หม่าต้าหนิวพร้อมด้วยพรรคพวกอีกห้าคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานเพื่อขัดขวางไม่ให้รถสามล้อถีบของหลินเฉียงกับหลินฉีหนิงผ่านทางไปได้
“หลินเฉียง! แกกล้าดียังไงมาซื้อลูกเจี๊ยบตัดหน้าฉัน วันนี้ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!”
หลินเฉียงไม่ถนัดในการใช้กำลัง เขาพยายามเค้นความคิดเพื่อหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้ เขาจึงพูดถ่วงเวลา “การซื้อขายต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ในเมื่อคนขายเขาไม่อยากขายลูกเจี๊ยบให้แก แล้วแกจะมาโทษว่าเป็ความผิดของฉันได้ยังไง อีกอย่างราคาที่แกเสนอไปก็น้อยเสียขนาดนั้น ถ้าแกเป็เ้าของลูกเจี๊ยบพวกนั้น แกยังจะยอมขายมันออกไปทั้งที่รู้ว่ามันขาดทุนเหรอ”
หม่าต้าหนิวต้องรู้อยู่แล้วว่าราคารับซื้อลูกเจี๊ยบที่เขาเสนอไปนั้นมันน้อยกว่าราคาตลาดมาก อีกทั้งราคาตลาดของลูกเจี๊ยบสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศที่พ่อค้าเสนอมาก็ราคาถูกกว่าราคาตลาดมากแล้ว ซึ่งเ้านายของเขาก็รู้เื่พวกนี้ดี ไม่อย่างนั้นเ้านายจะให้เขาถือเงินสี่ร้อยหยวนมาติดต่อขอซื้อลูกเจี๊ยบทั้งสี่ร้อยตัวนี้ได้ยังไง แต่หม่าต้าหนิวคิดง่ายๆ ว่าขอแค่เขาอ้างชื่อเ้านายในการติดต่อขอซื้อ ไม่ว่าจะเป็พ่อค้าในพื้นที่หรือพ่อค้านอกพื้นที่ก็ต้องยอมตกลงที่จะขายลูกเจี๊ยบให้เขาตามราคาที่เขาเสนออยู่แล้ว
เพราะถ้าเขาทำสำเร็จ เงินส่วนต่างทั้งสามร้อยหยวน เขาก็จะเก็บมันเข้ากระเป๋าของตัวเองได้อย่างสบายใจ แต่ใครจะคิดว่าพ่อค้าคนนั้นกลับไม่ยอมตกลง ทั้งพ่อค้ายังยอมขายลูกเจี๊ยบให้หลินเฉียงในราคาลดลงจากสี่ร้อยหยวนเหลือเพียงสามร้อยห้าสิบหยวนเท่านั้น ดังนั้นนอกจากเงินส่วนต่างจะไม่ได้ กลับไปก็ไม่รู้ว่าเ้านายจะจัดการกับเขายังไงที่เขาทำงานพลาด
คิดถึงตรงนี้หม่าต้าหนิวก็ได้แต่โทษว่าทั้งหมดเป็ความผิดของหลินเฉียง เพราะถ้าหลินเฉียงไม่เข้ามาแย่งแล้วซื้อลูกเจี๊ยบตัดหน้า สุดท้ายพ่อค้าก็ต้องยอมขายลูกเจี๊ยบพวกนี้ให้เขาอยู่ดี เพราะเขาไม่มีทางเชื่อว่าพ่อค้าจะยอมกลับบ้านไปมือเปล่า
“แกไม่ต้องมาพูดมาก ถ้าไม่ใช่เพราะแกเข้ามาแส่ พ่อค้าก็ต้องขายลูกเจี๊ยบพวกนั้นให้ฉันในราคาหนึ่งร้อยหยวนอยู่แล้ว”
“อย่าบอกนะว่าที่แกเป็เดือดเป็ร้อนอยู่ตอนนี้เพราะแกเสียดายเงินส่วนต่าง” หลินเฉียงยิ้มอย่างรู้ทัน “หม่าต้าหนิว แกคิดจะโกงเงินของเ้านายเข้ากระเป๋าตัวเองใช่ไหม ถ้าฉันเอาเื่นี้ไปบอกหวงเจ๋อ แกคิดว่าหวงเจ๋อจะจัดการกับแกยังไง”
“แกอย่ามาพูดมั่ว! ฉัน...ฉันจะไปโกงเงินเ้านายได้ยังไง เงินส่วนต่างแค่ไม่กี่ร้อยหยวน ฉันไม่สนใจมันเลยสักนิด” หม่าต้าหนิวไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดเมื่อครู่ได้เปิดโปงความคิดของตัวเองไปแล้ว
หลินเฉียงหัวเราะก่อนจะพูดต่อ “เงินแค่ไม่กี่ร้อยหยวนอย่างนั้นเหรอ นั่นไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณป้าหม่าป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้านว่าแกจะหามาเป็ค่าสินสอดไว้แต่งภรรยาหรอกเหรอ ฉันก็นึกไว้อยู่แล้วว่าคนที่ไม่มีงานทำเป็หลักเป็แหล่งอย่างแกจะไปหาเงินจำนวนมากอย่างนั้นมาจากไหน ที่แท้ก็...ตั้งใจจะโกงเงินเ้านายนี่เอง”
“หลินเฉียง! แก...” หม่าต้าหนิวเถียงไม่ออก เขารีบหันไปมองลูกน้องทั้งห้าคนที่กำลังมองมาที่เขาเป็ตาเดียว “พวกแกอย่าไปเชื่อมัน ถ้าฉันเป็คนแบบนั้นจริงๆ พวกแกคิดเหรอว่าพี่เจ๋อยังจะเลี้ยงฉันไว้ข้างตัวแบบนี้”
ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนยังไม่ยอมละสายตาไปจากหม่าต้าหนิว เพราะถ้าจะให้พูดกันจริงๆ หลินเฉียงยังดูน่าเชื่อถือกว่าหม่าต้าหนิวเป็ร้อยเท่า ทั้งห้าคนจึงเกิดความลังเล เพราะถ้าครั้งนี้หม่าต้าหนิวตั้งใจจะโกงเงินเ้านายจริงๆ แล้วพวกเขายังมาช่วยหม่าต้าหนิวจัดการกับคนที่เปิดโปงความผิด ก็ไม่รู้ว่าเ้านายจะขอบคุณหรือเ้านายจะคิดว่าพวกเขาเป็พวกเดียวกับหม่าต้าหนิวที่คิดจะโกงเงินเ้านายกันแน่
“อย่าไปฟังคำพูดพล่อยๆ ของมัน หลินเฉียงแค่อยากให้เราระแวงกันเอง แต่ถ้าพวกแกยังไม่เชื่อ ฉันจะพิสูจน์ให้ดู” หม่าต้าหนิวรีบล้วงเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกงอย่างลนลาน “พวกแกดูสิ เงินสี่ร้อยหยวนที่พี่เจ๋อให้มายังอยู่ครบ ก็แสดงว่าฉันไม่ได้เอาเงินของเขาไปใช้ที่ไหนไม่ใช่เหรอ”
ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนเห็นว่าในมือของหม่าต้าหนิวมีเงินอยู่จริงๆ พวกเขาจึงไม่เหลือความลังเลอีกต่อไป ทั้งห้าคนจึงเดินหน้าเข้าหาหลินเฉียงกับหลินฉีหนิง
หลินเฉียงเห็นว่าวิธีทำลายความเชื่อใจไม่ได้ผล เขาจึงมองซ้ายมองขวาเมื่อเตรียมตัวจะวิ่งหนี เพราะอีกไม่ไกลก็จะถึงปากทางเข้าหมู่บ้านแล้ว วิ่งให้เร็วไว้ก่อนเขากับน้องชายก็จะไม่เจ็บตัว
แต่หลินฉีหนิงไม่ใช่คนที่จะยอมใครง่ายๆ ต่อให้การต่อสู้ครั้งนี้เขาจะสู้ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าทั้งห้าคนไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็จะไม่ยอมให้เขาต้องเจ็บตัวคนเดียว หลินฉีหนิงเห็นท่อนไม้ขนาดเหมาะมือวางอยู่ข้างทาง เขารีบวิ่งไปหยิบมันขึ้นมาถือไว้ “ถ้าพวกแกแน่จริงก็เข้ามา ต่อให้สู้ไม่ไหวฉันก็ต้องทำให้พวกแกเจ็บตัวกลับไปให้ได้”
“ปากเก่งดีนี่หลินฉีหนิง” หม่าต้าหนิวหัวเราะเสียงดังอย่างพอใจ “แค่แกคนเดียวเนี่ยนะที่คิดจะมาสู้กับพวกฉัน อย่าว่าแต่ทำให้พวกเราเจ็บตัว แม้แต่รอยถลอกแกก็ไม่มีวันได้เห็น แต่เอาจริงๆ นะ ฉันก็ไม่ได้คิดที่จะทำอะไรแกอยู่แล้ว เพราะวันนี้ฉันตั้งใจจะมาสั่งสอนหลินเฉียง เพราะฉะนั้นถ้าแกไม่อยากเจ็บตัว แกก็หลบไปซะ!”
“ฉันไม่หลบ! เพราะถ้าแกจะทำร้ายพี่ชายฉัน แกก็ต้องผ่านฉันไปให้ได้ก่อน” หลินฉีหนิงยืนบังพี่ชายไว้
“ฉีหนิง พวกมันมีกันตั้งหกคน เราสองคนสู้ไม่ได้หรอก แล้วข้าวของพวกนี้เราก็ไม่ต้องสนใจ แค่วิ่งกลับไปให้ถึงหมู่บ้าน เราก็จะปลอดภัยแล้ว” หลินเฉียงกระซิบบอกน้องชาย
“เกิดเป็ลูกผู้ชายจะมากลัวอะไรกับการชกต่อย” หลินฉีหนิงจ้องหลินเฉียง “แต่ผมเข้าใจพี่นะว่าพี่ไม่เคยมีเื่ชกต่อยกับใคร ถ้าอย่างนั้นผมจะถ่วงเวลาพวกมันไว้เอง พี่วิ่งกลับหมู่บ้านแล้วค่อยพาคนมาช่วยผมก็แล้วกัน”
“นายโง่หรือเปล่าเนี่ย! รู้ว่าสู้ไม่ได้แล้วยังจะสู้อีก” หลินเฉียงพูดอย่างร้อนใจ “จะอยากมาเป็ลูกผู้ชายตัวจริงอะไรตอนนี้”
“พี่ไปเถอะ ผมจะถ่วงเวลาให้เอง” หลินฉีหนิงยืนยันคำเดิม
“พวกแกอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย เป็เพราะมันที่ทำให้พี่เจ๋อซื้อลูกเจี๊ยบกลับไปเลี้ยงไม่ได้ สั่งสอนพวกมันซะแล้วเราจะได้กลับไปรายงานพี่เจ๋อ” หม่าต้าหนิวะโสั่ง “อีกอย่างหลังจากเสร็จงานนี้ ฉันจะเลี้ยงเหล้าพวกแกเอง”
ชายฉกรรจ์ทั้งห้าคนได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจ พวกเขาจึงเดินเข้าหาหลินเฉียงกับหลินฉีหนิงด้วยท่าทางดุดัน แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะเข้าถึงตัวสองพี่น้อง สุนัขสีดำตัวใหญ่ก็กระโจนเข้าหาพวกเขา
หลังจากนั้นเสียงร้องโอดโอยด้วยความเ็ปก็ดังไปทั่วบริเวณ ชายฉกรรจ์ทั้งห้าถูกเ้าเสี่ยวเฮยจัดการจนเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ตามเนื้อตัวก็เต็มไปด้วยรอยเขี้ยวและรอยเื ทั้งห้าคนพยายามที่จะหนี แต่เ้าเสี่ยวเฮยก็ตามไปจัดการ ใช้เวลาไม่นานชายฉกรรจ์ทั้งห้าก็นอนขดตัวอยู่เต็มถนน
“เสี่ยวเฮย! อย่าลืมจัดการกับหม่าต้าหนิวด้วย คืนนี้ฉันจะให้แม่ตุ๋นน่องไก่ให้แกสองน่องเลย” หลินเฉียงะโบอกเ้าเสี่ยวเฮย “แล้วเดี๋ยวจะให้แม่ทำเบาะนอนนิ่มๆ อันใหม่ให้อีกอัน”
น่องไก่ยังไม่เท่าไหร่ แต่พอได้ยินคำว่าเบาะนอนนิ่มๆ อันใหม่ เรี่ยวแรงของเ้าเสี่ยวเฮยก็เหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไม่นานหม่าต้าหนิวก็มีสภาพไม่ต่างจากพี่น้องทั้งห้าคนของเขา
หลินเฉียงมองดูภาพตรงหน้าอย่างมีความสุข แต่หลินฉีหนิงกลับเดินถือไม้ที่อยู่ในมือไปฟาดหม่าต้าหนิวกับพรรคพวกไปอีกหลายที ซึ่งแต่ละครั้งที่ฟาดลงไป หลินฉีหนิงก็ไม่คิดที่จะยั้งมือ ก็ใครใช้ให้คนพวกนี้คิดจะมาดักทำร้ายเขากับพี่ชายกันล่ะ อีกอย่างถ้าไม่ได้เ้าเสี่ยวเฮยมาช่วยไว้ ไม่แน่คนที่ต้องลงไปนอนกองอยู่บนถนนอาจจะเป็เขากับพี่ชาย เพราะฉะนั้นในเมื่อมีโอกาส เขาก็ต้องสั่งสอนคนพวกนี้สักที
“ฉีหนิง! พอได้แล้ว ถ้าเกิดคนพวกนี้แข้งขาหักขึ้นมา เดี๋ยวพวกมันได้ไปเรียกร้องค่าเสียหายกับเราแน่” หลินเฉียงปรามน้องชาย ความจริงเขาไม่ได้สนใจหรอกถ้าคนพวกนี้จะไปเรียกร้องค่าเสียหาย แต่เขากลัวว่าถ้าคนพวกนี้ไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย ถ้ามีคดีความติดตัว น้องชายของเขาก็จะไม่มีคุณสมบัติที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
หลินฉีหนิงได้ยินคำพูดของพี่ชายก็หยุดมือ เขาไม่ได้คิดไปไกลเหมือนพี่ชายถึงเื่คดีความ แต่สิ่งที่เขาคิดคือเขาไม่อยากให้พี่ชายต้องเสียเงินไปกับคนพวกนี้โดยเปล่าประโยชน์ “ฉันไม่อยากให้พี่ชายของฉันต้องมาเสียเงินเพราะพวกแกหรอกนะฉันถึงยอมหยุด”
เสี่ยวเฮยหันไปมองหลินเฉียง ซึ่งหลินเฉียงก็เหมือนจะเข้าใจความหมายนั้นอีกแล้ว เขาจึงพูดขึ้น “หม่าต้าหนิว แกกับลูกน้องของแกจำไว้ให้ดี ถ้าแกเอาเื่นี้ไปแจ้งความหรือเอาเื่นี้มาเรียกร้องเงินจากฉัน ฉันจะให้เสี่ยวเฮยตามไปจัดการกับพวกแกอีก หรือไม่ฉันจะให้เ้าเสี่ยวเฮยไปวนเวียนอยู่หน้าบ้านแกทุกวัน แค่แกก้าวเท้าออกจากบ้าน สภาพของแกก็จะเป็เหมือนตอนนี้”
เสี่ยวเฮยเดินแยกเขี้ยวเข้าหาหม่าต้าหนิวเป็เชิงขู่
หม่าต้าหนิวกลัวจนเกือบจะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เขาได้แต่รีบรับคำ “รับปากฉันรับปาก! ฉันจะไม่ตามไปเอาเื่แกแล้วก็จะไม่ตามไปเรียกร้องอะไรจากแกอีกแล้ว แกเรียกหมาของแกกลับไปได้แล้ว”
เสี่ยวเฮยกัดเข้าไปที่ต้นขาของหม่าต้าหนิวอีกครั้งหนึ่งอย่างไม่เชื่อใจ
หม่าต้าหนิวร้องลั่นด้วยความเ็ป จากนั้นเขาก็รีบพูด “ฉันรับปากแล้วไงว่าฉันจะไม่ไปยุ่งกับแกอีก แกรีบเรียกหมาของแกกลับไปเดี๋ยวนี้!”
หลินเฉียงยักไหล่พร้อมกับผายมือทั้งสองข้างอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันเรียกมันกลับแล้วแต่มันไม่ยอม ก็แสดงว่ามันยังไม่เชื่อคำพูดของแก ฉันคงช่วยอะไรแกไม่ได้แล้วล่ะ”
“หลินเฉียง! แกเรียกมันไปเดี๋ยวนี้” หม่าต้าหนิวะโขึ้น
“ลูกพี่เสี่ยวเฮย! ต่อจากนี้พวกผมจะเป็คนดี พวกผมจะกลับไปลาออกและจะไม่ทำงานกับคนแซ่หวงนั่นอีกแล้ว พี่ปล่อยพวกผมไปเถอะนะ” หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดขึ้นอย่างหวาดกลัวเมื่อเห็นว่าเสี่ยวเฮยไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยพวกเขาไป
ชายฉกรรจ์ทั้งสี่คนที่เหลือเห็นเพื่อนทำอย่างนั้นก็รีบพูดคำสัญญาขึ้นมาบ้าง ตอนนี้นอกจากพวกเขาจะกลัวว่าเ้าเสี่ยวเฮยจะไม่ปล่อยพวกเขาไปแล้ว แต่พวกเขายังกลัวว่าถ้ายังไม่รีบไปโรงพยาบาล มีหวังเืคงได้ไหลออกมาจากตัวจนหมดแน่
“จำไว้ให้ดี ถ้าพวกแกไม่ทำตามที่พูด ฉันจะให้เ้าเสี่ยวเฮยตามไปจัดการกับพวกแก” หลินเฉียงกวาดตามองหม่าต้าหนิวกับชายฉกรรจ์ทั้งห้าคน “เ้าเสี่ยวเฮยของฉันมีความสามารถพิเศษ นอกจากมันจะจำหน้าคนได้ไม่ลืมแล้ว มันยังจำกลิ่นของคนๆ นั้นได้ดีอีกด้วย พวกแกอย่าแม้แต่คิดที่จะผิดคำพูด เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่เตือน”
เสี่ยวเฮยเห็นว่าควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และมันก็ััได้แล้วเช่นกันว่าคนพวกนี้ไม่กล้าผิดคำพูด มันจึงะโขึ้นไปนั่งบนรถสามล้อถีบด้วยท่าทางองอาจ
หลินเฉียงลูบหัวเสี่ยวเฮย “นอกจากจะเป็ตัวโชคลาภ แกยังเป็บอดี้การ์ดชั้นเยี่ยมอีกเหรอเนี่ย เสี่ยวเฮย...ต่อไปแกคือคู่หูของฉัน”