ตอนที่ 1: ผู้เล่นหมายเลข 999
ธีร์ลืมตาขึ้นมาเพราะกลิ่นดินชื้นไม่ใช่กลิ่นห้องนอน ไม่ใช่กลิ่นแอร์เก่าที่บ้าน ไม่ใช่กลิ่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เขากินตอนตีสองเมื่อคืนแต่เป็นกลิ่นดินจริงๆ ปนกลิ่นใบไม้เปื่อย หญ้า น้ำค้าง และอะไรบางอย่างคล้ายเห็ด ซึ่งเขาไม่อยากรู้ว่าต้นตอมาจากไหนเขานอนหงายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นเส้นๆ ลมเย็นพัดผ่านหน้าเบาๆ เสียงนกร้องดังมาจากที่ไกลๆธีร์กะพริบตาสองครั้ง“...ฝันเหรอ”เขานอนนิ่งอีกสามวินาที รอให้ฉากเปลี่ยนกลับเป็นเพดานห้องนอนสีขาวหม่นที่มีรอยคราบน้ำตรงมุมซ้ายฉากไม่เปลี่ยนใบไม้ยังเป็นใบไม้ ดินยังเป็นดิน และมีแมลงตัวเล็กตัวหนึ่งกำลังไต่ผ่านแขนเขาอย่างมั่นใจเหมือนเป็นเจ้าของที่ดินธีร์สะดุ้งลุกพรวด“เฮ้ย!”แมลงตกใจ เขาก็ตกใจ ต่างฝ่ายต่างถอยหนีไปคนละทางแบบไม่มีใครดูดีสักฝ่ายธีร์ถอยไปชนโคนต้นไม้ หัวใจเต้นแรงจนเหมือนมีใครเอากลองมาตีในอก เขาหันซ้ายหันขวารอบตัวเป็นป่าทึบ ต้นไม้สูงจนมองแทบไม่เห็นยอด เถาวัลย์ห้อยระโยงระยาง พุ่มไม้แน่น และไม่มีวี่แววของถนน บ้าน ผู้คน หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อสักร้านเขาก้มมองตัวเองเสื้อยืดสีดำ กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะคู่เดิมใช่ รองเท้าแตะ“ยอดเยี่ยมมาก ธีร์” เขาพึมพำเสียงแห้ง “ถ้าจะโดนลักพาตัวมา อย่างน้อยขอรองเท้าผ้าใบไม่ได้เหรอ”สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้คือตัวเองนั่งเล่นเกม RPG อยู่หน้าคอม เกมที่ต้องเก็บเลเวล ทำเควสต์ ลงดันเจี้ยน ตีบอส ฟาร์มของวนไปจนเกือบเช้าเขาจำได้ว่าตัวเองบ่นกับเพื่อนในแชตว่า “ถ้าได้ไปต่างโลกจริงๆ ฉันจะบิลด์ดาบเวทให้เทพไปเลย”จากนั้นหน้าจอคอมก็ดับแล้วเขาก็ตื่นที่นี่ธีร์ยกมือขึ้นกุมขมับ “ไม่เอาน่า มุกนี้มันเก่าแล้วนะ”ไม่มีใครตอบเขาล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยความหวังสุดท้าย โทรศัพท์ยังอยู่ เขารีบหยิบขึ้นมากดเปิดหน้าจอมืดสนิทเขากดปุ่มเปิดค้างเงียบเขาเขย่าเงียบกว่าเดิม“อย่าทำแบบนี้กับพ่อสิลูก พ่อยังผ่อนค่าเครื่องไม่หมดเลย”โทรศัพท์ยังคงเป็นก้อนสี่เหลี่ยมราคาแพงที่ไร้วิญญาณธีร์สูดหายใจเข้าลึก พยายามคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ค่อยได้ใช้ตอนเล่นเกมหลังเที่ยงคืนข้อหนึ่ง เขาอยู่ในป่าข้อสอง เขาไม่รู้ว่าป่านี้อยู่ที่ไหนข้อสาม โทรศัพท์ใช้ไม่ได้ข้อสี่ เขาใส่รองเท้าแตะข้อสี่นี่ร้ายแรงกว่าที่ควรจะเป็นมาก“โอเค” เขาพูดกับตัวเอง “ถ้านี่เป็นรายการแกล้งคน มันลงทุนเกินไป ถ้านี่เป็นความฝัน มันก็นานไป ถ้านี่เป็นต่างโลก...”เขาชะงักคำว่าต่างโลกทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะแฟนตาซี ต่างโลก ระบบ เลเวล สกิล ดาบ เวทมนตร์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ธีร์รู้จักดีในฐานะคนอ่านนิยายและเล่นเกมมานับไม่ถ้วนเขาเคยคิดเล่นๆ หลายครั้งว่าถ้าวันหนึ่งตัวเองถูกส่งไปต่างโลก เขาจะไม่ตื่นตระหนกแน่นอนเขาจะวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเยือกเย็น เปิดหน้าต่างค่าสถานะ ดูคลาส เลือกสกิลที่โกงที่สุด แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างหล่อเหลาแต่พอเอาเข้าจริง จินตนาการกับความจริงกลับห่างกันประมาณหนึ่งป่าทึบกับรองเท้าแตะหนึ่งคู่“ถ้าเป็นต่างโลกจริง...” ธีร์กลืนน้ำลาย “ต้องมีระบบสิ”เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย มองตรงไปข้างหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เท่ที่สุด“สเตตัส”เงียบ“เมนู”เงียบ“หน้าต่างระบบ”เงียบ“เปิดช่องเก็บของ”เงียบ“ช่วยด้วย”ยังเงียบธีร์ค่อยๆ ลดมือลง “โอเค อันสุดท้ายนี่ไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่”เขาหันมองรอบตัวอีกครั้ง ความตื่นเต้นที่พยายามเรียกขึ้นมาเริ่มถูกความกลัวกลืนหายไปป่าเงียบเกินไป ทั้งที่มีเสียงนกและเสียงลม แต่กลับไม่มีเสียงมนุษย์ ไม่มีเสียงรถ ไม่มีอะไรที่ทำให้รู้สึกว่ามีทางออกอยู่ใกล้ๆธีร์เริ่มเดินเขาเลือกเดินไปทางที่พื้นค่อยๆ ลาดต่ำ เพราะเคยอ่านมาว่าถ้าหลงป่าให้มุ่งไปทางที่ต่ำไว้ก่อน เผื่อจะเจอลำธารที่ไหลไปถึงหมู่บ้านแน่นอน เขาเคยอ่านผ่านๆ ตอนดึก และไม่แน่ใจว่าคำแนะนำนั้นใช้ได้กับป่าต่างโลกที่อาจมีมังกรหรือไม่เดินไปได้ไม่ถึงห้านาที เท้าขวาของเขาก็เหยียบกิ่งไม้แหลม“โอ๊ย!”ธีร์กระโดดขาเดียว กัดฟันไม่ให้ตะโกนต่อ เพราะเสียงของตัวเองสะท้อนในป่ามากกว่าที่คิดเขาก้มดูฝ่าเท้า โชคดีที่พื้นรองเท้าแตะช่วยกันไว้บางส่วน แต่ก็ยังเจ็บจนอยากเขียนพินัยกรรมสั้นๆ ให้คอมพิวเตอร์ที่บ้าน“นี่แหละเหตุผลที่ฮีโร่ต่างโลกควรได้รองเท้าบูตเริ่มต้น”ขณะที่เขากำลังบ่นกับตัวเอง อากาศตรงหน้าก็สั่นไหวแสงสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นเป็นกรอบสี่เหลี่ยม คล้ายหน้าจอโปร่งใสลอยอยู่กลางอากาศธีร์แข็งค้างตัวอักษรสีขาวค่อยๆ ปรากฏบนหน้าต่างนั้นทีละบรรทัด[ยืนยันการตื่นของผู้เล่น][ตรวจสอบสภาพร่างกาย...][สภาพร่างกาย: ยังไม่เสียชีวิต]ธีร์จ้องข้อความนั้น“ยังไม่เสียชีวิตเนี่ยนะ ขอบคุณมาก ฟังแล้วอุ่นใจสุดๆ”หน้าต่างสว่างขึ้นอีกเล็กน้อย[ยินดีต้อนรับ ผู้เล่นหมายเลข 999]เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวเขาฟังไม่ออกว่าเป็นเสียงผู้ชายหรือผู้หญิง เป็นเสียงเรียบๆ สุภาพเกินจำเป็น และน่ารำคาญได้ภายในสามพยางค์แรก“ระบบเริ่มทำงานแล้ว”ธีร์อ้าปากค้างเขายกมือขึ้นแตะหน้าต่างแสง นิ้วทะลุผ่านไปเหมือนแตะอากาศ แต่ความเย็นจางๆ แล่นผ่านปลายนิ้ว“ระบบเหรอ”“ใช่”“ที่นี่คือต่างโลกเหรอ”“คำจำกัดความไม่สมบูรณ์ แต่ใกล้เคียง”“ฉันตายแล้วเหรอ”“ยังไม่เสียชีวิต ตามที่ระบบเพิ่งแจ้งไปเมื่อครู่”“แล้วทำไมต้องย้ำเหมือนผิดหวัง”ระบบเงียบไปครึ่งวินาที“ระบบไม่มีความผิดหวัง ระบบมีเพียงข้อมูล”“น้ำเสียงเมื่อกี้มันมี”ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ[ภารกิจหลักเริ่มต้น]ภารกิจ: เอาชีวิตรอดและเดินทางถึงเมืองอีสท์เวลระยะทางโดยประมาณ: 4.7 กิโลเมตรรางวัล: ปลดล็อกข้อมูลพื้นฐาน / ค่าประสบการณ์เริ่มต้นคำเตือน: โลกนี้ไม่มีปุ่มเริ่มใหม่ธีร์อ่านบรรทัดสุดท้ายซ้ำความเย็นที่ปลายนิ้วเหมือนลามเข้ามาถึงหลังคอ“ไม่มีปุ่มเริ่มใหม่ หมายความว่าไง”“หมายความตรงตามตัวอักษร”“ถ้าฉันตายล่ะ”“ผู้เล่นจะเสียชีวิต”ธีร์รอประโยคต่อท้าย เช่น แล้วจะฟื้นในจุดเซฟ หรือระบบจะหักค่าประสบการณ์ หรืออย่างน้อยส่งกลับบ้านไม่มี“แล้วไงต่อ”“แล้วผู้เล่นจะเสียชีวิต”ป่าเหมือนเงียบลงทันทีธีร์กลืนน้ำลาย ความคิดทั้งหมดที่เคยวางไว้เล่นๆ เกี่ยวกับต่างโลกพังลงอย่างรวดเร็วเขาเคยหัวเราะเวลาตัวละครในนิยายตื่นตระหนกตอนโดนส่งไปโลกใหม่ เคยคิดว่าแค่มีระบบก็พอแล้ว เดี๋ยวก็เก่ง เดี๋ยวก็เทพ เดี๋ยวก็ชินแต่คำว่า “เสียชีวิต” ที่ระบบพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทำให้ป่าตรงหน้าดูไม่เหมือนฉากเริ่มต้นในเกมอีกต่อไปป่าแห่งนี้คือสถานที่ที่เขาอาจตายได้จริงๆธีร์กำมือแน่น พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น “โอเค งั้นขอดูค่าสถานะ”ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ[สถานะผู้เล่น]ชื่อ: ธีร์หมายเลขผู้เล่น: 999เลเวล: 1คลาส: ยังไม่ระบุพลังชีวิต: ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของนักผจญภัยฝึกหัดมานา: ตรวจพบเล็กน้อยพละกำลัง: ธรรมดาความเร็ว: ธรรมดาความทนทาน: น่ากังวลความชำนาญดาบ: ไม่มีข้อมูลที่น่าภูมิใจธีร์สูดหายใจเข้าช้าๆ“ขอถามนิดหนึ่ง ระบบจำเป็นต้องใส่ความเห็นส่วนตัวไหม”“ระบบแสดงข้อมูลเพื่อความเข้าใจง่าย”“คำว่าไม่มีข้อมูลที่น่าภูมิใจนี่เข้าใจง่ายเกินไป”“รับทราบ ระบบจะพิจารณาการใช้ถ้อยคำที่ถนอมน้ำใจในอนาคต”“ขอบใจ”“โอกาสปรับปรุงถ้อยคำ: ต่ำ”“นี่แหละที่เขาเรียกไม่ถนอมน้ำใจ”ถึงจะหงุดหงิด แต่หน้าต่างสถานะก็ทำให้ธีร์รู้สึกเหมือนมีอะไรให้ยึดเหนี่ยวอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตื่นขึ้นมาในป่าโดยไม่มีอะไรเลย เขามีระบบ มีภารกิจ มีเป้าหมายคือเมืองอีสท์เวล4.7 กิโลเมตรถ้าเดินบนถนนปกติ ระยะเท่านี้คงไม่ไกล แต่ตอนนี้เขาอยู่กลางป่าที่อาจมีมอนสเตอร์ แถมยังใส่รองเท้าแตะ จะประมาทไม่ได้เลย“มีแผนที่ไหม”หน้าต่างระบบเปลี่ยนเป็นแผนที่คร่าวๆ มีจุดสีน้ำเงินเล็กๆ แสดงตำแหน่งของธีร์ และจุดสีทองทางตะวันออกเฉียงใต้“โอเค ดีมาก” ธีร์พูด “แบบนี้ค่อยเหมือนระบบช่วยชีวิตหน่อย”“คำเตือน: การชมระบบไม่มีผลต่อโอกาสรอดชีวิต”“รู้ แต่ช่วยให้กำลังใจฉันได้”“ผู้เล่นควรให้กำลังใจตนเองอย่างเงียบๆ เพราะเสียงพูดอาจดึงดูดมอนสเตอร์”ธีร์หุบปากทันทีเขามองพุ่มไม้รอบตัวด้วยความระแวง“มอนสเตอร์แถวนี้มีอะไรบ้าง” เขากระซิบ“ข้อมูลพื้นที่เริ่มต้น: สไลม์ป่า หนูเขี้ยว หมาป่าเงาระดับต่ำ และสิ่งมีชีวิตอื่นที่อาจฆ่าผู้เล่นได้หากผู้เล่นประมาท”“ทำไมต้องเติมประโยคสุดท้าย”“เพื่อป้องกันผู้เล่นเข้าใจผิดว่าชื่อสไลม์แปลว่าอ่อนแอ”ธีร์เกือบจะหัวเราะ แต่หัวเราะไม่ออกเขาจำสไลม์ในเกมได้ดี ตัวกลมๆ ใสๆ เด้งไปเด้งมา เป็นมอนสเตอร์ที่มีไว้ให้ผู้เล่นใหม่ตบเล่นเพื่อเรียนรู้ระบบต่อสู้แต่ถ้าระบบต้องเตือนแบบนั้น แปลว่าสไลม์ที่นี่อาจไม่ได้น่ารักเหมือนภาพจำธีร์มองหากิ่งไม้ที่พอใช้เป็นอาวุธได้ แล้วก็เจอกิ่งหนึ่งยาวประมาณแขนและหนักปลายเล็กน้อยแม้จะไม่ใช่ดาบ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่ามือเปล่า เขาลองเหวี่ยงเบาๆ แล้วเกือบเสียหลักเพราะพื้นลื่นข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ[ท่าทางการใช้อาวุธ: ควรได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน]“ฉันเห็นนะ”“ระบบตั้งใจให้เห็น”ธีร์ถอนหายใจแล้วเริ่มเดินตามแผนที่ คราวนี้เขาคอยมองพื้นก่อนเหยียบทุกก้าวและพยายามไม่ส่งเสียง แต่รองเท้าแตะกับใบไม้แห้งไม่ค่อยให้ความร่วมมือป่าทึบกว่าที่เห็นตอนแรก ยิ่งเดิน แสงแดดยิ่งน้อยลง ลำต้นไม้บางต้นมีรอยขีดลึกเหมือนถูกของมีคมลากผ่าน หินบางก้อนมีตะไคร่สีฟ้าจางๆ เรืองแสงนิดๆถ้าเป็นเวลาอื่นธีร์คงตื่นเต้นกับความแฟนตาซีของมัน แต่ตอนนี้เขาแค่หวังว่ามันจะไม่ระเบิดผ่านไปประมาณสิบนาที จุดสีน้ำเงินบนแผนที่ขยับเข้าใกล้จุดสีทองไปเพียงนิดเดียวธีร์เริ่มเหนื่อย เหงื่อไหลตามขมับ“ระบบ”“กำลังฟัง”“มีของเริ่มต้นไหม แบบดาบมือใหม่ น้ำยาฟื้นฟู ขนมปังแข็ง หรืออย่างน้อยรองเท้า”“ไม่มี”“ทำไมเกมอื่นเขามี”“ระบบไม่รับผิดชอบมาตรฐานจากสื่อบันเทิงของโลกผู้เล่น”“โห พูดแบบนี้เหมือนรู้ว่าฉันมาจากไหน”เงียบธีร์หยุดเดิน“ระบบ”ไม่มีคำตอบเขาขมวดคิ้ว “เมื่อกี้นายหลุดใช่ไหม”หน้าต่างระบบกะพริบเล็กน้อย“ผู้เล่นควรมุ่งหน้าไปยังเมืองอีสท์เวล”“เปลี่ยนเรื่องเนียนมาก”“ขอบคุณ”“ไม่ได้ชม”ธีร์อยากถามต่อ แต่เสียงบางอย่างทำให้เขานิ่งแกรกเสียงใบไม้ขยับดังมาจากพุ่มไม้ข้างหน้าเขากำกิ่งไม้แน่นแกรก... แกรก...บางอย่างกำลังเคลื่อนที่อยู่หลังพุ่มไม้ เสียงไม่ดังนัก แต่ใกล้มากพอให้ธีร์ได้ยินเสียงชื้นๆ เหมือนของเหลวถูกลากผ่านใบไม้ข้อความเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบ[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่เป็นศัตรู]ธีร์ไม่รู้ว่าคำว่า “เป็นศัตรู” ควรแปลในหัวว่า “ไม่เป็นมิตร” หรือ “สิ่งที่จะทำให้ชีวิตซวย”พุ่มไม้สั่นแรงขึ้นเขายกกิ่งไม้ขึ้นมาจับแน่นด้วยสองมือ หัวใจเต้นรัวจนแทบไม่ได้ยินเสียงระบบ“คำแนะนำ: ตั้งท่าป้องกัน”“นี่ฉันยังไม่ตั้งท่าอีกเหรอ”“ไม่ ผู้เล่นกำลังถือกิ่งไม้เหมือนถือไม้กวาดด้วยความสิ้นหวัง”“ตอนนี้ไม่ต้องรีวิวท่าทางก็ได้!”พุ่มไม้แหวกออกสิ่งที่กลิ้งออกมาเป็นก้อนกลมใสสีเขียวอ่อน ขนาดพอๆ กับลูกบอล ผิวของมันสะท้อนแสงแดดวาวเหมือนวุ้น มีใบไม้ติดอยู่ด้านหนึ่งมันเด้งเบาๆ หนึ่งครั้ง สองครั้ง แล้วหยุดตรงหน้าธีร์ธีร์จ้องมันมันจ้องกลับอย่างน้อยธีร์ก็รู้สึกว่ามันจ้องกลับ ทั้งที่มันไม่มีตาด้วยซ้ำเขาผ่อนลมหายใจออกโดยไม่รู้ตัว“สไลม์”ภาพจำจากเกมนับไม่ถ้วนแวบขึ้นมาในหัว มอนสเตอร์เริ่มต้น ตัวแรกของผู้กล้า เหมาะสำหรับฝึกโจมตี ให้ค่าประสบการณ์น้อยแต่ปลอดภัยธีร์ยิ้มมุมปากนิดๆ“โอเค ถ้าเป็นสไลม์ก็ยังพอไหว”คำเตือนสีแดงปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบทันที[สไลม์ป่า ระดับต่ำ][โอกาสรอดชีวิตของผู้เล่นหากต่อสู้โดยประมาท: 61%]รอยยิ้มของธีร์หายไป“หกสิบเอ็ดนี่ถือว่าเยอะหรือน้อย”ระบบตอบอย่างสุภาพ“ถ้าผู้เล่นต้องการมีชีวิตต่อ ถือว่าน่ากังวล”สไลม์เด้งหนึ่งครั้งธีร์ถอยหนึ่งก้าวสไลม์เด้งอีกครั้งธีร์ยกกิ่งไม้ขึ้นสูงกว่าเดิมวินาทีต่อมา ก้อนวุ้นสีเขียวพุ่งใส่หน้าเขาเร็วราวกับลูกดอกที่ยิงจากหน้าไม้ธีร์มีเวลาแค่คิดประโยคเดียวสไลม์ในเกมไม่เห็นทำแบบนี้เลย!