บ้านน้อยหลังนั้นออกจะเล็กเกินไปสักหน่อยเพราะมาร่าได้ยินเสียงที่คนทั้งสองพูดจากันอยู่ขณะที่เดินจากห้องนั่งเล่นไปยังห้องนอนแต่ก็พยายามให้ความสนใจของตัวมุ่งอยู่แต่การเทผงกาแฟใส่ลงในขวดและเอาที่เหลือในกล่องเก็บเข้าไว้ในตู้เก็บของเธอกําลังหยิบกล่องแข็งทําขนมปังออกมาพอดีตอนที่ทั้งสองเดินเข้ามาในครัว
“ตอนนี้ก็เป็เื่ของคุณแล้วนะคะซินคุณสํารวจอะไรต่อมิอะไรไปคนเดียวก็แล้วกัน” ซีลีนเอ่ย “ฉันจะออกไปเอาของในรถ เดี๋ยวเดียวเท่านั้นละค่ะ”
เมื่อผู้หญิงคนนั้นออกจากครัวไปแล้ว มาร่าออกจะรู้สึกขัดเขินที่ซินแคลร์บูคาแนน ยังคงยืนอยู่ในครัว เธอ เปิดกล่องแข็งออก เอื้อมมือไปหยิบขวดบรรจุขณะที่เทแป้งใส่ลงในขวด ก็ตระหนักถึงความเคลื่อนไหวที่เกิดอยู่ ใกล้ตัวมีการตรวจสอบเกี่ยวกับเครื่องมือเครื่องใช้ ตุ้เก็บของต่าง ๆ
“ฉันซื้อทุกอย่างจากรายการที่คุณให้มาไว้พร้อมหมดแล้วละค่ะ”มาร่าบอกให้เขาทราบ “คิดว่าคุณหาของที่้าได้ไม่ยากหรอกค่ะ”
“นั่นสิ” เขาตอบเรียบ ๆ “รู้สึกว่าคุณจัดทุกอย่างไว้เป็ระเบียบเรียบร้อยดีแล้ว” คําพูดของเขาคล้ายจะเป็ การตั้งข้อสังเกตมากกว่าจะเป็คําชม
ละอองแข็งจากกล่องเคลือบอยู่บนพื้นเคาน์เตอร์มาร่าจึงเอาผ้าชุบน้ำทําความสะอาดเสีย เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็พอดีกับที่เขาเดินออกไปยังห้องนั่งเล่นซึ่งเป็เวลาเดียวกันกับที่ซีลีนสวนเข้ามาไม่มีสิ่งใดจะช่วยสกัดกั้นเสียงพูดของคนทั้งสองไว้มิให้เธอได้ยิน
“ฉันได้แก้วไวน์มาแล้วละค่ะ ซินก็เลยถือแชมเปญติดมือมาด้วย เพื่อฉลองบ้านหลังน้อยน่ารักหลังนี้กันหน่อย ไงคะ”เสียงของซีลีนชวนเชิญอยู่ “ถังน้ำแข็งที่เราแช่ขวดแชมเปญมาทําให้มันเย็นพอดีเลยค่ะ เปิดสิคะ ซิน”
มาร่าแสร้งทําเป็หูทวนลมกับถ้อยเจรจาที่ดังอยู่ในห้องขางเคียงขณะที่เธอจัดเรียงขวดเครื่องเทศใส่ลงในกระเช้าของมัน
“ไม่อยากรอไว้ฉลองตอนหลังหรอกหรือ” แม้จะมีคําถามนั้น แต่เสียงจกไม้ถือกก็ดังขึ้นซึ่งทําให้คําถามไร้ความหมายลงในทันที แต่กระนั้น ซีลีนก็ยังตอบอยู่ดีด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ นุ่มนวล
“นี่เป็อาทิตย์แรกนะคะที่ฉันได้ตัวคุณมาไว้คนเดียวไม่ต้องได้ยินเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเื่งาน เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ต้องมีใครมารบกวนทั้งสิ้น” เธอเน้นเสียงในประโยคสุดท้ายก่อนที่จะยกแก้วขึ้นอํานวยอวยพร ให้ทั้งเขาและตัวเธอเอง “สําหรับอาทิตย์แรกที่เราได้อยู่ด้วยกันตามลําพังค่ะ”
มีเสียงแก้วใส ๆ กระทบกัน แล้วก็เงียบไปสัญชาตญาณภายในเหมือนจะออกคําสั่งให้มาร่าเงียบไว้จงอย่าให้การที่ตัวเองยืนอยู่ในบ้านเล็กหลังนี้เป็ที่เปิดเผยออกมา แต่กระนั้นก็ดูเหมือนเธอจะไม่อาจทําตามคําสั่งได้
“อือม์...คุณรู้แล้วนะคะว่าคืนนี้เราจะมีความสุขกันมากแค่ไหน”เสียงซีลีนตอบคําถามของตัวเธอเองอยู่โดยมิได้เปิดโอกาสให้ซินพูดอะไรออกมาเลย “คืนนี้เราจะต้องติดไฟในเตาผิงให้เต็มที่เลยแล้วเราก็นอนมันตรงหน้าเตาผิงนั่นแหละ แล้วก็...”
กล้ามเนื้อในท้องไส้ของมาร่าดูจะหดตัวลงเป็ก้อน ความเครียดเคร่งในอารมณ์ดูจะคุกคามเธออยู่สถานการณ์ที่กําลังดําเนินอยู่ในขณะนี้ทําให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกรู้สึกเหมือนเส้นประสาทกําลังถูกทําลายลง เธอรีบหยิบ ๆ ของออกมาจากถุงกระดาษและจัดวางทุกสิ่งให้เข้าที่โดยเร็วที่สุด
เมื่อมาหยุดอยู่ตรงประตูที่จะเข้าสู่ห้องนั่งเล่นมาร่าก็เกิดความไม่แน่ใจขึ้นมาบุคคลทั้งสองกําลังจุมพิตกันอย่างดื่มด่ำอยู่หน้าเตาผิงอ้อมแขนทั้งสองของซีลีนโอบอยู่รอบคอเขาพร้อม ๆ กับที่พยายามจับแก้วแชมเปญไว้มั่นมือข้างหนึ่งของเขาก็ทาบทับอยู่ตรงชายโครงของเธอ แทบจะกอดกำเนินทรวงไว้ด้วยซ้ำส่วนมืออีกข้างหนึ่งนั้นก็กระชับร่างสาวผมแดงไว้กับเรือนกายที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและมือข้างนั้นก็ยังถือแก้วอยู่ด้วย
มาร่าตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในครัวรอให้การจุมพิตอันอาบอยู่ด้วยไฟเสน่หานี้สิ้นสุดลงเสียก่อน แต่แล้วก็หยุดตัวเองไว้ทําไมเธอจะต้องให้การจุมพิตของบุคคลทั้งสองนี้มาสร้างความอึดอัดใจให้เกิดขึ้นด้วยเล่าถ้าจะมีสักฝ่ายหนึ่งที่รู้สึกกระดากต่อการที่เธอบุกรุกเข้ามาก็ให้เป็ฝ่ายโน้นดีกว่า เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอจึงก้าวเข้าไปในห้องนั่งเล่น
“ขอโทษนะคะ ฉันเห็นจะต้องขอตัวกลับก่อน” เธอร้องบอกออกไปทั้งน้ำเสียงและสีหน้าเต็มไปด้วยความเ็าอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งคู่ค่อย ๆ ผละออกจากกันช้าๆราวกับแสนเสียดาที่เธอเข้ามาขัดจังหวะในขณะที่กําลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความรื่นรมย์เช่นนี้ซีลีนยกมือขึ้นปัดปอยผมที่ปรกอยู่บน่แก้มท่าที่ดูจะมีความขัดเขินอยู่บ้างแต่แววในดวงตาที่พราวแสงนั้นบอกให้รู้ถึงความสุขสมที่เธอกําลังได้รับอยู่และเพิ่มความหวานยิ่งขึ้นเมื่อเหลือบแลไปทางซิน
“อ๋อ...ขอโทษด้วยนะ คุณเพรนทิส” ซีลีนเป็ผู้เอ่ยคําขออภัยออกมา ในขณะที่ซินแคลร์ บูคาแนนเพียงแต่ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ “เราลืมตัวกันไปหน่อย”
ซึ่งมาร่าอดที่จะคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่าถ้อยคํานั้นน่าจะเป็ความจริงแต่เฉพาะฝ่ายหญิงเท่านั้นเพราะเมื่อมองไปยังคู่เชยของเ้าหล่อน เธอก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ซินแคลร์จะรู้สึกเช่นนั้นตามไปด้วยอย่างแท้จริงหรือเปล่าท่าทางของเขาเหมือนจะสามารถควบคุมความรู้สึกของตัวเองไว้ได้อย่างดีเสมอ
“ไม่จําเป็ต้องขอโทษอะไรนี่คะ” มุมปากของเธอหยักขึ้น แต่ไม่ค่อยจะเหมือนรอยยิ้มเท่าไรนัก
ซินแคลร์ บูคาแนน ขยับตัว ซึ่งทําให้มาร่าต้องหันไปมองเขาอกเสื้อเผยอออกจากกัน ด้วยกระดุมถูกปลด ออกจนเกือบหมดมือทั้งสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งทําให้มาร่าตระหนักได้ในทันทีว่าประสาททุกส่วนใน เรือนกายของเขากําลังตื่นตัวเต็มที่เช่นเดียวกันกับเธอ
“ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลยที่ทําให้เรามั่นใจได้ว่าจะมีอาหารกินตลอดอาทิตย์นี้”เขาเอ่ยขึ้น
“ไม่จําเป็หรอกค่ะ คุณบูคาแนน” มาร่าตอบ “เพราะคุณได้มอบเงินพิเศษอีกจํานวนหนึ่งไว้ให้ฉันแล้วนี่คะ เอาละค่ะ ฉันหวังว่าคุณคงพอใจบ้านหลังนี้นะคะและถ้าคุณหรือภรรยา้าอะไรเป็พิเศษมากไปกว่านี้ ติดต่อฉันได้ทุกเวลาเลยค่ะ”
เสียงหัวเราะของซีลีนดังลั่นขึ้นทันทีที่มาร่าพูดจบแต่พอรู้ตัวก็รีบยกมือขึ้นอุดปากไว้ดวงตาเป็ประกายพราวเสน่ห์ขึ้นมาทันทีเมื่อเหลือบแลไปทางซิน
“ที่รักขา เห็นไหมว่าเขาคิดว่าเราแต่งงานกันแล้ว”
“นั่นสิ” น้ำเสียงของเขาดูจะห่างไกลจากคําว่า‘ขบขัน’ อยู่มาก เขาเลิกคิ้วสูงเมื่อหันไปมองคู่เชยผมสีแดงฉานคนนั้น“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาได้ความคิดนั้นมาจากไหน”
มาร่าเชิดหน้าขึ้นสูงกว่าเดิมดูเหมือนมันจะเป็การแสดงออกเพียงอย่างเดียวที่เธอพอจะทําให้คนอื่น ๆ รู้ได้ว่าตัวเองกําลังใอยู่ เธอได้ตั้งข้อสันนิษฐานผิดไปถนัดโดยเฉพาะที่เข้าใจไปว่าชายหญิงคู่นี้แต่งงานแล้ว และเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมาถ้าจะลองตั้งข้อสันนิษฐานอีกสักครั้ง ด้วยเกรงว่าจะเป็เื่ผิดพลาดอีกเช่นกัน
“อันที่จริงมันก็เป็ความผิดของผมเองละครับคุณเพรนทิส” ซินยอมรับผิดเสียเองแต่ก็มิได้แสดงว่าเขาจะรู้สึกเสียใจต่อความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น “คือผมไม่ได้แนะนําซีลีนให้คุณรู้จักั้แ่ตอนที่เรามาถึง เอาละครับเมื่อเป็ เช่นนี้ก็เห็นจะต้องแนะนําให้รู้จักกันเสียก่อน คุณเพรนทิสครับนี่คือซีลีน เทย์เลอร์ เป็เพื่อนสนิทของผม...ซีลีนนี่คือคุณเพรนทิสนะ”