้าง
“แฟนเหรอ” หิรัญเอ่ยถาม พร้อมเลื่อนสายตามองหน้าหญิงสาวที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“ค่ะ”
“คนนี้เหรอ ที่คุณนัดเจอเขา แต่กลับมีบางอย่างผิดพลาดจนคุณได้นอนกับผมแทน”
“ค่ะ” ฝนทิพย์ตอบสั้น ๆ
“อย่าว่าผมใจร้ายเลยนะ ลูกของผม ผมคงยกให้คนอื่นไม่ได้ ยังไงผมก็จะเลี้ยงเอง เมื่อไหร่ที่คุณคลอดแล้วจะกลับไปหาเขา ผมก็ไม่ห้าม ดูท่าแล้วคุณสองคน คงจะรักกันมาก” ฝนทิพย์นิ่งเงียบ นั่นเป็ครั้งแรกที่เขาถูกเมินเฉย โดยปกติแล้วหิรัญไม่เคยโดนใครมองข้าม เขาเป็ชายที่เพียบพร้อมจนรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าทุกคน หากแต่วันนี้พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่เคยอยู่ในสายตาของอีกฝ่าย ทุกอย่างเป็เพียงความคิดเข้าข้างตัวเองทั้งสิ้น เธอไม่ได้คิดจับเขาอย่างที่เข้าใจ